เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 เคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ

บทที่ 57 เคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ

บทที่ 57 เคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ


“ลองดูสิว่ามีของดีอะไรบ้าง”

ซูเจี๋ยโค้งตัวลง เก็บเกี่ยวของที่ได้จากการต่อสู้อย่างอารมณ์ดี

หอคอยเก้าชั้นสีดำสนิทสูงประมาณสามสิบเซนติเมตร

นี่คืออาวุธวิเศษระดับล่างขั้นกลาง เพียงแค่มีพลังวิญญาณป้อนเข้าไป มันก็จะปล่อยคลื่นดาบไร้รูปลักษณ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็มีมูลค่าหลายร้อยผลึกแก่นโลหิต

“หอเก้าวิถีแสงมายา ช่างเป็นชื่อที่ดีจริงๆ ต่อไปนี้แกคือของวิเศษของฉันแล้ว”

ซูเจี๋ยมองเห็นตัวอักษรจ้วนขนาดเล็กที่สลักไว้บนฐานของหอคอย และยังมีตราประทับของผู้หลอมอาวุธอยู่ด้วย ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นการโฆษณาอย่างหนึ่ง

นอกจากอาวุธวิเศษชิ้นนี้แล้ว ซูเจี๋ยยังพบกับถุงใบเล็กสีฟ้าขนาดเท่าฝ่ามือ นี่คือถุงคุมแมลง

ถุงคุมแมลงนับว่าเป็นถุงมิติประเภทหนึ่งที่แตกแขนงออกมา ภายในมีพื้นที่พิเศษที่สามารถให้กู่อยู่อาศัยได้

มันไม่สามารถเก็บสิ่งของได้เหมือนถุงมิติ หน้าที่เดียวของมันก็คือการบรรจุใส่กู่และแมลงพิษ เมื่อกู่เข้าไปอยู่ด้านในก็จะตกอยู่ในสภาพกึ่งจำศีล ระบบเผาผลาญแทบจะหยุดนิ่ง

เพราะว่าพลังต่อสู้หลักของผู้ใช้กู่ต้องพึ่งพาแมลงกู่ แต่จำนวนกู่ที่แต่ละคนพกติดตัวได้นั้นมีจำกัด โดยเฉพาะพวกแมลงกู่ตัวเล็กที่มีจำนวนมาก ในตอนนั้นเองที่ต้องใช้ถุงคุมแมลงมาช่วยบรรจุ

อย่างที่เฝิงเหวินจิ่นเรียกฝูงยุงและแมลงวันออกมาก่อนหน้านี้ ปกติเขาจะเก็บพวกมันไว้ในถุงคุมแมลง และเรียกออกมาเมื่อต่อสู้ มิฉะนั้นคนธรรมดาคงไม่สามารถพกพาฝูงแมลงขนาดใหญ่เช่นนั้นได้

ซูเจี๋ยตรวจสอบดู คล้อยหลังก็นำเลือดของตัวเองไปป้าย และใช้พลังวิญญาณลบล้างอาคมที่เฝิงเหวินจิ่นทิ้งเอาไว้ เขาพบว่าถุงควบคุมแมลงใบนี้มีพื้นที่ประมาณหลายสิบลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าไม่เล็กเลย หากนำไปขายที่ตลาดมืดอย่างน้อยก็ต้องได้ถึงสองสามร้อยผลึกแก่นโลหิต

“รวยจริงๆ”

ซูเจี๋ยเดาะลิ้นสองที ตัวเขาเองยังไม่กล้าตัดใจซื้อถุงคุมแมลงเลย การได้มาเป็นของแถมอย่างไม่คาดคิดในวันนี้ก็ช่วยประหยัดเงินเขาไปได้โข

ข้างๆ ถุงมิติยังมีถุงใบเล็กอีกใบหนึ่ง ซึ่งก็คือถุงมิติขนาดจิ๋วที่มีความจุสามลูกบาศก์เมตร

