- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 48 : มันดูดพลังจิตได้ด้วยเหรอเนี่ย?
บทที่ 48 : มันดูดพลังจิตได้ด้วยเหรอเนี่ย?
บทที่ 48 : มันดูดพลังจิตได้ด้วยเหรอเนี่ย?
บทที่ 48 : มันดูดพลังจิตได้ด้วยเหรอเนี่ย?
‘จักรพรรดินีป่วยหรือเปล่าเนี่ย?’
‘จู่ๆมายืนบื้อไม่ขยับก็ว่าแย่แล้ว เเถมอยู่ดีๆ มาด่าข้าอีก หมายความว่าไงฟะ?!’
เมื่อสัมผัสได้ถึงอารมณ์งงงวยสุดขีดของฉู่เซิง…กู่เยว่ซีจึงจำต้องอธิบาย
“ไม่ได้ด่าเจ้า มีผู้ใช้พลังจิตคนหนึ่งเล็งข้าอยู่ มันโจมตีข้าไม่หยุดเลย เเละตอนนี้ข้าหาตำแหน่งที่แน่นอนของมันไม่ได้...”
นางหยุดไปครู่หนึ่ง
กู่เยว่ซีเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
“เจ้ามีความสามารถในการ ‘สอดแนม’ ไม่ใช่หรือ? ช่วยลองตรวจจับป่ารอบๆ นี้หน่อยได้ไหม ดูซิว่ามีคนซ่อนอยู่หรือเปล่า?”
ผู้ใช้พลังจิตระดับหนึ่งขั้นปลาย รัศมีพลังจิตครอบคลุมได้เต็มที่ก็แค่ห้าหกร้อยเมตร
ด้วยความสามารถในการสอดแนมที่เจ้ายุงตัวนี้เคยแสดงให้เห็นในป่าทมิฬ น่าจะหาตัวเจอได้ไม่ยากกระมัง?
ฉู่เซิง: “...”
‘ก็บอกแต่แรกสิ!’
ทักษะ [แกะรอยโลหิต] ของเขา ล็อกเป้าหมายที่มีกลิ่นอายพลังโลหิตของมนุษย์ได้ตั้งแต่แรกแล้ว
เป้าหมายนั้นกำลังกระโดดโลดเต้นเหมือนลิงอยู่บนต้นไม้ในป่าห่างออกไปหลายร้อยเมตร ไม่รู้ทำบ้าอะไรอยู่
ตอนแรกฉู่เซิงก็ไม่ได้สนใจ คิดว่าเป็นนักเรียนซวยๆ สักคนที่กำลังหนีสัตว์อสูร
แต่ตอนนี้...
นั่นคงเป็นผู้ใช้พลังจิตที่จักรพรรดินีพูดถึงสินะ?
ฉู่เซิงคิดได้ดังนั้น ก็รีบส่งตำแหน่งและเส้นทางการเคลื่อนที่ของ “ลิง” ตัวนั้นที่เขาสัมผัสได้ ผ่านคลื่นความถี่จิตแบบง่ายๆ ไปยังกู่เยว่ซีทางพันธสัญญาเลือดทันที
วิ้ง!
ดวงตาของกู่เยว่ซีเป็นประกายวาวโรจน์
นางเข้าใจความหมายของฉู่เซิงในทันที!
“เจอตัวแล้ว!”
ประกายสังหารอันเย็นเยียบพาดผ่านดวงตา กู่เยว่ซีไม่ลังเลอีกต่อไป
ตูม——!
พื้นดินใต้เท้านางแตกกระจาย ร่างระหงพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ พลังโลหิตในกายระเบิดออกมาอย่างไม่มีกั๊ก มุ่งหน้าตรงดิ่งไปยังทิศทางที่ฉู่เซิงชี้เป้า!
ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
ฉินเฟิงที่อยู่บนต้นไม้อีกต้น เตรียมจะปล่อยการโจมตีระลอกใหม่ จู่ๆ ก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์มรณะที่ปกคลุมไปทั่วร่าง!
ในการรับรู้ทางจิตของเขา กู่เยว่ซีที่ยืนนิ่งมาตลอด
บัดนี้กลับพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วระดับน่าเหลือเชื่อ ราวกับเสือชีตาห์ที่หลุดจากกรงขัง!
“เชี่ย! โดนเจอตัวแล้ว?!”
รูม่านตาของฉินเฟิงหดวูบ หัวใจเต้นรัวด้วยความตระหนก สมองยังไม่ทันสั่งการ ร่างกายก็หันหลังเตรียมหนีทันที!
แต่น่าเสียดาย
เขาคือผู้ใช้พลังจิต พรสวรรค์และเวลาทั้งหมดทุ่มเทไปกับการฝึกพลังจิต ร่างกายจึงเปราะบางไม่ต่างจากคนธรรมดา
ความเร็วของเขา เมื่อเทียบกับจอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นสูงสุดที่ระเบิดพลังเต็มพิกัด ช่างเชื่องช้าราวกับเดินเล่นในสวน!
เพียงแค่สองลมหายใจ กู่เยว่ซีก็ไล่ตามมาถึงด้านหลัง ลมหมัดอันรุนแรงพัดจนแผ่นหลังของเขาแสบไปหมด!
“ไม่...”
ฉินเฟิงหันกลับมาด้วยความหวาดกลัว อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่สิ่งที่เขาเห็นคือหมัดสีขาวนวลที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในสายตาที่ตื่นตระหนก!
ปัง!
เสียงทึบหนักแน่น!
ฉินเฟิงยังไม่ทันได้กรีดร้องออกมาสักคำ
ร่างของเขาก็ปลิวละลิ่วเหมือนว่าวสายปานขาด กระเด็นจากต้นไม้ไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่อีกต้นอย่างจัง ก่อนจะร่วงลงกองกับพื้น เป็นตายเท่ากัน!
กู่เยว่ซีร่อนลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล สายตาเย็นชามองดูเด็กหนุ่มที่นอนน้ำลายฟูมปาก สลบเหมือดไปแล้ว
“เจ๋งเป้ง หมัดเดียวจอด”
“แต่สมกับเป็นผู้ใช้พลังจิต ตัวบางร่างน้อยจริงๆ!”
ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่นางอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ
เขาพอจะเดาได้ว่า นี่คงเป็นแผนการแก้แค้นของยัยเหลิ่งเหยียนนั่นแหละ
ไม่อย่างนั้นคนไม่เคยมีความแค้นต่อกัน จู่ๆจะมาจ้องเล่นงานกันตั้งแต่เพิ่งเข้าแดนลับได้ยังไง?
น่าเสียดาย ที่มาเป็นผู้ใช้พลังจิต ต่อให้ดูดเลือดจนแห้งทั้งตัว ก็คงได้แต้มพลังโลหิตไม่กี่แต้ม
ฉู่เซิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ถ้าเป็นจอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นสูงสุดโผล่มาคงดีกว่านี้ ดูดทีเดียวน่าจะได้พลังโลหิตเป็นสิบแต้ม
‘ช่างเถอะ ถุงเลือดคุณภาพต่ำแบบนี้ ไม่ดูดก็ไม่เสียหาย!’
ทว่า ขณะที่เขากำลังจะเร่งให้จักรพรรดินีรีบเชือดทิ้งแล้วหนีไป อย่ามัวเสียเวลาอยู่นี่เลย
สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบริเวณหว่างคิ้วของฉินเฟิง
ตรงนั้น มีแสงสว่างจางๆ ราวกับแสงดาวระยิบระยับกำลังค่อยๆ สลายตัวออกมา
นั่นคือพลังจิตที่เป็นรูปธรรม ซึ่งฉินเฟิงยังเก็บกลับคืนไม่ทันตอนที่ถูกขัดจังหวะการร่ายคาถา
ไม่รู้ทำไม...
ทันทีที่เห็นแสงแห่งจิตนี้ ฉู่เซิงก็รู้สึกถึง...ความหิว?
เหมือนจะ...น่าอร่อยแฮะ?
ฉู่เซิงชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเผลอใช้ทักษะ [แกะรอยโลหิต] ตรวจสอบดู พบว่าแสงนั้นไม่มีกลิ่นอายพลังโลหิตเลยสักนิด
แต่ “แรงดึงดูด” นั้นกลับเป็นของจริง ไม่ด้อยไปกว่าเลือดสัตว์อสูรระดับสูงเลย!
‘เฮ้ย นี่มันอะไรกัน?’
‘หรือว่า...ไอ้นี่ก็ดูดได้?’
ฉู่เซิงงงเป็นไก่ตาแตก
ระบบของเขาไม่ใช่ระบบ “ดูดเลือด” หรอกหรือ? คงไม่ใช่ว่าดูดพลังจิตได้ด้วยหรอกนะ?
ระบบวิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด: [...]
“ซี๊ด...ยังไงก็ดูไม่มีอันตราย...ลองดูดดูสักหน่อยดีไหม?”
