- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 2 - เนตรทิพย์ทะลุปรุโปร่ง
บทที่ 2 - เนตรทิพย์ทะลุปรุโปร่ง
บทที่ 2 - เนตรทิพย์ทะลุปรุโปร่ง
บทที่ 2 - เนตรทิพย์ทะลุปรุโปร่ง
ถังฝานเห็นหัวขโมยถือมีดอยู่ในมือ ตอนแรกก็ตกใจตื่นตระหนก แต่ต่อมาเขาก็พบว่าการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายช่างเชื่องช้าเหลือเกินในสายตาของเขา
เขาเอียงตัวหลบมีดเพียงเล็กน้อย แล้วตวัดหมัดสวนกลับไปกระแทกเข้าที่หน้าอกของอีกฝ่าย
"อ๊าก!" ขโมยร้องโหยหวน ร่างปลิวลอยออกไปไกลหลายเมตรอย่างไม่น่าเชื่อ และตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
มันไม่กล้าสู้ต่อ รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปทันที
ถังฝานตกตะลึงอย่างมาก เขาไม่คาดคิดเลยว่าร่างกายของตนเองจะถูกผลึกมังกรปรับสภาพให้แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ นี่ถ้าหากเขาสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาที่อยู่ข้างในสำเร็จ จะไม่ยิ่งแข็งแกร่งกว่านี้อีกหรือ?
หญิงสาวสวยเดินหอบหายใจเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจยิ่งนัก "ขอบคุณคุณมากนะคะ!"
"ไม่เป็นไรครับ กระเป๋าของคุณ"
ถังฝานหยิบกระเป๋าสะพายที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา เมื่อเงยหน้ามองก็ต้องร้องอุทานในใจ ช่างเป็นผู้หญิงที่สวยอะไรเช่นนี้!
ทั้งรูปร่างและหน้าตาของเธอจัดอยู่ในระดับสุดยอด แม้จะสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ แต่กลับยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงหน้าอกที่อวบอิ่มและเรียวขาที่ยาวสลวย โดยเฉพาะบุคลิกที่ดูสูงส่งสง่างามนั้น ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกต่ำต้อยเมื่ออยู่ต่อหน้า
ขณะที่ถังฝานกำลังจะเพ่งสายตามอง ทันใดนั้นนัยน์ตาสีม่วงก็สว่างวาบขึ้น สายตาของเขาทะลุผ่านเสื้อผ้าของเธอไป ปรากฏภาพเรือนร่างอันเปลือยเปล่าที่เรียบเนียนดุจหยกขึ้นตรงหน้า...
"เฮ้ย!" ถังฝานสะดุ้งตกใจ
ที่แท้เนตรทิพย์นี้ยังสามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางได้ด้วย ช่างวิปริตดีแท้!
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" หญิงสาวถามด้วยความไม่เข้าใจ
"มะ... ไม่มีอะไรครับ ฝุ่นเข้าตาน่ะ" ถังฝานหันหน้าหนีแล้วตอบ
หญิงสาวร้อง "อ้อ" ออกมาคำหนึ่ง พลางเปิดค้นกระเป๋าและพูดว่า "ในกระเป๋ามีเอกสารสำคัญของฉัน แล้วก็มี... แย่แล้ว!"
จู่ๆ สีหน้าของหญิงสาวก็เปลี่ยนไป เธอหยิบเหรียญทองแดงที่ถูกห่อด้วยผ้าสีแดงออกมาจากกระเป๋า
เหรียญทองแดงวงนั้นมีรอยสนิมเกาะอยู่เต็มไปหมด แต่หญิงสาวกลับจ้องมองอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พลางกล่าวว่า "โชคดีที่ไม่ได้ตกลงมากระแทกจนพัง!"
"ของพรรค์นี้มันมีค่ามากขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" ถังฝานไม่ได้มองให้ละเอียด เพราะสายตาของเขาเอาแต่ลอบมองหญิงสาวคนสวยอยู่ตลอดเวลา!
"คุณบอกว่านี่คือของพรรค์นี้งั้นเหรอ?" หญิงสาวทำหน้าเหมือนหมดคำจะพูด ก่อนจะกล่าวว่า "ฉันจะบอกให้รู้ไว้... นี่คือวัตถุโบราณนะ!"
ก่อนหน้านี้ถังฝานก็เคยไปซื้อของที่ตลาดค้าของเก่าที่อยู่ข้างหน้ามาเหมือนกัน แต่ภายหลังพิสูจน์แล้วว่าเป็นของปลอมทั้งหมด เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาจึงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีว่า "นี่คุณไปซื้อมาจากตลาดของเก่าข้างหน้านี้ใช่ไหมครับ? ผมจะบอกให้รู้ไว้นะ ของในนั้นกว่าครึ่งล้วนแต่เป็นของปลอมทั้งนั้น!"
"คุณ... เฮ้อ!" หญิงสาวคิดในใจว่า พ่อหนุ่มคนนี้ช่างเป็นผู้ชายทื่อๆ เสียจริง พูดจาไม่เป็นเอาเสียเลย ช่างซื่อจนน่าขัน!
เธอชื่อม่อเหยียน เป็นนักประเมินวัตถุโบราณของบริษัทเป่าเซวียนในเมืองเจียงเป่ยซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑล ปู่ของเธอยิ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในแวดวงนี้ เธอซึมซับเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เข้าวงการมาก็ไม่เคยดูของพลาดเลยสักครั้ง!
การที่ม่อเหยียนมาที่อำเภอชุนเหอในครั้งนี้ ก็เพื่อช่วยลูกค้ากว้านซื้อเหรียญทองแดงวงนี้ หลังจากจัดการธุระหลักเสร็จแล้ว เธอตั้งใจจะไปเดินเล่นที่ตลาดของเก่าเสียหน่อย แต่ผลคือเพิ่งจะจอดรถเสร็จ กระเป๋าก็โดนกระชากไปเสียแล้ว
"ฉันไม่ได้ซื้อมาจากตลาดของเก่าหรอกค่ะ แต่ก็ต้องขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะ ฉันยังมีธุระต้องไปทำ ลาก่อนค่ะ!"
แม้คุยกันไม่ถูกคอก็ไม่อยากคุยต่อให้มากความ แต่เขาอุตส่าห์หวังดี ม่อเหยียนจึงแสดงความสุภาพกลับไปอย่างเพียงพอ
"เอ้อ... ลาก่อนครับ!"
เดิมทีถังฝานยังอยากจะคุยกับสาวสวยให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ทำรนงไรได้ ตัวเขาเองก็เป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง
ถังฝานมองตามแผ่นหลังอันงดงามของเธออย่างเหม่อลอย พลางคิดในใจว่าหวังจิ้งเมื่อนำมาเทียบกับเธอแล้วช่างห่างชั้นกันเหลือเกิน ตอนนั้นเขาตาบอดไปแล้วจริงๆ!
"โอ๊ย!"
ใครจะไปคิดว่าพอม่อเหยียนหันหลังเดินไปได้แค่สองก้าว เธอก็ยกมือกุมท้องแล้วร้องครวญครางออกมา
"คุณเป็นอะไรไปครับ?" ถังฝานรีบเข้าไปประคอง ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาจากตัวเธอ ทำเอาใจเต้นไม่เป็นส่ำ
"ฉันปวดท้อง..." ม่อเหยียนเจ็บจนมีเหงื่อผุดซึมออกมาบนหน้าผาก
"ผมพอมีความรู้เรื่องแพทย์แผนจีนอยู่บ้าง ให้ผมช่วยดูให้ไหมครับ" ถังฝานประคองเธอไปนั่งบนม้านั่งริมถนนที่จัดไว้ให้คนเดินเท้าพักผ่อน แล้วทำทีเป็นจับชีพจรให้เธออย่างเป็นเรื่องเป็นราว
แต่ในความเป็นจริง นัยน์ตาสีม่วงของเขาสว่างวาบ เนตรทิพย์ก็มองทะลุผ่านหน้าท้องของเธอไป ทำให้มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างภายในร่างกายของเธอได้อย่างชัดเจน
"คุณจับชีพจรเป็นด้วยเหรอ?" ม่อเหยียนแสดงท่าทีสงสัย เพราะถังฝานดูอายุน้อยเกินไปจริงๆ
"เมื่อวานคุณกินหม้อไฟหม่าล่ามาใช่ไหมครับ?"
"เอ๊ะ นี่ก็จับชีพจรดูได้ด้วยเหรอ?" ม่อเหยียนตกตะลึงอย่างมาก
ถังฝานคิดในใจว่า ผ้าขี้ริ้ววัวในกระเพาะของคุณยังย่อยไม่หมดเลยต่างหาก!
