- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 84 สุนัขจนตรอก
ตอนที่ 84 สุนัขจนตรอก
ตอนที่ 84 สุนัขจนตรอก
ตอนที่ 84 สุนัขจนตรอก
"เจ้า... เจ้าคิดจะทำอะไร!" เมื่อเห็นอี้อวิ๋นเดินเข้ามา เหลียนชุ่ยฮวาก็กรีดร้องขึ้นมา "เจ้าเดรัจฉานน้อย เจ้าติดโรคระบาดมา เจ้าอยากจะแพร่เชื้อให้คนทั้งเผ่าหรืออย่างไร?"
เหลียนชุ่ยฮวาไม่ใช่คนเคี้ยวง่าย นางเห็นอี้อวิ๋นไม่รู้ว่าทำไมถึงกลายเป็นคนน่ากลัวเช่นนี้ สมองพลันนึกถึงเรื่องที่อี้อวิ๋นติดโรคระบาดขึ้นมา จึงเริ่มตะโกนโวยวาย หวังจะดึงมวลชนมาเป็นพวก
"ชาวบ้านทั้งหลาย เจ้าเดรัจฉานน้อยนี่ต้องตายไปแล้วถูกผีเข้าสิงแน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะเก่งกาจเช่นนี้ได้อย่างไร เขาถูกคุณไสยเล่นงานแล้ว พวกท่านลืมไปแล้วหรือ? ใช่แล้ว!"
เหลียนชุ่ยฮวาพลันนึกบางอย่างออก ร่างผอมแห้งของนางพยายามเบียดตัวออกไป นางมีเรี่ยวแรงมาจากที่ใดไม่ทราบ ฝ่าฝูงชนที่แออัดไปได้อย่างรวดเร็ว
"ถอยไป พวกเจ้าถอยไปให้หมด!"
นางวิ่งออกไปครู่หนึ่งก็วิ่งกลับมา ในมือถือถังไม้ใบหนึ่งมาด้วย
นางมองอี้อวิ๋น ใบหน้ามีรอยยิ้มอำมหิตพาดผ่าน
"เจ้าเดรัจฉานน้อย ให้เจ้าได้ใจไปเถอะ เจ้ามีของไม่สะอาดสิงร่างแล้วคิดว่าตนเองไร้เทียมทานหรือ? ดูข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร!"
เหลียนชุ่ยฮวาพูดพลางสาดถังไม้ในมือใส่อี้อวิ๋น!
ภายในถังไม้นั้น เต็มไปด้วยของเหลวสีแดงฉาน และมีกลิ่นคาวคละคลุ้งกระจายออกมา
มันคือเลือดสุนัข!
ก่อนการประลอง คนในค่ายเตรียมทหารได้ฆ่าสุนัขล่าเนื้อไปสองตัว เตรียมไว้กินมื้อใหญ่หลังจบการแข่งขัน
หลังจากฆ่าสุนัขล่าเนื้อแล้ว เลือดสุนัขก็ถูกเก็บไว้ในถังไม้ ภายในยังมีลำไส้สุนัข ขนสุนัข หัวใจและปอดสุนัขลอยฟ่องอยู่ ยามนี้มันถูกสาดใส่ตัวอี้อวิ๋นอย่างไม่ยั้ง!
คนในดินแดนเมฆาและรกร้างเชื่อว่า เลือดสุนัขสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้
พวกภูตผีปีศาจที่ไม่สะอาดเหล่านั้น พอเห็นเลือดสุนัขก็จะไม่กล้าขยับ หากถูกเลือดสุนัขสาดใส่ตัว ก็เหมือนคนโดนน้ำกรดเข้มข้นที่จะถูกกัดกร่อนจนเกลี้ยง
ที่เรียกว่า "เลือดสุนัขรดหัว" ก็มีความหมายเช่นนี้เอง เป็นการเปรียบเปรยว่าคนที่ถูกด่าว่าเปรียบเสมือนปิศาจที่ถูกเลือดสุนัขรดจนนิ่งอั้นและพูดไม่ออก
เหลียนชุ่ยฮวาเชื่อจริงๆ ว่าอี้อวิ๋นอาศัยการถูกผีเข้าถึงได้ทำร้ายจ้าวเถี่ยจู้จนพิการ ขอเพียงเลือดสุนัขสาดลงไป เผาสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นทิ้งไป ที่เหลือก็แค่อี้อวิ๋นที่เหมือนลูกไก่ตัวหนึ่ง จะไม่ปล่อยให้นางบีบเล่นตามใจชอบได้อย่างไร
เลือดสุนัขสกปรกหนึ่งถังที่สาดออกมา เรียกเสียงอุทานจากผู้คน!
ในลมหายใจนั้น ประกายสังหารก็พาดผ่านดวงตาทั้งสองข้างของอี้อวิ๋น
สำหรับผู้หญิงที่ไร้วิทยายุทธ์อย่างเหลียนชุ่ยฮวา หากไม่ใช่เพราะนางเคยลงมือกับเจียงเสี่ยวโหรว อี้อวิ๋นก็คงคร้านจะใส่ใจ
ทว่ายามนี้ เขากลับยิ่งได้รับรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จิตใจอำมหิตเพียงใด
คนบางคนมีความอำมหิตฝังลึกไปถึงกระดูก คนเช่นนี้มีชีวิตอยู่บนโลกก็มีแต่จะเป็นภัย ไม่ว่านางจะมีวิทยายุทธ์หรือไม่ หรือจะเป็นผู้หญิงก็ตาม
"ปัง!"
เสียงระเบิดดังขึ้น ไม่เห็นอี้อวิ๋นขยับตัวอย่างไร เลือดสุนัขหนึ่งถังที่สาดออกมานั้นก็ระเบิดออกต่อหน้าต่อตาเขา!
เลือดสุนัขสาดกระจายไปทั่ว ทว่ากลับไม่มีหยดลงบนตัวอี้อวิ๋นเลยแม้แต่หยดเดียว
ในทางกลับกัน เหลียนชุ่ยฮวา กลับเป็นฝ่ายถูกเลือดสุนัขรดหัวเสียเอง!
"อ๊าก!"
เหลียนชุ่ยฮวากรีดร้องโหยหวน ผมเผ้าของนางหลุดลุ่ย ทว่ายังไม่หยุดกรีดร้อง "เจ้าปิศาจ เจ้าเดรัจฉานน้อย เจ้าลูกไม่มีพ่อมีแม่! แค่กๆๆ..."
เหลียนชุ่ยฮวาพูดมาถึงตอนท้ายกลับพูดไม่ออกเสียแล้ว ลำคอของนางถูกอี้อวิ๋นบีบไว้!
เหลียนชุ่ยฮวาแลบลิ้นออกมาข้างนอก ตาเหลือก มือเท้าชักกระตุก
"ช่วย... ช่วยด้วย..."
ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ทำให้เหลียนชุ่ยฮวาพูดประโยคนี้ออกมาอย่างยากลำบาก
และในเวลานี้ ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ต่างพากันถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาไม่กล้ารุมล้อมอี้อวิ๋นแม้แต่น้อย ชาวบ้านในดินแดนรกร้างมักจะรังแกคนอ่อนแอและหวาดกลัวคนแข็งแกร่ง ความจริงแล้วลึกๆ ในกระดูกของพวกเขามีความเป็นทาสอย่างรุนแรง เมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่ง พวกเขาจะเชื่อฟังโดยสัญชาตญาณ ต่อหน้าผู้อ่อนแอเท่านั้นที่พวกเขาจะแสดงความดุร้ายป่าเถื่อนออกมา กลายเป็นหมาป่าที่กินคน เหมือนกับตอนที่พวกเขารวมตัวกันรุมล้อมเจียงเสี่ยวโหรว
เหลียนชุ่ยฮวาเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ แล้ว นางมองอี้อวิ๋น ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
นางไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้ว่าทำไมอี้อวิ๋นถึงเก่งกาจขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ถูกผีเข้า... เพราะคนถูกผีเข้าย่อมหลบเลือดสุนัขไม่พ้น พวกเขาพอเห็นเลือดสุนัขก็เหมือนหนูเห็นแมวที่จะต้องถูกขู่จนนิ่งไป
"เจ้า... เจ้าจะ... จะตีผู้หญิงหรือ? แค่กๆ... แค่กๆ..."