ในขณะที่กู่เยว่ซีกำลังลังเลว่าจะปลุกฉินเฟิงขึ้นมาสอบสวนดีหรือไม่ จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าไหล่เบาหวิว
นางหันไปมองด้วยความแปลกใจ ก็เห็นเจ้ายุงตัวนั้นบินตรงดิ่งไปที่ร่างฉินเฟิงบนพื้น
หือ?
กู่เยว่ซีขมวดคิ้วสวย
พลังโลหิตขยะแบบนี้ เจ้านี่ยังสนใจอีกเหรอ? รสนิยมการกินต่ำลงตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทว่า วินาทีต่อมา…นางก็ได้เห็นภาพที่จดจำไปชั่วชีวิต
ฉู่เซิงไม่ได้เจาะคอฉินเฟิงเพื่อดูดเลือด แต่กลับบินลอยนิ่งอยู่หน้าใบหน้าของเขา แล้วเล็ง [เข็มปีศาจหลอมอัคคี] สีแดงฉานไปที่หว่างคิ้วของฉินเฟิง
ก่อนจะ...
ฉึก!
แทงเข้าไปอย่างไม่ลังเล!
กู่เยว่ซี: “???”
‘นะ...นี่มันทำอะไร?’
ในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนระบบชุดใหม่ก็ดังรัวๆ ในหัวของฉู่เซิง!
[ติ๊ง! ตรวจพบพลังงานจิตความบริสุทธิ์สูง! เริ่มทำการดูดซับ!]
[พลังจิต +2.1!]
[พลังจิต +1.3!]
[พลังจิต +1.5!]
……
[ติ๊ง! ดูดซับพลังจิตรวม 9.8 แต้ม! พลังจิตรวมปัจจุบันคือ 31.6!]
‘เชี่ย! ดูดได้จริงดิ?!’
ฉู่เซิงสัมผัสถึงความเย็นซ่านที่ไหลเข้าสู่สมอง และความรู้สึกฟินที่เหนือกว่าการดูดเลือดหลายเท่า ตัวเขาแทบจะลอยขึ้นสวรรค์!
คราวนี้รวยเละแล้ว!
จุดอ่อนใหญ่ที่สุดของเขาคือพลังจิตโตไม่ทันพลังโลหิตที่พุ่งกระฉูด!
เมื่อกี้ตอนจักรพรรดินีโดนโจมตีทางจิต เขาไม่รู้เรื่องเลยสักนิด!
ถ้าเมื่อกี้ไอ้ฉินเฟิงมันเล็งมาที่เขา มีหวังเขาคงม่องเท่งไปแล้ว
จุดอ่อนนี้ บางทีก็ถึงตายได้จริงๆนะ!
เเต่ตอนนี้สบายแล้ว!
ต่อไปนี้ไม่ใช่แค่ดูดเลือด แต่ดูดพลังจิตได้ด้วย!
นี่มันการพัฒนาแบบหกเหลี่ยมรอบด้านของจริง!!
อย่างไรก็ตาม เมื่อพลังจิต 9.8 แต้มไหลทะลักเข้าสู่สมอง อาการวิงเวียนรุนแรงก็ถาโถมเข้ามา ทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวจะบวมเป่ง ราวกับจะระเบิดออก
ดูท่าขีดจำกัดพลังจิตของเขาตอนนี้ยังต่ำเกินไป
รับทีเดียวเยอะๆไม่ไหว…ต้องพักแป๊บ!
ฉู่เซิงดึงปากดูดออกด้วยความพึงพอใจ สะบัดหัวที่มึนงงเล็กน้อยไปมา
ส่วนกู่เยว่ซีที่ยืนอยู่ข้างๆ ยืนอึ้งตาค้างไปแล้ว
‘มะ...มันกำลังดูดพลังจิต?!’
แถม…เหมือนมันจะเปลี่ยนพลังจิตที่ดูดมา ให้กลายเป็นพลังจิตของตัวเองด้วย?!’
‘ไม่ใช่สิ...ทำแบบนั้นได้ยังไง?’
ในชีวิตก่อน นางที่เป็นถึงจักรพรรดินี ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก ยังไม่เคยได้ยินว่ามีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนที่มีความสามารถท้าทายสวรรค์ขนาดนี้มาก่อน!
กู่เยว่ซีเคยคิดว่า หลังจากผ่านเรื่องราวมากมาย นางคงไม่ตกใจกับเจ้ายุงตัวนี้อีกแล้ว…
เเต่ใครจะไปคิดว่า มันยังมีลูกเล่นใหม่มาโชว์อีก!!
……….