- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 3 - กำไรก้อนโต
บทที่ 3 - กำไรก้อนโต
บทที่ 3 - กำไรก้อนโต
บทที่ 3 - กำไรก้อนโต
ถังฝานดึงแขนม่อเหยียนไว้แล้วถามว่า "เศษซากพวกนี้มีราคาไหมครับ?"
ม่อเหยียนหยุดเดินแล้วหันไปมอง ก่อนจะตอบว่า "เศษกระเบื้องเคลือบในยุคสมัยที่หายากบางชิ้นก็มีราคานะ แต่ต้องเป็นของเตาเผาที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น เตาเผาหรูสมัยซ่ง เครื่องลายครามสมัยหยวน เครื่องเคลือบสมัยเฉิงฮั่ว เป็นต้น แต่ของพวกนี้... ล้วนเป็นของยุคปัจจุบันทั้งนั้น"
ถังฝานรู้อยู่แก่ใจแล้ว จึงเงยหน้าถามเจ้าของแผง "เถ้าแก่ ของพวกนี้ไปหามาจากไหนเหรอครับ?"
"น่าจะขุดขึ้นมาจากในดินมั้ง นายน่าจะเห็นนะว่าข้างบนยังมีดินติดอยู่เลย! ถ้านายจะซื้อ ฉันเหมาให้พันสอง!"
ถังฝานฟังปุ๊บก็เข้าใจทันที ที่แท้เขาก็ดูไม่เป็นเหมือนกัน จึงส่งยิ้มประจบประแจงไปให้ "สองร้อยได้ไหมพี่?"
"ไม่ได้ ถ้านายตั้งใจจะซื้อจริงๆ พันนึงขาดตัว!"
ม่อเหยียนที่อยู่ด้านหลังแอบดึงเสื้อถังฝานเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณไม่ให้เขาหลงกล
ถังฝานหยิบเศษเครื่องลายครามขึ้นมาสองสามชิ้นอย่างลวกๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วเนตรทิพย์กำลังจับจ้องไปยังเศษซากสีดำเหล่านั้น เขาส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ถ้าพี่ลดราคาให้ ผมก็จะซื้อกลับไปเล่นๆ แต่ถ้าแพงก็ช่างเถอะครับ"
เถ้าแก่เห็นเขากำลังจะเดินจากไป จึงรีบร้องบอก "งั้นนายเพิ่มให้อีกหน่อยสิ... ไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ!"
ถังฝานไม่อยากเสียเวลาพูดพล่ามกับเขาอีก จึงลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนี
"เออๆ ยอมก็ได้!" เถ้าแก่ทำหน้าเหมือนปวดใจอย่างหนัก แต่ในใจกลับดีใจเนื้อเต้น
เศษซากพวกนี้เขาใช้เงินไม่กี่หยวนซื้อมาจากตาแก่เก็บของเก่า รับมาปล่อยต่อก็ได้กำไรตั้งสิบเท่า!
ถังฝานไม่อยากให้เถ้าแก่เกิดความสงสัย เขาจึงห่อเศษซากทั้งหมดให้เรียบร้อย แล้วดึงมือม่อเหยียนเดินจากไป
ม่อเหยียนยิ้มขื่นพลางพูดว่า "คุณนี่นะ โดนหลอกเข้าให้แล้ว!"
ถังฝานรอจนเดินห่างออกมาพอสมควร จึงคุ้ยหาเศษซากสีดำที่ถูกโคลนหุ้มอยู่สองสามชิ้นออกมา ใช้มือเช็ดๆ แล้วถามว่า "พี่ม่อ ช่วยผมดูหน่อยสิครับว่าของพวกนี้น่าจะอยู่ในยุคไหน"
เศษกระเบื้องเหล่านี้ไม่ได้เป็นสีดำสนิท แต่มีจุดประกายสีน้ำเงินปนอยู่ด้วย
ม่อเหยียนหยิบขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะตอบอย่างลังเลว่า "ดูเหมือนจะเป็นถ้วยชาเจี้ยนจ่านสมัยซ่งนะ แต่ฉันยังฟันธงไม่ได้"
"ถ้ามันเป็นถ้วยชาเจี้ยนจ่านสมัยซ่งจริงๆ มันจะพอมีราคาไหมครับ?"
