- หน้าแรก
- ย้อนอดีต ตุนเสบียง เลี้ยงทั้งอำเภอ
- บทที่ 45 คงไม่ใช่ว่าแกมาแอบขายของด้วยคนหรอกนะ?
บทที่ 45 คงไม่ใช่ว่าแกมาแอบขายของด้วยคนหรอกนะ?
บทที่ 45 คงไม่ใช่ว่าแกมาแอบขายของด้วยคนหรอกนะ?
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเข้ามาภายใต้การนำของกองพิทักษ์แดง (หงเวยปิง) ไม่ใช่แค่พวกของเฉินกั๋วตงที่อึ้งกิมกี่ แม้แต่ลู่หมิงเองก็ใจหายวาบ
ในยุคสมัยนี้ การซื้อขายในตลาดมืดถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย!
แม้โทษของการเป็นฝ่ายซื้อจะเบากว่า ส่วนใหญ่จะเป็นการตำหนิและอบรมสั่งสอน แต่เขาเล่นกวาดซื้อเสบียงมาทีเดียวเป็นร้อยจิน...
ถ้าจะยัดข้อหาเก็งกำไรและกักตุนสินค้า (ถูจีเต้าป่า) ให้เขาก็คงไม่เกินไปนัก
"ลู่หมิง?"
"แกมาทำอะไรที่นี่?"
ในขณะที่ลู่หมิงกำลังลนลานและเตรียมจะหาจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเพื่อเก็บเสบียงเข้ามิติแล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น จู่ ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหู
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบหลัวอันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าสงสัย แววตาของเขาจ้องมองลู่หมิงอย่างเคลือบแคลง
"คงไม่ใช่ว่าแกมาแอบขายของด้วยคนหรอกนะ?"
เมื่อเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคย ลู่หมิงก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบอธิบายทันที "จะเป็นไปได้ยังไงครับ! หัวหน้าหลัว พวกเราเยาวชนจือชิงจะมีอะไรมาขายล่ะครับ? นี่เป็นเพราะที่พักไม่มีเสบียงเหลือแล้ว ผมเลยลองแวะมาเสี่ยงดวงแถวนี้ดู..."
"เพ้อเจ้อ!"
หลัวอันพูดขัดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ "วันนั้นฉันยังเห็นกับตาว่าหมู่บ้านเค่าซานถุนของพวกแกเก็บเกี่ยวมันเทศได้กองพะเนินเทินทึก แล้วจะมาขาดแคลนเสบียงกรังของพวกจือชิงได้ยังไง?"
"สารภาพมาซะดี ๆ!"
"พวกแกเอามันเทศที่กินไม่หมดมาแอบขายใช่ไหม? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงละก็ อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจนะ!"
"หัวหน้าหลัวครับ คุณเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว!"
เมื่อเห็นหลัวอันเริ่มมีโทสะ และนึกได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้รายงานเรื่องมันเทศขึ้นไปเบื้องบน ลู่หมิงจึงรีบเดินเข้าไปกระซิบอธิบายข้างหู
"มันเทศพวกนั้นยังอยู่ในยุ้งฉางครบทุกหัวครับ ไม่เชื่อคุณไปตรวจสอบได้ทุกเมื่อเลย ที่ผมมานี่ไม่ได้มาขายของจริง ๆ!"
"แล้วแกมาทำอะไรที่นี่ล่ะ??"
หลัวอันเริ่มมึนงง ในหมู่บ้านมีมันเทศกองเท่าภูเขา แต่คนดูแลกลับมาซื้อเสบียงในตลาดมืดเนี่ยนะ?
"คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ..."
ลู่หมิงลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเลือกเปิดเผยข้อมูลบางส่วนให้ฟัง "หัวหน้าหลัวครับ ตอนผมเรียนอยู่ที่ปักกิ่ง อาจารย์เคยสอนวิธีเพาะต้นกล้าครับ ถ้าทำแบบนั้นจะช่วยให้ปลูกมันเทศได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นมหาศาลเลย!"
"หืม?!"
หลัวอันได้ยินดังนั้นก็เข้าใจในทันที เขาเอ่ยด้วยความตกใจ "แกจะบอกว่า มันเทศพวกนั้นพวกแกตั้งใจจะเก็บไว้ทำพันธุ์เพื่อเพาะต้นกล้างั้นเหรอ?"
"ใช่ครับ!"
"แกทำเป็นด้วยเหรอ??"
"เอ่อ..."
คราวนี้ลู่หมิงไม่กล้าโอ้อวดเกินตัว เขาตอบอย่างถ่อมตัวว่า "ก็ต้องขอลองดูสักตั้งครับ แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีความหวังไม่ใช่เหรอครับ!"
"มันก็จริงของแก!"
หลัวอันพยักหน้าเห็นด้วย แม้ในใจจะยังไม่ค่อยอยากเชื่อนัก แต่เขาก็เลิกจ้องจับผิดเรื่องที่ลู่หมิงมาซื้อเสบียง
ทว่า...
ในตอนที่เขากำลังจะปล่อยลู่หมิงไป หงเวยปิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาด้วยสายตาแปลก ๆ แล้วกระซิบรายงานบางอย่างข้างหูหลัวอัน
"อะไรนะ??"
"ไอ้เด็กนี่... มันดุขนาดนั้นเลยเหรอ??"
หลัวอันได้ยินรายงานแล้วสายตาที่มองลู่หมิงก็เปลี่ยนไป เขาสำรวจลู่หมิงตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางถามอย่างสงสัย
"แกเป็นคนอัดฉินเฮยจื่อจนหมอบเลยเหรอ?"
"พวกเขามารุมปล้นผมครับ!"
เมื่อหลัวอันเปิดประเด็นนี้ ลู่หมิงก็ได้สติทันที เขาไม่มีทางปล่อยเฉินกั๋วตงไปง่าย ๆ แน่
"หัวหน้าหลัวครับ คุณต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนะครับ พวกนั้นตั้งใจจะล้างแค้นและทำร้ายพลเมืองดีอย่างผม!"
"พลเมืองดี..."
หลัวอันปรายตามองถุงเสบียงใบใหญ่สองใบที่วางอยู่บนพื้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "อืม... ว่าต่อสิ"
"..."
ลู่หมิงมีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เฉินกั๋วตงทำ เขาก็รีบปั้นหน้าขึงขังทันที
"หัวหน้าหลัวครับ ไอ้เฉินกั๋วตงคนนั้นเคยพยายามจะปล้นผมที่ปักกิ่งมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จจนถูกเบื้องบนจัดการไป คาดไม่ถึงว่ามันจะออกมาได้เร็วขนาดนี้ แถมยังสันดานไม่เปลี่ยน พากันมารุมทำร้ายผมเพื่อแก้แค้น!"
"นี่มันเป็นการหมิ่นเกียรติขององค์กร และเป็นการขัดต่อคำสั่งสอนของท่านผู้นำชัด ๆ ครับ!"
"หัวหน้าหลัวครับ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับผมด้วยนะครับ!"
"อะไรนะ?!"
หลัวอันที่ตอนแรกทำท่าไม่สนใจ พอได้ยินแบบนั้นก็เริ่มโมโหขึ้นมา
"แกจะบอกว่า มันเคยถูกองค์กรจัดการมาแล้วครั้งหนึ่ง และคราวนี้จงใจมาล้างแค้นแกงั้นเหรอ?"
"ใช่ครับ!"
ลู่หมิงพยักหน้าอย่างมั่นคง "ผมแค่มาซื้อเสบียงประทังหิว ถ้ามันไม่ได้จงใจล้างแค้นผม มันจะพาคนมาล้อมกรอบผมมากมายขนาดนี้ทำไม?"
"ผมรู้ว่ามันต้องหาข้ออ้างปฏิเสธแน่นอน!"
"แต่ผมเชื่อว่าหัวหน้าหลัวผู้ปราดเปรื่องจะไม่มีวันถูกเล่ห์เหลี่ยมของพวกเศษเดนสังคมหลอกเอาได้แน่นอน ท่านต้องลากคอคนทรยศต่ออุดมการณ์มาลงโทษให้ได้นะครับ!"
"..."
เมื่อได้ฟังคำเยินยอเป็นชุดของลู่หมิง แม้หลัวอันจะรู้ว่าไอ้เด็กนี่ไม่ได้หวังดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็รับฟังไว้
"แกน่ะ วางใจเถอะ!"
"ถ้ามันเคยถูกองค์กรจัดการมาแล้วจริง ๆ ฉันจะให้คำตอบแกเอง องค์กรเกลียดที่สุดคือพวกคนชั่วที่ไม่รู้จักสำนึก!"
"แต่ว่า..."
พูดถึงตรงนี้หลัวอันชะงักไป เขาเงยหน้ามองลู่หมิง "แกเก็บข้าวของแล้วตามฉันกลับไปก่อน ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าแกแจ้งความเท็จเพื่อใส่ร้ายคนขององค์กร แกนั่นแหละที่จะต้องเข้าไปนอนในห้องขังหลายวัน!"
"ไม่มีปัญหาครับ!"
