- หน้าแรก
- จักรพรรดิกระบี่ไร้พ่าย สยบสุสานเทพ ทลายโลงศพเซียน
- บทที่ 10 - กระบี่ปีศาจ เมฆาสวรรค์
บทที่ 10 - กระบี่ปีศาจ เมฆาสวรรค์
บทที่ 10 - กระบี่ปีศาจ เมฆาสวรรค์
เฉินเฟิงออกจากโรงเตี๊ยม เขาพาเจียงอินและเป่าเอ๋อร์เดินทางมายังตลาดค้าขายวิถียุทธ์ด้วยกัน
สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมสินค้ามากมายสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรโดยเฉพาะ แม้จะเข้าสู่ยามวิกาลแล้วแต่ก็ยังคงเปิดทำการอยู่
เมื่อมองออกไปภายในตลาดยุทธ์ที่กว้างใหญ่ราวกับลานจัตุรัสแห่งนี้ ผู้คนก็ยังคงพลุกพล่าน ตอนที่เฉินเฟิงมาถึงก็มีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขา
แน่นอนว่าเป้าหมายหลักที่ถูกจับจ้องไม่ใช่เฉินเฟิง แต่เป็นเจียงอินที่อยู่ข้างกายเขาต่างหาก
หากมองไปทั่วทั้งแคว้นหนิง ความงามของเจียงอินถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่เย็นชางดงาม หรือเรือนร่างที่โค้งเว้าได้รูป ล้วนกระตุ้นสัญชาตญาณความอยากครอบครองของผู้พบเห็นได้อย่างรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้นบนร่างของนางยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้หลงใหลแผ่ซ่านออกมาอีกด้วย
นี่เป็นผลมาจากรากวิญญาณพิเศษของนาง แต่กลิ่นกายนี้กลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนใจให้กับบุรุษเพศได้อย่างร้ายกาจ
บุรุษหลายคนที่มองมายังนางต่างก็มีแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภและหื่นกระหาย พวกเขาแอบเลียริมฝีปาก ความปรารถนาที่จะครอบครองพลุ่งพล่านอยู่ในใจ
ทว่าแม้จะหวั่นไหวกับหญิงงามล่มเมืองผู้นี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปหาเรื่อง เพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่าบนร่างของผู้หญิงคนนี้มีคลื่นพลังปราณอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมา คลื่นพลังนี้อยู่ในระดับขอบเขตก่อรูปกายาแล้ว
ขอบเขตก่อรูปกายา อย่าว่าแต่ในตำบลหมานซานเลย ต่อให้เข้าไปในเมืองเหยียนก็ยังถือเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้า และการที่นางมีระดับขอบเขตก่อรูปกายาตั้งแต่อายุราวๆ ยี่สิบปี ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าหญิงผู้นี้ไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศเท่านั้น แต่เบื้องหลังของนางยังต้องลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึงอีกด้วย
ตามปกติแล้วเจียงอินมักจะรู้สึกไม่พอใจกับสายตาหื่นกระหายที่บุรุษเหล่านี้มองมา ทว่าวันนี้ทัศนคติของนางกลับเปลี่ยนไป นางเริ่มรู้สึกเพลิดเพลินกับสายตาเหล่านี้ขึ้นมาบ้างแล้ว
สองวันที่ผ่านมานางถูกเฉินเฟิงจิกหัวใช้มาตลอดจนเริ่มสงสัยในเสน่ห์ของตัวเอง แต่เมื่อดูจากตอนนี้ เสน่ห์ของนางในสายตาบุรุษก็ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม ในทางกลับกัน เฉินเฟิงต่างหากที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนบุรุษที่ควรจะเป็นเอาเสียเลย
สำหรับสายตาของคนรอบข้าง เฉินเฟิงทำเป็นมองไม่เห็น เขาเดินตรงไปยังหอสมบัติวิญญาณซึ่งเป็นร้านขายอาวุธและสมบัติที่ใหญ่ที่สุดในตลาดยุทธ์
สถานที่แห่งนี้คือร้านขายอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในตำบลหมานซาน
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน เสียงแหลมปรี๊ดที่ฟังหวังร้ายก็ดังขึ้น
"ข้าก็สงสัยว่าใครมา ที่แท้ก็สุนัขตัวหนึ่งที่ถูกตระกูลเฉินของข้าไล่ตะเพิดออกมานี่เอง! ตอนนี้เลิกหลบๆ ซ่อนๆ แล้วกล้าเดินกร่างเข้ามาในตลาดยุทธ์แล้วงั้นหรือ"
เฉินเฟิงหันไปมองก็พบกับชายชราในชุดคลุมสีครามกำลังจ้องมองเขาด้วยใบหน้าถมึงทึง
"คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นแก ช่างบังเอิญจริงๆ!"
เฉินเฟิงยิ้มบางๆ เขาไม่คิดเลยว่าเพิ่งจะก้าวเท้าออกจากโรงเตี๊ยมก็มาเจอศัตรูเก่าเข้าเสียแล้ว!
คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเฉินหงเซิงผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเฉินนั่นเอง
"ไอ้แก่ ข้าขอเตือนให้แกระวังปากไว้หน่อย ข้าว่าแกคงไม่อยากโดนตบปากอีกหรอกใช่ไหม" เฉินเฟิงยกมือขึ้นพลางเอ่ยยิ้มๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเฉินหงเซิงก็เขียวปัดด้วยความโกรธ
แกเรียกข้าว่าไอ้แก่เต็มปากเต็มคำ แล้วยังมาสั่งให้ข้าระวังปากอีก
"ไอ้เดรัจฉานน้อย สักวันหนึ่งข้าจะสับแกให้เป็นหมื่นชิ้น!" เฉินหงเซิงกัดฟันกรอดเอ่ยอาฆาต
เฉินเฟิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ไม่สนใจเขาอีก เขาพาเจียงอินเดินลึกเข้าไปด้านใน
และการปะทะคารมระหว่างเฉินเฟิงกับเฉินหงเซิงก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนภายในหอสมบัติวิญญาณทันที
"นั่นคือเฉินเฟิงคนโง่แห่งตระกูลเฉินไม่ใช่หรือ ได้ยินมาว่าเมื่อหลายวันก่อนเขาถูกฟ้าผ่าจนนิสัยเปลี่ยนไปราวกับคนละคน สังหารเฉินซิวกับเฉินเสวี่ยแห่งตระกูลเฉินตายในดาบเดียวเลยนะ!"
"ตอนนี้เฉินเทียนหลางตื่นรู้วิญญาณกระบี่แล้ว ไอ้หมอนี่ยังกล้าโผล่หน้ามาอย่างโอหังอีก รนหาที่ตายชัดๆ!"
"ไม่รู้ว่าคุณหนูตระกูลเจียงผู้นั้นโดนมันเป่ามนต์อะไรใส่ ถึงได้ยังตามคุ้มครองมันอยู่จนถึงตอนนี้!"
...
เฉินเฟิงได้ยินเสียงกระซิบกระซาบเหล่านั้นแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ
"จอมยุทธ์น้อยท่านนี้ ต้องการซื้อสิ่งใดหรือ" หลงจู๊วัยกลางคนเดินเข้ามาต้อนรับอย่างสุภาพ
หอสมบัติวิญญาณของพวกเขาไม่เคยสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้แย่งชิงของขุมอำนาจใดๆ ขอเพียงใครก้าวเข้ามาในหอสมบัติวิญญาณ ผู้นั้นก็คือลูกค้าของพวกเขา!
"กระบี่ชั้นยอด และต้องเป็นกระบี่ชั้นยอดที่ดีที่สุดในร้านของพวกท่านด้วย!" เฉินเฟิงกล่าว
"เถ้าแก่ เอาเป็นกระบี่ชั้นยอดมาให้ข้าเล่มหนึ่ง ขอเป็นกระบี่ชั้นยอดที่ดีที่สุดในร้าน เรื่องราคาไม่ใช่ปัญหา!"
เฉินหงเซิงผู้อาวุโสใหญ่ก็เดินเข้ามาเอ่ยอย่างใจป้ำเช่นกัน
เขามาที่หอสมบัติวิญญาณในครั้งนี้ก็เพื่อเลือกซื้อกระบี่ชั้นยอดที่ดีที่สุดเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญให้กับเฉินเทียนหลางหลานชายของเขา!
"ท่านทั้งสองมาถูกที่แล้ว เมื่อหลายเดือนก่อนข้าเพิ่งจะรวบรวมกระบี่ชั้นยอดมาได้สามเล่มพอดี!"
หลงจู๊วัยกลางคนยิ้มบางๆ แล้วเดินเข้าไปด้านใน ไม่นานนักเขาก็หยิบหีบไม้จันทน์ออกมาสามใบ เมื่อเปิดหีบใบแรกออก กระบี่สีครามยาวประมาณห้าฉื่อก็เผยโฉมออกมาให้เห็น
ตัวกระบี่ยาวประมาณห้าฉื่อ ประกายคมกริบเย็นเยียบสาดส่องจากปลายกระบี่ลงมา บนตัวกระบี่มีลวดลายคล้ายเกล็ดปลา มองดูก็รู้ว่าสามารถตัดเหล็กได้ดั่งตัดหยวก
"กระบี่เล่มนี้มีนามว่ามัจฉาวิญญาณ หล่อหลอมขึ้นจากหินเหล็กกล้าสีคราม ใช้เวลาหลอมนานถึงเจ็ดวัน แข็งแกร่งไร้เทียมทาน เส้นผมร่วงหล่นก็ขาดสะบั้น จัดอยู่ในระดับวิญญาณขั้นต่ำ!"
หลงจู๊วัยกลางคนดึงเส้นผมของตัวเองออกมาเส้นหนึ่งแล้วปล่อยให้ร่วงหล่นลงมาอย่างช้าๆ เมื่อเส้นผมสีดำสัมผัสกับคมกระบี่ มันก็ขาดออกจากกันอย่างเงียบเชียบ
เมื่อเห็นเช่นนั้น แววตาของเจียงอินก็เผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ แม้นางจะไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ แต่นางก็มองออกว่ากระบี่เล่มนี้เป็นกระบี่ชั้นยอดที่หาได้ยากยิ่งนัก
สมบัติบนโลกใบนี้ล้วนมีการแบ่งระดับ
สวรรค์ ปฐพี วิญญาณ สามัญ!
แบ่งออกเป็นสี่ระดับใหญ่ แต่ละระดับยังแบ่งย่อยออกเป็นขั้นสูง ขั้นกลาง และขั้นต่ำ
แม้กระบี่เล่มนี้จะเป็นเพียงระดับวิญญาณขั้นต่ำ แต่มันก็หลุดพ้นจากระดับสามัญไปแล้ว นับได้ว่าเป็นกระบี่ชั้นยอดที่หาได้ยากยิ่ง!
ดวงตาของเฉินหงเซิงสว่างวาบ กระบี่เล่มนี้ไม่เลวเลย!
ทว่าเฉินเฟิงกลับส่ายหน้า แม้กระบี่เล่มนี้จะดูไม่เลว แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก จึงเอ่ยว่า "เปลี่ยนเล่ม!"
สีหน้าของเฉินหงเซิงหม่นลง กระบี่ที่ไอ้เด็กเวรนี่ไม่เอา เขาย่อมไม่เอาเช่นกัน จึงเอ่ยตามว่า "เปลี่ยนเล่ม!"
หลงจู๊วัยกลางคนขมวดคิ้ว จากนั้นก็เปิดหีบไม้จันทน์อีกใบออก กระบี่สีดำสนิทราวกับน้ำหมึกปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน
ตัวกระบี่ยาวสี่ฉื่อครึ่ง ดำขลับราวกับน้ำหมึก แม้แต่ความคมกริบก็ยังถูกซ่อนเร้นเอาไว้ เมื่อเทียบกับกระบี่มัจฉาวิญญาณเล่มก่อนหน้านี้ กระบี่เล่มนี้ดูเก็บงำประกายความคมกริบไว้มากกว่า
"กระบี่เล่มนี้มีนามว่าเพลิงทมิฬ หล่อหลอมขึ้นจากหินดำที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่ง ภายในหินดำชนิดนี้อัดแน่นไปด้วยพลังอัคคี เมื่อใช้พลังปราณควบคุม มันจะสามารถปลดปล่อยเปลวเพลิงที่รุนแรงออกมาได้!"
กล่าวจบ หลงจู๊วัยกลางคนก็ดีดนิ้วส่งพลังปราณสายหนึ่งเข้าไปในตัวกระบี่ พริบตาเดียวกระบี่สีดำทั้งเล่มก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง ปลดปล่อยความร้อนระอุออกมา
"กระบี่เล่มนี้ก็เป็นระดับวิญญาณขั้นต่ำเช่นกัน แต่ความพิเศษของมันคือมีพลังอัคคีจำนวนมากแฝงอยู่ภายใน ยามใช้ต่อสู้กับศัตรูย่อมมีอานุภาพที่แข็งแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด!" หลงจู๊วัยกลางคนอธิบาย
เฉินเฟิงกวาดตามองกระบี่เพลิงทมิฬเพียงไม่กี่แวบก็ส่ายหน้าอีกครั้งพร้อมกล่าวว่า "เปลี่ยนอีก ยังมีอีกหรือไม่"
เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงช่างเลือกถึงเพียงนี้ หลงจู๊วัยกลางคนก็ไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจ เขาเปิดหีบไม้จันทน์ใบสุดท้ายออกทันที
ชั่วพริบตาแสงสีทองอร่ามก็สาดส่องออกมา จากนั้นแสงนั้นก็ค่อยๆ หรี่ลง กลายเป็นประกายสีทองไหลเวียนอยู่บนตัวกระบี่ ด้ามกระบี่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ เมื่อมองแวบแรกดูคล้ายกับนกนางนวลกำลังกางปีกโผบิน!
เมื่อมองดูกระบี่เล่มนี้ ใบหน้าของหลงจู๊วัยกลางคนก็เผยให้เห็นถึงความภาคภูมิใจ นี่คือกระบี่ชั้นยอดที่ดีที่สุดที่เขาเก็บสะสมไว้
"กระบี่เล่มนี้มีนามว่าวิหคตระหนก หล่อหลอมขึ้นจากทองแดงทมิฬ และยังผ่านการชุบพลังอสนีบาตสวรรค์ ยามชักกระบี่จะมีเสียงฟ้าร้องกึกก้อง จัดอยู่ในระดับวิญญาณขั้นกลาง!" หลงจู๊วัยกลางคนเอ่ยยิ้มๆ
สิ้นคำพูด เขาก็ดีดนิ้วส่งพลังปราณเข้าไปในตัวกระบี่ พลังปราณซึมซาบเข้าไปในพริบตา ชั่วอึดใจต่อมาประกายสายฟ้าสีทองแสบตาก็ปะทุขึ้น เมื่อเทียบกับกระบี่เพลิงทมิฬก่อนหน้านี้ กระบี่เล่มนี้ดูจะแข็งแกร่งกว่าอีกขั้นหนึ่งจริงๆ
ทว่าสิ่งเหล่านี้ ในสายตาของเฉินเฟิงก็ยังไม่ถือว่าเป็นที่น่าพอใจนัก!
"ยังมีอีกไหม" เฉินเฟิงถาม
หลงจู๊วัยกลางคนขมวดคิ้ว เริ่มรู้สึกขัดใจ "นายท่าน กระบี่ทั้งสามเล่มนี้คือกระบี่ที่ดีที่สุดในร้านของข้าแล้ว ท่านยังไม่ถูกใจอีกหรือ"
"กระบี่เหล่านี้แม้จะดี แต่ ... ก็ยังขาดอะไรไปบางอย่าง!"
กระบี่ที่แท้จริงต้องบริสุทธิ์ ไม่จำเป็นต้องมีลูกเล่นแพรวพราวอะไรมากมาย แต่ต้องสามารถระเบิดพลังดั้งเดิมที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้
"ทำเป็นรู้ดีไปได้ คนโง่อย่างแกดูเกรดกระบี่เป็นด้วยหรือ" เฉินหงเซิงแค่นเสียงเยาะเย้ย
เขาหยิบกระบี่วิหคตระหนกในหีบไม้จันทน์ขึ้นมา ลองกวัดแกว่งดูสองสามกระบวนท่าแล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ
กระบี่เล่มนี้จัดเป็นกระบี่ชั้นยอดอย่างแท้จริง!
"ข้ายังมีกระบี่อีกเล่มหนึ่ง แต่เกรงว่าพวกท่านคงไม่กล้ารับมันไว้!" หลงจู๊วัยกลางคนยิ้มบางๆ
"เอาออกมาดูสิ!" เฉินเฟิงกล่าว
หลงจู๊วัยกลางคนไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวเดินไม่กี่ก้าวก็ไปถึงริมกำแพงด้านหนึ่ง
จากนั้นเขาก็ทาบมือลงบนปุ่มสีดำปุ่มหนึ่ง
กำแพงตรงหน้าก็แยกออกเป็นสองฝั่งซ้ายขวาทันที เผยให้เห็นช่องลับที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง
"ที่นี่มีกลไกลับซ่อนอยู่ด้วย เถ้าแก่ ท่านนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ!" บางคนในร้านอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
หลงจู๊วัยกลางคนเพียงยิ้มเจื่อนๆ คนที่ไม่รู้เรื่องคงไม่เข้าใจหรอกว่าเขาเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น!
