เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 คุณหลิง ผมผิดไปแล้ว!

บทที่ 22 คุณหลิง ผมผิดไปแล้ว!

บทที่ 22 คุณหลิง ผมผิดไปแล้ว!


หลิวซือเหวินตกตะลึง หญิงสาวชุดกี่เพ้าตกตะลึง เหล่าลูกน้องที่หดตัวอยู่มุมห้องต่างตกตะลึง แม้แต่ฉิวเหยียนเองก็ชะงักค้างอยู่กับที่ด้วยสีหน้าหวาดผวา

พวกเขาเห็นอะไรกัน?

แปดตะเกียงผู้ทะนงตน บัณฑิตอมโรคผู้เจ้าคิดเจ้าแค้นและลงมือเหี้ยมโหดคนนั้น กลับคุกเข่าลงต่อหน้าหลิงเซวียน ก้มศีรษะขอขมา ทั้งยังสมัครใจจะเป็นหมาให้หลิงเซวียนอย่างนั้นหรือ?

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

ในใจของทุกคนต่างกู่ร้องไม่หยุด โดยเฉพาะฉิวเหยียนที่เบิกตาค้าง ทำตัวไม่ถูกอย่างสิ้นเชิง

"แปดตะเกียง นี่ท่านทำอะไร?"

เขารู้จักหยวนจ้งปาดีเกินไป ต่อให้อีกฝ่ายมีฝีมือเหนือชั้นจนหยวนจ้งปาต้านทานไม่ได้ชั่วคราว แต่อย่างหยวนจ้งปาไม่มีทางก้มหัวยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้แน่ แต่อยากจะหาโอกาสค่อยๆ วางแผนเอาคืนในตอนที่อีกฝ่ายเผลอเสียมากกว่า

เขาเคยเห็นหยวนจ้งปาทำตัวพินอบพิเทาประหนึ่งบ่าวไพร่คุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้แบบนี้ที่ไหนกัน?

ทว่าหยวนจ้งปาไม่ได้สนใจฉิวเหยียนแม้แต่น้อย เขาเพียงกดศีรษะให้ต่ำลงจนติดพื้นกระเบื้อง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

ไม่มีใครรู้เลยว่าในใจของเขาตอนนี้มีความหวาดกลัวเพียงใด!

ฝ่ามือกลางอากาศของหลิงเซวียนเมื่อครู่ได้ทำลายความหวังและจินตนาการทั้งหมดของเขาไปสิ้น

เขารู้ดีว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาจะต่อกรด้วยได้ ต่อให้ปรมาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาฝ่ามือทรายแดงให้เขามาปรากฏตัวที่นี่ ก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิงเซวียนแม้แต่กระบวนท่าเดียว

ยอดฝีมือระดับฟ้า!

นั่นคือตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด?

เขาคิดไม่ถึงเลยว่า คุณชายเสเพลผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองข่ายเฉิง จะเป็นยอดฝีมือเร้นกายที่ซ่อนคมไว้อย่างมิดชิดเช่นนี้?

หลิงเซวียนไม่ได้แปลกใจกับปฏิกิริยาของหยวนจ้งปาแม้แต่น้อย เขานั่งลงแล้วรินเหล้าดื่มเองอย่างสบายอารมณ์

"ตอนนี้แกรู้ถึงความสามารถของฉันแล้วหรือยัง?"

หยวนจ้งปาตอบด้วยความหวาดหวั่น "เรียนท่านผู้สูงส่ง จ้งปาทราบซึ้งแล้วครับ!"

หลิงเซวียนยิ้มอย่างมีเลศนัย "แกรู้แล้ว แต่ดูเหมือนหุ้นส่วนของแกคนนี้จะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นะ!"

เมื่อหยวนจ้งปาได้ยินดังนั้น ก็รีบหันไปตวาดใส่ฉิวเหยียนทันที

"ฉิวเหยียน ต่อหน้าท่านผู้สูงส่ง ยังไม่รีบคุกเข่าอีกเหรอ?"

ฉิวเหยียนชะงักไป แม้เขาจะรู้ว่าหลิงเซวียนมีความสามารถเหนือจินตนาการ แต่เขาก็เป็นถึงเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง จึงยังมีความไม่ยินยอมพร้อมใจอยู่ลึกๆ

"แปดตะเกียง ทำไมผมต้องคุกเข่าให้มันด้วย?"

จากนั้นเขาจึงหันไปหาหลิงเซวียน "หลิงเซวียน คุณชายรองหลิง ก่อนหน้านี้ผมมีตาหามีแววไม่ ไม่รู้ว่าคุณมีวิชาติดตัวจนแม้แต่แปดตะเกียงยังไม่ใช่คู่ต่อสู้!"

"เรื่องในวันนี้ ผมฉิวเหยียนขอยอมรับความพ่ายแพ้!"

เขาหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาแล้วดื่มรวดเดียวหมดต่อหน้าหลิงเซวียน "เหล้าแก้วนี้ถือว่าผมฉิวเหยียนขอขมาคุณ เรื่องก่อนหน้านี้ผมเป็นฝ่ายผิดเอง!"

"นับจากนี้ไป คุณกับผมต่างคนต่างอยู่ น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง และผมรับรองได้ว่าตระกูลหลิวจะไม่ไปหาเรื่องคุณอีก!"

"ให้เรื่องนี้จบกันแค่นี้เป็นไง?"

ฉิวเหยียนเคยชินกับการวางอำนาจในเมืองข่ายเฉิง ประกอบกับเบื้องหลังยังมีที่พึ่งที่แข็งแกร่งจนคุยกับคนในระดับมณฑลได้ แม้เขาจะยำเกรงหลิงเซวียน แต่จะให้เขาคุกเข่าให้ชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ เขาทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ

การกระทำทั้งหมดนี้ เขาคิดว่าตนเองทำได้อย่างสง่าผ่าเผยและเหมาะสมแล้ว เพียงต้องการให้เรื่องนี้จบลงไปเงียบๆ เท่านั้น

ใครจะไปคิดว่าหลิงเซวียนกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขาเพียงแต่ส่ายหน้าเบาๆ

"ฉิวเหยียน ดูเหมือนแกจะเป็นฮ่องเต้ในเมืองข่ายเฉิงนานเกินไป จนเสียความสามารถในการตัดสินใจพื้นฐานไปหมดแล้วนะ"

"หยวนจ้งปาที่เป็นยอดฝีมือระดับลึกลับจะฆ่าแกเมื่อไหร่ก็ได้เหมือนบี้มด ขนาดเขายังต้องก้มหัวคุกเข่าสยบต่อฉัน แต่แกยังบังอาจคิดจะใช้เหล้าแก้วเดียวมาจบเรื่องกับฉันอย่างนั้นเหรอ?"

แววตาของหลิงเซวียนฉายแววเย็นชา จากนั้นเขาก็ยกฝ่ามือขึ้น เล็งไปที่ฉิวเหยียนจากระยะไกล

สิ่งที่เขาต้องการคือสุนัขรับใช้ที่เชื่องๆ สองตัวที่สามารถใช้งานได้ในเมืองข่ายเฉิง เพื่อความสะดวกในการจัดการธุระหลายๆ อย่าง

แต่ในเมื่อฉิวเหยียนยังคงดื้อรั้นไม่เลิก เขาก็ไม่รังเกียจที่จะลบชื่อเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของเมืองข่ายเฉิงทิ้งไปเสียตอนนี้!

หยวนจ้งปาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของหลิงเซวียนแล้ว ในใจพลันหวาดกลัวสุดขีด รีบส่งสายตาซิกแนลให้ฉิวเหยียนอย่างเอาเป็นเอาตาย

ทว่าฉิวเหยียนยังคงเชิดหน้าชูคอ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยว่าขาก้าวเข้าไปในประตูนรกครึ่งหนึ่งแล้ว

ในขณะที่หลิงเซวียนกำลังจะปลิดชีวิตฉิวเหยียน จู่ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

เขาละมือจากฉิวเหยียนไว้ก่อนแล้วกดรับสาย

"ท่านเทียนมิ่ง ผมถึงเมืองข่ายเฉิงแล้วครับ!"

"ไม่ทราบว่าท่านอยู่ที่ไหน? ผมจะรีบไปเข้าพบท่านเดี๋ยวนี้เลยครับ!"

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความนอบน้อมและระมัดระวัง ซึ่งก็คือ "เสี่ยวไป๋" ที่เคยคุยโทรศัพท์กับหลิงเซวียนก่อนหน้านี้นั่นเอง!

หลิงเซวียนตอบเรียบๆ "อ้อ ฉันอยู่ที่สโมสรจุนหวง กำลังจัดการธุระนิดหน่อย"

เสี่ยวไป๋จับกระแสความผิดปกติได้จึงถามเสียงเบา "ท่านเทียนมิ่ง? เรื่องอะไรที่ต้องลำบากท่านไปจัดการด้วยตัวเองครับ? แค่โทรบอกผมคำเดียวก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ?"

หลิงเซวียนไม่ได้ปิดบังเสี่ยวไป๋ เขาเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟัง

หลังจากฟังจบ น้ำเสียงของเสี่ยวไป๋ก็ดังขึ้นมาหลายระดับ

"ฉิวเหยียน? ท่านหมายความว่าไอ้ฉิวเหยียนมันกล้าหาเรื่องท่านอย่างนั้นเหรอ?"

"ไอ้สารเลวนั่น มันไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนกัน!"

เสี่ยวไป๋กล่าวด้วยความแค้นเคือง "ท่านเทียนมิ่ง โปรดระงับโทสะก่อนครับ ขอเวลาผมหนึ่งนาที ผมจะให้คำตอบที่ท่านพอใจแน่นอน!"

หลิงเซวียนฟังออกว่าเสี่ยวไป๋น่าจะมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับฉิวเหยียน เขาจึงยังไม่รีบร้อนลงมือสังหาร

ขณะที่ฉิวเหยียนกำลังมึนงงอยู่นั้น จู่ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที รีบกดรับสายอย่างรวดเร็ว

"นายท่านไป๋!"

เขาทำหน้าประจบสอพลอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพสูงสุด

"ผมกำลังเตรียมจะไปเยี่ยมเยียนท่านในอีกสองสามวันนี้ ไม่คิดเลยว่าท่านจะโทรหาผมก่อน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ!"

"ท่านมีคำสั่งอะไร โปรดเรียกใช้ได้เ..."

ยังไม่ทันที่คำสุดท้ายจะหลุดจากปาก เสียงคำรามก็ดังลอดออกมาจากปลายสาย

"ไอ้หัวเหม่งฉิว ไอ้ลูกหมา ใครสั่งใครสอนให้แกขวัญกล้าทำเรื่องจัญไรเนรคุณแบบนี้?"

"แกอยากให้คอหลุดจากบ่า หรือว่าอยากอายุสั้นกันแน่?"

"เป็นเพราะข้าให้แกนั่งตำแหน่งเบอร์หนึ่งในเมืองข่ายเฉิงนานเกินไป จนแกลืมกำพืดตัวเองไปแล้วใช่ไหม? ไอ้สัตว์นรก!"

ฉิวเหยียนโดนด่าทออย่างรุนแรงจนหน้ามืดไปหมด เขาได้แต่ทำหน้าเซ่อด้วยความงุนงง

แต่เขาไม่กล้าแสดงความไม่พอใจแม้แต่น้อย ได้แต่ถามด้วยความน้อยใจ "นายท่านไป๋ ท่านพูดเรื่องอะไรครับ? ผมทำอะไรลงไป? ผมไม่เข้าใจจริงๆ ครับ!"

"ไม่เข้าใจงั้นเหรอ?"

เสียงคำรามปลายสายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

"วันนี้แกไปหาเรื่องคนหนุ่มที่ชื่อหลิงเซวียนเพื่อออกหน้าแทนตระกูลหลิวใช่ไหม?"

"ไอ้ชาติหมา แกรู้ไหมว่าคนหนุ่มคนนั้นเป็นใคร? บังอาจไปหาเรื่องเขา ต่อให้แกมีสิบชีวิตก็ไม่พอทิ้ง!"

"แก จง-ไป-เดี๋ยว-นี้ ไปหมอบราบคาบแก้วขอขมาเขาซะ!"

"ถ้าเขายอมยกโทษให้ ถือว่าแกโชคดีที่รอดตายไปได้ แต่ถ้าเขาไม่ยอมยกโทษ แกก็จงปลิดชีพตัวเองชดใช้ซะ อย่าให้ข้าต้องลงมือเอง!"

สายถูกตัดไปเพียงเท่านี้ ทิ้งให้ฉิวเหยียนยืนตะลึงงันอยู่กับที่ ทำอะไรไม่ถูก

ครู่ต่อมา เขาถึงค่อยๆ หันไปมองหลิงเซวียนด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

เขาคิดไม่ถึงเลยว่า คนในสายเมื่อครู่จะสั่งให้เขาโขกศีรษะขอขมาหลิงเซวียน มิเช่นนั้นจะมาจัดการเขาด้วยตัวเอง?

หลิงเซวียนคนนี้ นอกจากจะมีวรยุทธ์น่าทึ่งแล้ว ยังมีฐานะอะไรที่คนภายนอกไม่รู้อีกงั้นเหรอ?

เขาเป็นใครกันแน่?

แม้จะตกใจเพียงใด แม้จะสงสัยแค่ไหน แต่ในนาทีนี้ฉิวเหยียนไม่มีความโอหังหลงเหลืออยู่เลย

นั่นก็เพราะคนที่โทรมาหาเขาคือคนที่เขาไม่มีปัญญาจะไปต่อกรด้วยได้ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขใดของคนคนนั้น เขาล้วนต้องปฏิบัติตามอย่างไร้เงื่อนไข

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงเดินขาสั่นพั่บๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าหลิงเซวียน แล้วทรุดเข่าลงกับพื้นทันที

"หลิงเซวียน... ไม่ใช่สิ คุณหลิง!"

"ผม... ผิดไปแล้ว!"

"ได้โปรดเมตตายกโทษให้ผมด้วย!"

พูดจบ เขาก็ก้มศีรษะลงโขกกับพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง

เจ้าพ่ออันดับหนึ่งของเมืองข่ายเฉิงผู้นี้ ได้ยอมก้มหัวที่เคยแข็งกร้าวลงอย่างราบคาบแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 22 คุณหลิง ผมผิดไปแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว