- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 47 : ผู้ใช้พลังจิต กับพลังจิตที่เป็นรูปธรรม!
บทที่ 47 : ผู้ใช้พลังจิต กับพลังจิตที่เป็นรูปธรรม!
บทที่ 47 : ผู้ใช้พลังจิต กับพลังจิตที่เป็นรูปธรรม!
บทที่ 47 : ผู้ใช้พลังจิต กับพลังจิตที่เป็นรูปธรรม!
ห่างออกไปหลายร้อยเมตร บนยอดไม้ใหญ่ยักษ์ดึกดำบรรพ์ต้นหนึ่ง
เด็กหนุ่มใบหน้าซูบตอบกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ บริเวณหว่างคิ้วของเขาเปล่งประกายแสงจางๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าพลังจิตของเขาได้กลายสภาพเป็นรูปธรรมแล้ว
เขาคือ ฉินเฟิง ผู้ใช้พลังจิตที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นของโรงเรียนมัธยมเจียงเฉิง
“หือ? ถูกเจอตัวแล้ว?”
ใบหน้าของฉินเฟิงฉายแววประหลาดใจ
ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถจับสัมผัสการล็อกเป้าด้วยพลังจิตของเขาได้? แถมยังสามารถแกะรอยย้อนกลับมาได้อีกด้วย?
พลังจิตของนาง...อยู่ในระดับหนึ่งขั้นกลางเชียวหรือ?
ฉินเฟิงรู้สึกตกใจมาก นี่เป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงเลย
กู่เยว่ซีคนนี้ ไม่ใช่แค่ดาวโรงเรียนสวยแต่รูปที่มีฝีมือวิทยายุทธ์พอตัวหรอกหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะโชคดีทำสัญญากับยุงประหลาดตัวนั้น เกรงว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้เฉิดฉาย
นึกไม่ถึงเลยว่า นางจะซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ขนาดนี้?
แต่ทว่า...แล้วมันจะทำไมล่ะ?
ฉินเฟิงเพียงแค่แปลกใจเล็กน้อยเท่านั้น
นางก็แค่ผู้ฝึก​สัตว์อสูร ต่อให้พลังจิตแข็งแกร่งแค่ไหน ก็มีไว้เพื่อสนับสนุนสัตว์อสูรเท่านั้น
แต่เขาคือผู้ใช้พลังจิต! ผู้เชี่ยวชาญด้านการสังหารด้วยจิต!
ผู้ใช้พลังจิตระดับหนึ่งขั้นปลาย ในสถานการณ์ลอบโจมตี ต่อให้ต้องเจอกับจอมยุทธ์ระดับสอง เขายังมั่นใจว่าจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บสาหัสได้ นับประสาอะไรกับนาง?
เขามั่นใจว่ามีวิธีฆ่าดาวโรงเรียนสวยแต่รูปคนนี้ได้เป็นร้อยวิธีอย่างง่ายดาย!
มุมปากของฉินเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย ความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าจะโชคดีขนาดนี้ เพิ่งเข้าแดนลับมาก็เจอเป้าหมายทันที
ขอแค่ฆ่านางได้ เงินค่าจ้างงวดสุดท้ายสามล้านหยวนที่คนลึกลับรับปากไว้ ก็จะตกเป็นของเขา!
สามล้าน!
แค่คิดถึงตัวเลขนี้ หัวใจของฉินเฟิงก็เต้นระรัว
เขาเกิดมาในครอบครัวยากจน การจะมาถึงจุดนี้ได้ ล้วนอาศัยพรสวรรค์และความพยายามอย่างบ้าคลั่งของตัวเองทั้งสิ้น!
แต่ต่อให้เขาจะเป็นอันดับหนึ่งในสาขาที่คนเรียนน้อย จนสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลิงอู่ชั้นนำได้อย่างง่ายดาย และได้รับทุนการศึกษาจำนวนหนึ่ง อย่างมากที่สุดก็ได้แค่สี่ห้าแสนหยวน
แต่ตอนนี้ มีเงินก้อนโตถึงสามล้านหยวนวางกองอยู่ตรงหน้าแทบจะฟรีๆ...
ฉินเฟิงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะปฏิเสธได้เลย!
ส่วนผู้ว่าจ้างลึกลับคนนั้นจะเป็นใคร ทำไมถึงระบุชื่อเจาะจงให้ฆ่ากู่เยว่ซี เขาไม่รู้ และไม่สำคัญ!
เขา...แค่รับเงินแล้วทำงานให้สำเร็จก็พอ
กู่เยว่ซี วันนี้เจ้าต้องตายที่นี่!
……
“หืม? คิดจะฆ่าข้า?”
กู่เยว่ซีเลิกคิ้วเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าอันแรงกล้าที่แฝงมากับพลังจิตที่ล็อกเป้านางอยู่อย่างไม่ปิดบัง
นางเข้าใจสถานการณ์ทันที
ดูท่าเหลิ่งเหยียนคงยังไม่ยอมตัดใจ ถึงขั้นจ้างวานผู้เข้าสอบให้มากำจัดนางในแดนลับ
ช่างเป็นวิธีการที่ฉลาดจริงๆ...
