- หน้าแรก
- ลงชื่อรับวิชาเทพ ข้าคือผู้ทะยานฟ้าที่แกร่งที่สุดในยุคสิ้นพระธรรม
- บทที่ 33: เบื้องล่างขุนเขาอายุวัฒนะ เมฆาพลิกผันมารวมตัว (ตอนปลาย)
บทที่ 33: เบื้องล่างขุนเขาอายุวัฒนะ เมฆาพลิกผันมารวมตัว (ตอนปลาย)
บทที่ 33: เบื้องล่างขุนเขาอายุวัฒนะ เมฆาพลิกผันมารวมตัว (ตอนปลาย)
บทที่ 33: เบื้องล่างขุนเขาอายุวัฒนะ เมฆาพลิกผันมารวมตัว (ตอนปลาย)
"ผู้อาวุโสโปรดกล่าว" ท่าทีของซูจื่อรั่วเต็มไปด้วยความเคารพนบนอบถึงขีดสุด
"ข้าต้องการแผนที่ภูมิประเทศที่ละเอียดที่สุดของขุนเขาอายุวัฒนะ ไม่เพียงแต่ต้องมีแม่น้ำและภูเขาบนพื้นดินเท่านั้น แต่ยังต้องระบุทิศทางและจุดเชื่อมต่อของเส้นชีพจรวิญญาณรวมถึงปราณพสุธาพิฆาตทั้งหมดในระยะความลึกสามร้อยวาใต้พิภพด้วย"
ตูม!
หากบอกว่าคำถามสองข้อแรกแค่ทำให้ซูจื่อรั่วประหลาดใจ คำถามข้อที่สามนี้ก็ราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางใจของนาง!
แผนที่เส้นทางชีพจรวิญญาณก็ถือว่าล้ำค่ามากแล้ว แต่นี่ถึงกับต้องระบุจุดเชื่อมต่อของ 'ปราณพสุธาพิฆาต' ใต้ดินออกมาด้วย... บนโลกใบนี้ คนที่จะสนใจเรื่องพรรค์นี้ นอกจากปรมาจารย์ค่ายกลที่ฝักใฝ่ในวิชานอกรีตแล้ว ก็มีเพียงแค่พวกมารร้ายฝ่ายอธรรมเท่านั้น!
โดยเฉพาะตำหนักปรโลก สิ่งที่พวกเขาถนัดที่สุดก็คือการชักนำปราณพิฆาตมาทำให้เส้นชีพจรวิญญาณแปดเปื้อน เพื่อใช้ฝึกวิชามารหรือวางค่ายกลอันร้ายกาจ!
ผู้อาวุโสตรงหน้าผู้นี้ พลังเวทก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นสายหยางบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม เหตุใดจึงสนใจสิ่งของที่ชั่วร้ายและเต็มไปด้วยกลิ่นอายหยินเช่นนี้
เมื่อนำไปเชื่อมโยงกับคำถามข้อที่สองของเขา... ข้อสันนิษฐานที่น่าตื่นตะลึงข้อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของซูจื่อรั่ว
นางมองดูคนชุดเทาลึกลับตรงหน้า ภายในใจเกิดคลื่นลมแรงกล้า นางพลันรู้สึกว่าเงาร่างของคนผู้นี้ กำลังค่อยๆ ซ้อนทับกับเจ้าคนลึกลับที่จ่ายเงินมือเติบในตลาดนัดเมื่อตอนนั้นขึ้นมาเสียแล้ว
"'แผนที่พสุธาพิฆาตคุนอวี๋' ฉบับนี้ หอสดับข่าวมีอยู่ แต่ทว่ามันเป็นความลับสุดยอด ไม่เคยนำออกมาขายภายนอก" ซูจื่อรั่วสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ข้าให้หินวิญญาณห้าพันก้อน" ม่อไป๋เสนอราคาโดยตรง
ซูจื่อรั่วส่ายหน้า "ผู้อาวุโส นี่ไม่ใช่เรื่องของหินวิญญาณ แผนที่ฉบับนี้หากหลุดรอดออกไปและถูกฝ่ายมารนำไปใช้ประโยชน์ ชักนำปราณพิฆาตใต้ขุนเขาอายุวัฒนะขึ้นมา ผลที่ตามมาจะเลวร้ายจนยากจะจินตนาการ หอสดับข่าวของข้ารับผิดชอบไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ"
"หนึ่งหมื่น" น้ำเสียงของม่อไป๋ไม่เปลี่ยน
ซูจื่อรั่วยังคงส่ายหน้า ทว่าในแววตาของนางกลับมีความหมายแฝงเร้นของการหยั่งเชิงเพิ่มขึ้นมา "ผู้อาวุโสต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่"
ม่อไป๋มองดูนาง จู่ๆ เขาก็ยิ้มออกมา
"เจ้าเป็นคนฉลาด" เขาเอ่ยช้าๆ "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าขอทำข้อตกลงกับเจ้าก็แล้วกัน"
