- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 83 ทุบตีจ้าวเถี่ยจู้
ตอนที่ 83 ทุบตีจ้าวเถี่ยจู้
ตอนที่ 83 ทุบตีจ้าวเถี่ยจู้
ตอนที่ 83 ทุบตีจ้าวเถี่ยจู้
"ประโยคเมื่อครู่ เจ้าเป็นคนพูดหรือ?"
จ้าวเถี่ยจู้แสยะยิ้ม เขาแปลกใจมากที่อี้อวิ๋นโดดลงจากหุบเหวสูงสิบกว่าจ้างแล้วยังไม่ตาย เขาไม่เชื่อว่าใครจะดวงแข็งปานนั้น คิดเพียงว่าตอนนั้นเจ้าเด็กนี่คงจะใช้เล่ห์เหลี่ยมบังตา หลอกพวกชายกรรจ์ที่เคี่ยวกระดูกร้างไปได้
เดิมทีจ้าวเถี่ยจู้คิดว่าวันนี้จะมีนักรบที่มีฝีมือพอตัวมาท้าทายเขา เขาเพียงแค่ใช้พลังที่เหนือกว่ากดดันสังหารอีกฝ่ายก็สิ้นเรื่อง ทว่านึกไม่ถึงว่า คนที่ปรากฏตัวที่นี่กลับเป็นลูกลิงอย่างอี้อวิ๋น
เช่นนี้แล้ว การสร้างบารมีก็คงเป็นไปไม่ได้ การฆ่าลูกลิงที่สูงเพียงหน้าอกของตนจะไปสร้างบารมีได้อย่างไร?
ยามนี้สิ่งที่จ้าวเถี่ยจู้คิดคือจะทรมานอี้อวิ๋นให้ตายอย่างไร ด้วยวิธีที่จะทำให้อี้อวิ๋นทุกข์ทรมานและหวาดกลัวที่สุด
"ย่อมเป็นข้าที่พูด เจ้าไม่ได้พูดจาไร้สาระหรอกหรือ?" อี้อวิ๋นยืนเอามือไขว้หลัง สีหน้าแสดงออกชัดเจนว่า คำถามปัญญาอ่อนเช่นนี้เจ้ายังต้องถามอีกหรือ?
"เหอะ!" จ้าวเถี่ยจู้มองอี้อวิ๋นราวกับมองคนปัญญาอ่อน เขาคิดมิตกเลยว่า เจ้าเด็กนี่หัวไปกระแทกประตูมาหรืออย่างไร ในเวลาเช่นนี้ เขายังคาดการณ์ไม่ออกอีกหรือว่าจุดจบที่รอเขาอยู่คืออะไร? "เจ้าเดรัจฉานน้อย วันนี้เจ้าล่วงเกินท่านปู่ผู้นี้ เจ้าตายแน่ เจ้าจงคุกเข่าโขกศีรษะให้ท่านปู่ร้อยครั้งแต่โดยดี แล้วมุดลอดหว่างขาของท่านปู่ไป เจ้าจะทำเอง หรือจะให้ข้ากดเจ้าลงกับพื้นแล้วบังคับให้ทำล่ะ?"
จ้าวเถี่ยจู้แสยะยิ้ม อี้อวิ๋นก็มองจ้าวเถี่ยจู้ด้วยสายตามองคนปัญญาอ่อนเช่นเดียวกัน "วันนี้ ข้ามาเพื่อชิงสิทธิ์หนึ่งที่ ไม่ได้มาฟังเจ้าพล่ามไร้สาระ"
พออี้อวิ๋นพูดประโยคนี้ออกมา ผู้ชมทั้งสนามต่างก็อึ้งไป
ยามนี้ผู้คนเพิ่งจะตระหนักได้ว่า วันนี้ที่อี้อวิ๋นก้าวขึ้นมาบนเวที ไม่ใช่เพื่อจงใจกวนประสาทจ้าวเถี่ยจู้หรือทำให้จ้าวเถี่ยจู้เสียหน้า ทว่าเขาต้องการยืนบนเวทีนี้ สู้กับจ้าวเถี่ยจู้เพื่อชิงสิทธิ์เข้าร่วมการคัดเลือกแห่งอาณาจักรเทพ!
สวรรค์ ด้วยร่างกายเล็กๆ ของเขา เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือ?
เขาฝึกยุทธ์เพียงแค่เดือนเดียว อายุไม่เกินสิบสองปี จะไปสู้กับจ้าวเถี่ยจู้ได้อย่างไร?
"พี่อี้อวิ๋น..."
ท่ามกลางฝูงชน หัวใจของโจวเสี่ยวเข่อก็บีบคั้นเช่นกัน พี่อี้อวิ๋นรู้หรือไม่ว่าจ้าวเถี่ยจู้แข็งแกร่งเพียงใด?
คนในค่ายเตรียมทหารสำหรับชาวบ้านเผ่าเหลียนแล้ว ก็เปรียบเสมือนฝูงพยัคฆ์และสุนัขป่า คนธรรมดาจะไปเป็นคู่ต่อสู้ได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นอี้อวิ๋นยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง
"ฮ่าๆๆ!" จ้าวเถี่ยจู้หัวเราะ หัวเราะจนตัวงอ ราวกับว่านี่เป็นเรื่องตลกที่สุดที่เขาเคยได้ยินมาในชีวิตนี้ "เจ้าเดรัจฉานน้อย เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ? เจ้าคงไม่ได้คิดว่าเจ้าติดตามใต้เท้าจางเรียนยุทธ์มานิดหน่อย แล้วจะสามารถเอาชนะท่านปู่ผู้นี้ เป็นตัวแทนเผ่าเหลียนไปเข้าร่วมการคัดเลือกแห่งอาณาจักรเทพได้หรอกนะ?"
พอจ้าวเถี่ยจู้พูดเช่นนี้ คนในค่ายเตรียมทหารก็หัวเราะกันลั่น
"พี่จ้าว อย่าไปพล่ามกับเจ้าเด็กนี่เลย เขาเป็นพวกสติไม่สมประกอบชัดๆ เขาแค่โชคดีถูกใต้เท้าจางเลือกตัวไป ก็คิดว่าตนเองไร้เทียมทานในใต้หล้าแล้ว!"
หลายคนตะโกนตามน้ำ ทันใดนั้น เสียงผู้หญิงที่แหลมคมก็ดังขึ้น "พี่เถี่ยจู้ หักแข้งหักขาเจ้าเด็กนี่เสีย แล้วจับมันแขวนไว้!"
คนที่เอ่ยปากคือเหลียนชุ่ยฮวา เสียงของนางแหลมสูงบาดหู อี้อวิ๋นจะลืมไปได้อย่างไร?
ตอนนั้นคนที่นำชาวบ้านใช้มูลวัวปิดล้อมเจียงเสี่ยวโหรูก็คือเหลียนชุ่ยฮวาผู้นี้เอง
อี้อวิ๋นแค่นยิ้มเย็น จ้องมองเหลียนชุ่ยฮวาอย่างลึกซึ้ง
"มองอะไร มองอะไร เจ้าเดรัจฉานน้อย ข้าเป็นคนให้เจ้ามองหรือ มองอีกทีข้าจะควักลูกตาหัวขโมยของเจ้าออกมา!" เหลียนชุ่ยฮวาวางท่าโอหัง "พี่เถี่ยจู้ ฆ่าเจ้าเดรัจฉานน้อยนี่เสีย!"
เหลียนชุ่ยฮวาพูดพลางส่งสายตาหยาดเยิ้มให้จ้าวเถี่ยจู้
ดูเหมือนจ้าวเถี่ยจู้จะพึงพอใจกับสายตานั้นมาก เขาหัวเราะร่าแล้วกล่าวว่า "เจ้าหนู ดูท่าคราวนี้หลังจากที่เจ้าล้มป่วย สมองคงผิดปกติไปแล้ว เจ้าทาสชั้นต่ำ คนขุดดินกิน ยังอยากจะเข้าร่วมการคัดเลือกแห่งอาณาจักรเทพ? วันนี้ท่านปู่จะบิดหัวเจ้าออกมาทำเป็นโถปัสสาวะเสีย!"
ในขณะที่จ้าวเถี่ยจู้พูด เขาก็พุ่งเข้าหาอี้อวิ๋นทันที
บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มเยาะเย้ย ยื่นมือใหญ่ทั้งสองที่ราวกับคีมเหล็กคว้าไปที่ศีรษะของอี้อวิ๋น เขาไม่ได้พูดเล่น แต่คิดจะบิดศีรษะอี้อวิ๋นออกมาจริงๆ!
จ้าวเถี่ยจู้มีพละกำลังมหาศาล เด็กธรรมดาทั่วไปจะทนแรงมือของเขาได้อย่างไร?
อี้อวิ๋นไม่ได้ขยับ เขาเพียงแต่ยืนนิ่ง ยื่นมือทั้งสองข้างออกมาคว้าไปที่จ้าวเถี่ยจู้ ท่าทางถอดแบบมาจากจ้าวเถี่ยจู้ไม่มีผิดเพี้ยน!
มือทั้งสองของอี้อวิ๋นกับมือใหญ่ของจ้าวเถี่ยจู้ เทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
จ้าวเถี่ยจู้เห็นเจ้าคนปัญญาอ่อนผู้นี้กล้ายื่นมือมาหาตน ก็แสยะยิ้มแล้วคว้าไปที่มือของอี้อวิ๋นแทน เขาเปลี่ยนใจแล้ว อยากจะบีบมือของอี้อวิ๋นให้แหลกคามือก่อน!
มือทั้งสี่ประสานกัน จากนั้นก็ได้ยินเสียง "กร๊อบ" ดังสนั่น!
สีหน้าของจ้าวเถี่ยจู้แข็งค้างไป!
มุมปากของเขาตุก กระตุกอย่างไม่เชื่อสายตาที่มองมือของอี้อวิ๋นและมือของตนเอง ในมือน้อยคู่นั้นของอี้อวิ๋น มือใหญ่ทั้งสองข้างของเขาแหลกเหลว เลือดไหลหยดไม่ขาดสาย นอกจากนิ้วหัวแม่มือแล้ว นิ้วที่เหลืออีกแปดนิ้วล้วนบิดเบี้ยวไปในมุมที่น่าสยดสยองและหักสะบั้นจนหมดสิ้น
มือของเขาถูกอี้อวิ๋นบีบจนแหลกเหลวด้วยพละกำลังล้วนๆ!
อ๊าก!
เสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจดังออกมาจากปากของจ้าวเถี่ยจู้!
อี้อวิ๋นมองจ้าวเถี่ยจู้อย่างเย็นชา "เมื่อครู่เจ้าบอกว่าข้าเป็นทาสชั้นต่ำ? โลกใบนี้ ผู้อ่อนแอเป็นทาส ผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ ใครที่มีพละกำลังเหนือกว่า ผู้นั้นคือผู้ครอบครองทุกสิ่ง วันนี้ข้าจะบอกเจ้าเองว่า ใครกันแน่ที่เป็นทาสชั้นต่ำ"
อี้อวิ๋นพูดพลางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ใช้เข่ากระแทกเข้าที่หน้าอกของจ้าวเถี่ยจู้ท่าทางเรียบง่าย
"ปัง"
เสียงดังทึบ ร่างกำยำของจ้าวเถี่ยจู้ถูกเข่าของอี้อวิ๋นกระแทกจนลอยละลิ่วราวกับกระสอบขาด กระดูกหน้าอกของเขาบุบลงไปทันที ไม่รู้ว่าซี่โครงหักไปกี่ซี่
เขาตกลงบนพื้นอย่างแรง เลือดไหลออกมาจากปากไม่หยุด ทั่วร่างสั่นเทิ้มราวกับสุนัขที่ถูกตีจนหลังหัก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง
สีหน้าของผู้คนยังคงค้างอยู่ในท่าทางเมื่อไม่กี่ลมหายใจก่อน แข็งทื่อไปตามๆ กัน
นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?
อี้อวิ๋น บีบมือจ้าวเถี่ยจู้จนแหลก แล้วยังใช้เข่ากระแทกเขาจนลอยไป!
ร่างกายอันผอมบางของอี้อวิ๋น เมื่อเทียบกับรูปร่างกำยำของจ้าวเถี่ยจู้ในเวลานี้ ช่างเป็นภาพที่ขัดกันอย่างรุนแรงและสร้างความตกตะลึงแก่สายตายิ่งนัก!
นี่คือกำลังฝันไปหรือ?
เหลียนเฉิงอวี้ที่นั่งนิ่งบนเก้าอี้หนังอสูรมาตลอด พลันลุกพรวดขึ้นมา ดวงตาทั้งคู่จ้องเขม็งไปที่อี้อวิ๋น!
อี้อวิ๋น ทาสเก็บยาที่ปกติแม้แต่ข้าวก็กินไม่อิ่ม บุคคลที่ดูเหมือนขอทาน ในเผ่าเหลียนแห่งนี้ เขาเป็นเพียงคนประเภทที่ต่อให้ตายไปก็ไม่มีใครสนใจ
เขากลับคว่ำจ้าวเถี่ยจู้จนพิการได้ในการปะทะเพียงครั้งเดียว!
วิชายุทธ์ของเขามาจากที่ใด?
หรือว่า จะเป็นเพราะเขาติดตามจางอวี่เสียนฝึกยุทธ์ เพียงแค่เวลาหนึ่งเดือน เขาก็สามารถเรียนรู้วิชายุทธ์และเอาชนะจ้าวเถี่ยจู้ได้แล้ว!?
เป็นไปได้อย่างไร!?
เหลียนเฉิงอวี้กำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะแทงทะลุฝ่ามือ
ทั่วทั้งสนามยังคงเงียบงัน ผ่านไปนานถึงสิบกว่าช่วงลมหายใจก็ยังไม่มีใครส่งเสียง ผู้คนยังดึงสติกลับมาไม่ได้
แม้แต่โจวเสี่ยวเข่อที่เป็นห่วงอี้อวิ๋นอยู่ตลอด ก็เบิกตาดำขลับกว้างจนค้างไปจริงๆ หรือนี่? จ้าวเถี่ยจู้ที่ดุร้ายปานปีศาจและตัวใหญ่ราวกับหอคอยเหล็ก กลับถูกพี่อี้อวิ๋นเอาชนะได้!
อี้อวิ๋นลดมือลง จัดระเบียบเสื้อผ้าที่ขาดกะรุ่งกะริ่งของตนตามสบาย
นี่เป็นครั้งแรกที่อี้อวิ๋นใช้ความรุนแรง
เมื่อก่อน หมัดของอี้อวิ๋นมักจะตกลงบนโขดหิน ซึ่งมันแข็งจนเจ็บมือ แต่วันนี้เมื่อตกลงบนร่างกายคน มันกลับมีความนุ่มนวลปนความแข็ง อี้อวิ๋นลงมือทำให้คนพิการไปคนหนึ่งในครั้งนี้ ในใจของเขาไม่ได้รู้สึกทำใจยอมรับได้ยากแต่อย่างใด บางทีอาจเป็นเพราะข้ามภพมายังโลกดินแดนรกร้างที่ป่าเถื่อนแห่งนี้ เขาจึงเคยชินกับกฎการเอาตัวรอดของที่นี่เสียแล้ว
เขารู้ดีว่า หากที่นี่เขาทำตัวเป็นพระสงฆ์ที่เมตตาปราณีมือไม่เปื้อนเลือด ไม่ช้าก็เร็วเขาจะถูกคนอื่นกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
อี้อวิ๋นขยับนิ้วทั้งสิบเบาๆ เขาหันหน้ามามองที่เหลียนชุ่ยฮวา
"เมื่อครู่เจ้าบอกว่า จะหักแข้งหักขาข้าแล้วจับแขวนไว้? แถมยังจะควักลูกตาข้าด้วยใช่หรือไม่?"
ในขณะที่อี้อวิ๋นพูด เขาก็ค่อยๆ เดินเข้าไปหาเหลียนชุ่ยฮวา
………..