- หน้าแรก
- พลิกโลกเซียนด้วยทรัพยากรพันล้าน
- บทที่ 58 ฝูงผีเสื้อหน้าคน
บทที่ 58 ฝูงผีเสื้อหน้าคน
บทที่ 58 ฝูงผีเสื้อหน้าคน
หลังจากหนีออกจากอาณาเขตของผีเสื้อหน้าคน ความเร็วในการไล่ตามของฝูงแมลงบดบังแสงอาทิตย์ที่อยู่ด้านหลังก็ค่อยๆ ช้าลง
ตะขาบพันมือพาซูเจี๋ยวิ่งหนีออกไปหลายสิบกิโลเมตรรวดเดียว จนมองไม่เห็นแม้แต่เงาของผีเสื้อหน้าคน จึงนับว่าสามารถสลัดหลุดจากการตามล่าได้อย่างสมบูรณ์
"ช่างโหดเหี้ยมเสียจริง!"
ซูเจี๋ยปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก เมื่อก่อนเวลาต้องเผชิญหน้ากับผีเสื้อหน้าคน ซูเจี๋ยมักจะหมอบซุ่มซ่อนตัวแบบลับๆ ล่อๆ ทั้งวัน เพื่อหาโอกาสจับสักสองสามตัว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลุยเข้าไปจับตรงๆ แบบดุดันเช่นนี้ ซึ่งก็ถือว่าอันตรายอยู่พอตัว
ดูได้จากสภาพของตะขาบพันมือ เปลือกแมลงหยกดำที่สวยงามเต็มไปด้วยหลุมขรุขระ เนื้อบางส่วนถูกกัดกร่อน ตอนนี้มันกำลังส่งเสียงร้องอย่างน้อยใจ พลางแอบมองผีเสื้อหน้าคนที่ถูกจับมา แบะทำท่าทางเหมือนอยากจะขอกิน
"พวกนี้ให้แกกินไม่ได้หรอกนะ"
ซูเจี๋ยผลักหัวโตๆ ของตะขาบพันมือออกไป เขามองผีเสื้อหน้าคนที่จับมาได้ด้วยความยินดี ซึ่งมีจำนวนไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันตัว
ด้วยความกลัวว่าความตื่นตัวของผีเสื้อหน้าคนจะลดลง ซูเจี๋ยจึงจับผีเสื้อหน้าคนมาสองสามตัวแล้วใช้นิ้วบี้จนตาย ก่อนจะเอาเลือดของพวกมันมาทาฝ่ามือ
จากนั้นซูเจี๋ยก็นั่งขัดสมาธิกับพื้น แล้วเริ่มเดินลมปราณตามเคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ
เลือดแมลงบนฝ่ามือเหมือนถูกแผดเผาด้วยความร้อนสูงจนกลายเป็นละออง ละอองเหล่านั้นถูกซูเจี๋ยสูดเข้าไปในปอด
พลังวิญญาณไหลเวียนออกมาจากลมหายใจ จังหวะการหายใจของซูเจี๋ยค่อยๆ ช้าลงอย่างมาก สิบกว่านาทีหน้าอกของเขาถึงจะขยับสักครั้ง ลมหายใจที่ยาวนานผสมผสานกับการไหลเวียนของพลังวิญญาณ กลิ่นอายก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ความคิดก็พลอยช้าลง ราวกับว่าทุกสิ่งในหัวกำลังว่างเปล่า
เดิมทีผีเสื้อหน้าคนที่ถูกแขนศพสีซีดจับตัวไว้ดิ้นรนอย่างหนักและโจมตีรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง
แต่เมื่อซูเจี๋ยบ่มเพาะตามเคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ กลิ่นอายเลือดแมลงบนตัวของเขาก็เปลี่ยนไป ผีเสื้อหน้าคนเหล่านั้นหลายตัวก็ค่อยๆ สงบลง
หลายชั่วโมงผ่านไป ผีเสื้อหน้าคนเกือบทั้งหมดก็เลิกดิ้นรนกระวนกระวาย และพากันหมอบนิ่งอยู่บนแขนศพสีซีด
แม้แต่ตอนที่ซูเจี๋ยคลายการจับกุม ผีเสื้อหน้าคนเหล่านี้ก็ไม่ยอมบินหนีไป
ซูเจี๋ยลืมตาขึ้นจากการบ่มเพาะ เขาหยิบผีเสื้อหน้าคนสองสามตัวมาวางไว้บนฝ่ามือ
มองเห็นแมลงพิษตัวเตี้ยอ้วนป้อมที่มีหน้าตาคล้ายคลึงมนุษย์เหล่านี้ ไม่มีท่าทีจะโจมตีเลยสักนิด
"บินสิ!"