"ข้อตกลงหรือ"
"ถูกต้อง" เสียงของม่อไป๋ถูกส่งผ่านพลังเวท ควบแน่นเป็นเส้นสาย ส่งตรงเข้าไปในหูของนาง "ตำหนักปรโลกมีแผนการร้าย หวังจะชักนำปราณพิฆาตมาทำให้เส้นชีพจรแปดเปื้อน พลิกคว่ำขุนเขาอายุวัฒนะทั้งลูก เรื่องนี้ เจ้าเองก็คงจะระแคะระคายมาบ้างแล้ว เจ้านำแผนที่มาให้ข้า ข้าจะเป็นคนไปขัดขวางพวกมันเอง"
เรือนร่างของซูจื่อรั่วสั่นสะท้าน แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เขารู้เรื่องนี้จริงๆ ด้วย!
เขาไม่เพียงแค่รู้ แต่ยังคิดจะใช้กำลังของตนเองเพียงลำพัง ไปขัดขวางแผนการร้ายของยักษ์ใหญ่ฝ่ายอธรรมอย่างตำหนักปรโลกอย่างนั้นหรือ?
เขาเป็นใครกันแน่?
เขาเอาความมั่นใจมาจากไหน?
"ผู้อาวุโสล้อเล่นแล้ว" ซูจื่อรั่วฝืนทำใจให้สงบลง "การเดินทางของตำหนักปรโลกในครั้งนี้ มีผู้อาวุโสโลหิตสังหารระดับก่อเกิดแก่นทองคำตอนปลายเป็็นผู้นำ ภายใต้สังกัดยังมีผู้พิทักษ์ระดับก่อเกิดแก่นทองคำอีกหลายคน ยอดฝีมือดั่งเมฆหมอก ผู้อาวุโสแม้จะมีระดับพลังลึกล้ำ แต่ทว่า..."
"ใครบอกว่าข้าจะไปงัดข้อกับพวกมันตรงๆ เล่า" ม่อไป๋พูดแทรกนาง คำพูดของเขาแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นของบัณฑิตผู้กุมชัยชนะไว้ในมือ "บางครั้ง การจะทำลายแผนการแผนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเอาชนะทุกคนให้ได้หรอก เพียงแค่ตอกตะปูตัวที่สำคัญที่สุดออกไปในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดก็พอแล้ว"
คำพูดของเขา ราวกับมีพลังวิเศษอันแปลกประหลาด มันทำให้ความว้าวุ่นในใจของซูจื่อรั่ว ค่อยๆ สงบลง
แต่ทว่านางก็คือผู้ดูแลหอสดับข่าว ไม่นานก็กลับมาเยือกเย็นตามสไตล์ของพ่อค้าแม่ค้า
"แผนการของผู้อาวุโสนั้นแยบยลยิ่งนัก แต่ทว่าข่าวกรองชิ้นนี้มีค่าควรเมือง หอสดับข่าวของข้าไม่เคยทำธุรกิจที่ขาดทุน" นางช้อนตามอง สบตากับอีกฝ่ายตรงๆ "ข้าจะเอาอะไรมามั่นใจว่าควรจะมอบมันให้กับผู้อาวุโส"
ม่อไป๋นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ก็ถือเสียว่าการกระทำนี้จะช่วยรักษาหอสดับข่าวของเจ้าเอาไว้ได้ก็แล้วกัน หากตำหนักปรโลกทำสำเร็จ พวกเจ้าก็ต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยเช่นเดียวกัน"
"เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น" ซูจื่อรั่วไม่ยอมถอยให้แม้แต่ก้าวเดียว "การต่อต้านตำหนักปรโลกคือคุณธรรม แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ หากไม่ได้ผลประโยชน์ที่มากพอ ข้ายอมปิดผนึกข่าวกรองชิ้นนี้ไว้ ดีกว่าจะยอมมอบให้ผู้อื่นเปล่าๆ"
นางมองดูคนชุดเทาลึกลับตรงหน้า ภายในใจกำลังเกิดการต่อสู้กันอย่างหนัก
สติปัญญาบอกนางว่า นี่คือการร่วมมือกับเสือร้าย
แต่สัญชาตญาณ โดยเฉพาะสัญชาตญาณของสตรี กลับกำลังบอกนางว่า คนผู้นี้ที่อยู่ตรงหน้า อาจจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้จริงๆ
ม่อไป๋มองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับกำลังประเมินสตรีผู้นี้ใหม่อีกครั้ง
เนิ่นนานผ่านไป ในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก "เจ้าต้องการอะไร"
"ข้าไม่ต้องการหินวิญญาณ" ซูจื่อรั่วเอ่ยทีละคำ "ข้าต้องการคำสัญญา หากงานสำเร็จ ไม่ว่าจะมีผลประโยชน์ใดๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นของวิเศษ เคล็ดวิชา หรือของล้ำค่าจากฟ้าดิน หอสดับข่าวขอแบ่งสองส่วน"
เมื่อม่อไป๋ได้ยินดังนั้น ภายในดวงตาก็ปรากฏความประหลาดใจพาดผ่าน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความชื่นชม
"ได้" เขาพยักหน้ารับปากโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน ซูจื่อรั่วก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
นางนำหยกบันทึกเปล่าๆ ออกมาแผ่นหนึ่ง ประทับข่าวกรองทั้งสามชิ้นลงไปจนหมดสิ้น แล้วยื่นส่งให้ม่อไป๋
ม่อไป๋รับหยกบันทึกมา สัมผัสเทวะกวาดผ่าน เมื่อยืนยันว่าถูกต้องแล้ว เขาก็ทิ้งถุงมิติที่บรรจุหินวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อนเอาไว้ ก่อนจะหันหลังเดินกลืนหายเข้าไปในฝูงชน
ซูจื่อรั่วยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ มือยังคงกำถุงมิติที่เป็นค่ามัดจำเอาไว้แน่น ทว่าภายในใจกลับยังคงมีคลื่นลมถาโถม
นางรู้ดีว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เมฆาพายุของขุนเขาอายุวัฒนะแห่งนี้ คงจะถูกชายชุดเทาลึกลับผู้นั้น ปั่นป่วนจนพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินอย่างแน่นอน
และในอีกด้านหนึ่ง ม่อไป๋ก็ได้มาถึงสถานที่อันเงียบสงบแห่งหนึ่ง เขาตรวจสอบข่าวกรองในหยกบันทึกอย่างละเอียด
เครือข่ายข่าวกรองของซูจื่อรั่วนั้น ยอดเยี่ยมไร้เทียมทานจริงๆ
บน 'แผนที่ขุมกำลังภูผาแม่น้ำ' ระบุการกระจายตัวของขุมกำลังใหญ่ต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน
สำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะอย่างคุนหลุนและสู่ซาน ยึดครองยอดเขาที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นที่สุดทางทิศตะวันออก ทั้งสองฝ่ายตั้งมั่นเป็นทัพประสานคอยสนับสนุนซึ่งกันและกัน
ตำหนักปรโลกและสำนักเหอฮวนก็ยึดครองหุบเหวที่กลิ่นอายหยินมารวมตัวกันทางทิศตะวันตก เผชิญหน้ากับฝ่ายธรรมะอยู่ไกลๆ
ส่วนผู้ฝึกตนอิสระและขุมกำลังขนาดเล็กที่มีจำนวนมากที่สุด ก็กระจายตัวอยู่รอบนอก รอคอยโอกาสเคลื่อนไหว
และในข่าวกรอง 'คลื่นใต้น้ำลึกลับ' ซูจื่อรั่วได้บรรยายถึงความผิดปกติของผู้ฝึกตนจากตำหนักปรโลกไว้อย่างละเอียด
ฉากหน้าพวกเขาส่งผู้พิทักษ์ระดับก่อเกิดแก่นทองคำขั้นกลางมาเผชิญหน้ากับฝ่ายธรรมะ ทว่าบุคคลสำคัญตัวจริงอย่างผู้อาวุโสโลหิตสังหารระดับก่อเกิดแก่นทองคำตอนปลาย กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานของตำหนักปรโลกไม่ต่ำกว่าสิบกลุ่ม ปลอมตัวเป็นผู้ฝึกตนอิสระ เคลื่อนไหวอยู่ตามจุดต่างๆ ของขุนเขาอายุวัฒนะ ร่องรอยลึกลับยากจะคาดเดา
เมื่อม่อไป๋นำข่าวกรองชิ้นนี้ มาเทียบกับ 'แผนที่พสุธาพิฆาตคุนอวี๋' ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้งทันที!
