- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนางพญางูเขียวที่ผู้คนทั่วหล้าเคารพศรัทธา
- บทที่ 18 อนาคตอันสดใสของงูเขียว
บทที่ 18 อนาคตอันสดใสของงูเขียว
บทที่ 18 อนาคตอันสดใสของงูเขียว
บทที่ 18 อนาคตอันสดใสของงูเขียว
"พรืด!"
สวี่ชิงอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะพรวดออกมาเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
คนในโลกบ่มเพาะนี่เป็นจูนิเบียวกันหมดหรือไง? "หนองน้ำแห่งความตาย" เนี๊ยนะ
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
(ภาพงูเขียวกลั้นขำ)
ชื่อนี้... พลังเบียวพุ่งกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง
คนแรกที่คิดชื่อนี้ขึ้นมา เขาไม่ขำตัวเองบ้างหรือไง?
"อะแฮ่ม เอาเถอะ ยังไงมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้าอยู่แล้ว"
สวี่ชิงหันหลังและว่ายน้ำจากไป
ทว่า เขาก็แอบเตือนตัวเองในใจว่าห้ามทำตัวเหมือนเจ้างูโง่นั่น และเปิดเผยตัวตนของตัวเองเด็ดขาด
ตัวเขามีมูลค่าสูงกว่าตั้งเยอะ
หากพวกมนุษย์พบเจอเขาเข้าล่ะก็ พวกศิษย์ที่มาที่นี่ในวันนี้คงจะมาตามล่าเขาแทนแน่
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
"หนองน้ำแห่งความตาย... เรื่องนี้ข้าขำได้ทั้งวันเลยว่ะ..."
"หนองน้ำแห่งความตาย ฮ่าฮ่า!"
อารมณ์ขันของงูเขียวบางครั้งก็แปลกประหลาดเช่นนี้แหละ
เขายังคงบินในระดับต่ำต่อไป สอดส่องภูมิประเทศโดยรอบ และเริ่มวางแผนการล่าเหยื่อ
มหาปีศาจขั้นสร้างรากฐานไม่ได้หาพบได้ง่ายๆ เหมือนพวกปีศาจน้อยอีกต่อไป
พรสวรรค์ของสัตว์อสูรส่วนใหญ่นั้นแสนจะธรรมดา ทำให้ยากที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานได้
แม้แต่สำหรับปีศาจงูผู้สูงศักดิ์และหาตัวจับยากอย่างงูน้ำสีเขียวที่ครอบครองสายเลือดเจียวหลง การประเมินความน่าจะเป็นในการทะลวงผ่านขั้นแรกของระบบก็ยังอยู่ที่ 60% เท่านั้น
สัตว์อสูรจำนวนมหาศาล หลังจากผ่านการบ่มเพาะมาอย่างยาวนาน ก็ยังคงติดแหง็กอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นรวบรวมลมปราณ
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมในบรรดายอดเขามากมายถึงไม่มีมหาปีศาจขั้นสร้างรากฐานเลยสักตัวเดียว
มีเพียงเขา มหาปีศาจงูเขียวผู้โดดเด่นตระการตาเพียงตัวเดียว
บางทีในหมู่มนุษย์อาจจะมีขั้นสร้างรากฐานมากกว่านี้ ท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ก็รู้จักวิชาเล่นแร่แปรธาตุและสามารถหลอมโอสถทะลวงระดับขั้นได้มากมาย
ยกตัวอย่างเช่น ของพวกโอสถสร้างรากฐาน
"ล่ามนุษย์งั้นรึ?"
"หากพวกมนุษย์ล่วงรู้ว่าข้าคืองูเขียวคืนชีพผู้แสนโดดเด่น ทุกอย่างก็จบเห่กันพอดี"
เป็นที่รู้กันดีว่าสัตว์อสูรส่วนใหญ่นั้นไร้การศึกษา
ดังนั้น พวกมันจึงไม่สามารถจดจำสายพันธุ์ของเขาได้
แต่มนุษย์นั้นต่างออกไป พวกเขามีความรู้มากมายและอาจจะระบุเผ่าพันธุ์ของเขาได้
เพราะฉะนั้น สรุปก็คือ...
การล่าพวกไร้การศึกษาในหมู่ผู้บ่มเพาะขั้นสร้างรากฐานเผ่าพันธุ์มนุษย์ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
แต่งูเขียวก็ไม่มีทางใช้เนตรหยั่งรู้เพื่อดูว่าคนๆ นั้นไร้การศึกษาหรือไม่นี่สิ
"เจอแล้ว กลิ่นอายของขั้นสร้างรากฐาน!"
งูเขียวที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิด รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เมื่อสัมผัสเทวะของเขาตรวจพบกลิ่นอายของมหาปีศาจขั้นสร้างรากฐานในที่สุด
เขาเก็บซ่อนกลิ่นอาย ร่อนลงจอดในพื้นที่ชุ่มน้ำ และคืบคลานเข้าหาต้นตอของกลิ่น
ณ ลานกว้างแห่งหนึ่ง งูที่มีเกล็ดสีแดง สีเขียว และสีส้ม กำลังนอนอาบแดดอย่างสบายอารมณ์
งูสามสีตัวนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่โตนัก ความยาวเพียงแค่ประมาณสามเมตรเท่านั้น
แต่กลิ่นอายของมันคือมหาปีศาจขั้นสร้างรากฐานของแท้แน่นอน
"งูเขียวย่อมไม่รังแกเผ่าพันธุ์เดียวกัน"
"เดี๋ยวนะ ทำไมมันดูคุ้นๆ..."
"หรือว่านี่คืออสรพิษสามสีที่พวกสำนักพิษสวรรค์กำลังตามหากันอยู่!"
สวี่ชิงไม่คาดคิดเลยว่าจะมาบังเอิญเจอมันทันที หลังจากที่เพิ่งแอบฟังข้อมูลเกี่ยวกับเจ้างูตัวนี้มาหมาดๆ
เขาลอบใช้ทักษะเนตรหยั่งรู้ตรวจสอบดู
【สัตว์อสูร: อสรพิษสามสี】
【ตบะบำเพ็ญเพียร: หนึ่งร้อยสามสิบหกปี】
【ทักษะ: รัดพัน ระดับ 2, เขี้ยวพิษ ระดับ 3, พิษงู ระดับ 5, เกล็ดพิษ ระดับ 2, พิษร้าย ระดับ 1, ก๊าซพิษ ระดับ 3, ควบคุมน้ำ ระดับ 1, เกล็ดแข็ง ระดับ 1, ปราดเปรียว ระดับ 1, โบยบิน ระดับ 1, สัมผัสเทวะ ระดับ 1, ซ่อนเร้น ระดับ 1】
【พรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิด: สังเคราะห์พิษ ระดับ 3 (เพิ่มระดับของทักษะพิษงูด้วยการกลืนกินสารพิษชนิดอื่น)】
"พิษร้ายกาจอะไรขนาดนี้!"
สวี่ชิงรู้สึกอิจฉาตาร้อน
เขาอยากจะแย่งชิงทักษะนี้มาเป็นของตัวเองเสียเหลือเกิน
มิน่าล่ะพวกมนุษย์ถึงได้ละโมบนัก ร่างกายของเจ้างูตัวนี้มันช่างเย้ายวนใจเกินไปจริงๆ
"เจ้างูน้อยผู้น่าสงสาร มันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าถูกพวกมนุษย์หมายหัวเอาไว้ แถมยังมานอนอาบแดดสบายใจเฉิบอยู่ที่นี่อีก"
"ข้าจะทำตัวเหมือนเจ้างูโง่ตัวนี้ไม่ได้เด็ดขาด"
สวี่ชิงไม่อยากเข้าไปเอาตัวเกลือกกลั้วกับน้ำโคลนบ่อนี้
เขาเป็นเหมือนพระโพธิสัตว์ดินเหนียวข้ามแม่น้ำแค่เอาตัวเองให้รอดยังลำบากเลย
เขาได้แต่ภาวนาในใจขอให้เจ้างูโง่ตัวนี้รอดพ้นจากพายุร้ายไปได้ ก่อนจะหันหลังเตรียมตัวจากไป
"เดี๋ยวก่อนนะ การร่วมมือกันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี่นา"
ทันทีที่สวี่ชิงหันหลังกลับ หัวงูๆ ของเขากก็ราวกับได้รับการทะลวงจุดเริ่นและจุดตู ประกายความคิดบรรเจิดแวบเข้ามาในหัว
แม้ว่าอสรพิษสามสีจะมีค่ามากเพียงใด แต่มันก็ย่อมไม่อาจเทียบเคียงได้กับงูชนชั้นสูงผู้สูงศักดิ์และหาตัวจับยากอย่างเขา งูเขียวคืนชีพ อย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้น มันคงไม่ดึงดูดผู้บ่มเพาะระดับสูงมาหรอก
เขาสามารถร่วมมือกับอสรพิษสามสี โดยใช้มันเป็นเหยื่อล่อให้ผู้บ่มเพาะหลั่งไหลกันเข้ามาเรื่อยๆ
อสรพิษสามสีก็จะหลุดพ้นจากวิกฤต ส่วนเขาก็จะได้รับตบะบำเพ็ญเพียรและแต้มวิวัฒนาการ
นี่มันวิน-วิน ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายชัดๆ
สวี่ชิงแลบลิ้นแฉกด้วยความตื่นเต้น ลอบชื่นชมในความฉลาดปราดเปรื่องของตนเอง
มีงูที่ฉลาดล้ำเลิศอย่างเขาอยู่แบบนี้ แล้วงูตัวอื่นจะเอาชีวิตรอดกันได้ยังไงล่ะเนี่ย?
"ก่อนอื่น ข้าจะเข้าไปทักทายมันตอนนี้ไม่ได้"
"ข้าต้องเข้าไปช่วยชีวิตมันในช่วงเวลาวิกฤตเพื่อซื้อใจมัน"
"แล้วถ้าเกิดข้าบอกมันไปแล้วมันตกใจกลัวจนหนีเตลิดไปล่ะ? แล้วแผนวิน-วินของข้าจะทำยังไง?"
สวี่ชิงมองดูอสรพิษสามสีที่กำลังนอนทอดหุ่ย ในขณะที่แผนการในหัวงูๆ ของเขาก็ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
อสรพิษสามสีที่ยังคงนอนอาบแดดอยู่ หารู้ไม่ว่าแผนการอันชั่วร้ายจากทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์เดียวกันกำลังก่อตัวขึ้น
มันเพียงแค่พลิกตัว
เพื่ออาบแดดอีกด้านหนึ่ง
สวี่ชิงเป็นงูที่คิดปุ๊บทำปั๊บมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เขาไม่ได้กลับไปที่ถ้ำ แต่กลับมุ่งหน้าตรงไปยังพวกมนุษย์ที่รู้จักแต่หัวเราะเสียง 'เจี๋ย เจี๋ย' แทน
เมื่อเห็นว่าเจ้าพวกนั้นยังคงส่งเสียงหัวเราะพิลึกพิลั่น เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วงพัฒนาการในอนาคตของสำนักนี้เสียจริงๆ
"พวกเจ้าคนเกียจคร้าน กระตือรือร้นกันหน่อยสิ"
"ถ้าเอาแต่เป็นแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่พวกเจ้าจะหาอสรพิษสามสีเจอฮึ?"