เพราะตามกฎแล้ว การต่อสู้ระหว่างผู้เข้าสอบในแดนลับไม่มีข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น
ชีวิตใครชีวิตมัน จะไม่มีการเอาผิดย้อนหลัง
นี่คือกฎที่เบื้องบนของต้าเซี่ยตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อบ่มเพาะความเลือดร้อนและความเด็ดเดี่ยวให้กับคนรุ่นใหม่
ในยุคสมัยนี้ ดอกไม้ในเรือนกระจกไม่อาจแบกรับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ได้...
“ผู้ใช้พลังจิตระดับหนึ่งขั้นปลาย...คงเป็นฉินเฟิงสินะ?”
กู่เยว่ซีเดาตัวเจ้าของพลังจิตได้ในเวลาไม่นาน นางอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงเย็นชา
ถ้าจำไม่ผิด ในชาติที่แล้วอัจฉริยะจากสาขาผู้ใช้พลังจิตคนนี้ ตอนที่กำลังจะทะลวงสู่ระดับสาม ก็ต้องมาจบชีวิตลงกะทันหันเพราะทนรับแรงสะท้อนกลับของพลังจิตมหาศาลไม่ได้
ในโลกนี้ เส้นทางการฝึกฝนพลังจิตแบ่งออกเป็นหลายแขนง
นอกจากผู้ฝึก​สัตว์อสูรที่เป็นเส้นทางหลักและปลอดภัยที่สุดแล้ว ยังมีแขนงย่อยที่คนเรียนน้อยแต่ทรงพลังอย่างผู้ใช้พลังจิต ผู้ใช้ค่ายกล ผู้ใช้วิชามายา และอื่นๆ อีกมากมาย
สาเหตุที่ผู้ฝึก​สัตว์อสูรกลายเป็นกระแสหลัก ก็เพราะเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด การฝึกฝนพลังจิตมีจุดประสงค์หลักคือ "สนับสนุน" และ "สื่อสาร" เพื่อสร้างสายสัมพันธ์กับสัตว์อสูรและสั่งการในการต่อสู้ ความเสี่ยงแทบจะเป็นศูนย์
แต่ผู้ใช้พลังจิตนั้นแตกต่างโดยสิ้นเชิง
พวกเขาเปลี่ยนพลังจิตให้กลายเป็นอาวุธที่แหลมคมที่สุด โจมตีวิญญาณและสติสัมปชัญญะของศัตรูโดยตรง ด้วยวิธีการที่ลึกลับซับซ้อน ฆ่าคนได้โดยไร้ร่องรอย
แต่วิธีการฝึกฝนนี้ก็อันตรายอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่ฝึกฝนและทะลวงระดับ เปรียบเสมือนการเต้นรำบนปลายมีด หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว พลังจิตจะตีกลับ อย่างเบาก็กลายเป็นคนปัญญาอ่อน อย่างหนักก็สมองตายคาที่
ตามหลักการแล้ว
ผู้ฝึก​สัตว์อสูรที่มีระดับพลังจิตเพียงหนึ่งขั้นกลาง ในแง่ของการปะทะด้วยพลังจิต ย่อมไม่มีทางต้านทานการโจมตีจากผู้ใช้พลังจิตระดับหนึ่งขั้นปลายที่เชี่ยวชาญด้านการสังหารได้เลย
แต่น่าเสียดาย...ที่นางคือกู่เยว่ซี!
ทันใดนั้นเอง พลังจิตอันแหลมคมและเยือกเย็นดุจเข็มเหล็กอาบยาพิษ ก็พุ่งเข้าใส่ทะเลแห่งจิตของนางอย่างเงียบเชียบ!
[เข็มพิษแห่งจิต]!
นี่คือรูปแบบการโจมตีพื้นฐานที่สุดและใช้บ่อยที่สุดของผู้ใช้พลังจิต
หากเปลี่ยนเป็นนักเรียนคนอื่น ต่อให้เป็นอัจฉริยะอย่างจ้าวชิงเทียน เมื่อเจอกับการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ รับรองว่าต้องปวดหัวแทบระเบิดและสติเลื่อนลอยในทันที
ทว่า กู่เยว่ซีกลับไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว
ในชั่วพริบตาที่เข็มพิษแห่งจิตกำลังจะสัมผัสทะเลแห่งจิตของนาง กำแพงที่มองไม่เห็นซึ่งก่อตัวจากพลังจิต ลักษณะคล้ายระลอกน้ำกระเพื่อมไหว ก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงันปกป้องทะเลแห่งจิตไว้
วิชา [เพ่งจิตไท่ซู] —— กำแพงพิทักษ์ใจ!
ติ๊ง!
เสียงใสกังวานที่ได้ยินเพียงแค่คนเดียวดังขึ้นในหัวนาง
เข็มพิษแห่งจิตที่พุ่งเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด เมื่อกระทบเข้ากับกำแพงพิทักษ์ใจ ก็เหมือนหิมะเจอน้ำร้อน สลายหายไปจนหมดสิ้นในพริบตา
‘แค่นี้เองหรือ?’
กู่เยว่ซีทำหน้าตาย ก่อนจะพึมพำเยาะเย้ยเบาๆว่า
“ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง?”
ฉู่เซิงเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง
“หึ่งๆ? (จู่ๆ ถามเรื่องนี้ทำไม? ไม่ใช่สิ ข้าถามว่าเจ้ามายืนบื้ออยู่ตรงนี้ทำไม? ถ้ารู้ว่าข้าไม่ได้กินข้าว ก็รีบไปหาสัตว์อสูรให้ข้าดูดสักสองสามทีสิ? อยากให้ข้าหิวตายไปพร้อมเจ้าหรือไง?)”
เขาที่มีระดับพลังจิตใกล้เคียงคนธรรมดา ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าจักรพรรดินีของเขาได้ปะทะฝีมือกับคนอื่นไปแล้ว
กู่เยว่ซี: “......”
……
ไกลออกไป ร่างกายของฉินเฟิงกระตุกวูบ ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา
‘เป็นไปไม่ได้?!’
‘นะ...นางรับได้? แถมยังรับได้อย่างง่ายดายขนาดนี้?’
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
การโจมตีทางจิตของเขา เหมือนวัวโคลนจมลงสู่ทะเล ไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมใดๆ ได้เลย!
‘ผู้หญิงคนนี้...นางฝึกเคล็ดวิชาป้องกันทางจิตโดยเฉพาะมาด้วยงั้นหรือ?’
สายตาของฉินเฟิงฉายแววตื่นตระหนกและสงสัย
แต่ไม่นานเขาก็ตั้งสติได้
‘ต่อให้มีเคล็ดวิชาป้องกันแล้วยังไง? ปริมาณพลังจิตของนางก็แค่ระดับหนึ่งขั้นกลาง ด้อยกว่าข้าตั้งเยอะ!’
‘ไม่เชื่อหรอกว่านางจะป้องกันได้ตลอดไป!’
‘ขอแค่โจมตีตอดไปเรื่อยๆ พอนางพลังจิตหมด นั่นแหละคือวันตายของนาง!’
เมื่อคิดได้ดังนี้ ฉินเฟิงไม่ลังเลอีกต่อไป
สายตาของเขาเข้มขึ้น พลังจิตอันมหาศาลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง แปลงเป็นระลอกคลื่นการโจมตีถาโถมใส่กู่เยว่ซีอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
……
กู่เยว่ซียืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อน ปล่อยให้พายุการโจมตีทางจิตกระหน่ำใส่กำแพงพิทักษ์ใจของนาง โดยที่ไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนใดๆ ได้
วิชา [เพ่งจิตไท่ซู] คือเคล็ดวิชาฝึกฝนพลังจิตระดับสูงสุดของโลกใบนี้ เผลอๆ อาจจะเป็นอันดับหนึ่งด้วยซ้ำ
ดังนั้น [กำแพงพิทักษ์ใจ] ซึ่งเป็นวิชาป้องกันที่มาควบคู่กัน ย่อมต้องเป็นระดับสมบูรณ์ในหมู่สมบูรณ์เช่นกัน
แม้จะใช้พลังจิตระดับหนึ่งขั้นกลางในการขับเคลื่อน แต่ก็เพียงพอที่จะป้องกันการโจมตีทางจิตระดับต่ำกว่าสามได้เกือบทั้งหมดอย่างสบายๆ
พูดได้ไม่อายปากว่า ต่อหน้าการโจมตีปูพรมของฉินเฟิง กู่เยว่ซีแทบไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ
แต่คิ้วของนางเริ่มขมวดเข้าหากัน ใบหน้าเริ่มฉายแววรำคาญใจ
ถึงแม้การโจมตีของอีกฝ่ายจะทำอะไรนางไม่ได้
แต่ความรู้สึกนี้ มันเหมือนมียุงตัวหนึ่งมาบินหึ่งๆ อยู่ข้างหูตลอดเวลา ถึงจะไม่อันตราย แต่มันน่ารำคาญโว้ย!
แถมยังสัมผัสได้ว่าต้นตอของพลังจิตนั้นเคลื่อนที่ไปมาตลอดเวลา
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องการใช้สิ่งนี้เพื่อบั่นทอนกำลังของนาง พร้อมๆ กับซ่อนตำแหน่งที่แท้จริงของตัวเอง
ด้วยพลังจิตระดับหนึ่งขั้นกลางของนางตอนนี้ การจะป้องกันพร้อมกับล็อกเป้าหมายย้อนกลับไปหาผู้ใช้พลังจิตระดับหนึ่งขั้นปลายที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา เป็นเรื่องยากเอาการ
“น่าโมโหชะมัด...”
ในที่สุดกู่เยว่ซีก็ทนไม่ไหว สบถออกมาเบาๆ “ไอ้ยุงน่ารำคาญ!”
ฉู่เซิง: “???”
……..