ด้านในถุงมิติยังเหลือผลึกแก่นโลหิตอยู่จำนวนไม่น้อย รวมถึงยันต์เวทและโอสถระดับล่างขั้นต่ำบางส่วน และวัสดุช่วยบ่มเพาะอีกมากมาย เมื่อคำนวณมูลค่าแล้วก็น่าจะอยู่ที่หลายร้อยผลึกแก่นโลหิต

เมื่อรวมกับของที่เก็บมาได้ก่อนหน้านี้ เฝิงเหวินจิ่นก็ได้มอบของที่ได้จากการต่อสู้มูลค่ารวมสิริแล้วก็ถึงหลักพันผลึกแก่นโลหิตให้ซูเจี๋ย

“เอ๊ะ นี่มันอะไรกัน”

ขณะที่ซูเจี๋ยกำลังล้วงหยิบของในถุงมิติ จู่ๆ สายตาก็จับจ้องไปเห็นคัมภีร์สีทองอ่อนสามเล่ม

คัมภีร์พวกนี้ทำจากวัสดุเดียวกับเคล็ดวิชาผู้ใช้กู่ที่ซูเจี๋ยได้มาคราวก่อน เขาจึงรู้สึกดีใจขึ้นมาในทันที

เมื่อเพ่งมองไป ก็เห็นว่าปกคัมภีร์ทั้งสามเล่มมีตัวอักษรจ้วนเขียนเอาไว้

《เคล็ดวิชาผู้ใช้กู่——เคล็ดวิชาคุมแมลงนอกรีต》

《เคล็ดวิชาผู้ใช้กู่——เคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ》

《เคล็ดวิชาผู้ใช้กู่——เคล็ดวิชาหลอมคนเป็นแมลง》

นอกจากเคล็ดวิชาคุมแมลงนอกรีตที่ซูเจี๋ยเคยได้มาแล้ว คัมภีร์อีกสองเล่มซูเจี๋ยก็ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน

แต่หากคาดเดาจากเนื้อวัสดุ คัมภีร์สามเล่มนี้น่าจะเป็นคัมภีร์ที่ศิษย์สายในเท่านั้นถึงจะฝึกปรือได้ ถือเป็นฉบับอัปเกรดของคัมภีร์ร้อยพิษหลอมกู่

ซูเจี๋ยเปิดคัมภีร์อ่านรายละเอียด

เขาก็พบว่าเคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณคือวิธีที่เฝิงเหวินจิ่นใช้เรียกฝูงยุงและแมลงวันออกมาก่อนหน้านี้นั่นเอง

หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ วิชานี้ก็คือการควบคุมฝูงแมลง

วิธีการทำอย่างละเอียดก็คือ การเสาะหาฝูงแมลงที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง แล้วใช้พลังวิญญาณชะล้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลิ่นอายของตนเองกลมกลืนไปกับฝูงแมลงนั้นให้ได้

แมลงที่อยู่เป็นฝูงมักจะมีลักษณะทางสังคม มีการแบ่งชนชั้นและหน้าที่อย่างชัดเจน

อย่างเช่นฝูงมดกับฝูงผึ้ง ภายในฝูงมด นางพญามดจะเป็นแกนหลักของฝูงมดทั้งฝูง ส่วนฝูงผึ้งก็มีนางพญาผึ้ง

และเคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ ก็คือการปลอมตัวเป็นจ่าฝูงของฝูงแมลงเหล่านี้ เพื่อใช้ควบคุมฝูงแมลงทั้งฝูง

ไม่เช่นนั้นการจะผูกมัดทางสายเลือดเหมือนกับกู่ทั่วไป แล้วต้องมานั่งสั่งการยิบย่อยกับแมลงเป็นพันๆ หมื่นๆ ตัว ต่อให้ผู้ใช้กู่เหนื่อยตายก็ทำไม่ได้หรอก!

“นึกไม่ถึงว่าจะเป็นวิชาควบคุมฝูงแมลง”

ยิ่งอ่านเคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ ซูเจี๋ยก็ยิ่งชอบและหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้น ซูเจี๋ยก็นำคัมภีร์เล่มสุดท้ายอย่างเคล็ดวิชาหลอมคนเป็นแมลงขึ้นมาอ่านอย่างอดใจไม่ไหว

ทว่าเมื่อซูเจี๋ยอ่านเนื้อหาในคัมภีร์เล่มนี้ สีหน้าของเขาก็ค่อยๆ ครึ้มลง

นั่นก็เพราะบันทึกการฝึกปรือในคัมภีร์เล่มนี้ชวนให้ใจสั่นเกินไป

สิ่งที่เรียกว่าการหลอมคนเป็นแมลง ก็คือการใช้คนเป็นๆ มาทำการฝึกปรือ ใช้คนเลี้ยงแมลง จากนั้นก็ผสานคนเข้ากับแมลง สุดท้ายก็ดัดแปลงร่างกายตนเองให้กลายเป็นกู่รูปร่างมนุษย์

กระบวนการทั้งหมดล้วนน่าสะพรึงกลัวและอาบชโลมไปด้วยเลือด ถึงแม้ว่าในคัมภีร์จะบันทึกเอาไว้ว่าเมื่อฝึกปรือสำเร็จจะมีอานุภาพที่ทรงพลังมาก แต่ซูเจี๋ยก็ไม่ได้มีเจตนาจะฝึกมันแต่อย่างใด

“เกรงว่าพวกผู้อาวุโสที่ซื้อคนเป็นๆ จากตลาดมืดมากมายขนาดนั้น ก็เพื่อเอามาฝึกปรือวิชานี้แน่ๆ”

ซูเจี๋ยพึมพำกับตัวเอง แล้วเก็บกวาดคัมภีร์วิชาหลอมคนเป็นแมลงขึ้นหิ้งไป เขาไม่สามารถข้ามผ่านกำแพงในใจของตัวเองไปได้

หลังจากเก็บคัมภีร์ทั้งสามเล่มแล้ว ซูเจี๋ยก็ไม่พบของที่ได้จากการต่อสู้ชิ้นไหนที่ทำให้เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจได้อีกเลย

ซูเจี๋ยมองไปรอบๆ ตะขาบพันมือได้เขมือบซากแมลงกู่ที่เกลื่อนกลาดอยู่ในสนามรบจนเรียบวุธ เปลือกของมันยิ่งเปล่งประกายเงางามชุ่มชื้น

ซูเจี๋ยทำความสะอาดร่องรอยในที่เกิดเหตุบางส่วน รวบรวมศพทั้งหมดนำมาเผาทำลายลบเลือนร่องรอย จะได้ไม่มีพยานมัดตัวชี้ตัว

ศิษย์สายในนั้นมีสถานะต่างจากศิษย์สายนอกที่เป็นเพียงหมากใช้แล้วทิ้ง หากถูกฆ่าตาย ย่อมต้องถูกผู้อาวุโสที่เป็นอาจารย์สืบหาความจริง ซึ่งซูเจี๋ยในตอนนี้ยังไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้อาวุโสคนไหน

เมื่อยืนยันว่าไม่มีข้อมูลส่วนตัวหลงเหลืออยู่ ซูเจี๋ยก็เก็บหอเก้าวิถีแสงมายา เรียกตะขาบพันมือกลับมา แล้วรีบโบยบินออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว

................

สองวันต่อมา!

บริเวณเขตรอบนอกหุบเขาแมลง ในหุบเขาและหน้าผาอันรกร้างว่างเปล่า มีแมลงตัวอวบอ้วนขนาดเท่าหัวแม่มือที่มีโครงหน้าคล้ายมนุษย์เกาะอยู่ตามโขดหินและต้นไม้ เสียงกระพือปีกที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ ราวกับเสียงลมพัดผ่านป่าไม้ จำนวนของมันมากมายจนน่าตกตะลึง

ที่นี่คืออาณาเขตของผีเสื้อหน้าคน ผีเสื้อหน้าคนที่อาศัยอยู่ที่นี่จะกลืนกินศัตรูทุุกตัวที่กล้าบุกรุกและรบกวนพวกมัน

