- หน้าแรก
- ปาฏิหาริย์ลูกขนไก่ เกิดใหม่ฝันไกลระดับโลก
- บทที่ 13 - การกลั่นแกล้ง
บทที่ 13 - การกลั่นแกล้ง
บทที่ 13 - การกลั่นแกล้ง
บทที่ 13 - การกลั่นแกล้ง
สมาชิกในทีมกีฬามีทั้งหมดหกสิบคน หลังจากจบช่วงวอร์มอัพร่างกายแล้ว ในส่วนที่สองของการฝึกพื้นฐานสมรรถภาพทางกาย พวกเขาจะถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม
วังอวี่อยู่ในกลุ่มที่ 2 โดยรายการแรกที่ต้องฝึกคือการทุ่มน้ำหนักด้วยลูกเหล็กขนาด 5 กิโลกรัม
การทุ่มน้ำหนักคือจุดอ่อนของวังอวี่ในอดีต ก่อนการสอบพละ ระยะที่เขาทำได้ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 8 ถึง 9 เมตร มีเพียงครั้งเดียวที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงทุ่มได้ไกลถึง 9.1 เมตร
ยังดีที่ตอนสอบพละจริงๆ วังอวี่ดันระเบิดฟอร์มเก่งออกมา ครั้งแรกทุ่มได้ 8.8 เมตร และครั้งที่สองกลับทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อถึง 9.72 เมตร ทำเอาวังอวี่ดีใจจนเนื้อเต้น
เมื่อได้กลับมายืนที่สนามทุ่มน้ำหนักอีกครั้ง วังอวี่รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก การทุ่มน้ำหนักเคยเป็นกีฬาที่เขาเกลียดที่สุด แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลองดู
วังอวี่ไม่ได้รีบร้อนที่จะลงมือทุ่ม เขาไปยืนต่อแถวอยู่ด้านหลังเพื่อสังเกตดูคนอื่นๆ ฝึกซ้อมก่อน
ต้วนเถี่ยหนิวเป็นคนแรก เขาเป็นอันดับหนึ่งในรายการทุ่มน้ำหนักและยังเลือกวิชาเอกนี้ด้วย การที่เขาเริ่มฝึกเป็นคนแรกจึงไม่มีใครกล้าคัดค้าน
เขาใช้มือซ้ายประคองลูกเหล็ก สะบัดไหล่ขวาไปมา แล้วนำลูกเหล็กมาหนีบไว้ที่ข้างลำคอ บิดตัวก้มลง ก่อนจะถีบตัวส่งพละกำลังทุ่มออกไป
ปัง!
ลูกเหล็กตกลงที่ระยะระหว่าง 12 ถึง 13 เมตร ซึ่งในรายการทุ่มน้ำหนัก คะแนนเต็มจะอยู่ที่ 12 เมตร
"เถี่ยหนิวนี่สุดยอดสมชื่อจริงๆ ร่างกายดีมาก"
"เฮ้อ การทุ่มน้ำหนักนี่คือจุดอ่อนของฉันเลยล่ะ ขนาด 8 เมตรฉันยังทุ่มไม่ค่อยจะถึงเลย อยากจะกลับบ้านไปกราบไหว้บูชาเถี่ยหนิวจริงๆ เผื่อจะได้อานิสงส์ทุ่มได้ไกลแบบเขาบ้าง"
"รุ่นพวกเรานี่คงหาใครมาโค่นตำแหน่งพี่วัวของพวกเรายากแล้วล่ะ"
ผ่านไปไม่นาน ก็ถึงคิวของวังอวี่ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเขามาเพื่อทดสอบ แต่ก็ยังมีคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาเพื่อสอนท่าทางการทุ่มน้ำหนักให้กับวังอวี่
คนที่เดินเข้ามาคือเด็กหนุ่มหน้าเสี้ยมแหลมคม ร่างกายช่วงแขนดูใหญ่โตผิดสัดส่วนเมื่อเทียบกับส่วนอื่นของร่างกาย ดูแล้วไม่สมดุลเลยแม้แต่น้อย
"สวัสดี ฉันชื่อติงชิว มีหน้าที่คอยสอนท่าทางการทุ่มน้ำหนักให้เด็กใหม่โดยเฉพาะ" ติงชิวพูดไปพลางขยับหัวตาและทำเสียงแหลมสูงดูเจ้าเล่ห์
เมื่อเห็นติงชิวกำลังอธิบายการทุ่มน้ำหนักให้วังอวี่ฟัง คนอื่นๆ ก็พากันหันมามองด้วยสายตาตั้งตารอคอย หลายคนดูตื่นตัวและแสดงความสนใจออกมาอย่างปิดบังไม่มิด
วังอวี่เหลือบมองเด็กหนุ่มหน้าเสี้ยมตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตามองคนอื่นๆ แล้วพยักหน้าเบาๆ ทว่าไม่ว่าในใจหรือบนใบหน้า เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีใส่ใจแม้แต่น้อย
"อะแฮ่ม..." เมื่อเห็นท่าทางของวังอวี่ ติงชิวก็กระแอมไอออกมา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงมืดมน "เธอควรจะตั้งใจฟังให้ดีนะ ฉันจะอธิบายแค่รอบเดียวเท่านั้น"