เห็นได้ชัดว่าภายในช่องลับนั้นคือห้องโถงขนาดใหญ่ มีกระบี่วางเรียงรายอยู่นับพันเล่ม เรียกได้ว่าช่องลับแห่งนี้คือสุสานกระบี่เลยก็ว่าได้!
และที่ด้านในสุดของสุสานกระบี่แห่งนี้ มีกระบี่สีเลือดที่สลักลวดลายอักขระมนต์ดำนับไม่ถ้วนลอยเคว้งอยู่
กระบี่เล่มนี้แตกต่างจากกระบี่เล่มอื่น มันลอยตั้งตรงอยู่กลางอากาศโดยไม่มีสิ่งใดห้อยแขวนไว้ รอบๆ ตัวกระบี่ยังมีรังสีอำมหิตสีเลือดลอยวนเวียนอยู่ มองดูราวกับกระบี่มารที่อาบชโลมไปด้วยเลือดนับไม่ถ้วน!
สายตาของเฉินเฟิงมองข้ามกระบี่เล่มอื่นๆ ในสุสานกระบี่ไปจนหมด และจดจ้องไปที่กระบี่สีเลือดเล่มนี้ด้วยความเคร่งเครียด!
กระบี่เล่มนี้คล้ายกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง ภายในรัศมีร้อยจั้ง ไม่มีกระบี่เล่มใดกล้าเข้าใกล้ ราวกับว่าพวกมันอยากจะอยู่ให้ห่างจากกระบี่เล่มนี้ให้มากที่สุด!
จิตวิญญาณกระบี่งั้นหรือ
นี่มันจิตวิญญาณกระบี่งั้นหรือ
เฉินเฟิงประหลาดใจยิ่งนัก ในดินแดนป่าเถื่อนอย่างทวีปเทียนอู่ กลับมีกระบี่ที่มีจิตวิญญาณปรากฏขึ้นมาได้!
เพียงแต่ในเวลานี้ จิตวิญญาณที่อยู่ภายในกระบี่เล่มนี้คล้ายกับกำลังอยู่ในสภาวะถูกผนึก
"นี่คือกระบี่ต้องคำสาป ก่อนหน้านี้มีลูกค้าซื้อกระบี่เล่มนี้ไปแล้วถึงห้าคน แต่ลูกค้าทั้งห้าคนนั้นหลังจากซื้อกระบี่กลับไปได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน พวกเขาก็ต้องตายอย่างปริศนากันหมด!"
"และทุกครั้งที่เจ้านายของมันตาย กระบี่เล่มนี้ก็จะบินกลับมาเองและทิ้งตัวลงในสุสานกระบี่แห่งนี้เสมอ เพราะกระบี่เล่มนี้มันแปลกประหลาดเกินไป ข้าจึงต้องสร้างช่องลับไว้ที่นี่เพื่อขังมันเอาไว้ด้านใน!"
"หากเจ้ากล้าพอ ก็ซื้อกระบี่เล่มนี้กลับไปเถอะ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าหลังจากซื้อกลับไปแล้ว หากเกิดผลตามมาประการใดข้าไม่รับผิดชอบทั้งสิ้น!"
เถ้าแก่กล่าวอย่างจริงจัง
สำหรับกระบี่เล่มนี้เขาแทบจะอยากโยนมันทิ้งไปให้พ้นๆ อยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอาไปเลย!
"ข้าตรวจสอบดูแล้ว กระบี่เล่มนี้ไม่มีระดับ มีนามว่าเมฆาสวรรค์ เป็นกระบี่ปีศาจ!"
"อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเลยนะ ลูกค้าทั้งห้าคนก่อนหน้านี้ล้วนเป็นผู้ฝึกกระบี่ และมีระดับพลังถึงขอบเขตก่อรูปกายากันทุกคน แต่ที่น่าแปลกก็คือ พวกเขาตายอย่างปริศนากันหมด!"
"ดังนั้น หากพวกท่านคิดจะซื้อกลับไป ก็ขอให้ไตร่ตรองให้ดี!"
หลงจู๊วัยกลางคนกล่าวเตือน
[จบแล้ว]