ลู่หมิงไม่ได้คัดค้านอะไร เขาจัดแจงเก็บเสบียงที่ซื้อมาแล้วใช้ไม้คานหาบเดินตามขบวนของคณะกรรมการปฏิวัติกลับไป
ทางฝั่งของเขาดูจะผ่อนคลาย
แต่ทางฝั่งของฉินเฮยจื่อ เฉินกั๋วตง และคนอื่น ๆ ที่ถูกใส่กุญแจมือคุมตัวขึ้นรถ กลับมีสีหน้าเหมือนคนบ้านแตกสาแหรกขาด แต่ละคนก้มหน้าสลดราวกับไปงานศพพ่อแม่ตัวเอง
นี่คือข้อหาเก็งกำไรและกักตุนสินค้าเชียวนะ!
นอกจากจะต้องติดคุกแล้ว ดีไม่ดีอาจจะถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยซ้ำ แล้วจะให้พวกเขายอมรับได้อย่างไร?
"ไอ้แซ่หลิว แกตายแน่!!"
ฉินเฮยจื่อยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดผวา เขากัดฟันอาฆาต "อย่าให้ข้าหลุดออกไปได้นะ ข้าจะฆ่าแกเป็นคนแรกเลย!"
"..."
เฉินกั๋วตงลอบหลบสายตาด้วยความรู้สึกผิด ถ้าเขาสารภาพตอนนี้ว่าเรื่อง ‘หัวหน้าหลิว’ น่ะเขาแค่แต่งขึ้นมาลอย ๆ ไอ้หมอนี่จะขย้ำคอเขาตายไหมนะ?
"สหายเฉินฝ่ายจัดซื้อ พูดอะไรสักอย่างสิครับ!"
เมื่อเห็นท่าทางของเฉินกั๋วตง ฉินเฮยจื่อจึงเพิ่งได้สติ เขาไม่สนแม้แต่สายตาตักเตือนของตำรวจ รีบขยับเข้าไปกระซิบข้างหูทันที
"ไหนคุณบอกว่ามีเส้นสายใหญ่โตในปักกิ่งไง? รีบหาคนมาช่วยพวกเราหน่อยสิ บอกเขาว่าคราวนี้ให้ทำเป็นมองไม่เห็นพวกเราได้ไหม?"
"..."
เฉินกั๋วตงแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นอกจากเส้นสายที่ปักกิ่งจะเอื้อมมาไม่ถึงที่นี่แล้ว เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เสียเมื่อไหร่
การเปิดตลาดมืดแถมเขายังไม่ใช่ตัวการใหญ่... อย่างมากที่สุดเขาก็แค่ตกงานไม่ใช่เหรอ?
มันคุ้มค่าที่จะให้เขาไปใช้เส้นสายงั้นเหรอ?
สู้เก็บเส้นสายไว้ใช้ตอนออกจากคุก แล้วค่อยหาทางไปลงที่อื่นดีกว่า
เขาก็เคยโดนจัดการมาแล้วครั้งหนึ่งนี่นา...
"แม่งเอ๊ย!"
พอนึกถึงว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดก็มาจากลู่หมิงอีกแล้ว เฉินกั๋วตงก็สบถออกมาเบา ๆ ไอ้บัดซบนี่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขาหรือไง?
………………
ในขณะที่ลู่หมิงถูกพาตัวกลับไปยังคณะกรรมการปฏิวัติ
อีกด้านหนึ่ง
หลิวต้าขุยที่เพิ่งรายงานผลงานเสร็จก็ได้รับแจ้งว่า ให้ไปที่คณะกรรมการปฏิวัติเพื่อร่วมให้ข้อมูลการสืบสวน
"ฮะ??"
ขาทั้งสองข้างของหลิวต้าขุยพลันอ่อนแรงลงทันที "สหาย... สหายครับ เรื่อง... เรื่องอะไรเหรอครับ? หมู่บ้าน... หมู่บ้านพวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะครับ!"
"???"
หงเวยปิงที่มาแจ้งข่าวปรายตามองอย่างประหลาดใจ "สั่งให้ไปก็ไปสิ จะพูดมากทำไม?"
"ครับ... ครับ..."
หลิวต้าขุยไม่กล้าถามต่อ ได้แต่พยักหน้ารับคำพัลวัน แม้ขาสั่นแค่ไหนเขาก็ต้องจำใจเดินตามไป
ระหว่างทาง หลิวต้าขุยพยายามทบทวนคำให้การในหัวซ้ำไปซ้ำมา
"มันเทศพวกนั้นพวกเขาปลูกเองครับ ไม่ใช่ผลผลิตจากหนึ่งหมู่ แต่ปลูกในที่ดินส่วนตัวทั้งหมดถึงได้มีเยอะขนาดนี้!"
"ใช่ ต้องตอบแบบนี้!"
"ห้ามบอกว่าเป็นผลผลิตต่อหมู่เด็ดขาด พวกเราไม่รายงานเท็จ (ไม่ปล่อยดาวเทียม) ตราบใดที่ผลยังไม่ออกห้ามรายงานเบื้องบนเด็ดขาด!"
หลัวอันมองเห็นความประหม่าของหลิวต้าขุยได้อย่างชัดเจน
ทว่าเขาหาได้ใส่ใจไม่
เพราะไม่ว่าใครที่ก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ต่างก็มีสีหน้าท่าทางแบบนี้กันหมด
เขาเพียงสอบถามตามระเบียบว่าทั้งคู่มาทำอะไรที่นี่ มีจดหมายรับรองจากหมู่บ้านหรือไม่ และตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองได้ไปที่ไหนและทำอะไรมาบ้าง
เนื่องจากลู่หมิงเคยบอกหลิวต้าขุยไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า จะมาหาของที่ทางบ้านส่งมาให้แล้วค่อยนำไปแลกเปลี่ยน คำให้การของทั้งคู่จึงตรงกันทุกประการ
หลัวอันจึงสรุปในใจได้ว่าลู่หมิงไม่ได้โกหก
เขาเพียงให้ลู่หมิงเขียนคำชี้แจงเหตุการณ์และลงชื่อรับรองไว้ พร้อมแจ้งว่าหากเรื่องนี้มีส่วนพาดพิงในอนาคต จะต้องเรียกตัวมาสอบถามอีกครั้ง
จากนั้นจึงอนุญาตให้เขากลับได้
ตอนที่ลู่หมิงไปรับสัมภาระคืน เขาพบว่าถุงข้าวกล้องและแป้งผสมสองส่วนของเขามีร่องรอยการถูกรื้อค้น
เมื่อลองกะน้ำหนักดูก็รู้สึกได้ว่ามันเบาลงไปพอสมควร
หลิวต้าขุยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ดูออกว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงรีบจูงมือลู่หมิงเดินออกมาทันที
จนกระทั่งพ้นเขตรั้วคณะกรรมการปฏิวัติ เขาถึงได้หันมาพูดกับลู่หมิง
"ของในถุงหายไปใช่ไหม?"
ลู่หมิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ครับ ดูเหมือนจะหายไปนิดหน่อย"
หลิวต้าขุยหันกลับไปมองข้างหลังแวบหนึ่งก่อนจะพาลู่หมิงเดินออกไปให้ไกลกว่าเดิม
"เรื่องบางเรื่องเราก็ไม่จำเป็นต้องจำแม่นขนาดนั้นหรอกนะ เข้าใจไหม? ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะหาเรื่องใส่ตัวเปล่า ๆ"
พูดจบหลิวต้าขุยคงรู้สึกว่าคำพูดตนเองดูแล้งน้ำใจไปนิด จึงตบไหล่ลู่หมิงเบา ๆ
"ไม่เป็นไรหรอกนะ เดี๋ยวกลับไปถึงหมู่บ้าน ถ้าในคลังมีเหลือฉันจะแบ่งชดเชยให้เอง อย่าไปถือสาหรือเก็บเอามาใส่ใจเลย"
ลู่หมิงได้ยินดังนั้นก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายทันที เขาได้แต่ยิ้มขื่นออกมา
"พี่หลิว วางใจเถอะครับ ผมเข้าใจดี"
คณะกรรมการปฏิวัติคือสถานที่แบบไหน? มันคือถ้ำมังกรเขือเสือชัด ๆ!
ทำไมของเขาถึงหายไป พวกเขาย่อมรู้แก่ใจดี
หลิวต้าขุยคงกลัวว่าเขาจะยังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อน แล้ววู่วามเดินกลับเข้าไปทวงของคืน
การทำแบบนั้นคือความโง่เขลาอย่างที่สุด
ตอนแรกไม่มีเรื่องอะไร แต่ถ้าขืนเดินเข้าไปหาเรื่อง เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที!
ลู่หมิงย่อมเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี เขาจึงไม่คิดจะไปเอาเรื่องเอาราวอะไร
"เข้าใจก็ดีแล้ว นายยังมีอะไรที่อยากซื้ออีกไหม เดี๋ยวพี่พาไป"
ลู่หมิงยิ้มตอบ "ของที่อยากแลกผมก็ได้มาเกือบหมดแล้วครับ เที่ยงแล้วพวกเราไปหาอะไรกินกันเถอะครับ"
หลิวต้าขุยเสียดายเงิน ไม่อยากออกไปกินข้างนอก แต่เขากลับถูกลู่หมิงลากตัวไปทันที
"วันนี้พวกเราไปเลี้ยงฉลองกันที่ร้านอาหารของรัฐเถอะครับ!"
ชายหนุ่มวัยกำลังกินกำลังนอน กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม
เมื่อเช้ากินไข่ไปฟองเดียวกับซาลาเปาหมูอีกสองลูก ตอนนี้ในท้องย่อยหมดเกลี้ยงแล้ว
ต้องจัดมื้อใหญ่สักหน่อย!
จบบท