ณ หน้าผาแห่งหนึ่งภายในอาณาเขตของผีเสื้อหน้าคน มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่นั่น

ซึ่งก็คือซูเจี๋ยที่เพิ่งเรียนรู้เคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณบรรลุ และต้องการมาทดสอบฝีมือ

เมื่อเผชิญหน้ากับทะเลแมลงใต้หน้าผา ซูเจี๋ยก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หยิบขวดเล็กๆ ออกมาจากถุงมิติ ภายในนั้นบรรจุเลือดสีแดงเข้มเอาไว้

ผีเสื้อหน้าคนไวต่อกลิ่นเลือดเป็นอย่างยิ่ง ทันทีที่ซูเจี๋ยเปิดฝาขวด ผีเสื้อหน้าคนในรัศมีหลายกิโลเมตรก็พากันตื่นตัว พวกมันกระพือปีก ร่างกายที่อวบอ้วนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นพายุทรายสีดำที่บดบังแสงอาทิตย์ พุ่งตรงมาทางซูเจี๋ยอย่างบ้าคลั่ง

ซูเจี๋ยเพิ่งจะสั่งให้ตะขาบพันมือขดตัว แล้วตนเองก็ไปหลบอยู่ข้างใน

ทันใดนั้นก็เห็นฝูงผีเสื้อหน้าคนจำนวนมหาศาลที่ตามกลิ่นเลือดมา พากันโฉบลงมาจากท้องฟ้า พุ่งชนร่างของตะขาบพันมือราวกับห่าฝน ปากที่น่าเกลียดน่ากลัวทั้งกัดกระชากและพ่นน้ำกรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนออกมา

ตะขาบพันมือที่อยู่ระดับล่างหลอมวิญญาณขั้นสาม เดิมทีไม่ควรจะเกรงกลัวแมลงพิษที่ไม่เข้าขั้นอย่างผีเสื้อหน้าคนเลย

แต่มันก็มีคำพูดที่ว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ มดจำนวนมากก็รุมกัดช้างตายได้เหมือนกัน

ทันใดนั้นร่างของตะขาบพันมือที่ขดตัวอยู่ก็ถูกผีเสื้อหน้าคนห่อหุ้มจนมิด ราวกับหัวหอมที่ชุบเกล็ดขนมปัง ผีเสื้อหน้าคนจำนวนนับไม่ถ้วนพากันรุมกัดและพ่นน้ำกรดอย่างบ้าคลั่ง จนเกิดเสียงดังฉ่าจากการกัดกร่อนบนเปลือกแมลง

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อย่าว่าแต่ระดับล่างขั้นสามเลย ต่อให้เป็นระดับกลางขั้นสามก็คงทนไม่ไหว นี่แหละความน่ากลัวของกู่อยู่รวมกันเป็นฝูงอย่างผีเสื้อหน้าคน

ซูเจี๋ยไม่กล้าชักช้า เขารีบปล่อยท่อนแขนศพสีซีดออกมาจากช่องว่างที่ตะขาบพันมือขดรวมตัวกัน มือเหล่านั้นคว้าผีเสื้อหน้าคนเอาไว้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเวลามานั่งนับจำนวน จากนั้นก็สั่งให้ตะขาบพันมือรีบหนีทันที

ตะขาบพันมือบิดตัวพุ่งออกไป ก่อนจะฉวยโอกาสเขมือบผีเสื้อหน้าคนเข้าไปหลายคำ จากนั้นก็ชูหัวขึ้น หน้ากากกระดูกสีขาวแยกออก ปล่อยรังสีสีม่วงนับสิบเส้นเคลียร์เส้นทาง แขนศพสีซีดจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ใต้ท้องก็คลานไปอย่างรวดเร็วเพื่อหลบหนีออกจากพื้นที่อาณาเขตของผีเสื้อหน้าคน

จบบทที่ บทที่ 57 เคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว