เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - สยบกระบี่ปีศาจ หรูเยว่มาเยือน!

บทที่ 11 - สยบกระบี่ปีศาจ หรูเยว่มาเยือน!

บทที่ 11 - สยบกระบี่ปีศาจ หรูเยว่มาเยือน!


แม้หลงจู๊วัยกลางคนจะกล่าวเตือนอย่างจริงจัง ทว่าเฉินหงเซิงก็ยังไม่อาจระงับความรุ่มร้อนในใจได้

กระบี่เล่มนี้มีรังสีอำมหิตสีเลือดแดงฉานลอยวนเวียนอยู่รอบกาย มันลอยตั้งตรงอยู่กลางอากาศดูราวกับเป็นราชันแห่งกระบี่ทั้งปวง

ผู้ที่มีตาต่างก็มองออกว่ากระบี่เล่มนี้แข็งแกร่งกว่าพวกกระบี่มัจฉาวิญญาณหรือวิหคตระหนกอะไรนั่นมากมายนัก สองสิ่งนี้แทบจะนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

"กระบี่เล่มนี้ข้าเอา!" เฉินหงเซิงร้องบอกด้วยความดีใจ

หากมีกระบี่เล่มนี้ ความแข็งแกร่งของเฉินเทียนหลางจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามส่วนเป็นแน่!

"เฮ้อ!" เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นของเฉินหงเซิง หลงจู๊วัยกลางคนก็ถอนหายใจและไม่คิดจะห้ามปรามอีก

เขาเป็นเพียงพ่อค้า ในเมื่อพูดเตือนไปหมดแล้วเขาก็ไม่อยากจะพูดอะไรให้มากความอีก

ใบหน้าของเฉินหงเซิงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปในสุสานกระบี่แห่งนั้น

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเดินเข้าไปใกล้กระบี่เมฆาสวรรค์ในระยะร้อยจั้ง สายลมอันกรรโชกแรงและบ้าคลั่งก็พลันพัดสวนมาจากส่วนลึกของห้องโถง

ตูม!

รังสีอำมหิตสีเลือดอันหนักอึ้งพวยพุ่งออกจากตัวกระบี่ราวกับน้ำป่าไหลหลาก

คลื่นพลังนั้นรุนแรงดุจสัตว์ร้ายจากยุคบรรพกาล

ดวงตาของเฉินหงเซิงเบิกกว้าง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัว พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งเข้าปะทะร่างจากเบื้องหน้า ร่างของเขาถูกกระแทกจนลอยละลิ่วไปชนเข้ากับกำแพงด้านหลังอย่างแรง

"พรวด!"

พละกำลังอันน่ากลัวนั้นทำให้เฉินหงเซิงถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงสุดขีด

เขาเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตก่อเกิดทะเลปราณขั้นเก้าเชียวนะ!

"เกิดอะไรขึ้น เถ้าแก่ ท่านแอบใช้กลไกอะไรหรือเปล่า!"

ใบหน้าของเฉินหงเซิงมืดครึ้มลง เขาตะโกนถามเสียงดังลั่น

"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าหรอกนะ เป็นเพราะกระบี่เล่มนั้นต่างหาก หากยังไม่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อรูปกายา อย่าว่าแต่จะหยิบกระบี่เล่มนี้เลย แค่จะเดินเข้าไปใกล้ยังไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำ!" หลงจู๊วัยกลางคนตอบอย่างจนใจ

ภายในร้าน ลูกค้าหลายคนต่างมองด้วยสายตาตกตะลึง

กระบี่เล่มนี้ไม่มีใครคอยควบคุม แต่กลับสามารถเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตก่อรูปกายาได้งั้นหรือ

นี่มันคือกระบี่ปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน

วินาทีนี้แม้แต่เจียงอินที่ผ่านโลกมามากก็ยังยืนอึ้งอยู่กับที่ นัยน์ตาสวยจ้องมองกระบี่ปีศาจเล่มนั้นด้วยความเคร่งเครียด

เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวก็สามารถทำให้ยอดฝีมือระดับก่อเกิดทะเลปราณขั้นเก้าบาดเจ็บสาหัสได้แล้ว!

อย่าว่าแต่ในเมืองเหยียนแห่งนี้เลย ต่อให้มองไปทั่วทั้งแคว้นหนิงก็เกรงว่าจะไม่มีกระบี่ปีศาจที่แปลกประหลาดเช่นนี้อยู่แน่!

"พวกท่านไปเลือกกระบี่สามเล่มนั้นเถอะ กระบี่เล่มนี้พวกท่านเอาไปไม่ได้หรอก!"

หลงจู๊วัยกลางคนยิ้มขื่นแล้วหันไปมองเฉินเฟิง

เขามองออกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีระดับพลังที่ต่ำกว่าเสียอีก เป็นเพียงขอบเขตก่อเกิดทะเลปราณขั้นหนึ่งเท่านั้น!

ขืนเข้าไปด้วยระดับพลังแค่นี้ก็มีแต่จะโดนอัดกลับมาเปล่าๆ!

ลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านต่างก็มีแววตาเสียดาย พวกเขาเองก็สนใจกระบี่เล่มนี้เช่นกัน แต่ขนาดระดับก่อเกิดทะเลปราณขั้นเก้ายังโดนแรงกดดันจากกระบี่ซัดกระเด็น หากพวกเขาเข้าไปก็คงเป็นการรนหาที่ตายชัดๆ!

ในขณะที่หลงจู๊วัยกลางคนกำลังจะปิดช่องลับลงอีกครั้ง เฉินเฟิงกลับเอ่ยขึ้นมา

"เดี๋ยวก่อน กระบี่เล่มนี้ข้าเอา!"

จากนั้นเขาก็ก้าวเดินเข้าไปในห้องโถง สายตาจับจ้องไปยังกระบี่เมฆาสวรรค์และค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้

"เจ้า ... "

หลงจู๊วัยกลางคนถึงกับอึ้งไป

"ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้ว รนหาที่ตายหรือไง" หลายคนมองด้วยสายตาตกตะลึง

ขนาดเฉินหงเซิงที่เป็นยอดฝีมือขอบเขตก่อเกิดทะเลปราณขั้นเก้ายังตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาถึงเพียงนั้น ไอ้หมอนี่มีพลังแค่ขอบเขตก่อเกิดทะเลปราณขั้นหนึ่ง กลับกล้าเดินเข้าไปใกล้กระบี่เล่มนั้น

"นายน้อย ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ!" เป่าเอ๋อร์กำมือแน่นด้วยความกังวล

แม้แต่เจียงอินก็ยังมีใบหน้าเคร่งเครียด นางไม่เข้าใจการกระทำของเฉินเฟิงเลยสักนิด เฉินหงเซิงก็มีจุดจบอันน่าอนาถให้เห็นอยู่ทนโท่แล้ว ไอ้หมอนี่ยังจะกล้าเข้าไปอีก!

"หึ ไอ้เด็กอวดดี!" เฉินหงเซิงที่อยู่ไกลออกไปแค่นเสียงเย้ยหยัน

ขนาดเขาตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชขนาดนี้ หากเฉินเฟิงเดินเข้าไป ต่อให้ไม่ถูกรังสีอำมหิตอัดจนตายคาที่ก็คงเหลือแค่ครึ่งชีวิตเป็นแน่

ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน เฉินเฟิงก้าวเดินเข้าไปทีละก้าว นำพาร่างเข้าสู่ระยะหนึ่งร้อยจั้ง

ตูม!

และก็เป็นไปตามคาด กระบี่เมฆาสวรรค์ระเบิดรังสีอำมหิตสีเลือดอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอีกครั้ง มันก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์ม้วนตัวพุ่งเข้าใส่

มิติโดยรอบคล้ายกับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังที่ไม่อาจต้านทานได้พุ่งเข้าปะทะร่างของเฉินเฟิงตรงๆ

พื้นดินเริ่มแตกร้าว แรงกดดันจากกระบี่นั้นชวนให้หวาดหวั่นยิ่งนัก

เฉินเฟิงรู้ดีว่านี่เป็นเพียงแรงกดดันจากจิตวิญญาณกระบี่ ไม่ใช่พลังปราณที่แท้จริง!

ทันใดนั้น เฉินเฟิงก็โคจรเคล็ดสังหารเทพเก้ามังกรในร่างกาย มังกรทองห้าเล็บเก้าหัวที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกสุดในทะเลปราณคล้ายกับลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความโกลาหล

โฮก!

วินาทีนั้นเสียงมังกรคำรามดังกึกก้องสะท้านฟ้าดิน แรงกดดันที่มองไม่เห็นก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นและพัดกระหน่ำออกไปเช่นกัน

ตึง!

แรงกดดันทั้งสองเข้าปะทะกัน ประกายสายฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงจุดปะทะ สาดส่องให้ห้องโถงสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน

กระบี่ทุกเล่มในสุสานกระบี่ต่างสั่นสะเทือน ส่งเสียงร้องโหยหวนคล้ายกับกำลังยอมศิโรราบ

และท่ามกลางการปะทะกันของแรงกดดันทั้งสอง ร่างของเฉินเฟิงยังคงยืนหยัดอยู่กลางห้องโถง แผ่นหลังยืดตรงดุจหอกเหล็ก ไม่สั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย

"รับไว้ได้งั้นหรือ" ทุกคนในร้านต่างตกตะลึง

ใช้พลังระดับก่อเกิดทะเลปราณต้านทานแรงกดดันจากกระบี่เล่มนี้ได้งั้นหรือ

นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร

แม้แต่หลงจู๊วัยกลางคนก็ยังมองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ลูกค้าทั้งห้าคนที่เอาชนะมันไปได้ก่อนหน้านี้มีใครบ้างที่ไม่ถูกซัดกระเด็นไปหลายสิบครั้งกว่าจะหยิบกระบี่เล่มนี้มาได้!

"ไอ้เด็กนี่มันเป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่!" เจียงอินเบิกตากว้าง ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ครืน ครืน

พลังอำนาจมังกรและแรงกดดันกระบี่ปะทะกัน สายลมรุนแรงพัดกระหน่ำออกไปรอบทิศทาง

ทว่าฝีเท้าของเฉินเฟิงกลับไม่ได้หยุดชะงัก เขาเพียรก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

เพียงแต่เมื่อเขาก้าวเดินไปแต่ละก้าว แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากกระบี่เมฆาสวรรค์ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น

ครืน ครืน

มวลอากาศรอบด้านคล้ายกับสั่นสะเทือนอย่างหนัก รังสีอำมหิตอันร้ายกาจแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับพยายามหยุดยั้งก้าวเดินของเฉินเฟิงอย่างสุดกำลัง

เฉินเฟิงรู้สึกเหมือนมีหินก้อนยักษ์กดทับอยู่บนร่าง ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปทิ้งรอยลึกไว้บนพื้นหินถึงครึ่งนิ้ว

ทว่าเฉินเฟิงก็ไม่เคยถอยหลังเลยแม้แต่ก้าวเดียว!

"ไม่มีแรงกดดันกระบี่หน้าไหนมาหยุดยั้งข้าได้ ต่อให้เป็นกระบี่ปีศาจก็เถอะ!"

ดวงตาของเฉินเฟิงฉายแววเด็ดเดี่ยวฝังรากลึกถึงกระดูก!

ตึง ตึง

พื้นดินสั่นสะเทือนแผ่วเบา เฉินเฟิงเดินไปข้างหน้าราวกับแบกภูเขาทั้งลูกไว้ พลังอำนาจมังกรอันบ้าคลั่งปะทุออกจากร่างอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อต้านแรงกดดันกระบี่

สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างก็คือ พวกเขาได้แต่จ้องมองเฉินเฟิงเดินเข้าไปใกล้ในระยะร้อยจั้งทีละก้าว จากนั้นเด็กหนุ่มก็ยื่นมือออกไปกำด้ามกระบี่เล่มนั้นไว้แน่น

ตัวกระบี่สั่นไหวอย่างรุนแรงคล้ายกับพยายามขัดขืน

"ยังไม่ยอมสยบอีกหรือ" เฉินเฟิงเอ่ยเสียงเย็น

โฮก!

ทันใดนั้นจากก้นบึ้งทะเลปราณของเฉินเฟิงก็คล้ายกับมีเสียงมังกรคำรามอย่างดูแคลนดังขึ้น พลังมังกรอันบ้าคลั่งหลั่งไหลไปตามเส้นชีพจรทั้งหนึ่งร้อยแปดเส้นและพุ่งทะลวงเข้าสู่ตัวกระบี่เล่มนี้

รังสีอำมหิตและพลังมังกรปะทะกันอย่างดุเดือด

เผ่าพันธุ์มังกรคือราชันแห่งดินแดนปีศาจในยุคบรรพกาล และพลังมังกรก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดแห่งพลังทั้งปวง!

ภายใต้การพุ่งชนของพลังมังกรอันดุดัน รังสีอำมหิตก็ค่อยๆ จางหายไป ราวกับถูกสะกดกลับเข้าไปในตัวกระบี่อีกครั้ง!

ทันใดนั้นกระบี่เมฆาสวรรค์ที่เคยสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งก็สงบลงในที่สุด

เฉินเฟิงยิ้มบางๆ เขาออกแรงดึงกระบี่ขึ้นมา

ชิ้ง

แสงสีแดงเข้มราวกับเลือดปีศาจไหลลู่ลงมาจากด้ามกระบี่ครอบคลุมไปทั่วทั้งใบดาบ ประกายความคมกริบเย็นเยียบถึงขีดสุดราวกับสามารถตัดขาดดวงดาวได้

แสบตาและเจิดจรัสยิ่งนัก!

"ไม่เลวเลย กระบี่เล่มนี้ข้าเอา!" เฉินเฟิงหันกลับไปบอกหลงจู๊วัยกลางคนที่ยืนอยู่ไกลออกไป

ร่างของหลงจู๊วัยกลางคนถึงกับสั่นสะท้าน เขาก้าวพลาดจนล้มลงไปกองกับพื้น นัยน์ตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความตกตะลึง

"สำเร็จ ทำสำเร็จจริงๆ ด้วย!"

"ไอ้เด็กนี่ สยบกระบี่ปีศาจเล่มนี้ได้จริงๆ ด้วย!"

ทุกคนในร้านต่างอ้าปากค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว

กระบี่ที่ระดับก่อเกิดทะเลปราณขั้นเก้ายังสยบไม่ได้ กลับถูกเด็กเมื่อวานซืนระดับก่อเกิดทะเลปราณขั้นหนึ่งสยบเอาได้ง่ายๆ งั้นหรือ

นี่มันเป็นเรื่องเหนือจริงชัดๆ!

"ไอ้เด็กนี่ ... "

เจียงอินก็เบิกตากว้างเช่นกัน ในดวงตาของนางแฝงความไม่อยากจะเชื่อเอาไว้เต็มเปี่ยม

วินาทีนี้ แม้แต่เฉินหงเซิงที่หลบอยู่ตรงมุมห้องก็ยังเบิกตาโพลง จากนั้นเขาก็กัดฟันกรอด แววตาเผยความเคียดแค้นอย่างสุดแสน ไอ้เด็กนี่ทำสำเร็จจริงๆ!

"เถ้าแก่ กระบี่เล่มนี้ข้าขอซื้อ!"

ทว่าในเวลานั้นเอง น้ำเสียงที่ไม่ค่อยเข้าหูก็ดังมาจากหน้าประตูร้าน

ภายใต้สายตาของทุกคน ชายหญิงวัยเยาว์คู่หนึ่งเดินก้าวเข้ามาจากข้างนอก

ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีครามโบราณ หน้าตาหล่อเหลาหมดจด จัดว่าเป็นยอดคนเหนือคน

ส่วนหญิงสาวก็มีรูปโฉมงดงามล้ำเลิศ เครื่องหน้าประณีตหมดจด เส้นผมสีดำขลับยาวสยายถึงเอว เรือนร่างอรชรในชุดกระโปรงยาวสีขาวดูบริสุทธิ์และสูงส่ง

"คิดไม่ถึงเลยว่ามาเยือนเมืองเหยียนครั้งนี้จะโชคดีได้พบกับกระบี่ชั้นยอดแบบนี้ นับว่าได้กำไรก้อนโตจริงๆ! ศิษย์น้องหรูเยว่ ดูเหมือนว่าโชคของพวกเราจะดีไม่เบาเลยนะ!" ชายหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ

ฉินหรูเยว่พยักหน้าเห็นด้วย นางเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า "แม้จะเป็นกระบี่ปีศาจ แต่กระบี่ปีศาจเล่มนี้ก็เอาชนะกระบี่ชั้นยอดนับไม่ถ้วนในแคว้นหนิงไปแล้ว กระบี่เล่มนี้ควรเป็นของข้า ถึงจะไม่ถือเป็นการลบหลู่เกียรติของมัน!"

เมื่อคนในร้านเห็นชายหญิงคู่นี้ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที

"นั่นคือศิษย์เอกทั้งสองของท่านราชันกระบี่ จูกาวหมิงกับฉินหรูเยว่ไม่ใช่หรือ"

"สองคนนี้ปกติต้องอยู่ที่เมืองหลวงไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้ล่ะ"

"ได้ยินมาว่าท่านราชันกระบี่มีแผนจะรับเฉินเทียนหลางแห่งตระกูลเฉินเป็นศิษย์แล้ว หรือว่าสองคนนี้จะเดินทางมาเพื่อพาเฉินเทียนหลางไปเมืองหลวงเพื่อกราบท่านราชันกระบี่เป็นอาจารย์"

สำหรับบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งสองแห่งแคว้นหนิงนี้ พวกเขาล้วนคุ้นเคยกันดี

ในแคว้นหนิงมีทำเนียบอัจฉริยะที่รวบรวมรายชื่อยอดฝีมือรุ่นเยาว์เอาไว้ และชายหญิงตรงหน้านี้ก็ล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในทำเนียบอัจฉริยะทั้งสิ้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - สยบกระบี่ปีศาจ หรูเยว่มาเยือน!

คัดลอกลิงก์แล้ว