สถานที่ที่ผู้ฝึกตนจากตำหนักปรโลกทั้งสิบกว่ากลุ่มนั้นเคลื่อนไหว ดูเหมือนจะสับสนวุ่นวายไร้ระเบียบ แต่แท้จริงแล้ว ทุกๆ จุด ล้วนตรงกับจุดเชื่อมต่อของปราณพสุธาพิฆาตใต้ดินอย่างพอดิบพอดี!
"ช่างเป็นแผนปิดฟ้าข้ามทะเล ลอบตีเฉินชางที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"
ประกายความเย็นเยียบในดวงตาของม่อไป๋สว่างวาบ
"พวกมันกำลังวางค่ายกล! ค่ายกลสังหารที่จะชักนำปราณพิฆาตใต้ดินของขุนเขาอายุวัฒนะทั้งลูกมาใช้ประโยชน์!"
หากค่ายกลนี้ถูกเปิดใช้งาน ไม่เพียงแต่เส้นชีพจรวิญญาณของขุนเขาอายุวัฒนะทั้งลูกจะถูกทำให้แปดเปื้อนจนกลายเป็นดินแดนมารเท่านั้น
แต่เมื่อถึงเวลานั้น ผู้ฝึกตนทุกคนที่อยู่บนเขา จะถูกปราณพสุธาพิฆาตที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสายกัดกร่อนสติสัมปชัญญะ พลังฝีมือลดฮวบ กลายเป็นลูกแกะรอการเชือดของตำหนักปรโลก!
และเป้าหมายที่แท้จริงของตำหนักปรโลก เกรงว่าคงไม่ใช่แค่การเข่นฆ่าสังหารผู้คนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยืมเอาปราณโลหิตและปราณพิฆาตอันมหาศาลนี้ มาประกอบพิธีกรรมสังเวยที่ชั่วร้ายยิ่งกว่า หรือเพื่อกระตุ้นให้ของวิเศษฝ่ายมารอันชั่วร้ายถือกำเนิดขึ้นมา!
"ต้องขัดขวางพวกมันให้ได้"
ม่อไป๋เก็บหยกบันทึก เขามีแผนการอยู่ในใจแล้ว
การบุกทะลวงค่ายกลตรงๆ และทำลายทิ้งไปทีละจุดนั้น ถือเป็นแผนการชั้นเลวอย่างไม่ต้องสงสัย
สิ่งที่เขาต้องทำก็คือ ค้นหาแกนกลางของค่ายกลใหญ่แห่งนี้ ค้นหาผู้อาวุโสโลหิตสังหารที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดให้พบ
จากนั้น... ก็มอบ 'ของขวัญชิ้นใหญ่' ที่คาดไม่ถึงให้กับมัน!
ม่อไป๋เงยหน้าขึ้น มองไปทางเขตพื้นที่ที่ถูกหมอกหนาทึบปกคลุมอยู่ในส่วนลึกของขุนเขาอายุวัฒนะ ร่างของเขาสั่นไหว กลายเป็นผีเสื้อที่ดูธรรมดาจนไม่สะดุดตา บินโฉบเข้าไปอย่างเงียบเชียบ
[จบแล้ว]