เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 เธอมาทำไม

บทที่ 55 เธอมาทำไม

บทที่ 55 เธอมาทำไม


คำพูดของหลี่ชิงซานเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดแทงลงบนหัวใจของซูชิงหวั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ร่างบางสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม

เธอรู้ดีว่าสิ่งที่หลี่ชิงซานพูดนั้นถูกต้องทั้งหมด

แต่เธอกลับไม่ยินยอมที่จะล้มเลิกไปเช่นนี้

"ฉันรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว และฉันจะแก้ไขมัน!"

ซูชิงหวั่นกัดฟันแน่น ท่าทีแน่วแน่เด็ดเดี่ยว

ยิ่งเธอรู้ซึ้งว่าตนเองทำผิดต่อเย่ฟานมากเพียงใด เธอก็ยิ่งปรารถนาจะกอบกู้และชดเชยให้เขามากเท่านั้น

ทว่าท่าทางเช่นนี้กลับทำให้หลี่ชิงซานโกรธจัดจนไฟลุกโชน

"ทำไมเธอถึงยังดื้อด้านไม่เลิกแบบนี้!"

"ซูชิงหวั่น เธอคิดว่าคำว่ารู้ตัวว่าผิดเพียงคำเดียว จะชดเชยความเจ็บปวดที่เธอทำไว้กับเย่ฟานได้งั้นเหรอ?"

"จะว่าไปแล้ว เธอยังจำได้ไหมว่าตอนนั้นเป็นเธอเองที่เริ่มจีบเย่ฟานก่อน?"

"ตอนที่ผู้อาวุโสจ้าวเพิ่งจะหายสาบสูญไป เธอฉวยโอกาสตอนที่เย่ฟานสภาพจิตใจอ่อนแอที่สุดเข้ามาหา จนทำให้เขาตกหลุมรักเธออย่างสุดหัวใจ"

"เพื่อเธอแล้ว เขาไม่สนสายตาของใคร ดึงดันที่จะอยู่กับเธอให้ได้"

"เพื่อเธอแล้ว เขาถึงขั้นขัดใจแม่ของเธอ จนเกือบจะถูกไล่ออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์"

"เพื่อเธอแล้ว เขาละทิ้งการบำเพ็ญเพียร เพื่อมอบต้นกำเนิดกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลให้แก่เธอโดยเฉพาะ คอยสนับสนุนการบำเพ็ญของเธออยู่เงียบๆ"

"เขามันโง่เกินไป ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อรักเธอ แต่ผลสุดท้ายเธอกลับปันใจทรยศ ทำร้ายจิตใจเขาจนย่อยยับ"

"ความเจ็บปวดที่เธอฝากไว้กับเขา มันไม่มีวันชดเชยได้ เหมือนกับกระจกที่แตกไปแล้วไม่มีวันประสานคืน"

"การที่เย่ฟานเลือกหย่าขาดกับเธอด้วยวิธีนี้ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนอ่อนแอที่รังแกง่าย แต่เป็นเพราะเขาไม่อยากจะทะเลาะกับเธอ ไม่อยากจะแก่งแย่งกับฉินฉางชิง เขาเพียงแค่ต้องการตัดวาสนาเลวร้ายนี้ทิ้งไปเสีย"

"ในเมื่อเขาวางแผนเรื่องหย่าขาดไว้ตั้งนานแล้ว นั่นย่อมหมายความว่าภายในใจของเขามีความตั้งใจที่แน่วแน่"

"ตอนนี้ใบหย่าเธอก็เซ็นไปแล้ว สัญญาาสามเดือนก็กำหนดขึ้นแล้ว เธอจะยังวิ่งโร่มาที่นี่ทำไมอีก?"

"ที่ฉันพูดกับเธอตั้งมากมายขนาดนี้ ก็เพื่อจะบอกเธอว่า เย่ฟานจะไม่มีวันหันหลังกลับมาอีกแล้ว ถ้าเธอรู้สึกผิดจริงๆ ก็ควรปล่อยเขาไป และปล่อยตัวเธอเองไปซะด้วย!"

เส้นเลือดบนหน้าผากของหลี่ชิงซานปูดโปน เขาพูดแทนความในใจของเย่ฟานทั้งหมด

คำพูดเหล่านี้เย่ฟานคร้านที่จะเอ่ย แตหลี่ชิงซานกลับรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมแทนเพื่อน

เขาหวังว่าซูชิงหวั่นจะรู้จักถอยไปเสีย และจากไปจากเรือนคุนเฉียน ไม่มาตามรังควานเย่ฟานอีก

ทว่าหลี่ชิงซานยังคงประเมินซูชิงหวั่นต่ำไป

"คุณพูดถูก!"

"ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของฉันเอง ฉันทำผิดต่อเขา"

"และเพราะเหตุนี้ ฉันถึงอยากจะแก้ไข ฉันเชื่อว่าเย่ฟานจะต้องให้โอกาสฉันได้แก้ไขความผิดพลาดอย่างแน่นอน"

"ฉันจะไม่แยกทางกับเย่ฟาน ใบหย่าฉบับนั้นไม่ถือเป็นผล และสัญญาสามเดือนนั่นก็ไม่สำคัญอะไร"

"ไม่ว่าคุณจะพูดยังไง ฉันก็จะรออยู่ที่นี่"

"ถ้าเย่ฟานไม่ยอมออกมาเจอฉันวันหนึ่ง ฉันก็จะรออยู่ที่นี่วันหนึ่ง ถ้าไม่เจอหนึ่งเดือน ฉันก็จะรอไปหนึ่งเดือน จนกว่าเขาจะยอมพบฉัน"

ซูชิงหวั่นก้มหน้าต่ำจนมองไม่เห็นสีหน้า แต่ดวงตางามที่คลอไปด้วยเลือดฝาดนั้น กลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและมั่นคง

หลี่ชิงซาน: "..."

เขานึกว่าคำพูดเหล่านั้นจะทำให้ซูชิงหวั่นตาสว่างได้ ไม่นึกเลยว่าจะเสียแรงเปล่า

เมื่อมองดูซูชิงหวั่นที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น หลี่ชิงซานก็รู้สึกปวดหัวเหลือเกิน

มาแสดงความรักลึกซึ้งเอาตอนนี้ แล้วที่ผ่านมาไปไหนเสีย?

ความรักที่มาสายเกินไป มันยิ่งกว่าเศษหญ้าไร้ค่าเสียอีก

เขาคลึงขมับด้วยความหนักใจแทนเย่ฟาน

ด้วยท่าทีแบบนี้ของซูชิงหวั่น การจะหย่าขาดกันจริงๆ คงเป็นเรื่องยากลำบากยิ่งนัก!

หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง

หลี่ชิงซานก็นั่งลงที่หน้าประตูเรือน เพื่อป้องกันไม่ให้ซูชิงหวั่นบุกเข้าไปข้างใน

จากนั้นเขาจึงส่งข้อความไปเตือนเย่ฟาน

ทว่าในเวลานี้เย่ฟานกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการบำเพ็ญเพียร จึงไม่ได้เห็นข้อความแจ้งเตือนของเขา

เวลาสามวันผ่านไปในชั่วพริบตา

ซูชิงหวั่นยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นอยู่หน้าเรือนคุนเฉียนตลอดสามวันสามคืน

แม้จะมีศิษย์คนอื่นๆ เดินผ่านไปมาพร้อมส่งเสียงซุบซิบเธอก็ไม่ไหวติง

เพื่อป้องกันไม่ให้ซูชิงหวั่นสติแตกและบุกเข้าไปในเรือนคุนเฉียน หลี่ชิงซานจึงเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอดสามวันเช่นกัน

เมื่อเห็นซูชิงหวั่นที่ไม่ยอมเลิกราหากไม่ได้พบเย่ฟาน หลี่ชิงซานก็อดไม่ได้ที่จะเหงื่อตกแทนเพื่อน

ในขณะเดียวกัน

ภายในห้องบำเพ็ญเพียรชีพจรปฐพีของเรือนคุนเฉียน

ดวงตาที่ปิดสนิทของเย่ฟานพลันลืมขึ้น แววตาคมปราบราวกับสายฟ้า กระชากจิตวิญญาณของผู้ที่พบเห็น

เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย กายสีทองพลุ่งพล่าน กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นดังเปรี๊ยะปร๊ะ

"เมามายหนึ่งครา คลายปมในใจ"

"บวกกับเหล้าโอสถวิญญาณหนึ่งน้ำเต้านั้นและลมปราณที่หนาแน่นที่นี่ ในที่สุดฉันก็ทะลวงผ่านอีกครั้ง บรรลุสู่ขอบเขตทะเลเทพขั้นที่สี่!"

เย่ฟานมีแววตาเป็นประกาย ในใจเปี่ยมไปด้วยความยินดี

ในเวลานี้ภายในห้วงจิตสำนึกของเขา พลังจิตทั้งสี่สายส่องสว่างโชติช่วง ประหนึ่งมังกรและคะนองน้ำ

และในจุดตันเถียน รากฐานมรรคาสีทองยิ่งเจิดจรัสขึ้น พลังปราณสีทองก็เพิ่มจำนวนจากสามสิบสามสายเป็นสี่สิบสาย

เมื่อขอบเขตพลังเพิ่มขึ้น ความสามารถในทุกด้านของเย่ฟานก็เพิ่มตามไปด้วย

เขากำหมัดแน่น ความรู้สึกที่ได้ครอบครองพลังเช่นนี้ทำให้เย่ฟานรู้สึกมั่นใจและมั่นคง

"แม้ครั้งนี้จะมีความก้าวหน้าอยู่บ้าง แต่ยังไม่เพียงพอ"

"หากต้องการคว้าอันดับหนึ่งในการประลองเจ็ดขุนเขา อย่างน้อยต้องทะลวงไปถึงขอบเขตจินตัน"

"แต่ตอนนี้ฉันไม่มีหินวิญญาณติดตัวเลย เหล้าโอสถวิญญาณก็ดื่มหมดแล้ว ลำพังแค่ห้องบำเพ็ญเพียรชีพจรปฐพีนี่เพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอต่อความต้องการในการบำเพ็ญของฉันแน่"

"ฉันต้องหาทางหาหินวิญญาณให้ได้มากกว่านี้"

ยิ่งบำเพ็ญก็ยิ่งยากจน การหาเงินจึงเป็นปัญหาแรกที่เย่ฟานต้องคำนึงถึงเสมอ

ทว่าช่องทางการหาเงินของเขานั้นมีน้อยเหลือเกิน

การช่วยจี้ชิงเฉินหลอมโอสถ เดือนหนึ่งก็ได้เพียงหนึ่งแสนหินวิญญาณ

การขายเลือดกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลแม้จะได้เงินเร็วหน่อย แต่การจะรวบรวมให้ครบหนึ่งร้อยล้านหินวิญญาณก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ชั่วขณะหนึ่ง เย่ฟานก็ยังคิดหาวิธีหาเงินดีๆ ไม่ได้

"หืม?"

เย่ฟานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหยิบหยกสื่อสารออกมาจากแหวนมิติ

ภายในหยกมีข้อความส่งมาจากหลี่ชิงซาน

"ซูชิงหวั่นต้องการพบฉัน?"

เย่ฟานขมวดคิ้วเล็กน้อย

ที่ลานประลอง เขาเอาชนะซูชิงหวั่นต่อหน้าสาธารณชนและนำใบหย่าออกมาแล้ว

เดิมทีนึกว่าซูชิงหวั่นจะยอมถอยไปเอง ไม่นึกเลยว่าพอเขากลับมาเธอก็ตามมาถึงหน้าประตู

และจากข้อความที่หลี่ชิงซานส่งมา หากซูชิงหวั่นไม่ได้พบเขา เธอก็คงไม่ยอมจากไปง่ายๆ

"อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด!"

เย่ฟานครุ่นคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะพบซูชิงหวั่นสักครั้ง

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เพราะเขาใจอ่อนหรือต้องการกอบกู้ความสัมพันธ์ที่แตกสลายไปนานแล้วนี้คืนมา

แต่เขาต้องการตัดเยื่อใยของซูชิงหวั่นให้ขาดสะบั้น เพื่อไม่ให้เธอมาตามรังควานเขาได้อีก

ไม่อย่างนั้นหากเธอยืนเฝ้าอยู่หน้าเรือนตลอดแบบนี้ เขาก็คงออกไปไหนไม่ได้

เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ฟานจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องบำเพ็ญเพียรชีพจรปฐพี

เขาหยิบป้ายหยกกุญแจออกมา คลายค่ายกลป้องกันของเรือนคุนเฉียน แล้วเดินตรงไปยังประตูเรือน

เอี๊ยด!

ประตูเรือนเปิดออก เย่ฟานเหลือบมองเห็นหลี่ชิงซานที่เฝ้าอยู่หน้าประตูและซูชิงหวั่นที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลในทันที

"เย่ฟาน ทำไมกะทันหันแบบนี้ล่ะ!"

หลี่ชิงซานตกใจหน้าถอดสี เขาไม่อยากให้ความหวังที่ไม่จำเป็นแก่ซูชิงหวั่น เพราะนั่นจะรังแต่จะเพิ่มความยุ่งยาก

"ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าควรทำยังไง"

เย่ฟานรู้ว่าหลี่ชิงซานหวังดี เขาพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อปลอบใจเพื่อน ก่อนจะเบือนสายตาไปหยุดอยู่ที่ร่างของซูชิงหวั่น

เมื่อเห็นเย่ฟานปรากฏตัว ดวงตางามของซูชิงหวั่นก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอรีบก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหา

ทว่าใบหน้าของเย่ฟานกลับไม่มีความยินดีแม้แต่น้อย มีเพียงความเฉยชาและห่างเหิน

"เธอมาทำไม?"

จบบทที่ บทที่ 55 เธอมาทำไม

คัดลอกลิงก์แล้ว