เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - ตาข่ายฟ้าดิน ปิดฟ้าข้ามทะเล (ตอนจบ)

บทที่ 27 - ตาข่ายฟ้าดิน ปิดฟ้าข้ามทะเล (ตอนจบ)

บทที่ 27 - ตาข่ายฟ้าดิน ปิดฟ้าข้ามทะเล (ตอนจบ)


บทที่ 27 - ตาข่ายฟ้าดิน ปิดฟ้าข้ามทะเล (ตอนจบ)

ทันทีที่มันปรากฏตัว ภายในถ้ำก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งพลังชีวิตอันมหาศาลเกินบรรยาย แม้แต่กำแพงหินก็ยังมีตะไคร่น้ำสีเขียวอ่อนงอกขึ้นมาด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า

ม่อไป๋เพียงแค่ขยับเข้าไปใกล้ ก็รู้สึกได้ว่ารูขุมขนทั่วร่างกำลังเปิดออกกว้าง การเดินพลังเวทก็ไหลลื่นขึ้นหลายส่วน

"สมกับที่เป็นต้นกำเนิดของรากวิญญาณแห่งยุคบรรพกาลจริงๆ..." สายตาของเขาฉายแววปรารถนาอย่างแรงกล้า

แต่เขาก็รู้ตัวดีว่า พลังงานที่อัดแน่นอยู่ในนี้มันน่ากลัวเกินไป ด้วยระดับพลังสร้างรากฐานของเขาในตอนนี้ หากฝืนนำมาหลอมรวมโดยตรง จุดจบก็คงมีแค่ถูกพลังชีวิตนี้ระเบิดร่างจนแหลกสลายแน่นอน

ต้องหาวิธีที่นุ่มนวลกว่านี้ หรือไม่ก็ต้องรอให้ระดับพลังสูงขึ้นกว่านี้ก่อนค่อยว่ากันใหม่

เขาใช้กล่องหยกหลายชั้นผนึกมันไว้อย่างระมัดระวัง แล้วหันไปสนใจของชิ้นที่สอง

มันคือหยกบันทึกวิชาแบบโบราณ ซึ่งก็คือวิชาที่เขาได้มาพร้อมกับต้นกำเนิดของต้นผลทารกโสมในตอนที่ลงชื่อที่อารามเบญจวิถี จักรวาลในแขนเสื้อ นั่นเอง!

ม่อไป๋ส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไป ข้อมูลมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองทันที จักรวาลในแขนเสื้อไม่ใช่แค่วิชาเก็บของธรรมดา แต่มันคือวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง

หากฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุด แค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ก็สามารถกลืนกินพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว หรือพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้เลยทีเดียว

ด้วยระดับพลังของม่อไป๋ในตอนนี้ แม้จะห่างไกลจากความสามารถระดับทำลายล้างขนาดนั้น แต่เขาก็สามารถเปิดพื้นที่เอกเทศขนาดกว้างสิบวาซ่อนไว้ในแขนเสื้อได้

พื้นที่นี้มีความเสถียรสุดยอด ไม่เพียงแต่เก็บสิ่งมีชีวิตได้ แต่ในตอนที่ต่อสู้ หากอีกฝ่ายมีระดับพลังไม่สูงนัก และไม่ทันตั้งตัว เขาก็สามารถดูดอีกฝ่ายเข้าไปขังไว้ในแขนเสื้อและจัดการได้ตามใจชอบเลย!

"นี่มันสุดยอดวิชาสำหรับพกพาและลอบกัดชัดๆ!" ม่อไป๋ดีใจจนแทบเนื้อเต้น

มีจักรวาลในแขนเสื้อแล้ว ถุงมิติก็หมดความหมายไปเลย และที่สำคัญกว่านั้นคือ วิชานี้มอบลูกเล่นในการโจมตีแบบใหม่ที่ซ่อนเร้นและป้องกันได้ยากสุดๆ

เขาลงมือฝึกฝนตามเคล็ดวิชาในหยกบันทึกทันที

ด้วยรากฐานอันมั่นคงจาก เคล็ดวิชามหาเซียนสูตร การฝึกวิชาที่มีต้นกำเนิดสายเดียวกันนี้จึงทำได้อย่างราบรื่น

เพียงครึ่งวัน ม่อไป๋ก็สะบัดแขนเสื้อเกิดเป็นแรงดูดไร้รูปร่าง หินยักษ์หนักหลายพันชั่งที่อยู่หน้าปากถ้ำก็อันตรธานหายไปทันที ก่อนที่เขาจะสะบัดข้อมืออีกครั้ง หินก้อนนั้นก็กลับมาวางอยู่ที่เดิมอย่างสมบูรณ์แบบ

"สำเร็จแล้ว!"

เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าภายในแขนเสื้อของตัวเองมีพื้นที่ว่างเปล่าและมืดมิดเพิ่มขึ้นมา และหินยักษ์ก้อนนั้นก็กำลังลอยนิ่งอยู่ข้างในอย่างสงบ

วิชาศักดิ์สิทธิ์นี้มันล้ำลึกกว่าที่เขาจินตนาการไว้เยอะ!

ม่อไป๋กดความตื่นเต้นไว้แล้วเริ่มตรวจนับของต่อไป

ของชิ้นที่สาม เป็นคัมภีร์โบราณหลายเล่มที่เขาแอบ หยิบฉวย มาจากห้องหลอมยาของอารามเบญจวิถี

เขากางคัมภีร์เล่มหนึ่งออกดู หน้าปกเขียนด้วยอักขระเมฆาโบราณสี่คำว่า คัมภีร์โอสถหมื่นพฤกษา นี่ไม่ใช่ตำรายา แต่เป็นสารานุกรมที่รวบรวมคุณสมบัติของสมุนไพรวิญญาณแห่งยุคบรรพกาลไว้มากมาย ซึ่งหลายชนิดได้สูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้แล้ว

ส่วนอีกหลายเล่มที่เหลือ มันคือตำรายาแห่งยุคบรรพกาลของจริง!

ยาลูกกลอนเก้าวิถีคืนวิญญาณ สามารถชุบชีวิตคนตาย ขอเพียงแค่วิญญาณยังไม่แตกซ่าน ก็สามารถสร้างร่างเนื้อขึ้นมาใหม่และพลิกชะตาฟ้าดินได้

ยาลูกกลอนไท่อี้หล่อเลี้ยงวิญญาณ เป็นยาเฉพาะทางสำหรับบำรุงและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ถือเป็นยาสวรรค์สำหรับการทะลวงเข้าสู่ระดับขั้นแปลงวิญญาณ

ยาลูกกลอนซานชิงจำแลงกาย สามารถช่วยให้เผ่าปีศาจแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขจัดคราบไคลปีศาจและกลายเป็นร่างเซียนแต่กำเนิด ช่วยให้การฝึกวิชาของมนุษย์ราบรื่นขึ้นทวีคูณ

ม่อไป๋ดูแล้วถึงกับเลือดสูบฉีด ตำรายาพวกนี้ ขอเพียงหลุดรอดออกไปสักแผ่นเดียว ก็มากพอที่จะทำให้ทั่วทั้งโลกบำเพ็ญเพียรเกิดพายุคาวเลือดได้เลย!

แม้ระดับพลังและกำลังทรัพย์ของเขาในตอนนี้จะยังไม่สามารถหลอมยาสวรรค์เหล่านี้ได้ แต่มันก็ช่วยปูทางแห่งอนาคตที่กว้างไกลให้เขาแล้ว

เมื่อตรวจนับของรางวัลทั้งหมดเสร็จสิ้น ม่อไป๋ก็พ่นลมหายใจยาวออกมา ตอนนี้เขาถือว่ามีต้นทุนที่แข็งแกร่งพอจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกบำเพ็ญเพียรอันโหดร้ายนี้แล้ว

เป้าหมายต่อไป คือการข้ามเทือกเขาตัดมังกรแห่งนี้!

เขาหยิบแผนที่แสนละเอียดออกมาอีกครั้ง แล้วตั้งใจวางแผนเส้นทางอย่างรอบคอบ

ทว่า ในวินาทีที่เขาส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปในแผนที่ พลังเวท เคล็ดวิชามหาเซียนสูตร ในจุดตันเถียนก็สั่นไหวเล็กน้อย ส่งสัญญาณเตือนภัยอันตรายออกมา!

"มีคนมา!"

ม่อไป๋ม่านตาหดเกร็ง รีบเก็บของทั้งหมดวับหายไปในพริบตา ร่างกายเปลี่ยนเป็นหมอกควัน กลืนหายเข้าไปในเงามืดของถ้ำอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับซ่อนกลิ่นอายเอาไว้จนมิด

วิชาเจ็ดสิบสองประการ ท่องปรโลก สามารถหลอมรวมเข้ากับเงามืดเพื่อซ่อนกายได้

แทบจะในวินาทีต่อมาหลังจากที่เขาซ่อนตัวเสร็จ

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

แสงเพลิงสีแดงฉานสามสายก็พุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหยุดนิ่งลอยตัวอยู่เหนือถ้ำที่เขาซ่อนตัวอยู่อย่างแม่นยำ

แสงไฟจางลง เผยให้เห็นนักบำเพ็ญเพียรในชุดของสำนักอัคคีสามคน

ผู้เป็นหัวหน้าคือผู้อาวุโสจมูกงุ้ม มีระดับพลังถึงขั้นสร้างรากฐานตอนปลาย ในมือของเขากำลังถือเข็มทิศ ซึ่งเข็มของมันกำลังชี้เป้าลงมายังถ้ำด้านล่างอย่างไม่ลดละ

