- หน้าแรก
- พลิกโลกเซียนด้วยทรัพยากรพันล้าน
- บทที่ 49 ตัดสินโทษ
บทที่ 49 ตัดสินโทษ
บทที่ 49 ตัดสินโทษ
เมื่อเห็นรูปร่างอันแปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวของซูเจี๋ยกับตา ในที่สุดหลวี่เวินโปก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมเสนาธิการถึงรายงานแบบนั้น
เพราะเจ้านายของบริษัทเจี๋ยเคอ เขามันไม่ใช่คนจริงๆ!
“เงียบทำไมล่ะ”
ซูเจี๋ยกระโดดลงจากหลังตะขาบพันมือ ค่อยๆ ก้าวไปหาหลวี่เวินโปทีละก้าว
“นาย... นายเป็นตัวอะไรกันแน่”
รูม่านตาของหลวี่เวินโปหดเล็กลงจนเหลือเท่าปลายเข็ม
การมีอยู่ของซูเจี๋ยทำให้มุมมองต่อโลกของเขาพังทลายลง บนโลกใบนี้จะมีพลังเหนือธรรมชาติแบบนี้อยู่ได้ยังไง
หรือว่าตำนานเกี่ยวกับผีสาง เทพเจ้า และปีศาจเหล่านั้นจะมีอยู่จริง เขาถูกปิดบังหลอกลวงมาตั้งแต่เด็กเลยหรือ
“ผมก็แค่นักธุรกิจธรรมดาคนหนึ่ง”
ซูเจี๋ยเดินไปตรงหน้าหลวี่เวินโป รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้น
หลวี่เวินโป: “......”
“อย่า... อย่าเข้ามานะ ฉันบอกว่าอย่าเข้ามา”
เขาชักปืนพกชุบทองที่เอวออกมาด้วยความสั่นกลัว สายตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ปากกระบอกปืนหันไปทางซูเจี๋ย แต่กลับไม่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
“จิ๊ๆๆ คุณเป็นคนเรียกให้ผมมาหา แต่ตอนนี้กลับบอกไม่ให้ผมเข้าไป สมองคุณเป็นอะไรไหมเนี่ย”
ซูเจี๋ยแสยะยิ้ม หลวี่เวินโปตาลายไปชั่วขณะ โผล่มาอีกทีปืนพกทองคำกระบอกนั้นก็ไปตกอยู่ในมือของซูเจี๋ยแล้ว
“รสนิยมดีนี่ เอามาเป็นของสะสมของผมเลยละกัน”
ซูเจี๋ยหยอกล้อกับปืนในมือเล็กน้อย ก่อนจะโยนมันเข้าไปในถุงมิติ
ส่วนหลวี่เวินโปนั้นไร้ซึ่งความกล้าใดๆ อีกแล้ว เขาทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ไม่เหลือคราบขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่อีกต่อไป
“ฉันเป็นคนของตระกูลอู๋ หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ ถ้าแกกล้าฆ่าฉัน ตระกูลไม่ปล่อยแกไว้แน่”
เมื่อเผชิญกับสัตว์ประหลาดที่มิใช่มนุษย์ เขาทำได้เพียงยกเบื้องหลังตัวเองขึ้นมาข่ม หวังจะใช้มันขู่ให้ซูเจี๋ยถอยไป
ในประเทศฉาน นอกจากกองกำลังรัฐบาลแล้ว ก็ยังมีขุนศึกตั้งตนเป็นใหญ่มากมายในแต่ละพื้นที่ และตระกูลอู๋ ตระกูลไป๋ ตระกูลหลิว สามตระกูลใหญ่นี้ก็เป็นผู้กุมทรัพยากรทางเศรษฐกิจและการเมืองส่วนใหญ่เอาไว้ แอบชักใยการเลือกตั้งอยู่เบื้องหลัง ถือว่ามีอิทธิพลอย่างมากในประเทศฉาน
หลวี่เวินโปก็เป็นคนของตระกูลอู๋ หนึ่งในสามตระกูลใหญ่
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเจี๋ยก็ส่ายหน้าไปมา “ฆ่าคุณเหรอ ไม่ๆๆ ตอนนี้คุณยังตายไม่ได้”
สีหน้าของหลวี่เวินโปดูดีตใจขึ้นมา เขาคิดว่าตระกูลของเขาสามารถข่มอีกฝ่ายได้
“งั้นก็รีบปล่อยฉันไปสิ ไม่ยังงั้นตระกูลฉัน...”
