- หน้าแรก
- คัมภีร์ดาราเก้าวิถี
- บทที่ 71 - ยอดฝีมือระดับสิบ?
บทที่ 71 - ยอดฝีมือระดับสิบ?
บทที่ 71 - ยอดฝีมือระดับสิบ?
บทที่ 71 - ยอดฝีมือระดับสิบ?
༺༻
อาหลีบนบ่าของเย่เฉินจ้องมองหลิวเจินและพวกด้วยความโกรธแค้น ในดวงตามีประกายสีสันแปลกประหลาดหมุนวนไปมา
สงครามกำลังจะอุบัติขึ้นในไม่ช้า
เสียงคำรามต่ำสองสายดังขึ้น พยัคฆ์สีแดงตัวมหึมาและเสือดาวสีเหลืองตัวหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอกห้องโถง
"นั่นคือพยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพราย!" เหล่าเจ้าป้อมและประมุขตระกูลต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพากันถอยกรูด พยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพรายเหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์อสูรระดับเก้า พวกมันเข้ามาในป้อมตระกูลเย่ได้อย่างไร? แม้แต่ยอดฝีมือระดับเก้าขั้นกลาง เมื่อพบพยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพรายก็ยังต้องรู้สึกสั่นสะท้าน ด้วยเกรงว่าพวกมันจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาขย้ำคน
"เกิดอะไรขึ้น สัตว์อสูรระดับเก้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
แม้แต่ครูฝึกฉินก็ยังต้องชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองพยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพรายด้วยความระแวดระวัง แม้ความแข็งแกร่งของเขาจะสามารถฆ่าพวกมันได้ แต่หากสัตว์อสูรระดับเก้าสองตัวคลุ้มคลั่งขึ้นมาพร้อมกันก็นับว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หลิวเจินถอยหลังไปหลายก้าว มองพยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพรายด้วยความหวาดวิตก
ท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงของเหล่าเจ้าป้อมและประมุขตระกูล พยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพรายเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเย่เฉิน ดวงตาที่กลมโตราวกับระฆังจ้องมองหลิวเจินและพวกพลางส่งเสียงคำรามในลำคอ
ในตอนแรกทุกคนต่างคิดว่าพยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพรายเป็นสัตว์อสูรในป่าที่บังเอิญหลุดเข้ามาในป้อมตระกูลเย่ แต่เมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้า พวกเขาจึงเข้าใจได้ทันทีว่า พยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพรายเหล่านี้คือสิ่งที่ป้อมตระกูลเย่เลี้ยงเอาไว้!
สัตว์อสูรระดับเก้าสามารถฟังคำสั่งมนุษย์ได้ นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เหล่าเจ้าป้อมและประมุขตระกูลต่างพากันนึกว่าตนเองตาฟาดไป แต่ความจริงปรากฏอยู่เบื้องหน้าแล้ว ย่อมไม่อาจปฏิเสธได้
เย่เฉินจ้องมองหลิวเจินพลางกล่าวเน้นทีละคำว่า "พวกเจ้าก็ลองลงมือในป้อมตระกูลเย่ของข้าดูสิ!" ในเมื่อกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับจวนท่านอ๋องตงหลินไปแล้ว เย่เฉินก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไป
หลิวเจินพยายามตั้งสติ เขาเองก็เคยผ่านโลกมาบ้าง หลังจากระงับความตระหนกในใจลงได้ เขาก็หัวเราะก้องขึ้นสามครั้งแล้วกล่าวอย่างเหี้ยมเกรียมว่า "ป้อมตระกูลเย่นึกว่ามีเดรัจฉานเพิ่มมาสองตัวแล้วจะทำอะไรได้หรือ ช่างดูถูกจวนท่านอ๋องตงหลินของข้าเกินไปแล้ว! อย่าว่าแต่สัตว์อสูรระดับเก้าสองตัวเลย ต่อให้มีสิบตัวยี่สิบตัว เจ้าคิดว่าพวกมันจะปกป้องป้อมตระกูลเย่เอาไว้ได้หรือ? ครูฝึกฉิน รบกวนท่านช่วยฆ่าเดรัจฉานสองตัวนั้นที"
"ขอรับ ท่านอ๋องน้อย" ครูฝึกฉินประสานมือกล่าวพลางก้าวเดินขึ้นไปยังด้านบนของห้องโถงทีละก้าว
พยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพรายขยับเข้าล้อมครูฝึกฉินเอาไว้ เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง
"ท่านประมุข ข้าพาคนมาพบแล้วครับ" เย่ผิงปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้องโถง เมื่อเขาเห็นเหตุการณ์ในห้องโถงก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
บรรยากาศในห้องโถงค่อนข้างอึดอัด เสียงของเย่ผิงที่ดังขึ้นมาทันทีดึงดูดสายตาของทุกคน ด้านหลังของเขายังมีชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำเดินตามมาด้วย
ชายวัยกลางคนผู้นั้นกวาดสายตามองทุกคนในห้องโถง แล้วสายตาไปหยุดอยู่ที่เย่เฉิน ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากพลังจิตวิญญาณอันมหาศาล ในใจสั่นสะท้านพลางคิดว่า กลิ่นอายของราชาอสูรช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิง สำหรับเรื่องที่ว่าทำไมเย่เฉินถึงเป็นเพียงเด็กหนุ่ม เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ราชาอสูรย่อมสามารถจำแลงกายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นผู้เฒ่าหรือเด็กหนุ่ม บุรุษหรือสตรี ราชาอสูรแต่ละท่านย่อมมีความชอบแตกต่างกันไป ไม่เกี่ยวกับอายุอยู่แล้ว ราชาอสูรตนใดบ้างที่มิใช่อสุรกายที่อยู่มานับพันปี?
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาพูดพล่ามได้ หาที่ตาย!" คนรับใช้ระดับเก้าขั้นกลางคนหนึ่งของหลิวเจิน เมื่อเห็นว่าเป็นคนในตระกูลเย่ ก็ฟาดฝ่ามือใส่เย่ผิงทันที ท่านอ๋องน้อยจงใจจะแสดงอำนาจ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ออมมือเลยแม้แต่น้อย ลงมืออย่างหนักหน่วง
ในขณะที่ฝ่ามือนั้นกำลังจะถึงตัวเย่ผิง ก็มีเสียงดังปึก ฝ่ามือของเขาราวกับฟาดลงบนแผ่นเหล็กจนทำให้แขนของเขาชาหนึบไปทั้งแขน เส้นลมปราณในแขนแทบจะฉีกขาด เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏว่าเป็นชายวัยกลางคนที่เดินตามหลังคนในตระกูลเย่ผู้นั้นใช้ชายเสื้อรับฝ่ามือนั้นไว้ ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เขาตระหนกตกใจอย่างยิ่ง ฝ่ายตรงข้ามเพียงแค่สะบัดชายเสื้อก็สามารถรับฝ่ามือที่เขาใส่พลังเต็มที่ได้ ความแข็งแกร่งเช่นนี้เกรงว่าจะเหนือกว่าครูฝึกฉินมากนัก ไม่รู้ว่าเป็นยอดฝีมือจากที่ใด เขาจึงถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความขลาดกลัว ไม่กล้าบุกเข้าไปอีก
เย่ผิงเองก็ตกใจแทบสิ้นสติ คิดในใจว่าเกือบไปแล้ว นั่นคือการโจมตีจากยอดฝีมือระดับเก้า หากโดนเข้าเขาคงแหลกเป็นผงไปแล้ว ในยามนี้เขาจึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ชายวัยกลางคนไว้เคราครึ้มที่เดินตามหลังเขามานั้น แท้จริงแล้วคือสุดยอดฝีมือ!
ในพริบตาเดียว สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำหน้าตาธรรมดาผู้นี้
คนที่ลงมือโจมตีเย่ผิงเมื่อครู่นี้คือองครักษ์ของหลิวเจิน หลิวเจินและพวกย่อมรู้ดีว่าองครักษ์คนนั้นมีความแข็งแกร่งเพียงใด นั่นคือยอดฝีมือระดับเก้าขั้นกลางเชียวนะ! ยอดฝีมือระดับเก้าขั้นกลางลงมือเต็มกำลัง กลับถูกชายวัยกลางคนผู้นี้สะบัดชายเสื้อกันไว้ได้ง่ายๆ ชายวัยกลางคนผู้นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่? ในใจของพวกเขาต่างพากันสงสัยและวิตกกังวล ครูฝึกฉินเองก็หยุดฝีเท้าลง แล้วกลับไปอารักขาข้างกายหลิวเจินด้วยความระแวดระวังอย่างเต็มที่
ชายวัยกลางคนมองไปรอบๆ ไม่รู้ว่าสถานการณ์ในห้องโถงเป็นอย่างไร แต่ในใจกลับขบคิดว่า คนในตระกูลเย่ที่อยู่ข้างๆ นี้คงจะเป็นคนรับใช้ของท่านราชาอสูร ส่วนคนอื่นๆ จะมีความสัมพันธ์อย่างไรกับท่านราชาอสูรเขาก็ไม่ทราบ การที่เขาช่วยคนรับใช้ของท่านราชาอสูรรับฝ่ามือนั้นไว้คงจะไม่เป็นไร แต่เขาก็ไม่กล้าทำตัวเสียมารยาท เขามองไปยังเย่เฉินที่นั่งอยู่ด้านบนอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าเย่เฉินไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง จิตใจก็ผ่อนคลายลง ในใจของเขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยฐานะอันสูงส่งของราชาอสูร เหตุใดจึงมาปะปนอยู่กับมนุษย์ระดับต่ำเช่นนี้ คนที่แข็งแกร่งที่สุดในห้องโถงนี้ดูเหมือนจะมีเพียงระดับเก้าขั้นสูงสุดเท่านั้น แต่พอนึกดูแล้ว เมื่อถึงขอบเขตราชาอสูรขั้นสูงสุดแล้ว ระดับพลังจะก้าวหน้าไปได้ยากยิ่ง ราชาอสูรหลายท่านมักจะจำแลงกายเป็นมนุษย์เพื่อออกหาประสบการณ์ในโลกกว้าง เพื่อค้นหาหนทางในการทะลวงระดับพลัง หรือว่าท่านราชาอสูรเบื้องหน้าผู้นี้ก็มาถึงขอบเขตราชาอสูรขั้นสูงสุดแล้ว? เมื่อคิดได้ดังนั้น ข้อมูลนี้เขาต้องนำไปรายงานต่อท่านราชสีห์ให้ดี
"เจ้ามาแล้วหรือ?" เย่เฉินเหลือบมองชายวัยกลางคนผู้นั้นพลางกล่าวเสียงเรียบ ยากจะจินตนาการได้ว่าชายวัยกลางคนเบื้องหน้านี้คือตัวนิ่มจำแลงกายมา ในใจคิดว่าเจ้านี่ช่างมาได้ถูกเวลาเสียจริง เจ้าตัวนิ่มตัวนี้ไม่รู้ว่าอยู่ระดับใด ระดับปรมาจารย์ปฐพีของสัตว์เสวียนจะเทียบเท่ากับระดับใดของมนุษย์? เมื่อเห็นเขารับการโจมตีของยอดฝีมือระดับเก้าขั้นกลางได้โดยไม่สะทกสะท้าน อย่างน้อยก็ต้องมีความแข็งแกร่งระดับเก้าขั้นสูงสุดแน่นอน
"ขอรับ ท่าน..." เขารีบขานรับอย่างนอบน้อมทันที พูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดลง ด้วยคิดว่าเย่เฉินอาจจะไม่อยากเปิดเผยฐานะราชาอสูรต่อหน้าผู้คน
เมื่อเห็นท่าทางที่นอบน้อมของชายวัยกลางคน ทุกคนในห้องโถงต่างพากันอ้าปากค้าง ชายวัยกลางคนผู้นี้เพิ่งจะแสดงพลังออกมา ก็น่าจะเป็นระดับเก้าขั้นสูงสุดเป็นอย่างน้อย ยอดฝีมือระดับเก้าขั้นสูงสุดเช่นนี้ ยามเผชิญหน้ากับเย่เฉินกลับระมัดระวังตัวถึงเพียงนี้ นี่มันช่างน่าตกตะลึงเกินไปแล้วหรือไม่? โดยทั่วไปยอดฝีมือระดับเก้าขั้นสูงสุด ต่อให้เผชิญหน้ากับท่านอ๋องตงหลิน ก็ไม่จำเป็นต้องมีท่าทางเช่นนี้หรอกกระมัง?
