เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ตัวคนเดียว เหยียบทั้งเมืองข่ายเฉิงให้จมดิน!

บทที่ 23 ตัวคนเดียว เหยียบทั้งเมืองข่ายเฉิงให้จมดิน!

บทที่ 23 ตัวคนเดียว เหยียบทั้งเมืองข่ายเฉิงให้จมดิน!


ฉิวเหยียนคุกเข่าลงไปเช่นนั้นอย่างกะทันหัน ทำให้พวกของหลิวซือเหวินเบิกตากว้างขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

ฉิวเหยียนคือเจ้าพ่ออันดับหนึ่งแห่งเมืองข่ายเฉิงเชียวนะ อีกทั้งที่พึ่งเบื้องหลังของเขายังมีอิทธิพลกว้างขวางถึงขั้นพูดคุยในระดับมณฑลได้ พลังอำนาจจะมหาศาลเพียงใด

หยวนจ้งปานั้นหวาดกลัวในพลังของหลิงเซวียน แต่ฉิวเหยียนย่อมสามารถใช้พึ่งพาวิธีการทางทางการเพื่อสู้กับหลิงเซวียนจนถึงที่สุดได้ เหตุใดถึงต้องมาพินอบพิเทาต่อหลิงเซวียนเช่นนี้?

โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ฉิวเหยียนยังทำท่าจะแข็งข้อกับหลิงเซวียนให้ถึงที่สุด แต่พอรับโทรศัพท์สายเดียว ท่าทีกลับเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเขาแทบจะไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย

"หืม?"

หลิงเซวียนมองดูฉิวเหยียนที่คุกเข่าโขกศีรษะพลางเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน

"เมื่อกี้แกยังอวดเก่ง จะใช้เหล้าแก้วเดียวจบเรื่องกับฉันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"

ฉิวเหยียนเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู แต่กลับไม่กล้าแสดงออกมา "ฉิวเหยียนมิกล้า!"

ทว่าน้ำเสียงของเขายังคงสั่นเครืออย่างรุนแรง ทุกคำพูดราวกับเค้นออกมาจากซอกฟัน เห็นได้ชัดว่าในใจยังไม่ยอมรับนับถืออย่างที่สุด

ทันใดนั้น ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกผลักเปิดออก เห็นเพียงกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างกำยำในชุดสูทสีขาว ยืนเรียงรายเป็นสองแถวเกือบเต็มทางเดินคริสตัลของสโมสร

และมีชายคนหนึ่งกำลังเดินมาตรงกลาง โดยมีเหล่าชายชุดขาวสองข้างทางคอยยืนก้มหน้าสำรวมให้เขามาดผู้นำนั้นยิ่งใหญ่และเปี่ยมไปด้วยรัศมีข่มขวัญ

ชายผู้นี้อายุสี่สิบต้นๆ หน้าตาสง่างามสมชายชาตรี สวมชุดสีขาวสั่งตัดด้วยฝีมือช่างจากอิตาลี ท่าทางดูภูมิฐานสูงส่ง

หากเทียบกับคนผู้นี้แล้ว ฉิวเหยียนด้อยกว่าหลายระดับอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ระดับเดียวกันเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นผู้มาใหม่ ดวงตาของฉิวเหยียนพลันเป็นประกาย ตะโกนเรียกออกมา "นายท่านไป๋!"

เมื่อได้ยินคำเรียกขานของฉิวเหยียน ประกอบกับเครื่องแต่งกายและขบวนผู้ติดตามของชายชุดขาวคนนี้ ทุกคนในห้องส่วนตัวต่างก็หน้าเปลี่ยนสี และนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาทันที

เจ้าเหนือหัวครึ่งมณฑลเฉียนหนาน ไป๋ซานซือ!

ไป๋ซานซือคือใคร เขาคือบุคคลระดับตำนานในโลกใต้ดินของมณฑลเฉียน คลุกคลีอยู่ในยุทธจักรตั้งแต่อายุสิบแปด เริ่มสร้างตัวจากศูนย์ตอนอายุยี่สิบห้าจนมีกิจการใหญ่โต มีลูกน้องในอาณัตินับหลายร้อยคน แผ่อิทธิพลกว้างขวางไปทั่วทุกเมืองและอำเภอในแถบเฉียนหนานในช่วงต้นศตวรรษที่ 21

ปัจจุบันไป๋ซานซืออายุสี่สิบสามปี ประสบความสำเร็จในชีวิตมานานแล้ว มีทรัพย์สินกว่าหมื่นล้าน มีฐานะสูงส่งเหนือใคร ทั้งยังมีข่าวลือว่าเขาฝึกฝนวรยุทธ์จนเหนือล้ำธรรมดา เป็นบุคคลที่เหล่าเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายต่างต้องกราบไหว้บูชา!

ใครต่อใครต่างกล่าวกันว่า ในแถบเฉียนหนานนั้น ครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ของไป๋ซานซือ ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับฉายาว่า "ไป๋ครึ่งมณฑลเฉียนหนาน"!

หากมองไปทั่วทั้งมณฑลเฉียน ก็มีเพียงผู้ยิ่งใหญ่ทางแถบเฉียนเป่ยเท่านั้นที่พอจะทัดเทียมกับเขาได้

นี่คือผู้ยิ่งใหญ่ระดับแถวหน้าตัวจริงของมณฑลเฉียน แม้ฉิวเหยียนจะครองตำแหน่งเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของเมืองข่ายเฉิง แต่เมื่อเทียบกับไป๋ซานซือแล้ว ก็เป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลือว่า ไป๋ซานซือคือที่พึ่งเบื้องหลังของฉิวเหยียน และฉิวเหยียนอาศัยชื่อเสียงของไป๋ซานซือนี่เอง ถึงสามารถสร้างตัวเป็นใหญ่ในเมืองข่ายเฉิงได้!

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า บุคคลระดับตำนานที่มีชื่อเสียงระบือไกลในมณฑลเฉียนเช่นนี้ จะมาปรากฏตัวที่นี่

สายตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่ไป๋ซานซือ อยากจะรู้ว่าผู้ยิ่งใหญ่ระดับท็อปของมณฑลผู้นี้มาที่นี่เพื่ออะไร

แต่ไป๋ซานซือกลับไม่ปรายตามองฉิวเหยียนที่ร้องเรียกเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงก้าวเท้าเข้ามาในห้องส่วนตัว

จากนั้น ภายใต้สายตาอันเหลือเชื่อของทุกคน เขาก็เดินตรงไปหาหลิงเซวียนแล้วโน้มตัวคำนับอย่างนอบน้อม

"ไป๋ซานซือ ขอกราบเข้าพบท่านเทียนมิ่ง!"

ประดุจหินก้อนเดียวทำให้เกิดระลื่นคลื่นพันชั้น คำพูดเดียวของไป๋ซานซือเปรียบเสมือนระเบิดหนักหน่วงที่ทำลายความเชื่อมั่นในหัวใจของทุกคนจนแตกสลาย

ฉิวเหยียนยิ่งรูม่านตาหดเกร็ง สมองหยุดสั่งการไปชั่วขณะ

เขาเห็นอะไรกัน?

ไป๋ซานซือผู้มีอำนาจล้นฟ้าในเฉียนหนาน สามารถบี้เขาให้ตายได้ง่ายๆ เหมือนบี้มด กลับโน้มตัวคำนับหลิงเซวียน ทำท่าทางเหมือนคนรุ่นหลังเข้าพบผู้ใหญ่

โลกที่เขาจักมันยังเป็นโลกเดิมอยู่หรือไม่?

มีเพียงหยวนจ้งปาเท่านั้นที่นิ่งเฉย ราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว

ยอดฝีมือระดับฟ้า วรยุทธ์เหนือเกล้า ความเป็นความตายสั่งได้ตามใจ ย่อมต้องมีความสำคัญระดับนี้!

ต่อการประสานมือทำความเคารพของไป๋ซานซือ หลิงเซวียนเพียงพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ชี้ไปที่ฉิวเหยียน

"เสี่ยวไป๋ เจ้าฉิวเหยียนคนนี้ เป็นคนของแกเหรอ?"

ทุกคนหน้าถอดสีอีกครั้ง ไป๋ซานซือเป็นถึงบุคคลระดับปรมาจารย์แห่งเฉียนหนาน อายุมากกว่าหลิงเซวียนเกือบยี่สิบปี แต่หลิงเซวียนกลับเรียกเขาว่า "เสี่ยวไป๋" อย่างนั้นหรือ?

แต่ไป๋ซานซือกลับดูเหมือนจะรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เขากล่าวขอโทษหลิงเซวียนด้วยความนอบน้อม "ท่านเทียนมิ่ง ฉิวเหยียนเป็นคนที่ผมสนับสนุนขึ้นมาเองกับมือ ถือเป็นตัวแทนของผมในเมืองข่ายเฉิงครับ!"

"เพียงแต่ผมคิดไม่ถึงเลยว่า มันจะสารเลวขนาดนี้ ถึงขั้นกล้ามาล่วงเกินบารมีของท่าน!"

"เป็นเพราะผมสั่งสอนคนไม่ดี ขอท่านเทียนมิ่งโปรดลงทัณฑ์ด้วยครับ!"

ตั้งแต่เข้ามาจนถึงตอนนี้ ไป๋ซานซือยืนอยู่ตลอดเวลา ทำตัวเหมือนเป็นเพียงลูกกระจ๊อกคนหนึ่ง น้ำเสียงก็เปี่ยมไปด้วยความยำเกรงถึงขีดสุด

หลิงเซวียนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาบางๆ

"เสี่ยวไป๋ สองปีก่อนตอนที่แกติดตามฉันอยู่ในคุกมืด เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ฉันไม่โทษแกหรอก"

"ในเมื่อเป็นคนของแก ก็ให้เขาลุกขึ้นเถอะ!"

เมื่อได้ยินหลิงเซวียนยอมผ่อนปรน ไป๋ซานซือจึงค่อยเผยรอยยิ้มออกมาได้บ้าง

"ขอบพระคุณท่านเทียนมิ่งครับ!"

จากนั้นเขาก็หันกลับไป กระชากผมของฉิวเหยียนแล้วกดหัวลงตรงหน้าหลิงเซวียน

"ไอ้หัวเหม่งฉิว ท่านเทียนมิ่งเมตตาเป็นพิเศษไว้ชีวิตแก ยังไม่รีบหมอบราบคาบแก้วขอบคุณอีกเหรอ?"

เมื่อเห็นท่าทีที่ไป๋ซานซือมีต่อหลิงเซวียน ฉิวเหยียนจะกล้าชักช้าได้อย่างไร เขารีบโขกศีรษะติดกันสามครั้งทันที

"ขอบพระคุณท่านเทียนมิ่งที่เมตตาครับ!"

หลิงเซวียนไม่ปรายตามองฉิวเหยียนแม้แต่นิดเดียว เพียงกล่าวเรียบๆ ว่า "วันนี้ฉันยอมปล่อยแกไป แต่จงจำไว้ว่าหัวของแกแค่ฝากไว้บนคอเท่านั้น!"

"ถ้ามีครั้งหน้า แกก็จะเป็นเหมือนกำแพงข้างหลังนี่!"

พูดจบ หลิงเซวียนก็ยกหมัดขึ้น ต่อยออกไปเบาๆ ในความว่างเปล่า

"ตึง!"

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ห้องส่วนตัวทั้งห้องสั่นสะเทือนรุนแรง

เห็นเพียงกำแพงคอนกรีตที่หล่อไว้อย่างแข็งแกร่ง พลันระเบิดออกเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่เกือบหนึ่งวา

รอยแยกพาดลึกจากใต้เท้าของหลิงเซวียนลากยาวไปไกลกว่าสิบเมตร ทะลุไปจนถึงห้องส่วนตัวอีกห้องที่ไม่มีคนอยู่

วินาทีนั้น ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน สีหน้าของทุกคนแข็งค้างไปหมด

ต่อยหมัดออกไปกลางอากาศ ทลายภูเขาแตกศิลา ต่อยกำแพงจนทะลุ นี่มันพลังอะไรกัน?

นี่มันใช่สิ่งที่มนุษย์ทำได้จริงหรือ? ทำไมถึงเหมือนยอดฝีมือในหนังกำลังภายในแบบนี้?

หลิงเซวียนค่อยๆ ชักมือกลับ กวาดสายตาไปที่หลิวซือเหวิน

"หลิวเหวินชิงบังอาจวางยาพี่สะใภ้ของฉัน ฉันแค่หักมือทั้งสองข้างและทำลายรากฐานของมัน ก็นับว่าเมตตามากแล้ว"

"ถ้าตระกูลหลิวของเธอยังไม่ยอมจบ จะมาหาเรื่องฉันต่อก็ได้นะ แต่ฉันขอเตือนไว้ก่อน ถึงตอนนั้นมันจะไม่ใช่แค่เรื่องของหลิวเหวินชิงคนเดียวแล้ว!"

"ฉันจะกวาดล้างตระกูลหลิวให้สิ้นซาก!"

หลิวซือเหวินตกใจจนตัวสั่นพั่บๆ ไม่กล้าโต้ตอบแม้แต่คำเดียว ได้แต่ทรุดกองอยู่ข้างๆ

เมื่อเรื่องในห้องส่วนตัวคลี่คลายลง ไป๋ซานซือจึงก้าวเข้ามา

"ท่านเทียนมิ่ง เชิญขยับขยายไปที่ชั้นสองของสโมสรเถิดครับ ให้ผมได้ปรนนิบัติรับใช้ท่านอย่างเต็มที่!"

หลิงเซวียนพยักหน้าแล้วเดินนำออกไป ไป๋ซานซือคอยเดินนำทางอยู่ข้างๆ ส่วนฉิวเหยียนและหยวนจ้งปาเดินตามหลังต้อยๆ เหมือนสุนัขรับใช้ที่ถ่อมตัวถึงที่สุด

ในเวลานี้ คนอื่นๆ ในห้องส่วนตัวถึงเพิ่งจะได้สติคืนมา แต่ละคนหน้าซีดเผือด หัวใจเต้นโครมคราม

ใครจะไปคิดว่า คุณชายเสเพลจากตระกูลหลิงที่ตกต่ำ จะสามารถเหยียบทั้งเมืองข่ายเฉิงให้จมดินได้ด้วยตัวคนเดียวแบบนี้?

จบบทที่ บทที่ 23 ตัวคนเดียว เหยียบทั้งเมืองข่ายเฉิงให้จมดิน!

คัดลอกลิงก์แล้ว