เหลียนชุ่ยฮวาพูดอย่างยากลำบาก เสียงสั่นเครือ
อี้อวิ๋นยิ้ม "ข้าไม่เคยตีผู้หญิง"
ในขณะที่พูด อี้อวิ๋นก็คลายมือออกเล็กน้อย
เหลียนชุ่ยฮวาจึงถอนหายใจออกมาได้อย่างโล่งอก ความกล้าก็เริ่มกลับมาบ้าง "เจ้ารีบปล่อยข้าเสีย แล้วไปขอขมานายน้อยเหลียน นายน้อยเหลียนอาจจะยังไว้ชีวิตเจ้า เจ้าเก่งขึ้นก็จริง แต่เจ้าจะสู้กับนายน้อยเหลียนได้หรือ?"
เหลียนเฉิงอวี้ เปรียบเสมือนเทพเจ้าในเผ่าเหลียน
เขามีอำนาจเด็ดขาด!
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ภายใต้การโฆษณาชวนเชื่อของเหลียนเฉิงอวี้ ผู้คนต่างก็รู้ถึงลำดับขั้นที่ชัดเจนของนักรบก่อนถึงขอบเขตโลหิตม่วง เหลียนเฉิงอวี้อยู่ขั้นที่ห้าของขอบเขตโลหิตธรรมดาระดับสูงสุด ส่วนจ้าวเถี่ยจู้อยู่เพียงขั้นที่หนึ่งของขอบเขตโลหิตธรรมดา นี่คือความแตกต่างราวฟ้ากับดิน
เหลียนชุ่ยฮวาแม้จะกลัวอี้อวิ๋น ทว่าพอนึกขึ้นได้ว่าตนเองทำงานให้นางเฉิงอวี้ มีเหลียนเฉิงอวี้คอยหนุนหลัง ยังจะต้องกลัวเจ้ากระจอกนี่อีกหรือ?
หากเหลียนเฉิงอวี้ลงมือ เพียงครั้งเดียวก็คงบีบอี้อวิ๋นจนตาย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เหลียนชุ่ยฮวาก็มีความกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ นางคิดว่าที่อี้อวิ๋นปล่อยนางก็เพราะเขารู้จักกาลเทศะ
"หากเจ้าไม่ไปคุกเข่ารับผิดต่อนายน้อยเหลียนยามนี้ เขาจะถลกหนังเถือเนื้อเจ้าเสีย เจ้าคิดว่าเอาชนะคนขี้ขลาดอย่างจ้าวเถี่ยจู้ได้แล้วจะเก่งกาจหรือ? จ้าวเถี่ยจู้เมื่อเทียบกับนายน้อยเหลียนแล้วก็เป็นเพียงหนอนตัวหนึ่ง และเจ้า ก็เป็นเพียงหนอนที่ตัวใหญ่ขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น!"
เหลียนชุ่ยฮวาตะโกนหวังจะขู่ให้อี้อวิ๋นหวาดกลัว ทว่าในใจนางก็คิดเช่นนั้นจริงๆ เหลียนเฉิงอวี้ในฐานะนักรบขอบเขตโลหิตม่วง มีพลังที่ลึกล้ำสุดหยั่ง!
ส่วนจ้าวเถี่ยจู้ ให้เจ้าคนขี้ขลาดที่แม้แต่เด็กก็ยังเอาชนะไม่ได้ไปตายเสียเถอะ เหลียนชุ่ยฮวาไม่มีทางจะไปนึกถึงเยื่อใยเก่าๆ กับคนพิการหรอก
เมื่อได้ยินคำขู่ของเหลียนชุ่ยฮวา อี้อวิ๋นก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ตบหน้าฉาดใหญ่เข้าใส่โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
"เพียะ!"
เสียงดังสนั่น ร่างของเหลียนชุ่ยฮวาทั้งร่างถูกอี้อวิ๋นตบจนลอยกระเด็น
นางหมุนตัวกลางอากาศสามรอบครึ่งก่อนจะตกลงบนพื้นอย่างแรง โลกทั้งใบหมุนคว้าง!
เหลียนชุ่ยฮวาถูกตบจนหน้ามืดตามัว ฟองเลือดพ่นออกมาจากปากทีละนิดๆ เหมือนปลาที่ถูกฟาดจนตาย
……..