“ฆ่าคุณตอนนี้มันไม่คุ้ม ไม่มีอะไรน่าเกรงขามเท่ากับการลงโทษคุณต่อหน้าสาธารณชนแล้ว มีคนตั้งมากมายที่อยากเห็นคุณถูกลงโทษรุนแรงด้วยตาตัวเอง”
เสียงของหลวี่เวินโปหยุดชะงักลง เขาเข้าใจความคิดของซูเจี๋ยแล้ว เจ้านี่ตั้งใจจะเอาหัวเขาไปเชือดไก่ให้ลิงดูชัดๆ
ซูเจี๋ยนั่งยองๆ ลง หยิบดาบปลายปืนขึ้นมาเล่มหนึ่ง แทงเข้าปากหลวี่เวินโป ทำลายลิ้นของเขาเพื่อป้องกันไม่ให้เขาพูดจาพล่อยๆ จากนั้นก็เมินเสียงร้องโหยหวน แล้วโยนเขาขึ้นรถจี๊ปกไป
ในเวลาเดียวกัน แขนซากศพสีขาวซีดของตะขาบพันมือก็จัดการทหารกลุ่มสุดท้ายที่หลบหนีไปได้ ภายใต้คำสั่งของซูเจี๋ย มันได้ขุดหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมา และฝังศพทั้งหมดไว้ในหลุมนั้น
เรื่องการทำความสะอาดสนามรบสามารถยกให้เป็นหน้าที่ของแผนกรักษาความปลอดภัย พวกเขาจะรวบรวมอาวุธปืนที่ยังใช้งานได้ ค่ายทหารของกองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อก็เหมาะที่จะเป็นฐานบัญชาการใหญ่ของแผนกรักษาความปลอดภัยบริษัทเจี๋ยเคอที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ซูเจี๋ยก็ขับรถจี๊ปมุ่งหน้ากลับสู่เมืองม่านเต๋อ
..................
เมืองม่านเต๋อ ณ จัตุรัสกลาง
ประชาชนจำนวนมากพากันหลั่งไหลมาที่นี่ เพราะพนักงานบริษัทเจี๋ยเคอที่อยู่ทั่วทั้งเมืองต่างป่าวประกาศการล่มสลายของกองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อ มิหนำซ้ำยังจับเป็นหลวี่เวินโปมาได้ และจะมีการประกาศความผิดและลงโทษเขาต่อหน้าสาธารณชน
เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ชาวบ้านก็แห่กันมามุงดูเป็นธรรมดา
เมื่อเวลาบ่ายสามโมงมาถึง หน่วยรักษาความปลอดภัยบริษัทเจี๋ยเคอกลุ่มหนึ่งก็ลากตัวหลวี่เวินโปในสภาพอ่อนปวกเปียกมายังลานจัตุรัส
ในวินาทีนั้น จัตุรัสทั้งจัตุรัสก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมา
พื้นที่รับผิดชอบของเมืองม่านเต๋อถูกหลวี่เวินโปทำลายมานานแสนนาน หลายปีมานี้ เขาตั้งตนเป็นขุนศึก เก็บภาษีอย่างโหดเหี้ยม บีบคั้นผู้คนจนทำให้โกรธแค้นไปทั่ว วันนี้เมื่อได้เห็นเขาถูกลากถูเหมือนสุนัขข้างถนนตายซาก ใครเห็นก็ย่อมรู้สึกสะใจ พากันปรบมือโห่ร้องด้วยความยินดี
บริเวณใกล้จัตุรัส ซูเจี๋ยกำลังตบบ่าชายวัยกลางคนคนหนึ่งด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
นี่คือนายกเทศมนตรีคนใหม่ที่เขาเป็นคนแต่งตั้ง ก่อนหน้านี้เขาเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองม่านเต๋อ นามว่าอานซางเซิ้น เขาเอ่ยปากว่า “นายกเทศมนตรีอาน ถึงเวลาที่คุณต้องขึ้นเวทีแล้ว คุณคงรู้ใช่ไหมว่าต้องพูดอะไร”
“เข้าใจแล้วๆ ซูเจี๋ยโปรดวางใจ ผมจะทำตามที่คุณสั่งทุกอย่างแน่นอน”
ในฐานะนายกเทศมนตรี อานซางเซิ้นพยักหน้าโค้งคำนับให้ซูเจี๋ยอย่างนอบน้อม แทบจะควักหัวใจออกมาให้ซูเจี๋ยดูถึงความจงรักภักดีกันเลยทีเดียว
เพียงเพราะอานซางเซิ้นรู้ดีว่าตัวเองมีตำแหน่งนี้ได้ยังไง เขารู้ด้วยว่าตราบใดที่อีกฝ่ายต้องการ ก็สามารถไล่เขาลงจากตำแหน่ง แล้วหาหุ่นเชิดคนใหม่ขึ้นมาเป็นนายกเทศมนตรีแทนได้ตลอดเวลา
“ไปเถอะ”
ซูเจี๋ยโบกมือไล่ อานซางเซิ้นไม่กล้ารอช้า เขารีบวิ่งเหยาะๆ ขึ้นไปบนเวทีชั่วคราว เมื่อเห็นหลวี่เวินโปถูกลากตัวมา ก็พูดใส่ไมโครโฟนว่า “ผมอานซางเซิ้น นายกเทศมนตรีเมืองม่านเต๋อคนใหม่ โปรดดูสิครับ นี่คือหลวี่เวินโป ผู้ที่วางหลุมพรางให้พื้นที่ของเมืองม่านเต๋อเรามาหลายปี หรือก็คือท่านนายพลหลวี่ที่ทุกคนรู้จักกันดี ในที่นี้ผมขอขอบคุณบริษัทเจี๋ยเคอเป็นพิเศษ ที่ช่วยเหลือทางเทศบาลจับกุมเขา กองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อที่อยู่ภายใต้ชื่อของเขาก็ถูกลบล้างไปสิ้น นับตั้งแต่นี้ไป ทุกคนก็ไม่ต้องจ่ายภาษีขูดรีดราคาแพงๆ อีกต่อไป ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกข่มเหงจากกองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อ......”
อานซางเซิ้นถือสคริปต์บนเวที พูดจาฉะฉาน ทำให้ชาวบ้านด้านล่างต่างพากันส่งเสียงเชียร์
ด้านล่างของเวที ซูเจี๋ยเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า และนั่งลงบนเบาะหน้าข้างหลิ่วหยิงหยิง
หลิ่วหยิงหยิงในฐานะประธานบริษัทเจี๋ยเคอแต่เพียงในนาม เธอได้นั่งในตำแหน่งที่ดีที่สุด ด้านข้างก็ยังมีกลุ่มเจ้าหน้าที่เมืองม่านเต๋อที่เชิญมาเป็นพิเศษ โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวข้องไม่ลึกซึ้งอะไรกับพวกหลวี่เวินโป ส่วนเจ้าหน้าที่ที่สนิทชิดเชื้อกันนั้น ก็ถูกจับตัวไปขังโดยบริษัทเจี๋ยเคอนานแล้ว
เมื่อเห็นว่าซูเจี๋ยไม่พูดอะไร หลิ่วหยิงหยิงก็นึกถึงคำเตือนของซูเจี๋ยที่เคยบอกไว้ จึงกล่าวเตือนเจ้าหน้าที่สองสามคนข้างๆ
“พวกคุณ ตอนนี้ในเมืองมีตำแหน่งสำคัญที่ว่างเปล่าอยู่มาก หวังว่าหลังจากที่พวกคุณรับตำแหน่งแล้ว จะไม่ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้นะ อย่าทำผิดซ้ำรอยเด็ดขาด มือต้องสะอาดเข้าไว้ ไม่เช่นนั้นพวกคุณคงไม่อยากเจอวิธีการของบริษัทเจี๋ยเคอของเราหรอกนะ”
หลิ่วหยิงหยิงเหลือบตามอง คำพูดนี้ทำให้ความเย็นเยียบพุ่งพล่านไปทั่วศรีษะของเจ้าหน้าที่หลายคน พวกเขารับประกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ไม่กล้าๆ หลังจากนี้บริษัทเจี๋ยเคอสั่งให้เราทำอะไร เราก็จะทำตามนั้นเลยครับ”
ถึงยังไงประเทศฉานก็เกิดกลุ่มขุนศึกตั้งอำนาจมากมาย เจ้าหน้าที่ต่างก็คุ้นชินกับการเปลี่ยนถ่ายอำนาจแบบนี้ แม้ว่าบริษัทเจี๋ยเคอจะเป็นเพียงแค่บริษัทในนาม แต่ก็สามารถรวบรวมประชาชนทั่วไปนับแสนคน มิหนำซ้ำยังสามารถกำจัดกองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อที่ทรงอานุภาพได้ เป็นมหาอำนาจใหม่ในเขตแดนม่านเต๋ออย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต่างๆ ย่อมรู้ดีว่าต้องรับใช้ใคร
“แบบนี้ก็ดีแล้วค่ะ”
หลิ่วหยิงหยิงแสร้งทำเป็นพยักหน้าอย่างเย็นชา แต่ที่จริงแล้วในใจเธอกังวลแทบแย่
ในอดีตเธอจะมีโอกาสได้พูดคุยกับข้าราชการระดับสูงที่ควบคุมเมืองทั้งเมืองที่ไหนกัน แต่ตอนนี้ไม่เพียงแค่ได้พูดคุยด้วย แต่ยังสามารถตักเตือนและดุด่าว่ากล่าวได้อีก ทำให้หลิ่วหยิงหยิงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
และทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ซูเจี๋ยนำมาให้
ซูเจี๋ยเคยบอกอย่างชัดเจนว่า ต้องการให้เธอเป็นตัวแทนของบริษัทเจี๋ยเคอในพื้นที่ม่านเต๋อ เพื่อช่วยดูแลกิจการทั้งใหญ่ของที่นี่เมื่อเขาไม่อยู่
หลิ่วหยิงหยิงเงยหน้าขึ้น มองไปที่ซูเจี๋ยอย่างสับสน
ก่อนหน้านี้เธอเคยเดินทางไปยังค่ายกองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อ และได้เห็นร่องรอยการต่อสู้ที่หลงเหลืออยู่ที่นั่น
ในช่วงเวลาที่ไม่ส่งเสียงอะไร กองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อที่มีกองกำลังทหารนับพัน ก็ถูกกำจัดจนสูญสลายไป ซ้ำแล้วก็ยังสามารถจับเป็นหลวี่เวินโปได้
หลิ่วหยิงหยิงคาดเดาว่า ซูเจี๋ยต้องกุมกองกำลังทหารไว้อย่างลับๆ แน่นอน ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางที่จะทำแบบนี้ได้โดยไม่ให้ใครรู้
ส่ายหัว หลิ่วหยิงหยิงละทิ้งความคิดในสมอง เธอก็มองได้ยินว่าอานซางเซิ้นประกาศอาชญากรรมต่างๆ ของหลวี่เวินโป และกองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อแล้ว
“...ผมขอประกาศว่า หลวี่เวินโปมีความผิดจริง ทั้งหมด 21 กระทง ให้ถูกประหารชีวิต”
หลังจากอานซางเซิ้นประกาศเสร็จ บริษัทรักษาความปลอดภัยเจี๋ยเคอก็กดหลวี่เวินโปที่ตัวสั่นเทาลงกับพื้น มีคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังหลวี่เวินโป ยกปืนยาวขึ้นมา เล็งไปที่ด้านหลังแล้วก็เหนี่ยวไก
คนที่รับหน้าที่เป็นคนประหารคือเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเจี๋ยเคออายุร่วมยี่สิบเศษ เหมียวหลุนที่ซูเจี๋ยแต่งตั้งเป็นพิเศษนั่นเอง
ปัง!
พร้อมกับเสียงปืนที่ดังขึ้น หลวี่เวินโปก็ล้มลงไปตาเหลือกโพลง ขณะที่ในจัตุรัสก็ดังไปด้วยเสียงเชียร์อันกึกก้อง ร้องไชโยให้กับเนื้องอกที่ใหญ่ที่สุดในเขตเมืองม่านเต๋อที่ถูกกำจัดทิ้ง
อานซางเซิ้นถือไมค์ ชำเลืองมองซูเจี๋ยที่นั่งอยู่ข้างล่างเวที แล้วพูดกับผู้คนอีกครั้งว่า “เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับหลวี่เวินโปซ้ำอีก ทางเทศบาลได้ลงนามสนธิสัญญาความร่วมมือกับบริษัทเจี๋ยเคอ สนับสนุนให้บริษัทเจี๋ยเคอให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและรับประกันความปลอดภัยในเขตม่านเต๋อ ต่อไปขอเชิญท่านประธานบริษัทเจี๋ยเคอขึ้นมาเวทีเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับด้วยครับ”
หลิ่วหยิงหยิงสูดหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกประหม่าเล็กน้อย
“ก็แค่อ่านสคริปต์เท่านั้นเอง เธอก็เป็นนักเรียนหัวกะทิ เจอฉากเล็กๆ แค่นี้จะกลัวอะไร”
ซูเจี๋ยผลักหลิ่วหยิงหยิงเบาๆ หลิ่วหยิงหยิงรวบรวมความกล้าเดินไปที่เวที หยิบไมโครโฟนขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจน
“ประชาชนทุกท่าน ฉันหลิ่วหยิงหยิง ประธานบริษัทเจี๋ยเคอ ขณะนี้กองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อได้หายไปแล้ว บริษัทเจี๋ยเคอจึงขอสัญญากับทุกท่าน ณ ที่นี้ตรงนี้ว่าจะไม่มีวันยอมให้กองกำลังภายนอกเข้ามาพังทลายชีวิตที่มั่นคงของทุกคนในเมืองม่านเต๋อ เพื่อปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน
ในขณะเดียวกันบริษัทเจี๋ยเคอยังจะเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ม่านเต๋อ ในเมื่อทุกคนเลี้ยงแมลงด้วยความใส่ใจ ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์บริษัทเจี๋ยเคอก็จะซื้อเข้าอย่างไม่มีเงื่อนไข ให้ทุกคนพึ่งพาเพาะเลี้ยงสัตว์ให้ร่ำรวย ใช้ชีวิตอย่างพอมีพอกินกันต่อไปค่ะ”
“บริษัทเจี๋ยเคอ!”
“บริษัทเจี๋ยเคอ!”
“บริษัทเจี๋ยเคอ!”
ประชาชนข้างล่างต่างกระหึ่มยินดีให้ บริษัทเจี๋ยเคอที่กวาดล้างกองกำลังพันธมิตรม่านเต๋อไป ตอนนี้ถือเป็นแสงสว่างอันเจิดจ้าในสายตาของประชาชน