- หน้าแรก
- จักรพรรดิกระบี่ไร้พ่าย สยบสุสานเทพ ทลายโลงศพเซียน
- บทที่ 7 - สูตรโอสถสะท้านภพหวนคืนสู่ใต้หล้า
บทที่ 7 - สูตรโอสถสะท้านภพหวนคืนสู่ใต้หล้า
บทที่ 7 - สูตรโอสถสะท้านภพหวนคืนสู่ใต้หล้า
"นักปรุงยาระดับสี่งั้นหรือ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างอรชรของเจียงอินก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย
ต้องรู้เอาไว้ว่านักปรุงยาระดับสี่ในแคว้นหนิงนั้นถือเป็นบุคคลระดับแนวหน้า สามารถเรียกขานว่าเป็นระดับปรมาจารย์ได้เลยทีเดียว
เพราะในแคว้นหนิงผู้ที่สามารถก้าวขึ้นเป็นนักปรุงยาระดับสี่ได้นั้นมีเพียงแค่สิบคนเท่านั้น
อย่างเช่นหลินเฉาเกอผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นราชันโอสถก็ยังเป็นแค่นักปรุงยาระดับหกเท่านั้น!
สำหรับเว่ยโม่ผู้นี้นางเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง เขาคือหนึ่งในสิบปรมาจารย์นักปรุงยาแห่งแคว้นหนิง ทว่าบุคคลระดับนี้เหตุใดจึงมาเยือนเมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลอย่างเมืองเหยียนได้เล่า
"ท่านปรมาจารย์เว่ย เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่ได้หรือเจ้าคะ" เจียงอินเอ่ยถามด้วยใบหน้าแปลกประหลาดใจ
"หึหึ ข้าก็แค่ออกมาเดินทางท่องเที่ยวเพื่อตามหาสมุนไพรหายาก บังเอิญผ่านมาที่เมืองเหยียนพอดีน่ะ!"
"คิดไม่ถึงเลยว่าก้นยังไม่ทันหย่อนถึงพื้นแม่นางถังก็เรียกตัวข้ามาด่วน บอกว่ามีคนนำสูตรโอสถระดับสี่ออกมาประมูล ข้าถึงได้รีบเร่งรุดมานี่แหละ!" เว่ยโม่หัวเราะกล่าว
เมืองเหยียนเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้กับตำบลหมานซานมากที่สุด แม้จะบอกว่าเป็นเมืองใหญ่แต่ก็ยังถือเป็นเพียงเมืองในแถบชนบทที่ห่างไกลอยู่ดี
"เป็นเช่นนี้นี่เองเจ้าค่ะ!" เจียงอินพยักหน้าเข้าใจ
เว่ยโม่เอ่ยต่อ "แม่นางเจียง สูตรโอสถระดับสี่ของท่านขอดูสักตาได้หรือไม่"
"ได้เจ้าค่ะ!" เจียงอินพยักหน้าแล้วยื่นสูตรโอสถส่งให้
นางไม่กลัวว่าเว่ยโม่เพียงแค่มองสูตรโอสถแล้วจะสามารถจดจำเนื้อหาทั้งหมดในสูตรไปได้
เพราะของอย่างสูตรโอสถเป็นสิ่งที่ต้องนำไปศึกษาและวิเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นไปไม่ได้ที่จะมองเพียงแวบเดียวแล้วจะสามารถจดจำและเริ่มทำการหลอมได้ทันที เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้หม้อหลอมโอสถระเบิดขึ้นมาได้
เว่ยโม่รับสูตรโอสถมาพิจารณาอย่างละเอียด เจียงอินและถังคูก็ไม่ได้เอ่ยปากรบกวนใดๆ
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปสีหน้าของเขากลับเริ่มแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ
จากนั้นก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
และจากนั้นก็เริ่มเผยให้เห็นถึงความตกตะลึง
...
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูปสีหน้าของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
เจียงอินคอยสังเกตสีหน้าของเขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงบนใบหน้าของเขาในใจนางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา หรือว่าสูตรโอสถใบนี้จะเป็นของปลอมกันแน่
เพราะนี่คือถึงหนึ่งในสิบปรมาจารย์นักปรุงยาแห่งแคว้นหนิง หากไปล่วงเกินเขาเข้าต่อให้นางจะเป็นถึงคุณหนูตระกูลเจียงเกรงว่าก็คงไม่อาจรับมือกับโทสะของอีกฝ่ายได้ไหว!
เพราะเส้นสายของนักปรุงยานั้นน่าสะพรึงกลัวจนเกินไป
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันมาประจบประแจงมอบของขวัญล้ำค่าเพื่อให้พวกเขาหลอมโอสถให้สักเม็ด บางคนถึงขั้นติดค้างน้ำใจพวกเขาด้วยซ้ำ หากไปล่วงเกินเข้าจริงๆ นักปรุงยาเหล่านี้เพียงแค่ส่งเสียงเรียกคำเดียวก็จะมีผู้คนนับหมื่นพร้อมตอบรับ ยอดฝีมือกลุ่มใหญ่ยินดีบุกน้ำลุยไฟเพื่อพวกเขาอย่างถวายหัว!
ในโลกแห่งวิถียุทธ์มีคำกล่าวว่ายอมล่วงเกินยอดฝีมือสิบคนดีกว่าล่วงเกินปรมาจารย์นักปรุงยาเพียงคนเดียว เพราะเจ้าไม่มีทางประเมินได้เลยว่าปรมาจารย์นักปรุงยาผู้นั้นมีเส้นสายที่น่าสะพรึงกลัวซุกซ่อนอยู่อีกมากเพียงใด!
ท่ามกลางความกังวลใจของเจียงอิน เว่ยโม่ก็อ่านสูตรโอสถจนจบ เขาค่อยๆ วางมันลงบนใบหน้าชราภาพยังคงหลงเหลือความตกตะลึงที่ไม่อาจลบเลือนไปได้
"ขอเรียนถามแม่นางเจียง สูตรโอสถใบนี้ได้มาจากที่ใดหรือ" เว่ยโม่รีบร้อนเอ่ยถาม ในดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะล่วงรู้คำตอบให้จงได้
เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย เจียงอินก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านปรมาจารย์เว่ย สะ ... สูตรโอสถใบนี้เป็นของปลอมหรือเจ้าคะ"
"โอ้ ไม่ใช่หรอก สูตรโอสถใบนี้เป็นของจริง!" เว่ยโม่พยักหน้าอย่างหนักแน่น ใบหน้าจริงจังเอ่ยว่า "เพียงแต่วิธีการหลอมที่บันทึกไว้ในสูตรโอสถใบนี้มันน่าตื่นตะลึงจนเกินไป วิธีการหลอมเช่นนี้มันราวกับเป็นวิชาของเทพเซียนชัดๆ ข้าจึงได้เสียมารยาทเอ่ยถามว่าสูตรโอสถใบนี้ได้มาจากที่ใด"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจียงอินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าในใจยังคงรู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่น้อย สูตรโอสถใบนี้กลับเป็นของจริงเสียได้!
ไอ้หมอนั่นไม่ได้หลอกนางหรอกหรือ
"สูตรโอสถใบนี้ ... สหายผู้หนึ่งวานให้ข้านำออกมาประมูลเจ้าค่ะ!" เจียงอินตอบ ใบหน้าของนางดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง
"แม่นางเจียงช่วยแนะนำให้ข้ารู้จักเขาหน่อยได้หรือไม่ ข้าอยากจะรู้จักคนผู้นี้จริงๆ ขอร้องล่ะ!" เว่ยโม่รีบร้อนเอ่ยถามอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเว้าวอนอย่างหนัก
เจียงอินถึงกับอึ้งไป ใบหน้าของนางยิ่งดูแปลกประหลาดมากขึ้น
ไม่เพียงแค่นางเท่านั้น แม้แต่ถังคูที่อยู่ด้านข้างก็ยังชะงักไปเช่นกัน แม้พวกนางจะมองออกว่าเว่ยโม่กำลังพยายามข่มอารมณ์ให้สงบลงอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ท่าทางเว้าวอนและร้อนรนนั้นก็ยังคงทำให้พวกนางรู้สึกตกตะลึงอยู่ดี
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกนางได้เห็นปรมาจารย์นักปรุงยาแสดงท่าทีตื่นเต้นถึงเพียงนี้!
"ข้าต้องกลับไปถามเขาก่อนเจ้าค่ะ!" เจียงอินกล่าว
เมื่อนึกถึงนิสัยเย็นชาของเฉินเฟิง นางก็ไม่กล้าตัดสินใจพลการและรับปากไปส่งเดช
"ได้ ถือว่ารบกวนแม่นางเจียงแล้ว อีกอย่างสูตรโอสถใบนี้ข้าหวังว่าแม่นางเจียงจะขายให้ข้า ข้ายินดีจ่ายในราคาสิบเท่า เป็นเงินหนึ่งแสนตำลึงเพื่อซื้อสูตรโอสถใบนี้!" เว่ยโม่กล่าว
หนึ่งแสนตำลึงงั้นหรือ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นริมฝีปากบางของเจียงอินก็อดไม่ได้ที่จะอ้าค้าง เงินหนึ่งแสนตำลึงนี้มากพอให้ตระกูลเจียงของนางใช้จ่ายได้ถึงห้าปีเต็ม ต้องรู้เอาไว้ว่าตระกูลเจียงของนางในเมืองหลวงก็ถือเป็นตระกูลใหญ่มีหน้ามีตา ในหนึ่งปีมีรายได้เพียงแค่สองหมื่นตำลึงเท่านั้น
นักปรุงยาลงมือช่างใจป้ำเสียจริงๆ!
"แม่นางเจียง ได้หรือไม่" เว่ยโม่เอ่ยถามอีกครั้ง ท่าทางของเขาดูร้อนรนอยู่บ้าง
เจียงอินรีบดึงสติกลับมา น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย "ดะ ... ได้เจ้าค่ะ ไม่มีปัญหา!"
หลังจากส่งมอบเงินหนึ่งแสนตำลึงเสร็จสิ้น เจียงอินก็ไปซื้อสมุนไพรวิญญาณที่เฉินเฟิงต้องการในโรงประมูลต่อ จากนั้นจึงเดินทางออกจากหอระเริงสมบัติไป
ก่อนจากไปเว่ยโม่ยังกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่า "แม่นางเจียงอย่าลืมช่วยข้าสอบถามสหายตัวน้อยผู้นั้นด้วยนะ ข้าอยากจะเป็นสหายกับเขาจริงๆ หวังว่าแม่นางเจียงจะเก็บเรื่องนี้ไปใส่ใจ อย่าลืมเสียล่ะ!"
"ได้เจ้าค่ะ!" เจียงอินพยักหน้ารับ
นางเดินจากมาด้วยความมึนงง
นางเพิ่งเคยเห็นปรมาจารย์นักปรุงยายอมลดตัวลงมาและแสดงความจริงใจถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก
ในเรื่องนี้ มีสิ่งใดที่นางยังไม่รู้อีกงั้นหรือ
หลังจากเจียงอินจากไป เว่ยโม่ก็เดินไปที่ลานกว้างด้านหลังหอระเริงสมบัติ
ที่นี่มีสภาพแวดล้อมงดงาม มีทั้งภูเขาและสายน้ำขนาบข้าง นับเป็นสถานที่อันเงียบสงบยิ่งนัก
เว่ยโม่ล้วงเอาหยกสลักแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ เขาออกแรงบีบที่ฝ่ามือเล็กน้อยจนหยกสลักแผ่นนั้นแตกละเอียด ภาพเงาเลือนรางของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา
นี่คือยันต์ส่งเสียง ต่อให้อยู่ห่างไกลกันนับหมื่นลี้ก็ยังสามารถส่งข้อความถึงกันได้ และทิศทางที่เขากำลังส่งข้อความไปในตอนนี้ก็คือขุมกำลังในเมืองหลวงที่อยู่ห่างออกไปนับหมื่นลี้อย่างหอโอสถ!
และภาพเงาของชายวัยกลางคนที่ดูเลือนรางเบื้องหน้านี้ก็คือหลินเฉาเกอผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชันโอสถแห่งแคว้นหนิงในยุคปัจจุบัน
"ตาเฒ่า เจ้าไปเจอเรื่องอะไรมากัน ถึงขนาดยอมใช้ยันต์ส่งเสียงราคาแพงลิบลิ่วเช่นนี้ ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่ายันต์ส่งเสียงนี้หากไม่ใช่สถานการณ์อันตรายถึงชีวิตก็ห้ามนำออกมาใช้เด็ดขาด!"
"ดูสภาพเจ้าตอนนี้ก็ไม่เหมือนคนกำลังจะตายสักหน่อย! เจ้ารู้หรือไม่ว่ากว่าข้าจะได้ยันต์ส่งเสียงพวกนี้มาจากสำนักเงาสวรรค์ ข้าต้องเหนื่อยยากขนาดไหน!"
หลินเฉาเกอปรายตามองลานกว้างอันเงียบสงบและร่มรื่นภายในหอระเริงสมบัติแล้วเอ่ยอย่างจนใจ
"ท่านประมุขหอ ขะ ... ข้าค้นพบสูตรโอสถที่จักรพรรดิกระบี่เป่ยเสวียนทิ้งไว้ในปีนั้นแล้วขอรับ!" เว่ยโม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"อะไรนะ เจ้าว่ายังไงนะ พูดใหม่อีกทีสิ สูตรโอสถของจักรพรรดิกระบี่เป่ยเสวียนงั้นหรือ"
หลินเฉาเกอมีสีหน้าตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างอย่างบ้าคลั่ง
"ท่านประมุขหอ ข้าค้นพบสูตรโอสถที่จักรพรรดิกระบี่เป่ยเสวียนทิ้งไว้แล้วจริงๆ ขอรับ!" เว่ยโม่พูดย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เจ้าแน่ใจหรือ เจ้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่" หลินเฉาเกอรีบซักไซ้
"ข้าไม่ได้ตาฝาด นี่คือสูตรโอสถที่จักรพรรดิกระบี่เป่ยเสวียนคิดค้นขึ้นในปีนั้น โอสถระดับสี่ โอสถต่ออายุไหมฟ้าขอรับ!" เว่ยโม่ตอบ
"โอสถต่ออายุไหมฟ้าหรือ เป็นไปได้อย่างไรกัน"
ลมหายใจของหลินเฉาเกอเริ่มถี่กระชั้น ร่างกายที่ตื่นเต้นของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่เรียกว่าโอสถต่ออายุไหมฟ้านั้นก็คือโอกาสในการต่ออายุขัยให้กับผู้ที่กำลังจะสิ้นอายุขัย โดยสามารถต่ออายุขัยได้นานถึงสามปีเต็ม
อย่าได้ดูถูกเวลาสามปีนี้เชียว สำหรับคนที่กำลังจะตายอย่าว่าแต่สามปีเลย ต่อให้เป็นเวลาแค่ปีเดียวพวกเขาก็ยินยอมแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเพื่อไขว่คว้าโอสถเม็ดนี้มาครอง
ทว่าโอสถต่ออายุไหมฟ้าเม็ดนี้มีผลข้างเคียงอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือในชั่วชีวิตหนึ่งสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น!
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น มันก็ยังเป็นโอสถระดับสุดยอดที่พบเจอได้ยากยิ่งและไม่อาจเรียกร้องหามาได้ง่ายๆ!
บรรดาปรมาจารย์บางคนที่กำลังหาทางทะลวงเข้าสู่ขอบเขตที่สูงกว่า อาจจะอาศัยโอสถต่ออายุสักเม็ดเพื่อยื้อชีวิตตัวเองไปอีกสามปี และใช้เวลาช่วงนี้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นเพื่อยืดอายุขัยให้ยืนยาวออกไปอีก!
และโอสถที่ฝืนลิขิตสวรรค์เช่นนี้ มีเพียงจักรพรรดิกระบี่เป่ยเสวียนผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นอัจฉริยะแห่งวงการปรุงยาในปีนั้นเท่านั้นที่ครอบครอง นี่คือสูตรโอสถที่เขาคิดค้นขึ้น ผู้คนนับไม่ถ้วนยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อขอโอสถต่ออายุไหมฟ้าจากมือเขา!
"สูตรโอสถเป็นของจริงหรือไม่" หลินเฉาเกอเบิกตากว้าง ความตกตะลึงในใจของเขาตอนนี้ยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
สูตรโอสถที่จักรพรรดิกระบี่เป่ยเสวียนเผยแพร่ออกมาตลอดชีวิตนั้นมีน้อยจนแทบนับชิ้นได้ และสูตรโอสถที่ฝืนลิขิตสวรรค์เช่นนี้เขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้หลุดรอดออกมาเป็นแน่
แต่ตอนนี้ กลับมีสูตรโอสถสำหรับหลอมโอสถต่ออายุไหมฟ้าปรากฏขึ้นมา จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร
"สูตรโอสถเป็นของจริง ข้าตรวจสอบดูแล้ว มันเป็นวิธีการหลอมโอสถของจักรพรรดิกระบี่เป่ยเสวียนจริงๆ ขอรับ!" เว่ยโม่ยืนยัน
"ใครเป็นคนนำสูตรโอสถใบนี้ออกมากัน" หลินเฉาเกอรีบถาม
"ข้าไม่ทราบขอรับ ข้ายังรอพบเขาอยู่!" เว่ยโม่ตอบ
"ดี เจ้าสืบข่าวดูให้ดีก่อน ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้!"
เมื่อหลินเฉาเกอพูดจบ ภาพเงาก็เลือนหายไป
ท่าทางเช่นนั้นเห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจจะรีบเดินทางมายังตำบลหมานซานด้วยตัวเอง
เว่ยโม่ถือสูตรโอสถในมือแน่น ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นอย่างห้ามไม่อยู่
ผ่านมาหลายปีแล้ว!
เวลาล่วงเลยมานานเท่าใดแล้ว สูตรโอสถของจักรพรรดิกระบี่เป่ยเสวียนได้หวนคืนสู่ใต้หล้าอีกครั้งแล้ว!
[จบแล้ว]