"ไม่ผิดแน่ ปฏิกิริยาของ ธูปตามวิญญาณพันลี้ อยู่ตรงนี้! ไอ้ลูกสุนัขที่ฆ่าหลานจ้าวเฉียนและพวกพ้อง ยังกล้ามาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ ช่างรนหาที่ตายจริงๆ!" ผู้อาวุโสจมูกงุ้มมีแววตาอาฆาตมาดร้าย

ศิษย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบประจบ "ต้องยกความดีความชอบให้ผู้อาวุโสหลิวที่คาดการณ์แม่นยำ เดาได้ว่ามันไม่กล้าใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ และต้องหนีข้ามเทือกเขาตัดมังกรแน่ พวกเราแอบดักรอและวางธูปตามรอยไว้ตลอดทาง สุดท้ายมันก็วิ่งมาติดกับดักเอง!"

"หึ ไอ้นี่มีวิชาพิสดารซับซ้อน อย่าได้ประมาทเด็ดขาด รีบกาง ค่ายกลอัคคีสามสุริยัน หลอมภูเขาลูกนี้ให้เป็นจุลไปเลย! ข้าอยากจะรู้ว่ามันจะหนีไปซุกหัวอยู่ที่ไหน!"

"รับทราบ!"

นักบำเพ็ญเพียรสำนักอัคคีทั้งสามคนแยกย้ายกันไปยืนตามจุดสามมุมอย่างรวดเร็ว สองมือประสานอิน ธงค่ายกลสีแดงฉานสามผืนหลุดลอยออกจากมือ ขยายขนาดขึ้นตามสายลม กลายเป็นม่านเพลิงยักษ์สามผืนครอบคลุมภูเขาทั้งลูกเอาไว้

ความร้อนระอุระดับทำลายล้างแผ่ซ่านลงมา หินผาเริ่มหลอมละลาย ต้นไม้ใบหญ้ากลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา

ภายในถ้ำ ม่อไป๋ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด มีสีหน้าเย็นชาจนถึงขีดสุด

เขาไม่คิดเลยว่า หนี้แค้นของสำนักกระบี่คุนหลุนจะตามมาเร็วขนาดนี้ "ธูปตามวิญญาณพันลี้" นี่ น่าจะเป็นเครื่องหมายติดตามที่บังเอิญติดมาตอนที่เก็บถุงมิติของพวกจ้าวเฉียนแน่ๆ

จะฝืนสู้ตรงๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องฉลาด

ศัตรูมีถึงสามคน หัวหน้าก็เป็นถึงขั้นสร้างรากฐานตอนปลาย แถมยังมีค่ายกลช่วยอีก

แต่จะให้หนีหรือ ม่อไป๋ตาฉายแววเหี้ยมโหด

เขาไม่เคยเป็นคนที่ยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว ในเมื่อพวกมันรนหาที่ตาย งั้นก็ทิ้งชีวิตไว้ที่เทือกเขาตัดมังกรนี่แหละ!

สัมผัสวิญญาณของเขาค่อยๆ แผ่ออกไป ผสานกับข้อมูลจากแผนที่ของซูจื่อรั่ว ทำให้เขาสามารถนึกภาพภูมิประเทศในรัศมีร้อยลี้ได้ในพริบตา

ไม่นาน เขาก็ สังเกตเห็น ว่าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างออกไปสามสิบลี้ มีหุบเขาลึกที่ถูกปกคลุมด้วยไอพิษหนาแน่น ซึ่งบนแผนที่ได้ใช้ตัวอักษรสีเลือดเน้นย้ำไว้ว่า "หุบเขาไอพิษวารีทมิฬ แดนต้องห้ามระดับวิญญาณก่อกำเนิด"

แผนการ ชักนำภัยพิบัติ ยืมดาบฆ่าคน ก่อตัวขึ้นในใจทันที

และในเสี้ยววินาทีต่อมา ขณะที่ค่ายกลอัคคีใกล้จะสำแดงเดชจนเปลี่ยนถ้ำให้กลายเป็นทะเลเพลิง

แสงสีทองเส้นหนึ่งก็พุ่งทะลวงออกจากตัวภูเขาด้วยความเร็วที่แม้แต่ผู้อาวุโสหลิวระดับขั้นสร้างรากฐานตอนปลายยังมองเห็นแค่ภาพติดตาเท่านั้น

"คิดจะหนีหรือ ตามไป!"

ผู้อาวุโสหลิวตวาดเสียงกร้าว รีบเก็บธงค่ายกล ทั้งสามคนเปลี่ยนร่างเป็นเปลวเพลิง พุ่งทะยานไล่ตามแสงสีทองที่หายวับไปอย่างไม่ลดละ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - ตาข่ายฟ้าดิน ปิดฟ้าข้ามทะเล (ตอนจบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว