เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

50 - ทดสอบการจารึก

50 - ทดสอบการจารึก

50 - ทดสอบการจารึก


50 - ทดสอบการจารึก

ในขณะนั้นเอง หลินหมิงได้ยินเสียงเคาะประตูดังสนั่นประหนึ่งฟ้าร้อง หากประประตูหอพักของสำนักชีเสวียนไม่ได้มีคุณภาพดีเยี่ยม หลินหมิงคงสงสัยว่าประตูจะพังไปแล้ว

"พี่หมิง พี่หมิง รีบเปิดประตูเร็ว!"

หลินหมิงได้ยินเสียงนี้ก็ยิ้มออกมาทันที เป็นหลินเสี่ยวตงนั่นเอง

"โอ้โห! พี่หมิง ท่านคือวีรบุรุษในชีวิตของข้าเลย! อันดับหนึ่ง! ท่านแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!"

หลินเสี่ยวตงไม่ได้ตามเข้าไปดูการสอบรอบที่สอง จึงไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นของหลินหมิง เขาเพิ่งจะได้รับข่าวเมื่อครู่นี้เอง

"อืม เมื่อวานข้าแสดงฝีมือได้ดี ประกอบกับช่วงนี้ก้าวหน้าขึ้นมาก จึงได้อันดับหนึ่งมา"

"ไปๆ พี่น้องเราไปดื่มเหล้ากัน"

"ได้สิ! แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหาร เราไปซื้อของกันก่อนเถิด"

หลินหมิงกล่าวพลางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา เริ่มจดรายการวัตถุดิบที่ต้องใช้สำหรับยันต์จารึกโอสถ ยันต์จารึกโอสถในความทรงจำของยอดฝีมือผู้นั้นมีหลายประเภท หลินหมิงเลือกประเภทที่ง่ายที่สุดที่มีชื่อว่า "ยันต์โสถระดับต่ำ"

ยันต์ชนิดนี้ใช้ได้กับยาระดับต่ำเท่านั้น แน่นอนว่า ยามไขกระดูกมังกรทองแดงและยาดีงูทองคำแดงที่มีค่าแต่ไม่มีขายในอาณาจักรเทียนอวิ๋น ในสายตาของยอดฝีมือผู้นั้นถือเป็นเพียง "ยาระดับต่ำ" เท่านั้น

ด้วยระดับการฝึกยุทธ์ของหลินหมิงในยามนี้ การเขียนยันต์โอสถระดับต่ำถือเป็นขีดจำกัดแล้ว สำหรับยันต์โอสถระดับสูง ปราณแท้ของเขายังไม่เพียงพอที่จะรองรับ อีกทั้งวัตถุดิบหลายอย่างในยันต์ระดับสูงหลินหมิงก็ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย

ทว่าแม้จะเป็นเพียงยันต์โอสถระดับต่ำ แต่วัตถุดิบหลายอย่างในนั้นก็หายากยิ่ง

หลินเสี่ยวตงเห็นหลินหมิงเขียนยาวเหยียดเต็มหน้ากระดาษ แม้เขาจะไม่เข้าใจวิชาจารึกเลยแม้แต่น้อย แต่วัตถุดิบไม่กี่อย่างในนั้นแค่พออ่านออกก็จำได้ เช่น "เลือดสัตว์ร้ายระดับสี่"

"พี่หมิง ท่านจะซื้อเลือดสัตว์ร้ายระดับสี่อย่างนั้นหรือ? ไม่จริงน่า!"

ต้องทราบว่า มังกรทองแดงก็เป็นเพียงสัตว์ร้ายระดับสี่เท่านั้น ซึ่งสัตว์ร้ายระดับสี่เทียบเท่ากับยอดฝีมือขั้นหลัง เลือดของสัตว์ร้ายชนิดนี้ในอาณาจักรเทียนอวิ๋นแม้จะไม่ได้หาซื้อไม่ได้เลย แต่ราคาก็สูงลิบลิ่ว โดยปกติของพวกนี้จะถูกขนส่งมาจากต่างเมือง เลือดเพียงหนึ่งตำลึงก็มีค่าเป็นพันตำลึงทองแล้ว

หลินหมิงเขียนต่อไป วัตถุดิบหลายอย่างทำให้หลินเสี่ยวตงใจสั่น เขาอดไม่ได้ที่จะถามว่า "พี่หมิง ท่านมีเงินมากขนาดนั้นเชียวหรือ?"

หลินหมิงพยักหน้า "เมื่อไม่กี่วันก่อน ท่านมู่อี้ได้ฝากตั๋วเงินทองคำหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงไว้ที่ข้า บอกว่าหากในภายหน้ามียันต์ทรงพลังอีก ก็ให้คนส่งไปให้เขาได้เลย"

"หนึ่ง... หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง... สวรรค์!"

หลินเสี่ยวตงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ครั้งก่อนเก้าพันตำลึง ครั้งนี้อีกหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง เขาเริ่มรู้สึกชาชินเสียแล้ว ดูเหมือนทองคำเหล่านั้นจะกลายเป็นเพียงตัวเลขไปเสียแล้ว

.......................