"อืม แต่เศษซากพวกนี้มันไม่ใช่เครื่องเคลือบที่สมบูรณ์ มูลค่าคงจะต่างกันลิบลับเลยล่ะ"
"ไม่แน่ผมอาจจะประกอบมันกลับเข้าไปใหม่ได้นะ!"
"ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ!"
ม่อเหยียนทำหน้าเหมือนไม่เห็นด้วย ถังฝานก็เหมือนกับมือใหม่ส่วนใหญ่นั่นแหละ มองอะไรก็เห็นเป็นของล้ำค่าไปเสียหมด!
ถังฝานอยากจะรีบประกอบเศษซากสีดำให้เสร็จโดยเร็ว จึงชี้ไปที่ร้านปิ้งย่างข้างหน้าแล้วพูดว่า "พี่ม่อ ไปเถอะครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงปิ้งย่างพี่เอง!"
ม่อเหยียนรู้สึกลังเลเล็กน้อย เธออยากจะบอกว่าตรงนั้นมันดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ แต่ก็กลัวจะทำร้ายความรู้สึกของถังฝาน จึงยอมเดินตามเขาไป
ถังฝานสั่งเนื้อย่างเสียบไม้มาจำนวนหนึ่ง แล้วก็วิ่งไปซื้อกาวที่ซูเปอร์มาร์เก็ตข้างๆ เขาอยากจะลองดูว่าจะสามารถต่อเศษซากสีดำเหล่านี้เข้าด้วยกันได้หรือไม่
ม่อเหยียนมองดูท่าทางจริงจังของเขา แล้วลุกขึ้นพูดว่า "ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ หวังว่าเดี๋ยวกลับมาจะได้เห็นเซอร์ไพรส์นะ!"
"ได้ครับ!" ถังฝานรับคำ จากนั้นก็ทำตามการนำทางของเนตรทิพย์ นำเศษซากมาติดกาวเข้าด้วยกัน
จากนั้น ฉากอันมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง รอยต่อที่ถูกกวาดผ่านด้วยเนตรทิพย์ของเขาค่อยๆ เลือนหายไป เหมือนกับตอนที่เขารักษาอาการปวดกระเพาะให้ม่อเหยียนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
ดูเหมือนว่าเนตรทิพย์นี้จะไม่เพียงแต่สมานแผลในร่างกายมนุษย์ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถซ่อมแซมสิ่งของได้อีกด้วย
เมื่อม่อเหยียนกลับมา บนโต๊ะก็ปรากฏถ้วยชาเคลือบสีดำลายจุดสีน้ำเงินใบหนึ่ง จุดประกายสีน้ำเงินเหล่านั้นเมื่อรวมตัวกัน ดูราวกับประกายดาวในจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุด
น่าเสียดายที่ตรงบริเวณฐานมีรอยบิ่นเล็กๆ อยู่จุดหนึ่ง ถังฝานรื้อหาจากเศษซากทั้งหมดแล้วแต่ก็ไม่พบ จึงต้องยอมแพ้
"พระเจ้าช่วย... เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!" ม่อเหยียนยกมือปิดปากด้วยความตกตะลึงอย่างหนัก "ถ้วยชาเทียนมู่สมัยซ่ง!"
"พี่ม่อ พี่พูดว่าอะไรนะครับ?"
"ตรงนี้ไม่ใช่ที่คุยกัน ไปเถอะ!" ม่อเหยียนคว้าถ้วยชาเทียนมู่มาถือไว้ แล้วดึงมือถังฝานเดินตรงไปยังลานจอดรถด้านหน้า เวลานี้เธอไม่สนเนื้อย่างอะไรนั่นแล้ว
ม่อเหยียนเดินมาหยุดอยู่ที่รถปอร์เช่ คาเยนน์ สีแดงคันหนึ่ง หันไปมองถังฝานแล้วพูดว่า "ขึ้นรถก่อนแล้วค่อยคุย!"
ถังฝานลอบตกใจอยู่ในใจ ถึงแม้เขาจะยากจน แต่ปกติก็ชอบติดตามเรื่องรถยนต์อยู่บ้าง รถเอสยูวีคูเป้รุ่นนี้ราคาเริ่มต้นก็เกือบล้านเข้าไปแล้ว!
ดูเหมือนว่าเธอจะรวยกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก!
ยังไม่ทันที่ถังฝานจะนั่งให้เรียบร้อย ม่อเหยียนก็พูดขึ้นว่า "ถ้าถ้วยชาเทียนมู่ใบนี้เป็นของจริงละก็ คุณรวยเละแน่!"
"มันน่าจะขายได้สักเท่าไหร่ครับ?"
"ก่อนหน้านี้เคยมีถ้วยชาลักษณะคล้ายๆ กันปรากฏในงานประมูล ราคาปิดประมูลอยู่ที่สิบล้าน แถมสภาพยังไม่ดีเท่าใบของคุณเลยนะ!"
"สวรรค์!" ถังฝานนึกถึงตอนที่ตัวเองเพิ่งจะนั่งเล่นสมบัติมูลค่าสิบล้านหยวนอยู่ที่ร้านปิ้งย่างเมื่อกี้ เขาก็รู้สึกหวาดเสียวขึ้นมาทันที
"คุณปู่ของฉันชอบถ้วยชาเทียนมู่มาก ถ้าคุณอยากจะปล่อย ขายให้ฉันดีไหม?" ม่อเหยียนสมกับเป็นนักประเมินวัตถุโบราณมืออาชีพจริงๆ พูดไม่ทันไรก็วกเข้าเรื่องงานของตัวเองเสียแล้ว
"ไม่มีปัญหาครับ!" ถังฝานคิดในใจว่าขายให้ใครก็เหมือนกัน แถมเขายังรู้สึกดีเวลาที่ได้คุยกับม่อเหยียนด้วย ขืนเอาไปขายให้คนอื่นอาจจะโดนหลอกเอาง่ายๆ
"งั้นคุณกลับโรงแรมกับฉันก่อนนะ ฉันขอศึกษาดูอีกหน่อย"
"ตกลงครับ!"
พอม่อเหยียนพูดจบก็สตาร์ทรถ คาเยนน์เร่งความเร็วได้ไวมาก หลังติดเบาะเลยทีเดียว ถังฝานแอบสาบานในใจว่า ในอนาคตถ้าเขามีเงิน เขาจะต้องซื้อรถดีๆ ขับไปอวดเบ่งต่อหน้าหวังจิ้งให้ได้!
ถังฝานพูดคุยกับเธอไปพลาง แอบทดสอบการทำงานต่างๆ ของเนตรทิพย์ไปพลาง
เขากลัวว่าจะเผลอไปมองทะลุเสื้อผ้าของม่อเหยียนเข้าอีก จึงเบนสายตาออกไปนอกหน้าต่างรถ
ถังฝานพบว่า เพียงแค่เขาเพ่งสมาธิมอง ฟังก์ชันการมองทะลุทะลวงก็จะเปิดใช้งาน มันไม่เพียงแต่สามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางได้ แต่ยังสามารถขยายภาพสิ่งของเล็กๆ ที่อยู่ไกลๆ ให้ใหญ่ขึ้นได้อีกด้วย
แถมยังสามารถชะลอความถี่ของทุกสิ่งรอบตัวให้ช้าลงได้ แม้รถจะวิ่งเร็วแค่ไหน แต่วิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถกลับเคลื่อนที่ช้าลงอย่างผิดปกติในสายตาของเขา
บางทีในสายตาของคนทั่วไปมันอาจจะเป็นแค่ภาพเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในพริบตาเดียว แต่ในสายตาของเขามันกลับสามารถเปลี่ยนเป็นภาพนิ่งนับไม่ถ้วน และถูกประทับลงในความทรงจำอย่างลึกซึ้ง
พูดง่ายๆ ก็คือ เนตรทิพย์ของเขาเหมือนกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ที่สามารถจดจำภาพได้นับพันภาพในหนึ่งวินาที
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสายตาของเขาจะสามารถมองเห็นได้ไกลมาก แต่ฟังก์ชันการมองทะลุก็มีข้อจำกัด หากระยะห่างเกินยี่สิบเมตรก็จะใช้งานไม่ได้แล้ว
หากใช้งานเป็นเวลานาน ดวงตาก็จะรู้สึกปวดเมื่อยและอ่อนล้า
ยี่สิบนาทีต่อมา ทั้งสองก็มาถึงห้องพักในโรงแรมที่ม่อเหยียนพักอยู่
ม่อเหยียนวางถ้วยชาเทียนมู่ลงบนโต๊ะอย่างเบามือ แล้วใช้อุปกรณ์เฉพาะทางในการประเมิน
"ไม่ผิดแน่ น่าจะเป็นของแท้! คุณใช้กาวอะไรติดเนี่ย ทำไมแม้แต่แว่นขยายยังมองไม่เห็นรอยร้าวเลยล่ะ?"