เมื่อซูเจี๋ยคิดในใจ ผีเสื้อหน้าคนทั้งหลายก็เงยหน้าขึ้นมองซูเจี๋ย ก่อนจะหมอบอยู่บนฝ่ามือของเขาต่อ มีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ขยับตัวกลิ้งไปมาบนฝ่ามือ ทำเอาซูเจี๋ยหน้าดำคร่ำเครียด
"ดูเหมือนว่าราชาแมลงอย่างฉันจะยังไม่ได้รับการยอมรับ! คงต้องฝึกมากกว่านี้"
ซูเจี๋ยก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวัง เขาเพิ่งจะลงมือฝึกได้ไม่กี่ชั่วโมง การเห็นผลขนาดนี้ก็น่าตกใจพอแล้ว
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูเจี๋ยก็นำผลึกแก่นโลหิตหลายชิ้นออกมาจากถุงมิติ เขาบีบให้มันแตกแล้วโยนให้ผีเสื้อหน้าคน
ผีเสื้อหน้าคนทั้งหลายก็ไม่นิ่งเฉยเหมือนก่อนหน้านี้ พวกมันรีบคลานไปกินผลึกแก่นโลหิตอย่างตั้งใจ
"บินสิ"
ซูเจี๋ยออกคำสั่งอีกครั้งหลังจากที่ผีเสื้อหน้าคนเหล่าบรรดานี้กินอิ่มแล้ว
คราวนี้ พวกผีเสื้อหน้าคนก็พากันกระพือปีกและบินขึ้นจากฝ่ามือของซูเจี๋ย บินวนไปรอบๆ ซูเจี๋ยอย่างไม่หยุดหย่อน
"โธ่เอ๊ย เห็นแก่กินนี่เอง"
ซูเจี๋ยอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา ตอนนี้เขายังฝึกเคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณไม่ชำนาญนัก ถึงต้องพึ่งพาวิธีนี้เพื่อเร่งการควบคุมแมลง
"แต่ถ้าอยากหาของกิน มันก็ง่ายดายกว่าเยอะเลยตั้งหาก"
ซูเจี๋ยหยิบกระจกโบราณออกมาจากอกก้าวข้ามกลับมายังโลกดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ภายในเวลาไม่นานก็นำเอาแมลงพิษและงูพิษธรรมดาๆ จำนวนมากลับมา แล้วใช้พวกมันเป็นเหยื่อให้ผีเสื้อหน้าคน
ผีเสื้อหน้าคนเหล่านี้ไม่รู้หรอกว่าความสงวนท่าทีคืออะไร พวกมันคิดว่านี่เป็นของรางวัลจากราชาแมลง จึงรีบสวาปามอย่างเมามัน
ซูเจี๋ยเดินไปเดินมาหลายรอบกว่าจะเลี้ยงผีเสื้อหน้าคนพวกนี้จนอิ่ม ก่อนจะเริ่มควบคุมพวกมันอีกครั้งด้วยเคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ
หึ่งๆ!
ผีเสื้อหน้าคนจำนวนมหาศาลกระพือปีกบินขึ้น ฟังคำสั่งของซูเจี๋ย เดี๋ยวก็เรียงแถวบินเป็นรูปตัว S เดี๋ยวก็ต่อแถวบินเป็นรูปตัว O ในอากาศ
ท่ามกลางเสียงกระหึ่ม ผีเสื้อหน้าคนนับพันกระพือปีก บินต่ำพร้อมกับพ่นน้ำกรดออกมาตามคำสั่งของซูเจี๋ย เข้าโจมตีป่าข้างหน้า
ผีเสื้อหน้าคนเหล่านั้นเปรียบเสมือนฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิด พวกมันบินต่ำไปพลางพ่นน้ำกรดไปพลาง กัดกร่อนต้นไม้นับไม่ถ้วนจนเกิดรูพรุนสีดำ มีต้นไม้ล้มลงหลายต้น และในที่สุดฝูงแมลงก็ไปเกาะบนเรือนยอดต้นไม้ อ้าปากที่น่าเกลียดน่ากลัว กัดกินต้นไม้โบราณจนเหลือแต่ตอ
"ไม่เลวๆ แต่จำนวนยังน้อยไปหน่อย"
ซูเจี๋ยมองดูฉากสังหารของฝูงแมลงแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
แต่ซูเจี๋ยยิ้ม ก็หมายความว่าผู้ที่โชคร้ายคือตะขาบพันมือ
เพราะหน้าที่จับแมลง ผู้ที่ต้องเป็นกระสอบทรายรับกรรมก็คือมันนี่เอง
กี๊ซๆ!
ตะขาบพันมือส่งเสียงร้องขู่ มันเอาหัวถูไถซูเจี๋ยไม่หยุด ประท้วงการกระทำของซูเจี๋ย
"เด็กดี! เดี๋ยวจะเอาของอร่อยให้กิน"
ซูเจี๋ยตบหัวตะขาบพันมือ พร้อมกับขายฝันก้อนโตว่า "นายลองคิดดูนะ ที่ฉันทำไปก็เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ถ้าฉันสามารถควบคุมฝูงแมลงได้ ต่อไปในภายภาคหน้าฉันก็จะไปจับกู่จำนวนมากกลับไปที่ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน จากนั้นก็จะช่วยพัฒนากู่เหล่านั้นให้เปลี่ยนเป็นกู่ระดับล่างเอามาทำอาหารเสริมให้นายกิน"
ไม่รู้ว่ามันเข้าใจคำว่า "อาหารเสริม" หรือเปล่า ตะขาบพันมือก็สงบลงทันที มันยอมให้ซูเจี๋ยขี่ขึ้นหลังอย่างเต็มใจ และหันหน้าวิ่งเข้าหาหุบเขาแมลง
......
ไม่กี่วันต่อมา!
ในป่าทึบแห่งหนึ่ง ซูเจี๋ยตบเข้าที่ถุงคุมแมลงข้างเอวแล้วตะโกนเสียงแผ่วว่า "รวมแมลง"
ถุงคุมแมลงถูกเปิดออกและควันสีดำก้อนหนึ่งก็ลอยพวยพุ่งออกมาจากถุง หากตั้งใจพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วน สิ่งนั้นคือผีเสื้อหน้าคนจำนวนมหาศาลที่แทบจะมองไม่เห็นช่องว่าง
เนื่องจากมีพวกมันจำนวนมากและบินอย่างหนาแน่น ผีเสื้อหน้าคนนับหมื่นตัวจึงคล้ายกับเมฆสีดำทึบที่บดบังแสงอาทิตย์ อีกทั้งยังเหมือนกระแสน้ำที่กำลังปั่นป่วน ทุกแห่งหนที่ฝูงผีเสื้อหน้าคนผ่านไป สิ่งมีชีวิตและพืชทั้งหลายจะถูกกัดกร่อนจนราบเป็นหน้ากลอง พื้นดินว่างเปล่าปราศจากหญ้า ราวกับกลายเป็นแผ่นผืนดินขาวโพลนไปชั่วพริบตา
"เคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ เป็นหนทางที่ยอดเยี่ยมจริงๆ"
ซูเจี๋ยมองฉากที่ชวนให้ขนลุกด้วยความพึงพอใจ
ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา ซูเจี๋ยได้อาศัยการป้องกันอันไร้เทียมทานของตะขาบพันมือบุกเข้าไปในอาณาเขตของผีเสื้อหน้าคนหลายต่อหลายครั้ง เดินทางไปมาเพื่อจับผีเสื้อหน้าคนมาเป็นจำนวนมาก
ซูเจี๋ยไม่กลัวว่าผีเสื้อหน้าคนจะถูกเขาจับจนหมด เพราะมันมีจำนวนมากที่สุดในบรรดาแมลงมีพิษในหุบเขาแมลง มีจำนวนนับพันล้านตัว สิ่งที่ซูเจี๋ยจับมาได้นั้นเป็นแค่หยดน้ำในมหาสมุทร ไม่ถือว่าสลักสำคัญอะไรเลย
ภายในไม่กี่วัน ซูเจี๋ยได้จับผีเสื้อหน้าคนมานับหมื่นตัว โดยใช้เคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณแผ่ซ่านพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผีเสื้อหน้าคนสัมผัสกลิ่นอายของเขา
เมื่อรวมกับการป้อนอาหารที่เป็นแมลงพิษอย่างสม่ำเสมอ ผีเสื้อหน้าคนเหล่านี้ก็ค่อยๆ จดจำซูเจี๋ยในฐานะราชาแมลง และยอมฟังคำสั่งของเขา
และจำนวนผีเสื้อหน้าคนนับหมื่นตัว ก็เป็นขีดจำกัดสูงสุดที่ซูเจี๋ยสามารถควบคุมได้ในตอนนี้
หากมากกว่านี้ ซูเจี๋ยก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถควบคุมพวกมันได้อีก ฝูงแมลงเหล่านั้นอาจจะพากันต่อต้านและกัดกินเจ้านายของตัวเองก็เป็นได้
ฝูงแมลงยังคงบินว่อนอยู่บนท้องฟ้า เสียงกระพือปีกดังกึกก้องมาจากเบื้องบน
ผีเสื้อหน้าคนที่มีตัวสีทองดำบินได้เร็วมาก มีกรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง สามารถกัดเซาะพื้นพสุธาให้เป็นหลุมลึกกว่าสองเมตรได้สบายๆ
นี่คือผีเสื้อหน้าคนที่วิวัฒนาการมาจนถึงกู่ระดับล่าง
โดยปกติแล้ว การพัฒนากู่ที่มีความเป็นกลุ่มแบบนี้มักจะเป็นเรื่องยากมาก เพราะพวกมันไม่ได้อาศัยความแข็งแกร่งของแต่ละตัวเพื่อต่อสู้กับศัตรู แต่พวกมันขึ้นอยู่กับจำนวนที่มหาศาล ดังนั้นความแตกต่างของกู่แต่ละตัวจึงมีเพียงเล็กน้อย
แต่เมื่อซูเจี๋ยให้แมลงมีพิษจำนวนมากพวกนี้แก่ผีเสื้อหน้าคน ความผิดปกติก็จะเกิดขึ้น ผีเสื้อหน้าคนบางตัวได้วิวัฒนาการตัวเองจนก้าวข้ามพวกพ้องไปแล้ว
ตอนนี้ยังมีเพียงไม่กี่ตัว แต่ในอนาคตจำนวนของผีเสื้อหน้าคนที่เพิ่มระดับเข้าขั้นได้จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซูเจี๋ยผู้มีทรัพยากรแมลงพิษเต็มเปี่ยม ค่อนข้างจะมั่นใจในเรื่องนี้อย่างยิ่ง