- หน้าแรก
- พิภพสัปยุทธ์
- 50 - ทดสอบการจารึก
50 - ทดสอบการจารึก
50 - ทดสอบการจารึก
50 - ทดสอบการจารึก
ในขณะนั้นเอง หลินหมิงได้ยินเสียงเคาะประตูดังสนั่นประหนึ่งฟ้าร้อง หากประประตูหอพักของสำนักชีเสวียนไม่ได้มีคุณภาพดีเยี่ยม หลินหมิงคงสงสัยว่าประตูจะพังไปแล้ว
"พี่หมิง พี่หมิง รีบเปิดประตูเร็ว!"
หลินหมิงได้ยินเสียงนี้ก็ยิ้มออกมาทันที เป็นหลินเสี่ยวตงนั่นเอง
"โอ้โห! พี่หมิง ท่านคือวีรบุรุษในชีวิตของข้าเลย! อันดับหนึ่ง! ท่านแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!"
หลินเสี่ยวตงไม่ได้ตามเข้าไปดูการสอบรอบที่สอง จึงไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นของหลินหมิง เขาเพิ่งจะได้รับข่าวเมื่อครู่นี้เอง
"อืม เมื่อวานข้าแสดงฝีมือได้ดี ประกอบกับช่วงนี้ก้าวหน้าขึ้นมาก จึงได้อันดับหนึ่งมา"
"ไปๆ พี่น้องเราไปดื่มเหล้ากัน"
"ได้สิ! แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหาร เราไปซื้อของกันก่อนเถิด"
หลินหมิงกล่าวพลางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา เริ่มจดรายการวัตถุดิบที่ต้องใช้สำหรับยันต์จารึกโอสถ ยันต์จารึกโอสถในความทรงจำของยอดฝีมือผู้นั้นมีหลายประเภท หลินหมิงเลือกประเภทที่ง่ายที่สุดที่มีชื่อว่า "ยันต์โสถระดับต่ำ"
ยันต์ชนิดนี้ใช้ได้กับยาระดับต่ำเท่านั้น แน่นอนว่า ยามไขกระดูกมังกรทองแดงและยาดีงูทองคำแดงที่มีค่าแต่ไม่มีขายในอาณาจักรเทียนอวิ๋น ในสายตาของยอดฝีมือผู้นั้นถือเป็นเพียง "ยาระดับต่ำ" เท่านั้น
ด้วยระดับการฝึกยุทธ์ของหลินหมิงในยามนี้ การเขียนยันต์โอสถระดับต่ำถือเป็นขีดจำกัดแล้ว สำหรับยันต์โอสถระดับสูง ปราณแท้ของเขายังไม่เพียงพอที่จะรองรับ อีกทั้งวัตถุดิบหลายอย่างในยันต์ระดับสูงหลินหมิงก็ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย
ทว่าแม้จะเป็นเพียงยันต์โอสถระดับต่ำ แต่วัตถุดิบหลายอย่างในนั้นก็หายากยิ่ง
หลินเสี่ยวตงเห็นหลินหมิงเขียนยาวเหยียดเต็มหน้ากระดาษ แม้เขาจะไม่เข้าใจวิชาจารึกเลยแม้แต่น้อย แต่วัตถุดิบไม่กี่อย่างในนั้นแค่พออ่านออกก็จำได้ เช่น "เลือดสัตว์ร้ายระดับสี่"
"พี่หมิง ท่านจะซื้อเลือดสัตว์ร้ายระดับสี่อย่างนั้นหรือ? ไม่จริงน่า!"
ต้องทราบว่า มังกรทองแดงก็เป็นเพียงสัตว์ร้ายระดับสี่เท่านั้น ซึ่งสัตว์ร้ายระดับสี่เทียบเท่ากับยอดฝีมือขั้นหลัง เลือดของสัตว์ร้ายชนิดนี้ในอาณาจักรเทียนอวิ๋นแม้จะไม่ได้หาซื้อไม่ได้เลย แต่ราคาก็สูงลิบลิ่ว โดยปกติของพวกนี้จะถูกขนส่งมาจากต่างเมือง เลือดเพียงหนึ่งตำลึงก็มีค่าเป็นพันตำลึงทองแล้ว
หลินหมิงเขียนต่อไป วัตถุดิบหลายอย่างทำให้หลินเสี่ยวตงใจสั่น เขาอดไม่ได้ที่จะถามว่า "พี่หมิง ท่านมีเงินมากขนาดนั้นเชียวหรือ?"
หลินหมิงพยักหน้า "เมื่อไม่กี่วันก่อน ท่านมู่อี้ได้ฝากตั๋วเงินทองคำหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงไว้ที่ข้า บอกว่าหากในภายหน้ามียันต์ทรงพลังอีก ก็ให้คนส่งไปให้เขาได้เลย"
"หนึ่ง... หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง... สวรรค์!"
หลินเสี่ยวตงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ครั้งก่อนเก้าพันตำลึง ครั้งนี้อีกหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง เขาเริ่มรู้สึกชาชินเสียแล้ว ดูเหมือนทองคำเหล่านั้นจะกลายเป็นเพียงตัวเลขไปเสียแล้ว
.......................
หากจะกล่าวถึงสถานที่ที่มีวัตถุดิบจารึกครบครันที่สุดในนครเทียนอวิ๋น นั่นไม่ใช่ศาลาสารพัดนึก และไม่ใช่โรงประมูล แต่เป็นสมาคมนักจารึกแห่งนครเทียนอวิ๋น
ที่นั่นมีวัตถุดิบหายากที่หาซื้อไม่ได้จากที่อื่นวางจำหน่าย และราคายังถูกกว่าพอสมควร
"อะไรนะ? มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยหรือ?" หลินเสี่ยวตงรู้สึกเหลือเชื่อเมื่อได้รับข้อมูลนี้จากปากหลินหมิง "มันเป็นไปไม่ได้หรอก นอกจากว่าผู้ดูแลสมาคมนักจารึกจะบ้าไปแล้ว หากข้าเป็นผู้ดูแล ข้าจะโก่งราคาให้ยับเลย"
หลินหมิงยักไหล่แล้วกล่าวว่า "ข้าก็แค่ได้ยินมา"
เมื่อครู่นี้พวกเขาใช้เวลาไปพักหนึ่งเพื่อไปตามร้านหรูหราและโรงประมูลของทางการ แต่วัตถุดิบหายากหลายอย่างหาไม่ได้จากที่นั่นจริงๆ
"อย่างนั้นเราก็รีบไปสมาคมนักจารึกกันเถอะ"
"อืม... คงต้องเป็นเช่นนั้น" หลินหมิงสงสัยว่าการซื้อของที่สมาคมนักจารึกอาจต้องใช้ฐานะนักจารึก ในเมื่อพละกำลังและระดับวิชาจารึกของเขายังไม่สมดุลกัน หลินหมิงจึงไม่อยากเปิดเผยฐานะนักจารึก เพราะจะนำมาซึ่งปัญหาและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แม้จะมีการคุ้มครองจากมู่อี้ แต่หลินหมิงก็ไม่อยากจะรบกวนท่านมู่อี้มากเกินไป
...
"ไม่เพียงแต่ต้องมีการรับรองความเป็นนักจารึกเท่านั้น แต่ยังต้องใช้แต้มผลงานในการซื้อด้วยหรือ?" หลังจากหลินหมิงมาถึงสมาคมนักจารึกและแจ้งความประสงค์จะซื้อวัตถุดิบหายากเหล่านี้ เขาได้รับคำตอบเช่นนี้จากพนักงานต้อนรับสาว
"ข้าว่าแล้ว ไม่มีเรื่องดีๆ แบบนั้นหรอก!" หลินเสี่ยวตงแบมือทั้งสองข้าง นี่สิถึงจะเป็นเรื่องปกติ
"แต้มผลงานคืออะไร?" หลินหมิงถาม
"อืม... ดูเหมือนอาจารย์ของเจ้าคงไม่ใช่นักจารึกของอาณาจักรเทียนอวิ๋นสินะ" พนักงานต้อนรับทึกทักเอาเองว่าหลินหมิงมาซื้อวัตถุดิบแทนอาจารย์ "แต้มผลงานคือบันทึกความดีความชอบที่นักจารึกมีต่อสมาคมนักจารึก เช่น การทำภารกิจที่สมาคมประกาศให้สำเร็จจะได้รับแต้มผลงาน การดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในสมาคมเป็นระยะเวลานานก็ได้รับแต้มผลงานได้เช่นกัน แน่นอนว่าแต้มผลงานสามารถมอบให้หรือซื้อขายกันได้ สามารถรับมาจากนักจารึกท่านอื่นได้ และยังมีอีกหลายวิธีที่จะได้รับแต้มผลงาน เจ้าสามารถไปอ่านกฎระเบียบของสมาคมได้ หากอาจารย์ของเจ้าสนใจจะเข้าร่วมสมาคมนักจารึก เรายินดีต้อนรับอย่างยิ่ง"
สมาคมนักจารึกเป็นองค์กรที่ค่อนข้างผ่อนปรน ประกอบกับนักจารึกส่วนใหญ่เป็นตาแก่ที่ก้มหน้าก้มตาศึกษาความรู้ ไม่ค่อยก้าวเท้าออกจากบ้าน หากไม่มีการตั้งระบบแต้มผลงานขึ้นมา ตัวตนของสมาคมนักจารึกคงจะเบาบางมาก คาดว่าคงไม่มีนักจารึกกี่คนที่จะเข้าร่วม และถึงจะเข้าร่วมก็คงน้อยนักที่จะมาที่สมาคม
หลินหมิงมองดูกฎระเบียบของสมาคม ขอเพียงเข้าร่วมสมาคมนักจารึกก็จะได้รับแต้มผลงาน 100 แต้มทันที นอกเหนือจากนั้นยังมีวิธีได้รับแต้มอีกหลายทาง รวมถึงการขายวัตถุดิบหายากให้แก่สมาคมก็ได้รับแต้มผลงานเช่นกัน
"ให้ตายสิ มีวัตถุดิบหายากย่อมต้องเก็บไว้ใช้เอง ใครจะเอามาขายให้สมาคมกัน" หลินเสี่ยวตงกล่าวอย่างดูแคลน
หลินหมิงกล่าวว่า "วัตถุดิบบางอย่างที่ตัวเองไม่ได้ใช้ เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ ไม่สู้ขายเพื่อแลกกับของที่มีประโยชน์ต่อตนเอง วิธีหาแต้มเหล่านี้ไม่เหมาะกับข้า มีเพียงทางเดียวคือลองทำภารกิจดู"
หลินหมิงหันไปหาพนักงานต้อนรับสาวคนนั้นแล้วถามว่า "แม่นาง จะทำภารกิจได้ที่ไหน?"
"การทำภารกิจต้องไปที่โถงภารกิจ ทว่าหากไม่มีใบรับรองสถานะนักจารึกก็ไม่สามารถเข้าไปในโถงภารกิจได้ หากอาจารย์ของเจ้าสนใจ สามารถมาดูด้วยตนเองได้ การเข้าร่วมสมาคมนักจารึกมีสวัสดิการมากมาย" พนักงานต้อนรับแนะนำอย่างกระตือรือร้น
หลินหมิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามว่า "สมาคมนักจารึกของพวกเจ้าสามารถรักษาความลับเรื่องฐานะของสมาชิกได้หรือไม่?"
"เรื่องนี้ย่อมได้แน่นอน หากอาจารย์ของเจ้ามีความต้องการเช่นนั้น เรารับรองว่าจะเก็บข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับ"
"อืม เช่นนั้นก็ได้ พวกเจ้ามีการทดสอบอย่างไร ยามนี้พาข้าไปร่วมการทดสอบได้เลย"
"หือ?" พนักงานต้อนรับเบิกตากว้าง
หลินหมิงยักไหล่แล้วกล่าวว่า "ข้านี่แหละคือนักจารึก"
"เจ้า..." พนักงานต้อนรับมองหลินหมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วถามว่า "ไม่ทราบว่า อายุของเจ้าคือ..."
"สิบห้า"
"สิบห้าปี? เอ้อ..." พนักงานต้อนรับถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินอายุขนาดนี้ นางคาดเดาว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคงจะเป็นศิษย์ของนักจารึกที่เก่งกาจท่านหนึ่ง และคงมีพรสวรรค์อยู่บ้างจึงสร้างผลงานได้พอสมควร ทว่าการจะเป็นนักจารึกในวัยสิบห้าปีนั้นช่างเกินจริงนัก ตลอดแปดสิบปีมานี้ สถิติของอาณาจักรเทียนอวิ๋นอยู่ที่สิบแปดปีเท่านั้น
ในยามนี้ผู้ที่มีหวังจะทำลายสถิตินี้ได้ ก็มีเพียงฉินซิงเสวียนจากจวนแม่ทัพ และวังอวี่หานจากสมาคมนักจารึกเท่านั้น
"น้องชาย การเข้าร่วมทดสอบนักจารึกต้องเตรียมอาวุธวิเศษและวัตถุดิบมาเองนะ" พนักงานต้อนรับเตือนด้วยความหวังดี เพราะยันต์จารึกที่ทำขึ้นมาต้องนำไปใช้งานจริงถึงจะเห็นผล โดยปกติแล้ว ยันต์ที่นักจารึกฝึกหัดทำออกมาจะมีผลค่อนข้างแย่ การจารึกลงบนอาวุธวิเศษจึงเป็นการเสียโอกาสในการจารึกของอาวุธนั้นไป แม้สมาคมนักจารึกจะมั่งคั่ง แต่ก็ไม่อาจแบกรับความสิ้นเปลืองเช่นนี้ได้ ดังนั้นผู้เข้าทดสอบจึงต้องนำอาวุธและวัตถุดิบมาเอง ซึ่งเป็นการสกัดกั้นเหล่านักจารึกฝึกหัดครึ่งๆ กลางๆ ที่จะมาทดสอบเล่นๆ เพื่อความบันเทิงในสมาคม เพราะวัตถุดิบจารึกชุดหนึ่งก็มีราคาไม่น้อย
"อืม ข้าทราบแล้ว ข้าคิดว่าพวกเจ้าน่าจะมีอาวุธวิเศษสำหรับทดสอบเตรียมไว้ ข้าสามารถจ่ายเงินซื้อได้" หลินหมิงกล่าวพลางหยิบตั๋วเงินออกจากเสื้อหลายใบ ทั้งหมดเป็นใบละหนึ่งพันตำลึง
เมื่อเห็นหลินหมิงหยิบตั๋วเงินออกมามากมายเช่นนั้น พนักงานต้อนรับก็รู้สึกตื่นตะลึง นี่ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ เลย แม้แต่ลูกหลานตระกูลใหญ่หลายคนก็ยังไม่มีอาวุธวิเศษ
เมื่อเห็นหลินหมิงไม่ได้พูดเล่น พนักงานต้อนรับจึงกล่าวว่า "ในเมื่อเจ้ายืนยันเช่นนั้น ก็ตามข้ามาเถิด"
………