"รสชาติเผ็ดร้อนมันไปกระตุ้นเยื่อบุผิวกระเพาะอาหารและลำไส้อย่างรุนแรง แถมยังทำให้เกิดกรดในกระเพาะด้วย เมื่อกี้คุณวิ่งหน้าตั้ง ก็เลยทำให้ท้องอืด ปัญหาไม่ได้ใหญ่โตอะไรหรอกครับ แต่ถ้าปล่อยไว้นานๆ จะทำให้หลอดอาหารอักเสบได้"
"คุณเก่งจังเลย!" ม่อเหยียนคิดในใจว่า แม้เด็กหนุ่มคนนี้จะพูดจาไม่ค่อยเข้าหูนัก แต่ก็มีฝีมือจริงๆ
"เดี๋ยวผมจะช่วยปรับสมดุลชี่บรรเทาอาการปวดให้ก่อนนะครับ..." ถังฝานพูดพลางใช้มือกดนวดเบาๆ ที่บริเวณหน้าท้องของเธอ
ใบหน้าของม่อเหยียนแดงก่ำ ร่างกายของเธอไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนสัมผัสมาก่อนเลย แม้ว่าภายในใจของถังฝานจะบริสุทธิ์ แต่ด้านบนศีรษะของเขาก็คือยอดเขาน้ำแข็งอันสูงชันคู่นั้น ช่างยากที่จะควบคุมจิตใจได้จริงๆ!
เขาฝืนรวบรวมสมาธิ เดิมทีตั้งใจจะใช้วิธีทางการแพทย์ที่เพิ่งได้รับสืบทอดมาในหัวเพื่อช่วยปรับสมดุลชี่ให้เธอ แต่ใครจะไปคิดว่าเมื่อเขาเพ่งสมาธิจ้องมองไปยังกระเพาะอาหารที่ได้รับความเสียหายของเธอ ทันใดนั้นก็มีแสงสีม่วงสายหนึ่งพุ่งออกจากดวงตาของเขาตรงไปยังร่างกายของเธอ
แน่นอนว่าแสงสีม่วงสายนี้มีเพียงเนตรทิพย์ของเขาเท่านั้นที่มองเห็น ม่อเหยียนไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย
มองเห็นเพียงแสงสายนั้นโอบล้อมกระเพาะอาหารที่ได้รับความเสียหายของม่อเหยียน แล้วค่อยๆ สมานแผลจนหายดี
ม่อเหยียนกำลังตื่นเต้นตึงเครียดอยู่แท้ๆ แต่ความรู้สึกเจ็บปวดกลับมลายหายไปในพริบตา
"เอ๊ะ ไม่ปวดแล้วนี่!" ม่อเหยียนดีใจมาก เธอลุกขึ้นยืนแล้วกระโดดไปมา
ถังฝานเองก็ไม่คิดว่าเนตรทิพย์จะมีสรรพคุณในการรักษาโรคด้วย การสืบทอดพลังจากยุคโบราณนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
"มาทำความรู้จักกันเถอะ ฉันชื่อม่อเหยียนค่ะ!" ม่อเหยียนเป็นฝ่ายยื่นมือที่เรียวยาวขาวผ่องราวกับต้นหอมออกมาให้ถังฝานก่อน
ถังฝานช่วยเหลือเธอถึงสองครั้งในเวลาอันสั้น ทำให้เธอรู้สึกประทับใจในตัวเขา
"ผมชื่อถังฝานครับ"
ทั้งสองแนะนำตัวกัน แม้ม่อเหยียนจะดูเหมือนเด็กสาวข้างบ้าน แต่ความจริงแล้วเธออายุมากกว่าถังฝานถึงสามปี
ถังฝานนึกถึงเหรียญทองแดงวงนั้นขึ้นมาได้ จึงถามว่า "พี่ม่อ พี่... ทำธุรกิจค้าของเก่าเหรอครับ?"
"อืม ฉันทำงานประเมินวัตถุโบราณน่ะ ที่มาคราวนี้ก็เพื่อช่วยคนรับซื้อเหรียญทองแดงวงนี้แหละ"
ถังฝานเพิ่งจะได้พิจารณาเหรียญทองแดงที่มีรอยสนิมเกาะอยู่ในมือของเธออย่างละเอียด เขากลับพบกลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาและประกายแสงสีเขียวเรืองรองแห่งสมบัติ
กลิ่นอายและประกายแสงนั้นดูเหมือนจะเลือนราง แต่กลับดึงดูดสายตายิ่งนัก เขาเกิดความคิดบางอย่างขึ้น จึงหันหน้าหนีแล้วหันกลับมามองเหรียญทองแดงใหม่อีกครั้ง กลิ่นอายและประกายแสงนั้นก็มองไม่เห็นแล้ว เว้นเสียแต่ว่าเขาจะเพ่งสมาธิมองอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าเนตรทิพย์นี้จะสามารถประเมินสมบัติได้ด้วย!
ถังฝานข่มความตื่นเต้นในใจไว้ แล้วถามว่า "มันมีราคาแพงมากไหมครับ?"
"มัน..." ม่อเหยียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อคิดว่าถังฝานไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร จึงบอกไปว่า "นี่คือเหรียญทองแดงจิ้งคัง จำนวนที่หลงเหลืออยู่ในโลกนี้น้อยมาก คุณอย่าเห็นว่าสภาพมันดูธรรมดานะ วงนี้น่ะมีมูลค่าถึงหนึ่งล้านหยวนเลยทีเดียว!"
"อะไรนะ!" ถังฝานตกใจแทบสะดุ้ง
ม่อเหยียนเย้าแหย่ว่า "คราวนี้คุณรู้หรือยังว่ามันไม่ใช่ของพรรค์นี้น่ะ?"
ถังฝานยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความเขินอาย
"คุณเองก็มาเดินตลาดของเก่าเหมือนกันเหรอคะ?"
"ผม..." ถังฝานนึกถึงหวังจิ้งและสวีหู่ขึ้นมา สีหน้าก็มืดครึ้มลง นี่ถือเป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่งของผู้ชาย เขาไม่กล้าเอ่ยปากเล่าออกมาหรอก
ดูเหมือนม่อเหยียนจะไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขา เธอจึงพูดต่อว่า "ฉันยังไม่ทันได้เดินกระเป๋าก็โดนกระชากไปซะก่อน พอดีเลย... ตอนนี้มีเพื่อนเดินแล้ว!"
ถังฝานอยากจะคลุกคลีกับเธอให้มากขึ้นอยู่แล้ว จึงหัวเราะแล้วพูดว่า "คุณก็ประมาทเกินไป ของตั้งหนึ่งล้านกลับเอาใส่กระเป๋าสะพายไว้ลวกๆ ซะงั้น!"
ม่อเหยียนยื่นปากน้อยๆ ออกมาด้วยความรู้สึกน้อยใจ พลางถอนหายใจอย่างจนปัญญา "ดูท่าวันหลังคงต้องระวังให้มากกว่านี้จริงๆ แล้วล่ะค่ะ!"
ทั้งสองเดินไปคุยไป ถังฝานจงใจวกหัวข้อสนทนาไปที่เรื่องการประเมินวัตถุโบราณ หลังจากพบว่าเนตรทิพย์สามารถประเมินสมบัติได้ เขาก็เริ่มคิดการใหญ่เกี่ยวกับวงการนี้
ม่อเหยียนมีความประทับใจที่ดีต่อเขา รู้สึกว่าเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ซื่อบริสุทธิ์คนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่ได้คิดอะไรมาก และช่วยอธิบายความรู้เบื้องต้นบางอย่างให้เขาฟังง่ายๆ
ถังฝานเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปในตลาดของเก่า และมองดูสิ่งของผุพังที่วางขายอยู่บนพื้น เขากลับต้องผิดหวังอย่างหนัก
ของพวกนั้นมีแต่ฝุ่นเกาะ ไม่มีประกายแสงแห่งสมบัติใดๆ และมีกลิ่นอายที่ธรรมดามาก
ม่อเหยียนเองก็ส่ายหน้าติดๆ กัน พร้อมกับพูดไม่ขาดปากว่า "ทำของเลียนแบบได้หยาบเกินไปแล้ว!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังผิดหวังอยู่นั้น จู่ๆ ถังฝานก็ถูกดึงดูดความสนใจโดยเศษซากเซรามิกหกสีที่อยู่ข้างๆ เขาพบว่ามีประกายแสงสีน้ำเงินสดใสเปล่งออกมาจากเศษซากชิ้นที่เป็นสีดำ
เนตรทิพย์ของเขากวาดตามองเพียงแวบเดียว ก็จดจำรูปร่างของเศษซากสีดำเหล่านั้นไว้ในสมอง และนำพวกมันมาปะติดปะต่อกันในพริบตา...
(จบแล้ว)