ติงชิวพูดพลางพ่นน้ำลายกระจายด้วยท่าทางจริงจัง "การทุ่มน้ำหนักน่ะ ถ้าท่าทางถูกต้อง มันจะช่วยให้เธอส่งแรงออกไปได้อย่างลื่นไหล เพราะฉะนั้นท่าทางจึงสำคัญที่สุด"
"ต่อไปคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตั้งใจฟังให้ดี เมื่อกี้เธอก็คงเห็นคนอื่นทุ่มไปแล้ว ฉันจะไม่สาธิตให้ดูซ้ำนะ อย่างแรกเธอต้องถือลูกเหล็กเอาไว้ หนีบไว้ที่ลำคอ หันหลังให้จุดทุ่ม แล้วค่อยถีบตัวบิดส่งแรง"
จู่ๆ ติงชิวก็ลดเสียงต่ำลง ขยับเข้าไปใกล้ๆ วังอวี่แล้วกระซิบว่า "ต่อไปนี้คือเคล็ดลับวิชาที่ฉันไม่เคยบอกใคร นั่นก็คือตอนที่เธอถีบตัวบิดส่งแรงน่ะ ให้เอาลูกเหล็กมาไว้ที่ท้ายทอย กำเอาไว้ให้แน่นๆ อย่าได้ปล่อยมือเชียวล่ะ จากนั้นก็หมุนตัวให้เร็วที่สุด ถ้าหมุนครบรอบได้จะดีมาก แล้วค่อยทุ่มออกไป รับรองว่าทุ่มได้ไกลแน่นอน"
หลังจากฟังติงชิวพูดจบ สีหน้าของวังอวี่ก็ดูสว่างไสวขึ้นมาทันที แล้วกล่าวว่า "ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"
"ลองดูสิ!" ติงชิวส่งสายตาให้กำลังใจพร้อมกับตบไหล่วังอวี่ "สู้ๆ นะ ฉันเอาใจช่วย!"
วังอวี่ถือลูกเหล็กเดินเข้าไปในวงกลมสำหรับทุ่มน้ำหนัก เขาเหยียดนิ้วมือขวาให้ตึง ล็อกลูกเหล็กไว้ระหว่างข้อนิ้ว แล้วกดลูกเหล็กให้แนบสนิทอยู่ข้างลำคอ
หลังจากจัดท่าทางเรียบร้อยแล้ว วังอวี่หันหลังให้กับจุดตก ย่อตัวลดจุดศูนย์ถ่วงลง เท้าขวาเริ่มสะสมพลัง
เมื่อเห็นท่าทางเตรียมทุ่มน้ำหนักของวังอวี่ ทุกคนต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ โดยเฉพาะติงชิวที่ถึงกับหรี่ตาแคบลง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ภายในใจเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างขึ้นมา
วังอวี่เริ่มขยับแล้ว เขาใช้ขาขวาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อถีบพื้นอย่างรุนแรง จากนั้นก็บิดสะโพก อาศัยพละกำลังจากหน้าท้องและเอว พร้อมกับระเบิดพลังแขนทุ่มลูกเหล็กออกไปทางจุดตกอย่างรวดเร็ว
แปะ~
ลูกเหล็กวาดวิถีโค้งที่สวยงามกลางอากาศ ก่อนจะตกลงที่ระยะระหว่าง 11 ถึง 12 เมตร!
ซี้ด~
ทุกคนต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตกใจ จ้องมองวังอวี่ด้วยสายตาเหลือเชื่อ ภายในแววตามีแต่ความหวาดหวั่นพรั่นพรึง
ส่วนติงชิวถึงกับยืนบื้อเป็นหิน จ้องมองวังอวี่ราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน คล้ายกับว่าเขาสูญเสียความสามารถในการพูดไปเสียแล้ว
วังอวี่เองก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไม่ต่างจากคนอื่น สีหน้าของเขาไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่ เขาก็ตกใจกับผลลัพธ์ในการทุ่มครั้งนี้เหมือนกัน
ระยะทางที่เกิน 11 เมตรนั้น คือสถิติที่เขาไม่เคยแม้แต่จะฝันถึงมาก่อนเลยในอดีต
วังอวี่มีสีหน้าพึงพอใจเป็นอย่างมาก ในขณะที่เดินกลับมา เขาตบไหล่ติงชิวที่กำลังยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก แล้วกล่าวว่า "วิธีของนายนี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ"
"แม่เจ้าโว้ย ไอ้คนคนนี้มันจะโหดไปไหนเนี่ย? เขาต้องเคยเรียนมาก่อนแน่ๆ ไม่งั้นครั้งแรกจะทำท่าทางได้มาตรฐานขนาดนี้ได้ยังไง?"
"ระยะนั่นอย่างน้อยก็สิบเอ็ดเมตรครึ่ง แซงหน้าคนในทีมไปเกือบร้อยละเก้าสิบแล้วนะนั่น โหดขิงๆ เลยว่ะ"
"ติงชิว เมื่อกี้แกสอนท่าที่ถูกต้องให้เขาจริงๆ เหรอ?"