หากจะกล่าวถึงสถานที่ที่มีวัตถุดิบจารึกครบครันที่สุดในนครเทียนอวิ๋น นั่นไม่ใช่ศาลาสารพัดนึก และไม่ใช่โรงประมูล แต่เป็นสมาคมนักจารึกแห่งนครเทียนอวิ๋น

ที่นั่นมีวัตถุดิบหายากที่หาซื้อไม่ได้จากที่อื่นวางจำหน่าย และราคายังถูกกว่าพอสมควร

"อะไรนะ? มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยหรือ?" หลินเสี่ยวตงรู้สึกเหลือเชื่อเมื่อได้รับข้อมูลนี้จากปากหลินหมิง "มันเป็นไปไม่ได้หรอก นอกจากว่าผู้ดูแลสมาคมนักจารึกจะบ้าไปแล้ว หากข้าเป็นผู้ดูแล ข้าจะโก่งราคาให้ยับเลย"

หลินหมิงยักไหล่แล้วกล่าวว่า "ข้าก็แค่ได้ยินมา"

เมื่อครู่นี้พวกเขาใช้เวลาไปพักหนึ่งเพื่อไปตามร้านหรูหราและโรงประมูลของทางการ แต่วัตถุดิบหายากหลายอย่างหาไม่ได้จากที่นั่นจริงๆ

"อย่างนั้นเราก็รีบไปสมาคมนักจารึกกันเถอะ"

"อืม... คงต้องเป็นเช่นนั้น" หลินหมิงสงสัยว่าการซื้อของที่สมาคมนักจารึกอาจต้องใช้ฐานะนักจารึก ในเมื่อพละกำลังและระดับวิชาจารึกของเขายังไม่สมดุลกัน หลินหมิงจึงไม่อยากเปิดเผยฐานะนักจารึก เพราะจะนำมาซึ่งปัญหาและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แม้จะมีการคุ้มครองจากมู่อี้ แต่หลินหมิงก็ไม่อยากจะรบกวนท่านมู่อี้มากเกินไป

...

"ไม่เพียงแต่ต้องมีการรับรองความเป็นนักจารึกเท่านั้น แต่ยังต้องใช้แต้มผลงานในการซื้อด้วยหรือ?" หลังจากหลินหมิงมาถึงสมาคมนักจารึกและแจ้งความประสงค์จะซื้อวัตถุดิบหายากเหล่านี้ เขาได้รับคำตอบเช่นนี้จากพนักงานต้อนรับสาว

"ข้าว่าแล้ว ไม่มีเรื่องดีๆ แบบนั้นหรอก!" หลินเสี่ยวตงแบมือทั้งสองข้าง นี่สิถึงจะเป็นเรื่องปกติ

"แต้มผลงานคืออะไร?" หลินหมิงถาม

"อืม... ดูเหมือนอาจารย์ของเจ้าคงไม่ใช่นักจารึกของอาณาจักรเทียนอวิ๋นสินะ" พนักงานต้อนรับทึกทักเอาเองว่าหลินหมิงมาซื้อวัตถุดิบแทนอาจารย์ "แต้มผลงานคือบันทึกความดีความชอบที่นักจารึกมีต่อสมาคมนักจารึก เช่น การทำภารกิจที่สมาคมประกาศให้สำเร็จจะได้รับแต้มผลงาน การดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในสมาคมเป็นระยะเวลานานก็ได้รับแต้มผลงานได้เช่นกัน แน่นอนว่าแต้มผลงานสามารถมอบให้หรือซื้อขายกันได้ สามารถรับมาจากนักจารึกท่านอื่นได้ และยังมีอีกหลายวิธีที่จะได้รับแต้มผลงาน เจ้าสามารถไปอ่านกฎระเบียบของสมาคมได้ หากอาจารย์ของเจ้าสนใจจะเข้าร่วมสมาคมนักจารึก เรายินดีต้อนรับอย่างยิ่ง"

สมาคมนักจารึกเป็นองค์กรที่ค่อนข้างผ่อนปรน ประกอบกับนักจารึกส่วนใหญ่เป็นตาแก่ที่ก้มหน้าก้มตาศึกษาความรู้ ไม่ค่อยก้าวเท้าออกจากบ้าน หากไม่มีการตั้งระบบแต้มผลงานขึ้นมา ตัวตนของสมาคมนักจารึกคงจะเบาบางมาก คาดว่าคงไม่มีนักจารึกกี่คนที่จะเข้าร่วม และถึงจะเข้าร่วมก็คงน้อยนักที่จะมาที่สมาคม

หลินหมิงมองดูกฎระเบียบของสมาคม ขอเพียงเข้าร่วมสมาคมนักจารึกก็จะได้รับแต้มผลงาน 100 แต้มทันที นอกเหนือจากนั้นยังมีวิธีได้รับแต้มอีกหลายทาง รวมถึงการขายวัตถุดิบหายากให้แก่สมาคมก็ได้รับแต้มผลงานเช่นกัน

"ให้ตายสิ มีวัตถุดิบหายากย่อมต้องเก็บไว้ใช้เอง ใครจะเอามาขายให้สมาคมกัน" หลินเสี่ยวตงกล่าวอย่างดูแคลน

หลินหมิงกล่าวว่า "วัตถุดิบบางอย่างที่ตัวเองไม่ได้ใช้ เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ ไม่สู้ขายเพื่อแลกกับของที่มีประโยชน์ต่อตนเอง วิธีหาแต้มเหล่านี้ไม่เหมาะกับข้า มีเพียงทางเดียวคือลองทำภารกิจดู"

หลินหมิงหันไปหาพนักงานต้อนรับสาวคนนั้นแล้วถามว่า "แม่นาง จะทำภารกิจได้ที่ไหน?"

"การทำภารกิจต้องไปที่โถงภารกิจ ทว่าหากไม่มีใบรับรองสถานะนักจารึกก็ไม่สามารถเข้าไปในโถงภารกิจได้ หากอาจารย์ของเจ้าสนใจ สามารถมาดูด้วยตนเองได้ การเข้าร่วมสมาคมนักจารึกมีสวัสดิการมากมาย" พนักงานต้อนรับแนะนำอย่างกระตือรือร้น

หลินหมิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามว่า "สมาคมนักจารึกของพวกเจ้าสามารถรักษาความลับเรื่องฐานะของสมาชิกได้หรือไม่?"

"เรื่องนี้ย่อมได้แน่นอน หากอาจารย์ของเจ้ามีความต้องการเช่นนั้น เรารับรองว่าจะเก็บข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับ"

"อืม เช่นนั้นก็ได้ พวกเจ้ามีการทดสอบอย่างไร ยามนี้พาข้าไปร่วมการทดสอบได้เลย"

"หือ?" พนักงานต้อนรับเบิกตากว้าง

หลินหมิงยักไหล่แล้วกล่าวว่า "ข้านี่แหละคือนักจารึก"

"เจ้า..." พนักงานต้อนรับมองหลินหมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วถามว่า "ไม่ทราบว่า อายุของเจ้าคือ..."

"สิบห้า"

"สิบห้าปี? เอ้อ..." พนักงานต้อนรับถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินอายุขนาดนี้ นางคาดเดาว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคงจะเป็นศิษย์ของนักจารึกที่เก่งกาจท่านหนึ่ง และคงมีพรสวรรค์อยู่บ้างจึงสร้างผลงานได้พอสมควร ทว่าการจะเป็นนักจารึกในวัยสิบห้าปีนั้นช่างเกินจริงนัก ตลอดแปดสิบปีมานี้ สถิติของอาณาจักรเทียนอวิ๋นอยู่ที่สิบแปดปีเท่านั้น

ในยามนี้ผู้ที่มีหวังจะทำลายสถิตินี้ได้ ก็มีเพียงฉินซิงเสวียนจากจวนแม่ทัพ และวังอวี่หานจากสมาคมนักจารึกเท่านั้น

"น้องชาย การเข้าร่วมทดสอบนักจารึกต้องเตรียมอาวุธวิเศษและวัตถุดิบมาเองนะ" พนักงานต้อนรับเตือนด้วยความหวังดี เพราะยันต์จารึกที่ทำขึ้นมาต้องนำไปใช้งานจริงถึงจะเห็นผล โดยปกติแล้ว ยันต์ที่นักจารึกฝึกหัดทำออกมาจะมีผลค่อนข้างแย่ การจารึกลงบนอาวุธวิเศษจึงเป็นการเสียโอกาสในการจารึกของอาวุธนั้นไป แม้สมาคมนักจารึกจะมั่งคั่ง แต่ก็ไม่อาจแบกรับความสิ้นเปลืองเช่นนี้ได้ ดังนั้นผู้เข้าทดสอบจึงต้องนำอาวุธและวัตถุดิบมาเอง ซึ่งเป็นการสกัดกั้นเหล่านักจารึกฝึกหัดครึ่งๆ กลางๆ ที่จะมาทดสอบเล่นๆ เพื่อความบันเทิงในสมาคม เพราะวัตถุดิบจารึกชุดหนึ่งก็มีราคาไม่น้อย

"อืม ข้าทราบแล้ว ข้าคิดว่าพวกเจ้าน่าจะมีอาวุธวิเศษสำหรับทดสอบเตรียมไว้ ข้าสามารถจ่ายเงินซื้อได้" หลินหมิงกล่าวพลางหยิบตั๋วเงินออกจากเสื้อหลายใบ ทั้งหมดเป็นใบละหนึ่งพันตำลึง

เมื่อเห็นหลินหมิงหยิบตั๋วเงินออกมามากมายเช่นนั้น พนักงานต้อนรับก็รู้สึกตื่นตะลึง นี่ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ เลย แม้แต่ลูกหลานตระกูลใหญ่หลายคนก็ยังไม่มีอาวุธวิเศษ

เมื่อเห็นหลินหมิงไม่ได้พูดเล่น พนักงานต้อนรับจึงกล่าวว่า "ในเมื่อเจ้ายืนยันเช่นนั้น ก็ตามข้ามาเถิด"

………

จบบทที่ 50 - ทดสอบการจารึก

คัดลอกลิงก์แล้ว