"สุดท้ายก็ต้องลำบากงูอย่างข้าเป็นคนจัดการจนได้"
สวี่ชิงเผยตัวออกมา โดยรักษากลิ่นอายตบะบำเพ็ญเพียรของเขาไว้ที่ประมาณสิบกว่าปี ร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยหมอกพิษ
เขาดูเหมือนงูพิษที่เพิ่งจะบรรลุขั้นรวบรวมลมปราณแถมยังเป็นพวกอัจฉริยะด้วย ที่สามารถฝึกฝนทักษะก๊าซพิษได้ตั้งแต่เพิ่งเริ่มรวบรวมลมปราณ
สิ่งเดียวที่ขาดหายไปบนหัวงูของเขาก็คือคำว่า:
"สัตว์เลี้ยงวิญญาณระดับแนวหน้า ข้อเสนอมีเวลาจำกัด"
เมื่อพวกมันเห็นสวี่ชิง ดวงตาของพวกมันก็เป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที
งูพิษคุณภาพสูงระดับนี้ ต่อให้ไม่เก็บไว้เป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณ ก็นำไปขายได้ราคาแพงหูฉี่อย่างแน่นอน
"เจี๋ย เจี๋ย! ช่างเป็นงูพิษที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้ มันต้องเป็นของข้า!"
"เจี๋ย เจี๋ย! ในฐานะเจ้านายของเจ้า ข้าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดีเอง!"
"เจี๋ย เจี๋ย! เจ้างูน้อย มาหาข้าสิ ตรงนี้มีสมุนไพรมีพิษที่เจ้าชอบกินอยู่ด้วยนะ!"
สวี่ชิงไม่หันกลับไปมองขณะที่เขาเลื้อยหนีมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตของอสรพิษสามสี
พวกมันไล่กวดตามมาติดๆ เสียงหัวเราะ 'เจี๋ย เจี๋ย' อันพิลึกพิลั่นดังก้องสลับกันไปมา
เพื่อให้แน่ใจว่าคนพวกนี้จะไม่ถูกอสรพิษสามสีฆ่าตายเสียก่อน สวี่ชิงจึงล่อพวกมันมาแค่บริเวณใกล้เคียงอาณาเขตของมัน ก่อนจะซ่อนเร้นกายและอันตรธานหายไป
ปล่อยให้พวกมันไม่กี่คนง่วนอยู่กับการค้นหาร่องรอยของเขาตรงจุดนั้น
พวกมันจะต้องพบร่องรอยการทำกิจกรรมของอสรพิษสามสีในไม่ช้า และกลับไปรายงานข่าวอย่างแน่นอน
และก็เป็นไปตามคาด ไม่นานนัก พวกมันก็มีสีหน้าตื่นตระหนก เลิกค้นหาตัวเขา และรีบจากไปในทิศทางที่พวกมันจากมาอย่างรวดเร็ว
"เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย"
ใต้สระน้ำแห่งหนึ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำ งูเขียวตัวหนึ่งหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจ
"ตบะบำเพ็ญเพียรและแต้มวิวัฒนาการจ๋า มาหาข้าสิ รีบมาหาข้าเร็วๆ เข้า"
สวี่ชิงไม่ได้ไปไหนไกล หลังจากเปิดใช้งานทักษะซ่อนเร้น เขาก็ขดตัวอยู่ไม่ไกลจากอสรพิษสามสีนัก
เขารอคอยอย่างเงียบๆ เพื่อให้ถึงช่วงเวลาที่งูจะได้ช่วยชีวิตงู
อสรพิษสามสีที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย แลบลิ้นแฉกแล้วพลิกตัวอีกครั้ง
มันดูซื่อบื้อเอามากๆ ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองมีค่ามากขนาดไหน
สวี่ชิงรู้สึกเป็นห่วงอนาคตของเผ่าพันธุ์งูอีกครั้ง
อย่างที่คิดไว้เลย อนาคตของเผ่าพันธุ์งูคงต้องพึ่งพาข้าเพียงคนเดียวแล้วสินะ?
"หนองน้ำแห่งความตาย ฮ่าฮ่าฮ่า!"
สวี่ชิงพยายามกลั้นขำ มุกตลกฝืดๆ นั่นกลับมาโจมตีเขาอีกแล้ว
งูเขียวไม่เคยโกหกเลยตอนที่เขาบอกว่าสามารถขำเรื่องนี้ได้ทั้งวัน
บางที ในชั่วขณะนี้ เผ่าพันธุ์งูอาจจะไม่มีอนาคตแล้วจริงๆ ก็ได้
จบบท