- หน้าแรก
- ข้อมูลลับเปลี่ยนโลก ผมใช้มันไต่เต้าเป็นเศรษฐีเบอร์หนึ่ง
- บทที่ 19 - มวยหมัดเปล่า
บทที่ 19 - มวยหมัดเปล่า
บทที่ 19 - มวยหมัดเปล่า
บทที่ 19 - มวยหมัดเปล่า
"บอกความคิดของคุณมาสิ ว่าเราจะร่วมมือระยะยาวกันได้ยังไง?"
เจิ้งจื๋อยืนอยู่ริมแม่น้ำยูราล พลางมองดูเยียร์ลันที่ยืนอยู่ข้างกาย
"ก่อนหน้านี้ฉันตกลงกับมูคตาร์ไว้ว่าจะส่งของสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละเจ็ดสิบลัง เป็นบุหรี่ยี่ห้อคาวาลโล, โซบรานี, เซเนเตอร์ อย่างละยี่สลัง ส่วนเซเนเตอร์แบบกล่องเหล็กอีกสิลัง" เยียร์ลันหยิบบุหรี่คาวาลโลออกมาซองหนึ่งแล้วฉีกเปิด "ทางฝั่งคุณหาของพวกนี้มาได้ไหม?"
ปริมาณขนาดนี้ถือว่าไม่ใหญ่มากนัก ในตลาดลูบลิโนมีคนที่เป็นเอเย่นต์ขายส่งยาสูบพวกนี้อยู่แล้ว เจิ้งจื๋อครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะมองหน้าเยียร์ลันแล้วถามว่า:
"หาได้ครับ แต่ไม่ทราบว่าราคาที่คุณเคยตกลงกันไว้คือเท่าไหร่ครับ?"
เยียร์ลันสูบบุหรี่ท่ามกลางลมหนาวจากไซบีเรียพลางพ่นควันออกมาเป็นวงอย่างช้าๆ:
"เซเนเตอร์, คาวาลโล และโซบรานี ลังละห้าพันรูเบิล ส่วนเซเนเตอร์กล่องเหล็กลังละหนึ่งหมื่นรูเบิล"
เจิ้งจื๋อส่ายหน้าปฏิเสธทันควันอย่างเด็ดขาด:
"เซเนเตอร์กล่องเหล็กต้องเป็นหนึ่งหมื่นห้าพันรูเบิลครับ ไม่อย่างนั้นกำไรของผมจะไม่พอ"
เซเนเตอร์เป็นแบรนด์บุหรี่พรีเมียมของรัสเซีย โดยเฉพาะรุ่นกล่องเหล็กถือเป็นสินค้าเกรดซูเปอร์พรีเมียม
"ราคานี้มูคตาร์เคยตกลงกับฉันไว้แค่หนึ่งหมื่นเองนะ"
เยียร์ลันหันมามองเจิ้งจื๋อด้วยน้าเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก
"แต่ตอนนี้พวกเขาไม่อยู่แล้ว" เจิ้งจื๋อพูดสวนกลับอย่างไม่ไว้หน้า "ส่วนผมยังมีชีวิตอยู่"
เยียร์ลันจ้องมองเจิ้งจื๋ออย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา:
"หวังว่านายจะมีชีวิตอยู่ได้นานหน่อยนะไอ้หนู" เขายื่นมือออกมา "ตกลงตามนั้น"
เจิ้งจื๋อยื่นมือออกไปจับมือกับเยียร์ลันเช่นกัน
หลังจากนั้นเยียร์ลันยังเอ่ยปากชวนเจิ้งจื๋อและจางฮ่าวนั่งเรือข้ามฝั่งไปเที่ยวในดินแดนคาซัคสถาน แต่เจิ้งจื๋อปฏิเสธไปโดยอ้างว่า "ต้องรีบกลับไปจัดการงานต่อ"
ระหว่างทางขากลับ เจิ้งจื๋อคอยคำนวณรายได้อยู่ตลอดเวลา
เนื่องจากทำเลที่ตั้ง ตลอดจนข้อกฎหมายและภาษี ทำให้ราคาบุหรี่ในคาซัคสถานสูงกว่าในรัสเซียเกือบเท่าตัว
เมื่อลองคำนวณคร่าวๆ บุหรี่ที่เยียร์ลันรับซื้อในราคาลังละห้าพันรูเบิล เจิ้งจื๋อจะสามารถทำกำไรจากส่วนต่างได้ประมาณลังละหนึ่งพันรูเบิล ส่วนโซบรานีกล่องเหล็กเขาจะทำกำไรได้เกือบหกพันรูเบิลต่อลัง
"หนึ่งลังมีห้าสิบห่อ หกสิบลัง ลังละหนึ่งพัน..." เจิ้งจื๋อหยิบเครื่องคิดเลขในมือถือขึ้นมาคำนวณ "อีกสิลังลังละหกพัน..."
"ต้นทุนการจัดซื้ออยู่ที่ประมาณยี่สิบล้านรูเบิล" เจิ้งจื๋อถอนหายใจยาว "กำไรต่อเที่ยวคือหกล้านรูเบิล โดยที่ยังไม่หักค่าจ้างคนและค่ารถ"
"โชคดีที่ก่อนหน้านี้แอบเก็บเงินก้อนนั้นมาได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทุนทำธุรกิจแน่ๆ"
เจิ้งจื๋อขยี้หัว ตอนนี้เมื่อรวมกับเงินส่วนที่เหลืออีกสิบล้านรูเบิลในเบาะหลัง เขามีเงินสดสำรองรวมทั้งสิ้นกว่ายี่สิบสี่ล้านรูเบิล และอีกสองแสนห้าหมื่นดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่เจิ้งจื๋อกำลังหลับตาพักผ่อน จางฮ่าวที่กำลังขับรถอยู่ก็เปรยขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง:
"คุณเจิ้งครับ เที่ยวนี้ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะไม่ใช่คนดีเลยนะครับ ดูสิครับ ชายคนนั้นสะพายปืนไว้ที่หลังตลอดเวลาเลย"
เจิ้งจื๋อหาวออกมาพลางพูดอย่างเกียจคร้าน:
"ไม่เป็นไรหรอกครับ" เขาเปิดดูข้อมูลสามรายการที่เพิ่งอัปเดตเมื่อเช้านี้ "ทุกปัญหามีทางออกเสมอ"
【ข้อมูลวันนี้ 1: เยคาเทริน่า อะเลคเซเยฟน่า วอลคอฟ เพิ่งจะถูกย้ายมาดำรงตำแหน่งร้อยโทในกระทรวงกิจการภายในได้ไม่นาน สิ่งนี้สร้างความไม่พอใจให้คนบางกลุ่ม เธอจึงมักถูกใช้ให้ไปทำงานจิปาถะอยู่บ่อยครั้ง】
【ข้อมูลวันนี้ 2: ภรรยาม่ายของเพื่อนร่วมรบของ วีตาลี โคโรลยอฟ ป่วยหนัก ในฐานะอดีตหัวหน้าทีมสมัยสงครามเชเชน เขาจึงต้องแบกรับหน้าที่ดูแลเธอ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาจึงไปเข้าแข่งขันมวยหมัดเปล่าที่โกดังแห่งหนึ่งในย่านคิมกิ มอสโก】
【ข้อมูลวันนี้ 3: พลตรีปาเวลไม่เชื่อคำพูดของพันตรีอาร์ตยอม ในทางกลับกัน เขากลับคิดว่าอาร์ตยอมยักยอกเงินก้อนนั้นไปเอง และสั่งให้เขานำเงินมาคืนภายในหนึ่งเดือน ไม่อย่างนั้นจะให้เขาได้เห็นดีกัน เรื่องนี้ทำให้อาร์ตยอมหัวเสียเป็นอย่างมาก】
ข้อมูลที่ออกมาเมื่อวานไม่มีอะไรน่าสนใจนัก ประกอบกับเจิ้งจื๋อต้องเดินทางตลอดเวลา จึงไม่มีโอกาสได้ไปทำตามข้อมูลเหล่านั้น
แต่ข้อมูลของวันนี้มีรายการหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อเจิ้งจื๋อมาก
วีตาลี โคโรลยอฟ?
เจิ้งจื๋อหรี่ตาลง
ใช้เวลาเกือบทั้งวัน เจิ้งจื๋อและจางฮ่าวก็ขับรถกลับมาถึงมอสโกจนได้
"ว่ายังไงครับพี่ฮ่าว?" เจิ้งจื๋อตบบ่าจางฮ่าวที่ดูเหนื่อยล้า "สนใจจะมาทำกับผมไหม? เงินเดือนพื้นฐานหนึ่งแสนรูเบิล ทุกครั้งที่วิ่งงานเพิ่มให้อีกเที่ยวละหนึ่งแสน"
จางฮห้าวนึกถึงงานที่เขาต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาดทุกวันแต่กลับได้เงินแค่เดือนละแสนนิดๆ ตอนนี้แค่ขับรถเที่ยวเดียวก็ได้เงินเท่ากันแล้ว
"พี่ทำครับ" เขากัดฟันตอบ "แต่คุณเจิ้งต้องรับรองความปลอดภัยให้พี่นะ"
"วางใจเถอะครับ" เจิ้งจื๋อบอกที่อยู่แห่งหนึ่ง "ขับไปที่นี่ก่อนครับ"
ยามเย็น ณ หน้าโกดังแห่งหนึ่งในย่านคิมกิ
"นี่มันอะไรกันครับ" จางฮ่าวจอดรถไว้ที่ลานจอดรถใกล้ๆ "ทำไมคนเยอะขนาดนี้?"
เจิ้งจื๋อมองดูป้ายผ้าที่แขวนอยู่หน้าทางเข้าโกดัง ซึ่งเขียนว่า "รายการมวยท็อปด็อก"
"มาครับพี่ฮ่าว ผมเลี้ยงดูการแข่งชกมวยเอง"
เจิ้งจื๋อซื้อตั๋วสองใบแล้วพาจางฮ่าวเบียดเสียดฝูงชนเข้าไปข้างใน
เจิ้งจื๋อลองค้นหาข้อมูลในเน็ตดู ถึงได้รู้ว่านี่คือรายการมวยใต้ดินที่กำลังโด่งดังในโลกโซเชียลของรัสเซียในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
มันดึงดูดผู้ชมจำนวนมากด้วยจุดขายที่ว่าไม่สวมนวม เน้นการปะทะที่รุนแรงถึงเลือดถึงเนื้อ และเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งยุโรปตะวันออกและกลุ่มประเทศรัฐอิสระ
แม้ในเน็ตจะดังมาก แต่คนมาดูในสถานที่จริงกลับไม่ได้เยอะนัก เจิ้งจื๋อและจางฮ่าวที่แม้จะมาสาย แต่ก็ใช้แรงไม่มากนักในการเบียดตัวเข้าไปจนถึงด้านหน้า
กลางพื้นที่คือลานทรายทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณห้าเมตรที่ใช้เป็นเวที ขอบรั้วกั้นทำจากฟางข้าวเรียงซ้อนกันสูงประมาณเอว
แสงไฟรอบๆ ดับมืดลง แสงสปอตไลท์รวมตัวกันอยู่ที่กลางเวที พิธีกรถือไมโครโฟนตะโกนใส่กล้องจนเสียงแหบแห้งเพื่อแนะนำนักชกคู่เอกของวันนี้
"ทางฝั่งซ้ายมือของผม คือเพื่อนเก่าของทุกคน เจ้าของฉายา 'ฟันหมาป่า' อิวันคอฟ!"
แสงสปอตไลท์สาดส่องไปที่ชายร่างยักษ์สูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ใบหน้าดูดุดัน ที่หน้าอกสักรูปหมาป่าป่าตัวหนึ่ง
พิธีกรอ่านสถิติของเขาราวกับท่องเมนูอาหาร: "อายุสามสิบสี่ปี สูงหนึ่งร้อยเก้าสิบ น้าหนักหนึ่งร้อยสามสิบกิโลกรัม สถิติชกเจ็ดครั้งชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ น็อคคู่ต่อสู้ไปหกครั้ง... เขาคือสัตว์ป่าตัวจริง!"
"ส่วนทางขวามือของผม" เขาชี้มือไป แสงสปอตไลท์ก็สาดส่องให้เห็นหมีสีน้ำตาลในร่างมนุษย์ "โคโรลยอฟ! นักชกหน้าใหม่ถอดด้าม! อายุสี่สิบสองปี สูงหนึ่งร้อยเก้าสิบห้า น้าหนักหนึ่งร้อยสิบห้ากิโลกรัม อดีตหน่วยรบพิเศษอัลฟ่าผู้ปลดเกษียณ!"
เจิ้งจื๋อเงยหน้ามอง โคโรลยอฟมีอายุไม่น้อยแล้ว ผมสั้นเกรียนที่แข็งราวกับเข็มเริ่มมีสีเทาแซมออกมาเล็กน้อย
แต่ที่ขัดกับอายุอย่างรุนแรงคือร่างกายของเขา ลำคอที่หนาเตอะและเอวที่กว้างราวกับถังน้า แขนของเขาใหญ่อย่างน่ากลัว เส้นเลือดขอดขดตัวราวก้บไส้เดือนเลื้อยอยู่เต็มแขนของเขา
"พี่ดูมือเขาสิ" เจิ้งจื๋อแอบสะกิดจางฮ่าวพลางพูดด้วยความสนใจ "พี่ว่าเขาจะต่อยตู้คอนเทนเนอร์ที่เราเคยอยู่จนทะลุได้ในหมัดเดียวไหม?"
"นั่นยังใช่คนอยู่เหรอครับ" จางฮ่าวเองก็อุทานออกมา "เหมือนสัตว์ประหลาดเลย"
"พวกเขาสองคน ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะในคืนนี้? จะเป็น 'ฟันหมาป่า' ผู้ไร้พ่ายในท็อปด็อก? หรือจะเป็นหน้าใหม่อย่างโคโรลยอฟ! ให้เวลาห้านาทีในการวางเดิมพัน แล้วการแข่งขันจะเริ่มขึ้นทันที!"
เจิ้งจื๋อตบบ่าจางฮ่าว พลางเล่าสถิติและข้อมูลพื้นฐานของทั้งคู่ให้ฟังคร่าวๆ ก่อนจะถามติดตลกขี้เล่นว่าอยากจะลองวางเดิมพันสักหน่อยไหม
จางฮ่าวมองดูอัตราต่อรองบนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ด้านข้าง อัตราแทงฝั่งหมาป่าชนะคือ 1:1.12 ส่วนฝั่งโคโรลยอฟชนะคือ 1:2.47
"พี่แทงไอ้ฟันหมาป่านี่ละกันครับ" จางฮ่าวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "พี่รู้สึกว่าเขามีประสบการณ์มากกว่าน่ะ"
"งั้นผมแทงโคโรลยอฟแล้วกันครับ" เจิ้งจื๋อพูดจบก็เดินไปที่บริเวณพักของนักกีฬา แล้วกล่าวทักทายโคโรลยอฟ
"เฮ้ เพื่อน" เจิ้งจื๋อพูดด้วยรอยยิ้ม "คุยกันหน่อยไหม?"
(จบแล้ว)