- หน้าแรก
- พลิกโลกเซียนด้วยทรัพยากรพันล้าน
- บทที่ 86 เจ้าสู้เผยไห่ปิงไม่ได้เลยสักนิด
บทที่ 86 เจ้าสู้เผยไห่ปิงไม่ได้เลยสักนิด
บทที่ 86 เจ้าสู้เผยไห่ปิงไม่ได้เลยสักนิด
"คิดจะฆ่าปิดปากพวกเราทั้งหมด ศิษย์พี่ซวี่ไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อยหรือ"
เมื่อมองดูซวี่อี้หู่ที่มีร่างกายใหญ่โตมหึมาในรูปลักษณ์ครึ่งคนครึ่งกิ้งก่าที่อยู่ตรงหน้า ซูเจี๋ยลูบคลำกระบี่อัฐิเทียนซาในมือ พลางกระพริบตาที่เริ่มเย็นชาลง
"เหอะๆ ศิษย์สายนอกอย่างเจ้าไม่มีวันเข้าใจหรอก"
ซวี่อี้หู่นั่งยองๆ อยู่บนพื้น ผิวหนังส่วนบนเต็มไปด้วยเกล็ดหนาซ้อนทับกัน เขากินคนเข้าไปมากเกินไปจนยังย่อยไม่หมด จึงดูมีรูปร่างที่อวบอ้วนเทอะทะอย่างยิ่ง
"ไม่ใช่เพื่อฝึกฝนวิถีสังเวยมนุษย์หลอมกู่อาศัยจังหวะที่ถูกฝ่ายธรรมะโจมตี และใช้ขออ้างว่าเรือขนส่งทาสทั้งลำถูกทำลาย เพื่อถือโอกาสนำเอาทาสมนุษย์บนเรือทั้งหมดมาเป็นอาหาร เพื่อตอบสนองการฝึกตนของตนเองหรอกหรือ"
น้ำเสียงของซูเจี๋ยราบเรียบ ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นความโลภของซวี่อี้หู่ที่มีต่อมนุษย์เป็นๆ มาก่อนแล้ว
หากไม่มีเหตุการณ์ในวันนี้เกิดขึ้น เขาคงไม่กล้าที่จะคิดแผนการชั่วร้ายเช่นนี้
ทว่าในยามนี้ที่กองเรือขนส่งทาสได้รับความเสียหายไปเกือบทั้งหมด เขาจึงนำเอาเรือขนส่งทาสของตนเองเข้าไปรวมอยู่ในรายชื่อความสูญเสียด้วย และกำจัดพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทิ้งเสีย เขาก็จะสามารถเพลิดเพลินกับทาสมนุษย์บนเรือทั้งลำได้อย่างตามใจชอบ โดยที่จะไม่มีใครสงสัยในตัวเขาเลย
ซูเจี๋ยเคยเห็นข่าวหนึ่งมานานแล้ว ที่ธนาคารแห่งหนึ่งถูกโจรอั้นปล้น และผู้จัดการธนาคารก็ถือโอกาสนั้นแจ้งยอดความเสียหายให้สูงเกินจริง เพื่อปกปิดร่องรอยการยักยอกเงินของตนเอง ซึ่งหลักการก็แทบจะเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน
ซวี่อี้หู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะ "ช่างเป็นเรื่องที่เจ้าล่วงรู้เข้าจนได้นะ ถ้าอย่างนั้นข้าก็ยิ่งปล่อยเจ้าเอาไว้ไม่ได้ เดิมทีเห็นว่าเจ้ามีความสัมพันธ์กับศิษย์พี่หญิงอวี๋อยู่บ้าง ข้าก็ยังคิดว่าจะคอยดูแลเจ้าสักหน่อย แต่เป็นเพราะเจ้ามันตาถั่วเองที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง"
ซวี่อี้หู่ส่ายร่างกายที่หนักอึ้ง พลางใช้ขาหลังสองข้างยันพื้นเพื่อยืนขึ้น เงาที่ทอดลงมาบดบังร่างของซูเจี๋ยเอาไว้ กลิ่นคาวเลือดพัดผ่านออกมาจากปาก "พละกำลังของเจ้านับว่าไม่เลวเลย สามารถใช้กระบี่อัฐิเทียนซาได้อย่างเชี่ยวชาญ แต่การจะมารับมือกับข้านั้นเจ้ายังห่างชั้นนัก หากเป็นเผยไห่ปิงจากสายของพวกเจ้าอยู่ที่นี่ บางทีเขายังพอจะสร้างความลำบากใจให้ข้าได้บ้าง แต่น่าเสียดายที่เขาตายเร็วเกินไป ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะทำให้เจ้าได้เห็นถึงพละกำลังที่แท้จริงของศิษย์สายในอย่างเราเอง"
โฮก!
เสียงคำรามดังสนั่น ซวี่อี้หู่ย่อขาลงและพุ่งทะยานผ่านอากาศด้วยความรุนแรง พละกำลังที่มหาศาลทำให้เขากระทืบลงบนดาดฟ้าเรือจนแตกร้าวในทุกก้าวย่าง
เฉินอวิ๋นกัดริมฝีปากแน่น ค้างคาวสำเนียงมรณะที่นางกุมเอาไว้ในมือส่งการโจมตีด้วยแรงสั่นสะเทือนออกมาอย่างต่อเนื่อง ทว่ามันเป็นเพียงกู่ระดับล่างเท่านั้น จึงไม่สามารถสร้างบาดแผลที่แท้จริงให้กับซวี่อี้หู่ได้เลย ทำได้เพียงยืนมองอสูรกายครึ่งคนครึ่งแมลงตนนี้พุ่งเข้าสังหารมาที่เบื้องหน้าเท่านั้น
ซูเจี๋ยมองดูซวี่อี้หู่ที่พุ่งเข้ามาใกล้ในระยะประชิด เงาที่ทอดอยู่เบื้องหลังพลันยืดขยายออกและปกคลุมรอบกายของซูเจี๋ยเอาไว้
ราวกับการประทับตราด้วยชาด ซูเจี๋ยคนใหม่เดินออกมาและหลบหนีไปอีกทิศทางหนึ่ง
ซวี่อี้หู่ที่พุ่งเข้ามาถึงตัวถึงกับชงักงัน เขาตบมือลมาที่ร่างนั้นทันที ทว่ามันกลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่เกิดจากภาพมายาของเงาเท่านั้น
"ใช้งานได้ดีจริงๆ"
ซูเจี้ลเรียนรู้และนำมาใช้งานทันที เมื่อเห็นผลลัพธ์ของเคล็ดวิชาเงาลี้ลับ เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"แม่น้ำจินซาที่กว้างใหญ่นี้ เจ้าจะหนีไปได้ถึงไหนกัน หากไม่ใช้กระบี่อัฐิเทียนซาของเจ้าเสียตอนนี้ ประเดี๋ยวเจ้าก็จะไม่มีโอกาสได้ใช้อีกแล้ว"
ซวี่อี้หู่หัวเราะเยาะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่ได้ใส่ใจกับลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ของซูเจี๋ยเลยแม้แต่น้อย เพราะเขามั่นใจว่าจะสามารถจัดการปัญหาทุกอย่างได้
"หนีอย่างนั้นหรือ เจ้าคงจะคิดมากไปแล้ว และอีกอย่าง สำหรับการรับมือกับตัวใหญ่ๆ แบบนี้ ข้ามักจะไม่ค่อยชอบใช้กระบี่เท่าไหร่นัก"
มุมปากของเขาเหยียดยิ้มเล็กน้อย ซูเจี๋ยยกมือขวาขึ้น "เซี่ยวเชียน ออกมาเล่นกับเขาหน่อยสิ"
滋滋!
แขนเสื้อฉีกขาด ตะขาบพันมือที่มีรูปลักษณ์ดุร้ายและน่าสยดสยองพุ่งทะยานออกมาอย่างบ้าคลั่ง มือศพที่ขาวซีดนับไม่ถ้วนและดวงตาแมลงที่ฉายแววเย็นชาไร้ความรู้สึก พุ่งเข้าใส่ร่างของซวี่อี้หู่พร้อมเสียงคำราม
"อะไรกัน กู่หลอมวิญญาณสามรอบ"
รูม่านตาของซวี่อี้หู่หดเล็กลงอย่างรุนแรง ราวกับได้พบเจอเข้ากับศัตรูตามธรรมชาติ เขาพยายามจะถอยร่างหนีออกมาด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัว
ตะขาบพันมือที่มีความยาวมากกว่าสิบเมตรนั้นมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตกว่าซวี่อี้หู่อย่างมาก และไม่ยอมให้เขาได้มีโอกาสหลบเลี่ยงเลยแม้แต่น้อย
ในวินาทีที่ทั้งสองฝ่ายประทะกัน ตะขาบพันมือก็ใช้พละกำลังที่เหนือกว่ากดร่างของเขาจนล้มลง
เขี้ยวขนาดมหึมาคู่หนึ่งกัดลงที่ลำคอของซวี่อี้หู่ หยาดเลือดพุ่งกระฉูดออกมาดุจน้ำพุ หลอดลมและกระดูกคอถูกเปิดออกสู่บรรยากาศ มือศพที่ขาวซีดนับไม่ถ้วนต่างพากันรัดพันร่างกายของซวี่อี้หู่เอาไว้แน่น
"ซู...ซูเจี๋ย นี่คือของเจ้าจริงๆ หรือ..."
เฉินอวิ๋นมองดูภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตกตะลึง พละกำลังที่กลับตาลปัตรที่อยู่ตรงหน้าทำให้นางรู้สึกราวกับตกอยู่ในความฝัน
ซูเจี๋ยกลับมีกู่หลอมวิญญาณสามรอบอยู่กับตัวจริงๆ นี่คือสิ่งที่ศิษย์สายในจำนวนมากยังยากที่จะเพาะเลี้ยงให้ขึ้นมาได้เลย
"โชคดีน่ะ ที่ทำให้มันวิวัฒนาการมาได้ถึงสามครั้ง"
ซูเจี๋ยยิ้มออกมาเล็กน้อย ส่วนเฉินอวิ๋นได้แต่นิ่งเงียบ เพราะเรื่องนี้ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำว่าโชคดีเพียงอย่างเดียว
ยามที่กู่ระดับล่างวิวัฒนาการไปถึงกู่ระดับกลางนั้น ย่อมใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการวิวัฒนาการไปสู่กู่ระดับล่างหลอมวิญญาณสามรอบอย่างเทียบไม่ติด ฝ่ายหลังนั้นมีความยากลำบากที่สูงกว่ามาก และในแง่ของพละกำลังในการต่อสู้ กู่ระดับล่างหลอมวิญญาณสามรอบเพียงตัวเดียว ก็สามารถเอาชนะกู่ระดับกลางทั่วไปที่ยังไม่เคยผ่านการวิวัฒนาการได้เลย
ทว่าในเมื่อซูเจี๋ยเอ่ยเช่นนั้น เฉินอวิ๋นที่รู้ความจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อไป
บนดาดฟ้าเรือ ซวี่อี้หู่ถูกตะขาบพันมือกดทับและโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว อย่าว่าแต่บาดแผลจากการต่อสู้กับศิษย์สายในหอกวนฉาก่อนหน้านี้จะยังไม่หายดีเลย
นอกจากนี้ ทั้งเรื่องพละกำลัง การป้องกัน และความเร็ว ตะขาบพันมือก็เหนือกว่าเขาทุกด้าน
เมื่อเริ่มการต่อสู้ มือศพที่ขาวซีดแต่ละข้างก็ออกแรงบีบอัดอย่างบ้าคลั่ง จนทำให้กระดูกที่แข็งแกร่งทั่วร่างของเขาแหลกละเอียดไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
ซวี่อี้หู่ทำได้เพียงดิ้นรนอย่างต่อเนื่อง ลาวาเพลิงที่ร้อนระอุพวยพุ่งออกมาจากปากและผิวหนัง หวังจะทำให้ตะขาบพันมือยอมปล่อยมือและล่าถอยออกไปจากความยากลำบากนั้น
ทว่าตะขาบพันมือกลับทำเมินเฉย เปลือกไคตินที่แข็งแกร่งของมันสามารถทนต่อเปลวเพลิงได้ดีเยี่ยม ต่อให้จะถูกเผาจนทนไม่ไหว มันก็ยังสามารถแยกตัวออกมาเป็นตะขาบตัวเล็กๆ เพื่อทำการรักษาตนเองได้
โครม!
ตะขาบพันมือรัดร่างของซวี่อี้หู่พุ่งเข้าชนกับสิ่งปลูกสร้างชั้นบนของเรือ ผนังเรือที่สร้างขึ้นจากไม้สักที่แข็งแกร่งกลับพังทลายลงในพริบตา เสากระโดงเรือถูกชนจนหักสะบั้น ใบเรือที่ร่วงหล่นลงมาบดบังร่างของอสูรกายสองตนที่กำลังต่อสู้อย่างบ้าคลั่งเอาไว้ ทว่ามันก็ไม่อาจหยุดยั้งทั้งสองที่กำลังทำลายส่วนบนของเรือขนส่งทาสจนย่อยยับไปได้เลย
"เซี่ยวเชียน พามันลงแม่น้ำไป"
ซูเจี๋ยส่งคำสั่ง ตะขาบพันมือจึงกอดร่างของซวี่อี้หู่เอาไว้และพุ่งลงสู่กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทันที
บุ๋งๆ!
เกิดฟองอากาศกระจายเป็นวงกว้างเหนือผิวน้ำ ปลาและกุ้งที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันหงายท้องลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ เพราะถูกน้ำในแม่น้ำที่เริ่มเดือดพล่านลวกจนสุก
สามารถมองเห็นเงาขนาดมหึมาสองสายกำลังต่อสู้กันอยู่ใต้ผิวน้ำ กระแสน้ำวนและคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำขึ้นเป็นระยะๆ ตะกอนและเม็ดทรายที่ก้นแม่น้ำทำให้ผิวน้ำขุ่นมัวไปหมด
ภายใต้แรงกดดันจากสภาพแวดล้อม เปลวเพลิงลาวาที่ร้อนระอุกลับถูกน้ำในแม่น้ำกดข่มเอาไว้จนอานุภาพลดลงไปมาก สำหรับตะขาบพันมือแล้วจึงไม่มีภัยคุกคามอีกต่อไป ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่การต่อสู้ด้วยพละกำลังทางกายที่แท้จริง
ผ่านไปครึ่งนาที ท่ามกลางแสงสีม่วงที่เจิดจ้ากระพริบขึ้นจากก้นแม่น้ำ แม่น้ำจินซาที่เคยปั่นป่วนก็ค่อยๆ กลับคืนสู่ความเงียบสงบ ตะขาบพันมือคาบร่างของซวี่อี้หู่ว่ายกลับขึ้นมาเหนือผิวน้ำ
ในยามนี้ ซวี่อี้หู่เหลือเพียงร่างกายส่วนบนเท่านั้น ส่วนครึ่งล่างตั้งแต่ช่วงอกลงไปได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ผลการแพ้ชนะจบลงเร็วกว่าที่คิดเอาไว้มาก
หลังจากเหวี่ยงร่างของซวี่อี้หู่ลงบนดาดฟ้าเรือ ตะขาบพันมือก็ส่ายหนวดทั้งสองข้างไปมา พร้อมกับส่งเสียงร้องเพื่อทวงรางวัลจากซูเจี๋ย
"เดี๋ยวข้าจะให้รางวัลเป็นน่องไก่ตอนกลับไปนะ"
ซูเจี๋ยตบศีรษะของตะขาบพันมือเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าซวี่อี้หู่
"ต้องโทษที่ข้าไม่ได้มองเจ้าให้ทะลุปรุโปร่งไปอีกก้าวหนึ่ง ซ่อนความลับเอาไว้ลึกซึ้งเหลือเกิน"
น้ำเสียงของซวี่อี้หู่สั่นพร่าและแฝงไปด้วยความไม่ยินยอมอวัยวะภายในส่วนใหญ่ในช่องอกของเขาได้หายไปในแม่น้ำจินซาแล้ว ลมหายใจสุดท้ายของเริ่มเข้าสู่ช่วงนับถอยหลัง
"เป็นเพราะพละกำลังของเจ้ามันอ่อนแอเกินไปเอง จึงไม่สามารถทำให้ข้าต้องเผยพละกำลังที่แท้จริงออกมาได้"
ซูเจี๋ยยิ้มกว้างพลางยื่นมือไปคว้าถุงมิติมา ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้และกล่าวเสริม "อ้อ อีกอย่างนะ เจ้าสู้เผยไห่ปิงไม่ได้เลยสักนิด อย่างน้อยเขาก็ยังพอจะสลับรุกสลับรับกับข้าได้บ้าง และสร้างความลำบากใจให้ข้าได้ แต่สำหรับเจ้านั้นมันไร้ประโยชน์สิ้นดี"
ดวงตาของซวี่อี้หู่เบิกกว้าง แม้สิ่งที่ซูเจี๋ยพูดจะเป็นความจริง ทว่าในฐานะที่เป็นศิษย์สายใน เขาไม่เคยเห็นศิษย์สายนอกคนไหนกล้าดูถูกเขาเช่นนี้มาก่อน
ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดจ้องเขม็งไปที่ซูเจี๋ย ซวี่อี้หู่อ้าปากหุบเคี่ยว หวังจะตะโกนด่าทออะไรบางอย่างออกมา
ทว่าสุดท้ายลมหายใจก็ขาดห้วง แสงสว่างสุดท้ายในดวงตาดับวูบลง และสิ้นใจตายไปในที่สุด
"ตายเสียแล้วหรือนี่ จิตใจของศิษย์สายในช่างบอบบางจริงๆ"
ซูเจี๋ยส่ายหน้าพลางดึงเอาถุงมิติมาครอง ก่อนจะเตะศพลงสู่แม่น้ำไป
ขยะเช่นนี้ ไม่คู่ควรที่จะได้รับการฝังร่างให้สงบหรอก แต่เหมาะที่จะกลายเป็นอาหารให้กับกุ้งหอยปูปลาในแม่น้ำมากกว่า