ติงชิวมีนิสัยประหลาดอย่างหนึ่ง คือเขาชอบแกล้งคนอื่น
ในอดีตวังอวี่เคยเห็นกับตาว่ามีครั้งหนึ่งเขาแกล้งสอนเด็กใหม่ทุ่มน้ำหนักแบบผิดๆ จนเด็กใหม่คนนั้นบิดตัวแรงเกินไป และเพราะมือที่ถือลูกเหล็กดันไปอยู่ข้างหลังทำให้เสียสมดุล จนล้มหน้าคะมำลงกับพื้นอย่างจัง
ก่อนหน้านี้วังอวี่เพียงแค่ยืนฟังติงชิวคุยโวโอ้อวดเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ในใจกลับแอบหัวเราะเยาะ
คนอื่นๆ เมื่อเห็นการกระทำของติงชิวก็ไม่มีใครเอ่ยเตือน กลับรอดูด้วยความสนใจใคร่รู้ ราวกับกำลังรอชมละครฉากใหญ่
เรื่องพรรค์นี้ถือเป็นเรื่องปกติในทีมกีฬา การฝึกซ้อมมันทั้งน่าเบื่อและยากลำบาก ดังนั้นการแกล้งกันเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็นความสำราญอย่างหนึ่งที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการฝึกซ้อม
ทว่าพวกเขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่า ภาพที่วังอวี่ควรจะล้มหน้าคะมำลงกับพื้นตามที่คาดการณ์ไว้กลับไม่เกิดขึ้น ในทางกลับกัน วังอวี่กลับทุ่มลูกเหล็กออกไปได้ไกลกว่าสิบเมตร สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนอย่างถ้วนหน้า!
"เปล่านะ ฉันบอกวิธีที่ผิดๆ ให้เขาไปจริงๆ นะเนี่ย" เมื่อเจอคำถามของคนอื่น ติงชิวเองก็มีสีหน้างุนงงเหมือนคนหลงทาง
การจะอยู่ในทีมกีฬาได้นั้น ถ้าไม่มีพละกำลังความสามารถ ก็จะไม่มีใครเห็นหัวคุณ แถมยังอาจจะโดนคนหาเรื่องแกล้งหรือขัดแข้งขัดขาอยู่บ่อยๆ มีเพียงการแสดงพละกำลังออกมาเท่านั้นถึงจะทำให้พวกเขาศิโรราบได้
แม้แต่โค้ชเองก็จะเลิกสนใจคุณไปเลย ปกติจะไม่มีวันเอ่ยปากพูดกับคุณแม้แต่ประโยคเดียว
วังเหมิ่งจะยิ้มแย้มให้กับคนที่มีผลการฝึกซ้อมดีเท่านั้น ส่วนคนที่ผลงานแย่ ต่อให้คุณจะพยายามแค่ไหน คุณก็จะเห็นเพียงความเมินเฉยที่เขามีให้คุณเสมอ
ทว่าทั้งหมดนี้วังอวี่ชินเสียแล้ว ลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ในทีมกีฬา เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย และไม่มีความคิดที่จะไปถือสาหาความกับพวกเขาด้วย
สิ่งที่พวกเขาเห็นจากวังอวี่ได้ จึงมีเพียงความนิ่งเฉยและรอยยิ้มเท่านั้น
"ที่แท้ตัวตลกก็คือตัวฉันเองสินะ..." เมื่อมองดูแผ่นหลังของวังอวี่ ติงชิวก็มีสีหน้าปั้นยาก เขาพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา
"คราวนี้ได้เพื่อนร่วมทีมที่ไม่ธรรมดามาเข้ากลุ่มซะแล้วสิ วิ่งร้อยเมตรต่ำกว่าสิบสองวินาที ทุ่มน้ำหนักเกินสิบเอ็ดเมตร ถ้าการเขย่งก้าวกระโดดยังแข็งแกร่งอีกล่ะก็ ไม่ใช่ว่าจะมีคนที่ได้คะแนนเต็มโผล่มาอีกคนหรอกเหรอ?"
"ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาหรอก ดูจากสมรรถภาพทางกายของเขา ส่วนสูงก็ได้ วิ่งร้อยเมตรก็ไว ทุ่มน้ำหนักก็ได้ แรงระเบิดพละกำลังต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ คนแบบนี้ การเขย่งก้าวกระโดดก็คงไม่เลวร้ายไปกว่ากันหรอก"
"ก็ไม่แน่นะ คนแบบเขาก็มีเยอะแยะไปที่การเขย่งก้าวกระโดดไม่ได้คะแนนเต็ม เพราะการจะโดดให้ถึงเก้าเมตรสามสิบเซนติเมตรน่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ นะ"
หลังจากฝึกซ้อมทุ่มน้ำหนักเสร็จแล้ว พวกวังอวี่กลุ่มที่ 2 ก็เดินมุ่งหน้าไปยังบ่อทรายสำหรับฝึกซ้อมการเขย่งก้าวกระโดดต่อทันที
(จบแล้ว)