"ผม... ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยเทคโนโลยีของเจ้านี่มันคงจะล้ำสมัยมั้งครับ" ถังฝานหัวเราะกลบเกลื่อน แน่นอนว่าเขาจะบอกเรื่องเนตรทิพย์ให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด
"เอาอย่างนี้ไหม คุณไปที่เมืองเอกของมณฑลกับฉัน ฉันจะให้คุณปู่ช่วยดูให้อีกที"
"ได้ครับ!" ถังฝานเองก็อยากออกไปเปิดหูเปิดตาอยู่แล้ว ย่อมไม่ยอมพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้แน่
หลังจากตกลงกันเรียบร้อย ถังฝานก็เอามือกุมท้องแล้วร้องขึ้นมา "แย่แล้ว ปิ้งย่างของผม!"
ม่อเหยียนเองก็หัวเราะออกมา "พอคุณพูดขึ้นมา ฉันก็ชักจะหิวแล้วสิ!"
"พี่ม่อ เดี๋ยวผมเลี้ยงพี่ข้างนอกเองครับ!"
"ฉันอยากกินปิ้งย่างอีก!" ม่อเหยียนยิ้มระรื่นกระโดดลงจากเตียง พร้อมกับยืดเส้นยืดสายโชว์สัดส่วนอันสมบูรณ์แบบ
ถังฝานใจเต้นระรัว รูปร่างของผู้หญิงคนนี้จัดว่าเป็นสุดยอดของสวรรค์สร้างจริงๆ!
หลังจากทั้งคู่ออกจากโรงแรม ก็ขับรถไปหาร้านปิ้งย่างแถวๆ นั้น
ถังฝานสั่งเนื้อย่างเสียบไม้และเครื่องในวัวกับแกะมาจำนวนหนึ่ง พร้อมกับเบียร์อีกสองขวด
"นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันมากินข้าวในสถานที่แบบนี้" ม่อเหยียนหันมองซ้ายมองขวา ท่าทางดูตื่นเต้นแปลกใหม่มาก
ถังฝานถามขึ้น "พี่ม่อ บ้านพี่คงรวยมากเลยใช่ไหมครับ?"
ม่อเหยียนไม่ได้ปฏิเสธ และพูดว่า "คุณอาจจะอิจฉาครอบครัวแบบฉันนะ แต่คุณไม่รู้หรอกว่า ฉันเองก็อิจฉาอิสระของคุณเหมือนกัน"
ถังฝานหัวเราะ "บ้านพี่รับสมัครลูกเขยแต่งเข้าบ้านไหมครับ? หรือไม่ก็คนรับใช้ไว้อุ่นเตียงอะไรทำนองนั้น..."
"ฝันไปเถอะ!" ม่อเหยียนถลึงตาใส่เขาด้วยความขัดเขิน
"นั่นสิครับ คนอย่างผมจะไปคู่ควรกับพี่ได้ยังไง!"
(จบแล้ว)