หลิวเจินและครูฝึกฉินต่างหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงง ในดวงตาฉายแววสับสน
แม้แต่เย่จ้านเทียนและเย่ซางเสวียนเองก็ไม่เข้าใจ เฉินเอ๋อไปผูกมิตรกับยอดฝีมือระดับเก้าขั้นสูงสุดตั้งแต่เมื่อใด? และยอดฝีมือคนนั้นยังนอบน้อมต่อเย่เฉินถึงเพียงนี้ ดูไม่เหมือนสหายทั่วไป แต่กลับดูเหมือนผู้น้อยเสียมากกว่า นี่ทำให้พวกเขางุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
"ก้าวขึ้นมาพูดข้างหน้าสักสองสามคำสิ" สายตาของเย่เฉินกวาดมองทุกคนในห้องโถง เหล่าเจ้าป้อมและประมุขตระกูลไม่มีใครกล้าสบสายตากับเย่เฉินเลย ทุกคนต่างกำลังตกอยู่ในความสงสัยและคาดเดากันไปต่างๆ นานา
"ขอรับ" ชายวัยกลางคนเคราครึ้มผู้นั้นโค้งคำนับ นำมือวางไว้ที่หน้าอก แล้วเดินก้มตัวมุ่งหน้าไปยังเบื้องหน้า
ยอดฝีมือระดับเก้าขั้นสูงสุดเช่นนี้ เหตุใดจึงต้องนอบน้อมต่อเย่เฉินถึงเพียงนี้? หรือว่าเย่เฉินจะมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่เพียงใดกันแน่?
ทุกคนต่างสงสัยเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่คนในตระกูลเย่เองก็คิดไม่ตก
ในขณะที่ชายวัยกลางคนผู้นั้นเดินผ่านครูฝึกฉิน หลิวเจินและครูฝึกฉินก็สบตากัน ครูฝึกฉินพลันขยับกาย พลังปราณเสวียนที่มือขวารวมตัวกัน แล้วฟาดฝ่ามือใส่ท้ายทอยของชายวัยกลางคนทันที คนผู้นี้ดูท่าจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเย่เฉิน ฆ่าทิ้งเสียก่อนเพื่อกำจัดปัญหาในภายหลัง! ต่อให้เป็นระดับเก้าขั้นสูงสุดแล้วอย่างไร หากโดนเขาแอบโจมตีเข้าที่จุดตายย่อมต้องตายแน่นอน!
ครูฝึกฉินสมกับที่เป็นยอดฝีมือระดับเก้าขั้นสูงสุด ความเข้มข้นของพลังปราณเสวียนนั้นถึงขั้นที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ปราณคุ้มกันระเบิดออกมาจากร่างกาย ฝ่ามือนี้หากฟาดลงไป ต่อให้เป็นเหล็กเสวียนชั้นดีก็คงต้องเกิดรอยฝ่ามือขึ้นมาอย่างแน่นอน
"ระวัง!" เย่จ้านเทียน เย่ซางเสวียน และคนอื่นๆ ต่างพากันร้องเตือน แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
พวกเขาราวกับจะจินตนาการได้ว่า ในชั่วอึดใจต่อมาจะเกิดภาพที่สยดสยองเพียงใด เย่เฉินเองก็รู้สึกใจหายวูบ
ทว่าชายวัยกลางคนผู้นั้นกลับไม่หลบเลี่ยงเลยแม้แต่น้อย ฝ่ามือของครูฝึกฉินฟาดลงบนท้ายทอยของชายวัยกลางคน ราวกับฟาดลงบนแผ่นเหล็ก เสียงดังปึกทึบๆ ไม่เหมือนกับภาพที่ทุกคนจินตนาการไว้ว่าจะต้องสมองเละเทะไป เขาไม่มีอาการใดๆ เลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เหลือบมองครูฝึกฉินอย่างเรียบเฉย
ทั่วทั้งลานเงียบกริบ ถูกยอดฝีมือระดับเก้าขั้นสูงสุดฟาดฝ่ามือเข้าที่ท้ายทอยกลับไม่มีอาการใดๆ เลยแม้แต่น้อย แม้แต่ปราณคุ้มกันก็ยังไม่ได้ใช้ เพียงใช้ร่างกายเปล่าๆ ก็สามารถรับการโจมตีเต็มกำลังของยอดฝีมือระดับเก้าขั้นสูงสุดได้ ชายคนนี้มีที่มาอย่างไรกันแน่? หรือว่าจะเป็นยอดฝีมือระดับสิบ?!
༺༻