เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ผลรวมปราณ

บทที่ 8 ผลรวมปราณ

บทที่ 8 ผลรวมปราณ


ความตายของฮั่วเหลียนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพวกเยี่ยหลิงมากนัก เพราะอย่างไรเสียก็เป็นฮั่วเหลียนที่ลงมือก่อน

คนทั้งสี่ออกเดินทางต่อ โดยมีเซียวอวิ๋นและเยี่ยหลิงคอยคุ้มกันอยู่ด้านหน้า ส่วนหลี่เฟิงและปู้เฟยเยียนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง

เยี่ยหลิงชวนเซียวอวิ๋นคุยบ้างเป็นครั้งคราว นางมักจะแอบชำเลืองมองเซียวอวิ๋นด้วยหางตาอยู่บ่อยๆ ก่อนจะรีบดึงสายตากลับอย่างระมัดระวัง

หลี่เฟิงและปู้เฟยเยียนที่อยู่ด้านหลังต่างมองออกถึงความในใจเล็กๆ ของเยี่ยหลิง ทั้งคู่ลอบยิ้มให้กันอย่างรู้ความแต่ไม่ได้พูดโพล่งออกมา

"นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าศิษย์พี่เซียวจะเป็นนักดาบ..." หลี่เฟิงกล่าวอย่างเลื่อมใส นักดาบนั้นหาตัวจับยากยิ่ง ในอดีตเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทำได้เพียงฟังจากคำบอกเล่าเท่านั้น

เมื่อได้เห็นกับตาในวันนี้ นักดาบช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ

เพียงแค่มีตบะระดับกลั่นลมปราณขั้นเจ็ด ก็สามารถฟันฮั่วเหลียนที่อยู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นแปดช่วงสูงสุดจนบาดเจ็บสาหัสได้ในดาบเดียว

"แต่ก็น่าเสียดายนัก ที่ทะเลลมปราณของศิษย์พี่เซียวเสียหาย เหลือเพียงสามส่วน" ปู้เฟยเยียนกล่าวด้วยสีหน้าเสียดาย หลี่เฟิงที่อยู่ข้างๆ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเช่นกัน

ผลกระทบของทะเลลมปราณที่เสียหายนั้น ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อการปลดปล่อยพลังเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นในอนาคตด้วย การที่เซียวอวิ๋นจะเลื่อนระดับไปยังขั้นถัดไปย่อมยากลำบากกว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่มีทะเลลมปราณสมบูรณ์หลายเท่าตัว

การเดินทางช่วงที่เหลือเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก

ณ หอภารกิจฝ่ายนอก ตำหนักเทียนจี

เยี่ยหลิงส่งมอบป้ายคำสั่งภารกิจโดยตรง

"ภารกิจระดับเงิน?"

ผู้ดูแลหอภารกิจมองเยี่ยหลิงด้วยความแปลกใจ เพราะหอภารกิจของตำหนักเทียนจีนั้นแจกจ่ายภารกิจค่อนข้างน้อย ภารกิจระดับทองแดงยังมีไม่มาก นับประสาอะไรกับภารกิจระดับเงิน

ทว่า หลังจากผู้ดูแลตรวจสอบสิ่งยืนยันและรายละเอียดภารกิจอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็พบว่าเป็นภารกิจระดับเงินที่ออกโดยหอภารกิจตำหนักเทียนจีจริงๆ

สิ่งที่ทำให้ผู้ดูแลประหลาดใจยิ่งกว่าคือ นี่เป็นภารกิจระบุตัวบุคคลที่ออกโดย "เจ้าตำหนักเทียนจี" ด้วยตนเอง

ภารกิจระบุตัวบุคคลนั้น คือภารกิจที่เจาะจงให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับไปทำเท่านั้น

ผู้ดูแลหอภารกิจมองเยี่ยหลิงอย่างพิจารณา ท่าทีที่เคยเมินเฉยเปลี่ยนเป็นสุภาพอ่อนโยนขึ้นมาก "ภารกิจของพวกเจ้าเสร็จสิ้นแล้ว รางวัลรวมคือแต้มคุณูปการสองหมื่นแต้ม ไม่ทราบว่าเจ้าต้องการจัดสรรอย่างไร?"

"ข้าเสนอให้แบ่งแปดพันแต้มให้ศิษย์พี่เซียว ส่วนศิษย์พี่หลี่เฟิงและศิษย์พี่เฟยเยียน ท่านทั้งสองเห็นว่าอย่างไรคะ?" เยี่ยหลิงหันไปถามคนทั้งสอง

"ไม่มีปัญหา"

"แบ่งตามที่เจ้าว่ามาเถอะ" หลี่เฟิงและปู้เฟยเยียนรีบกล่าวสนับสนุน

"แบ่งเท่ากันทุกคนเถอะ" เซียวอวิ๋นแย้งขึ้น

"ศิษย์พี่เซียว หากไม่ได้ท่าน ตอนนี้พวกเราคงไม่มีโอกาสมายืนอยู่ที่นี่แล้ว หากท่านไม่รับไว้ พวกเราคงรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง" เยี่ยหลิงรีบกล่าว

"ศิษย์น้องเยี่ยพูดถูกแล้ว หากไม่ใช่เพราะศิษย์พี่เซียว พวกเราคงตายไปนานแล้ว"

"ศิษย์พี่เซียว นี่คือสิ่งที่ท่านสมควรได้รับ" หลี่เฟิงและปู้เฟยเยียนกล่าวเสริม

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว" เซียวอวิ๋นไม่ปฏิเสธต่อ เพราะเขาเองก็จำเป็นต้องใช้แต้มคุณูปการเพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรเช่นกัน

เมื่อเห็นเซียวอวิ๋นยอมรับไว้ เยี่ยหลิงก็รู้สึกเบาใจลง

"ท่านผู้ดูแลคะ พวกเราทำภารกิจระดับเงินสำเร็จแล้ว สามารถแลกเปลี่ยนของจากชั้นที่สองได้ใช่ไหมคะ?" เยี่ยหลิงเอ่ยถามผู้ดูแลหอภารกิจ

ชั้นที่สอง?

หลี่เฟิงและพวกพ้องแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ

มีเพียงเซียวอวิ๋นที่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเขาเคยเข้าสู่ฝ่ายในมาก่อน จึงย่อมรู้ว่าหอภารกิจมีการแบ่งระดับการแลกเปลี่ยนออกเป็นสามชั้น

ชั้นแรก ศิษย์ฝ่ายนอกทุกคนสามารถแลกได้ ส่วนใหญ่จะเป็นยาสมานแผลทั่วไป เศษหินจิตวิญญาณ หรือนานๆ ครั้งจะมีโอสถเหลวสำหรับฝึกฝนปรากฏออกมาบ้าง

ชั้นที่สองนั้นแตกต่างออกไป เฉพาะศิษย์ฝ่ายในหรือระดับผู้ดูแลขึ้นไปเท่านั้นที่มีสิทธิ์แลกเปลี่ยน และของที่อยู่ข้างในก็ดีกว่าชั้นแรกมากนัก

"ได้ แต่จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ทำภารกิจระดับเงินสำเร็จเท่านั้น" ผู้ดูแลพยักหน้า ก่อนจะเปิดตู้ชั้นที่สองออก

ภายในตู้ที่เปิดออกนั้นเต็มไปด้วยสิ่งของหลากหลายประเภท ทั้งทักษะยุทธ์ระดับเหลืองขั้นต่ำ ยารักษาอาการบาดเจ็บ รวมถึงหินจิตวิญญาณระดับต่ำ

"นั่นคือสมุนไพรวิญญาณหรือ?" หลี่เฟิงชี้ไปที่ผลไม้สีแดงชาดที่ดูราวกับหยกสีแดงซึ่งวางอยู่ท้ายสุด

"ถูกต้อง มันเรียกว่า ผลรวมปราณ ในตอนที่เก็บเกี่ยวเกิดความผิดพลาดจนได้รับความเสียหาย ทำให้หลงเหลือสรรพคุณยาเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้น จึงถูกนำมาวางไว้ในตู้ชั้นที่สอง แม้ผลรวมปราณนี้จะมีสรรพคุณเหลือเพียงหนึ่งส่วน แต่มูลค่าของมันไม่ต่ำเลย ต้องใช้แต้มคุณูปการถึงเจ็ดพันห้าพ้อยแต้มจึงจะแลกได้" ผู้ดูแลอธิบาย

"แพงขนาดนั้นเชียว?" ปู้เฟยเยียนอุทาน

ปกติพวกเขาทำภารกิจทั้งปีได้แต้มเพียงแปดร้อยถึงหนึ่งพันแต้มเท่านั้น ครั้งนี้ได้มาสี่พันแต้มนับว่าเท่ากับภารกิจสี่ปีรวมกัน

แต่สมุนไพรวิญญาณที่ชำรุดชิ้นนี้ กลับต้องใช้ถึงเจ็ดพันห้าร้อยแต้ม...

"แพงหรือ? สมุนไพรวิญญาณนั้นหาได้ยากยิ่งนัก ในบรรดาพืชสมุนไพรประเภทเดียวกันนับล้านต้นอาจจะเกิดสมุนไพรวิญญาณขึ้นมาได้เพียงต้นเดียว อีกทั้งยังต้องใช้เวลาเติบโตตามธรรมชาติอย่างน้อยสิบปี ยิ่งไปกว่านั้น ผลรวมปราณนี้ภายในควบแน่นด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ที่ผู้ฝึกยุทธ์สามารถดูดซับได้โดยตรง หากเป็นผลรวมปราณที่สมบูรณ์ หลังจากกินเข้าไป พลังปราณที่แฝงอยู่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลั่นลมปราณขั้นเก้ามีลุ้นทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมวรยุทธ์ ได้เลยทีเดียว" ผู้ดูแลแค่นเสียงเหอะ หากไม่ใช่เพราะเห็นว่าสถานะของเยี่ยหลิงไม่ธรรมดา เขาคงคร้านจะอธิบายมากความ

"รบกวนท่านผู้ดูแลช่วยหยิบให้ข้าด้วยครับ" เซียวอวิ๋นกล่าว

"ศิษย์พี่เซียว ท่านจะแลกจริงๆ หรือ? นี่มันตั้งเจ็ดพันห้าร้อยแต้มเลยนะ" หลี่เฟิงรีบปราม เขาเกรงว่าเซียวอวิ๋นจะหน้ามืดตามัวเพราะคำพูดของผู้ดูแลจนเสียแต้มไปเปล่าๆ

การที่ช่วยให้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมวรยุทธ์ได้นั้นต้องเป็นผลรวมปราณที่สมบูรณ์ แต่ผลที่เหลือสรรพคุณเพียงหนึ่งส่วนนี้ จะช่วยให้เลื่อนระดับขึ้นมาสักขั้นยังนับว่ายาก

สู้เอาเจ็ดพันห้าร้อยแต้มนี้ไปแลกโอสถปราณเหลวทั้งหมด ยังเพียงพอที่จะช่วยให้ทะลวงเข้าสู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่แปดได้เสียมากกว่า

"ท่านยืนยันจะแลกหรือไม่?" ผู้ดูแลถามย้ำ

"แลกครับ" เซียวอวิ๋นพยักหน้าอย่างมั่นคง

เมื่อเห็นเซียวอวิ๋นยืนกรานเช่นนั้น หลี่เฟิงและคนอื่นๆ ก็ไม่อาจพูดอะไรต่อได้ เพราะนั่นเป็นแต้มของเซียวอวิ๋นเอง แม้พวกเขาจะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าแต่ก็ไม่อาจขัดขวาง

หลังจากผู้ดูแลหยิบผลรวมปราณออกมา เซียวอวิ๋นก็เก็บรักษามันไว้อย่างดี

ส่วนหลี่เฟิงและคนอื่นๆ ต่างแลกโอสถปราณเหลวและสิ่งของอื่นๆ ไป แต่สิ่งที่ทำให้เซียวอวิ๋นแปลกใจคือ เยี่ยหลิงกลับไม่ได้แลกสิ่งใดเลย

"ทำไมเจ้าไม่แลกอะไรล่ะ?" เซียวอวิ๋นถาม

"ตอนนี้ยังไม่มีสิ่งที่จำเป็นค่ะ อีกอย่างพวกโอสถปราณเหลวพวกนี้ก็ไม่มีประโยชน์กับข้าแล้ว" เยี่ยหลิงยิ้มบางๆ ก่อนจะกวักมือเรียกเซียวอวิ๋นแล้วกระซิบว่า "ศิษย์พี่เซียว ไปเถอะค่ะ ข้าจะพาท่านไปที่ที่หนึ่ง"

"พาไปที่ที่หนึ่ง?" เซียวอวิ๋นขมวดคิ้ว

"ตามข้ามาเดี๋ยวก็รู้ค่ะ" เยี่ยหลิงยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะเดินนำทางไป

เซียวอวิ๋นไม่อาจปฏิเสธได้จึงเดินตามไป

ครู่ต่อมา เซียวอวิ๋นเดินตามเยี่ยหลิงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูจวนอันโอ่อ่า ทางเข้ามีทหารยามรูปร่างกำยำสองนายยืนเฝ้าอยู่

เซียวอวิ๋นแสดงสีหน้าประหลาดใจ เพราะเขาเพิ่งมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน

ที่นี่คือ จวนหลักของตำหนักเทียนจี ในตอนที่เซียวอวิ๋นเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝ่ายใน เขาก็ได้ทำพิธีเลื่อนขั้นที่นี่

ในยามปกติที่ไม่มีพิธีการ จวนหลักแห่งนี้คือที่พำนักของเจ้าตำหนักเทียนจี

ฝ่ายนอกมีเจ้าตำหนักทั้งหมดแปดท่าน แต่ละท่านมีสถานะในสำนักเทียนหลัวเป็นรองเพียงผู้อาวุโสเท่านั้น อีกทั้งยังปกครองหนึ่งตำหนักเต็มตัว นับได้ว่าเป็นผู้มีอำนาจและอิทธิพลอย่างยิ่ง

"ศิษย์น้องเยี่ย เจ้าพาข้ามาที่นี่ทำไม?" เซียวอวิ๋นถาม

"ศิษย์พี่เซียว ท่านเป็นนักดาบที่หาได้ยากในรอบร้อยปีของตำหนักเรา ท่านไม่ควรถูกฝังจมอยู่ในฝ่ายนอกแบบนี้ เพราะฉะนั้น ข้าอยากพาท่านไปพบคนคนหนึ่งค่ะ" เยี่ยหลิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"พบใคร?" เซียวอวิ๋นขมวดคิ้วถามซ้ำ

"เข้าไปเดี๋ยวก็รู้เองค่ะ" เยี่ยหลิงทำเป็นความลับพลางดึงแขนเสื้อเซียวอวิ๋นเดินเข้าไป

ทหารยามทั้งสองไม่ได้ขัดขวางเยี่ยหลิง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้จักนางดีและคุ้นชินเป็นอย่างมาก ส่วนเรื่องที่นางดึงแขนเซียวอวิ๋นเข้าไปในจวนหลักนั้น พวกเขาเพียงแค่ชำเลืองมองแวบเดียวเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 8 ผลรวมปราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว