เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 : จับรางวัล 10 ครั้งรวด ! อัปเกรดศักยภาพอีกครั้ง ! ความแข็งแกร่งพุ่งพรวด !

บทที่ 34 : จับรางวัล 10 ครั้งรวด ! อัปเกรดศักยภาพอีกครั้ง ! ความแข็งแกร่งพุ่งพรวด !

บทที่ 34 : จับรางวัล 10 ครั้งรวด ! อัปเกรดศักยภาพอีกครั้ง ! ความแข็งแกร่งพุ่งพรวด !


“ตรงนี้ก็โอ  วิวสวยดี”

บนยอดต้นไม้ใหญ่  ณ  ยอดเขาแห่งหนึ่ง

เฉินมู่เอนตัวอยู่บนกิ่งไม้  ปากเคี้ยวใบหญ้าพลางเปิดแผงควบคุมระบบ

จุดตรงนี้เป็นจุดชมวิวสูง  ด้วยเนตรแห่งกาลเวลา  เขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีอย่างน้อย 10 กิโลเมตรได้

การนอนตรงนี้ช่วยให้เขาได้พักผ่อนไปพร้อม ๆ กับการสังเกตกิจกรรมของเหล่าลูกหมูสาว  ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

“ระบบ ! จับรางวัล !”

[ ติ๊ง ! ]

[ คุณได้รับ : หอกทำลายล้าง (เทพ), ศักยภาพ +15%, หินวิญญาณระดับกลาง +20 ก้อน ]

[ คุณได้รับ : เคล็ดกระบี่เก้าแยก (จักรพรรดิ), โลหิตมังกรน้ำแข็ง 1 ขวด, หินวิญญาณระดับต่ำ 10 ก้อน

[ คุณได้รับ : หม้อหยินหยางสรรสร้าง (จักรพรรดิ), หินวิญญาณระดับต่ำ +20 ก้อน, ค่าโลหิตปราณ +2000 ]

[ คุณได้รับ : ดาบลำแสงดาวตก (จักรพรรดิ), หินวิญญาณระดับกลาง +30 ก้อน, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]

[ คุณได้รับ : วิชาเต้ากู่ฉางชิง (จักรพรรดิ), ค่าโลหิตปราณ +1000, หินอ้าวหาน +1 ก้อน ]

[ คุณได้รับ : คัมภีร์จิตบริสุทธิ์หมื่นเงียบเหงา (จักรพรรดิ), หินวิญญาณระดับกลาง 10 ก้อน, ค่าโลหิตปราณ 1,000 หน่วย ]

[ คุณได้รับ : กระบี่มังกรเพลิง (จักรพรรดิ), ศักยภาพ +10%, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]

[ คุณได้รับ : คัมภีร์ดาบทำลายล้าง (จักรพรรดิ), เกสรประหลากใจวิญญาณ, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]

[ คุณได้รับ : ย่างก้าวมังกรท่อง (จักรพรรดิ), หินวิญญาณระดับต่ำ 20 ก้อน, น้ำไร้เกลียดชัง 1 ขวด ]

[ คุณได้รับ : ระฆังปราบวิญญาณ (จักรพรรดิ), ผลึกนภาหู่เฟิ่ง, ค่าโลหิตปราณเพิ่ม +1000 ]

[ ติ๊ง ! ]

[ ยินดีด้วย ! ]

[ ศักยภาพเต็มแล้ว ! อัปเกรดเรียบร้อยแล้ว ! ]

“ฟู่ ~ !”

ด้วยเสียงหึ่งเบา ๆ ร่างของเฉินมู่ก็แปรสภาพเป็นแม่เหล็กที่ดูดซับแสงดาวในทันที

พลังวิญญาณและแสงดาวที่อยู่รอบข้างประดุจมังกรยักษ์  ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเฉินมู่อย่างบ้าคลั่ง

แสงดาวเริ่มขยายเส้นลมปราณของเฉินมู่อย่างรุนแรง  ปรับปรุงกายา  เสริมสร้างเนื้อเยื่อ  กระดูก  และอวัยวะภายใน  เมื่อโลหิตปราณเริ่มโคจรอีกครั้งเฉินมู่ก็สามารถสูดพลังวิญญาณจำนวนมากมามหาศาลเข้าร่างได้ในทุก ๆ ลมหายใจ

เมื่อมองจากระยะไกลแล้วจะเห็นเหมือนว่าพลังวิญญาณที่ล้อมรอบตัวเฉินมู่ได้แปรสภาพเป็นหมอกไปแล้ว

หลังจากเวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบ  ในที่สุดเฉินมู่ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา  พลังวิญญาณที่คลุมเครือก็แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว

เมื่อเขาได้สติ  ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายก่อนจะลุกขึ้นนั่ง

“ในที่สุดไอ้ศักยภาพหมา ๆ นี่มันก็อัปเกรดซักที !”

“หนึ่งเดือน...  คุณรู้มั้ยว่าตลอดเดือนที่ผ่านมานี่กูต้องเจอกับเหี้ยห่าอะไรบ้าง”

เฉินมู่หัวเราะอย่างสนุกสนาน  รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าจากการพัฒนาศักยภาพ  และความคับข้องใจภายในใจเองก็หายไป

หลังจากที่อัปเกรดศักยภาพจากระดับ F ขึ้นมาได้นั้น  เขาไม่เพียงแต่จับรางวัลได้ของน้อยลงเท่านั้น  แต่โอกาสออกค่าศักยภาพยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินอีกต่างหาก

หลังจากที่ไม่ได้อะไรเลยติดต่อกัน 5 วันเขาก็เริ่มเก็บเงินเพื่อสุ่มกาชา 10 ครั้งรวดด้วยความโมโห  และโชคดีที่ใช้เวลาแค่สามสี่วันก็ได้ค่าอารมณ์ครบ  และแน่นอนว่ามีของดี ๆ โผล่มามากมาย  และศักยภาพก็เริ่มโผล่มาให้เห็น

แต่ถึงแม้จะสุ่ม 10 ครั้งรวดก็ตาม  ก็ออกศักยภาพจำนวนสูงสุดคุณแค่ 3 ครั้งเท่านั้น

ดังนั้นในเดือนที่ผ่านมานี้โอกาสในการอัปเกรดศักยภาพเลยค่อนข้างช้า

วันนี้จึงเป็นวันที่โชคดีที่ในที่สุดก็เก็บค่าศักยภาพครบและอัปเกรดจนได้

แน่นอนว่าตลอดเดือนที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะเป็นข่าวร้ายไปเสียทั้งหมด

เขาได้สะสมวิชายุทธ์  อาวุธ  และทักษะยุทธ์ระดับจักรพรรดิและระดับเทพเอาไว้มากมายจนแทบจะถือไม่ไหวแล้ว  ทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนระดับจักรพรรดิเองก็ยังมีอยู่อย่างเหลือเฟือด้วย

ทรัพยากรระดับจักรพรรดิเหล่านี้ยังดีกว่าทรัพยากรที่เขา  บุตรชายคนโตของตระกูลเฉินเคยมีมาก่อนถึง 10 เท่า

ยิ่งไปกว่านั้น  ในที่สุดเขาก็ได้รู้จากเย่หานยู่ว่า  ทรายดาราและอุกกาบาตสีชาดที่เขาจับได้ในตอนแรกนั้นเป็นวัสดุสำหรับการตีเหล็ก

พูดให้ชัดเจนก็คือมันเป็นไอเทมล้ำค่าสำหรับอัปเกรดระดับให้แก่อาวุธระดับจักรพรรดิ

ยิ่งไปกว่านั้น  ด้วยการฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกวัน  รวมถึงความช่วยเหลือจากเย่หานยู่ในตอนกลางวัน  และฉินเสี่ยวเสี่ยวในตอนกลางคืน  ความเร็วในการฝึกฝนของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็น 500 เท่าของความเร็วเดิม

ถ้าเอาคนที่มีศักยภาพระดับ S อย่างลั่วซือหานเป็นตัวเปรียบเทียบล่ะก็  ความเร็วในการฝึกฝนและพลังการต่อสู้ของเขาในปัจจุบันจะเท่ากับมากกว่าเธอถึง 50 เท่า

อย่าคิดว่า 50 เท่าเป็นตัวเลขน้อย ๆ เพราะนั่นคือเทียบจากศักยภาพระดับ S ซึ่งเป็นการเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนและพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

เฉินมู่ได้ลองแอบคำนวณดูแล้ว  ว่าด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นถึง 50 เท่านี้  จะทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าตอนที่อยู่ในขอบเขตจักรพรรดิในชาติก่อนอย่างน้อย 100 เท่า

นั่นมันคนละเรื่องกันแล้ว

“อิงจากศักยภาพของลั่วซือหาน  ถ้าพลังการต่อสู้เรามากกว่าเธออย่างน้อยห้าสิบเท่า  งั้นพอเราเลื่อนเป็นศักยภาพระดับเอส  แปลว่าพลังการต่อสู้เราจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณสามร้อยเท่า”

“ระบบนี่โคตรสุดยอด !”

หลังจากสำรวจมา 1 เดือน  เขาก็ค้นพบว่ารางวัลไม่ได้ขึ้นอยู่กับศักยภาพเพียงอย่างเดียว  แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน

คิดว่าเหตุใดพละกำลังของเขาจึงเพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้

ตั้งแต่อายุ 1 ขวบถึง 18 ปี  ร่างกายได้รับการขัดเกลาโดยใช้สมบัติฟ้าดินชั้นยอดของตระกูลเฉิน  โดยได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายด้วยสมบัติที่เริ่มต้นจากระดับปราชญ์

หลังจากพลังตื่นเมื่ออายุครบ 18 ปี  เขาก็ได้รับพลังจากวิชาระดับเต๋าเช่น  คัมภีร์เต้าซวน, คัมภีร์ซูอู่  และคัมภีร์อู่เลี่ยง

ต่อมาก็ชำระล้างและขัดเกลาด้วยโลหิตมังกรเพลิง  ของเหลวไขวิญญาณหมื่นปี  แก่นปฐพี  และอื่น ๆ ที่เป็นไอเทมฟ้าดินที่อยู่เหนือระดับจักรพรรดิ

อาจกล่าวได้ว่าเฉินมู่เป็นคนแรกที่เริ่มต้นฝึกฝนด้วยมาตรฐานที่สูงเกินมนุษย์เช่นนี้  นับตั้งแต่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้เกิดการกลายพันธุ์

ไม่สามารถจำลองซ้ำได้

เฉินมู่จ้องมองมือของตัวเองด้วยความตื่นเต้นอย่างยิ่ง  เฝ้ารอช่วงเวลาที่ศักยภาพของตนจะได้รับการปลุกให้ตื่นอย่างเต็มที่  และจะได้กลับเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิอีกครั้ง !

คิดเสร็จแล้วเขาก็รีบเปิดแผงควบคุมขึ้นมา

[ ชื่อ ] : เฉินมู่

[ ระดับ ] : ราชันยุทธ์ (4 ดาว)

[ โลหิตปราณ] : 362362

[ กายา ] : กายศักดิ์สิทธิ์หยินหยางสรรสร้าง (เต๋า)

[ พิเศษ ] : เนตรแห่งกาลเวลา

[ ศักยภาพ ] : ระดับ D (5%)

“ดีมาก  ศักยภาพถึงระดับดีแล้ว  พลังโลหิตปราณก็สูงถึงสามแสนหกแล้ว  ถ้าไม่ใช่เพราะเป้าหมายการฝึกต้องเป็นระดับสิบดาวล่ะก็  ป่านนี้ด้วยค่าโลหิตปราณนี่เราคงไปถึงขอบเขตปราชญ์ยุทธ์สามดาวไปแล้ว”

สีหน้าของเฉินมู่สงบนิ่ง  เขาไม่สนใจเรื่องระดับพลัง  ความแข็งแกร่งต่างหากคือรากฐานของทุกสิ่ง

ตราบใดที่ตนยังแข็งแกร่งพอ  เขาก็จะฝึกฝนต่อไปแม้ว่ามันจะมีระดับถึง 20 ดาวเลยก็ตามที

“เอาจริง ๆ โลหิตปราณเราเพิ่มเร็วไปแท้ ๆ แต่ไตเนี่ยสิ  ทำงานหนักจนแทบจะแบกไม่อยู่อยู่แล้ว”

“โชคดีที่มีสมบัติให้ใช้ฝึกฝนร่างกายทุกวัน  ไม่งั้นถ้าต้องทำงานหนักไม่ให้หยุดพักตั้งกะเช้ายันค่ำแบบนี้  ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ขอบเขตจักรพรรดิก็เอาไม่อยู่หรอก”

เฉินมู่ส่ายหน้า  พอคิดถึงเย่หานยู่กับฉินเสี่ยวเสี่ยวปุ๊บก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

“ช่างมันเถอะ  ตอนนี้ก็เคลียร์เรื่องความรู้สึกกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว  ถึงเวลากลับมาส่องพวกลูกหมูน้อยน่ารักของเราแล้วล่ะ”

“ไหนขอดูหน่อยซิว่าผู้โชคดีคนแรกเป็นใคร”

เฉินมู่มองไปยังระยะไกลด้วยความยินดี  และในไม่ช้าก็พบเป้าหมาย

“อ้อ ? เจอสามตัวแรกละ...  หา ?”

เฉินมู่ถึงกับตกใจและอดไม่ได้ที่จะหรี่ตามอง

...

“ขอแสดงความยินดีกับรองอธิการหลี่ด้วยนะ ! ปีนี้ถึงกับมีนักศึกษาศักยภาพระดับเอสตั้งสี่คน”

นอกเขตแดนลับ

บรรดาผู้มีอำนาจจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และเจ้าเมืองเหลียนฮวานั่งอยู่ในเต็นท์ชั่วคราว  แลกเปลี่ยนคำชมและขิงซึ่งกันและกัน  แสดงให้เห็นถึงความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบราวพ่อกับลูก  ราวพี่กับน้อง

เมื่อหลี่หมิงซินได้ยินว่าเพื่อน ๆ กำลังยกหางให้ก็หัวเราะเสียงดัง

“ทั้งหมดเพราะท่านอธิการฉินเลยครับ  มันไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย  หน้าที่ผมคือแค่คอยดูแลพวกเด็ก ๆ เท่านั้นเอง”

คนอื่น ๆ ได้ยินแล้วก็ดูไม่ค่อยเป็นมิตรและไม่อยากพูดคุยด้วย

ทว่าผู้บริหารสถาบันที่มีนักศึกษาที่มีศักยภาพระดับ S ก็ยังคงยินดีที่จะพูดชมให้อยู่

“อ้อ  ว่าแต่ว่ารองอธิการหลี่  ผมได้ยินมาว่าซูซิงหางกับฉินหลานของสถาบันคุณต่างก็บรรลุระดับศิษย์ยุทธ์แปดดาวแล้วหนิ  ผมอยากรู้ว่าลั่วซือหานกับเย่จิ่นชิวล่ะเป็นไงบ้าง”

“เอ่อ  ผมรู้ว่าลั่วซือหานเป็นอัจฉริยะที่หนึ่งในการจัดอันดับรวมของปีนี้  ป่านนี้เธอคงอยู่ในขอบเขตศิษย์ยุทธ์เก้าดาวแล้วมั้ง”

ดูเหมือนหลี่หมิงซินจะรู้สึกเขินเล็กน้อยขณะพูด

เขาทำงานยุ่งมากและไม่ได้เจอเฉินมู่มาเป็นเดือนแล้วจึงไม่รู้ว่าเด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้าง

ปัญหาคือเราจะรู้ไม่ได้เลยจนกว่าพวกเธอจะใช้พลังโลหิตปราณออกมา...

“อืม  ว่านะ  ลั่วซือหานมีพื้นฐานที่ดีกว่า  เพราะงั้นเธอน่าจะเข้าสู่ขอบเขตนักยุทธ์ได้ในอีกไม่กี่วัน”

ขอบเขตศิษยุทธ์ 9 ดาวนั้นยังขาดค่าโลหิตปราณอีก 1,000 แต้มเท่านั้นจึงจะกลายเป็นขอบเขตนักยุทธ์  และจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 1 เดือนในการฝึกฝนเพื่อให้ครบ 1,000 แต้มนั้น

ความสามารถของลั่วซือหานในการครองที่ 1 นั้นต้องเป็นผลมาจากโลหิตปราณและพลังอันเหนือธรรมดาของเธออย่างแน่นอน

เมื่อได้ยินเช่นนั้น  เฉียนหยวนจงรองอธิการบดีแห่งสถาบันหลงอู่จึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

“ว่าแต่  รองอธิการหลี่  ผมพึ่งเห็นกลุ่มคนจากสถาบันคุณ...  เอ่อ...  เป็นนักศึกษาใช่มั้ย  คนไม่เยอะ  แต่ดูเป็นระเบียบดี  พวกเธอคืออะไรเหรอ...”

“อ๋อ  หมายถึงห้องหนึ่งใช่มั้ย  นั่นห้องที่อาจารย์เฉินสอนน่ะ”

หลี่หมิงซินรู้ว่าเรื่องซุบซิบทั้งหมดที่พูดมานั้นสุดท้ายจะเป็นตัวนำเข้าสู่คำถามนี้  และเขาก็อดรู้สึกภูมิใจเล็กน้อยไม่ได้

“ห้องหนึ่งเหรอครับ  ก็คือห้องเรียนทั้งห้องว่างั้น  แต่มีนักศึกษาแค่ไม่กี่คนเองเนี่ยนะ”

“ครับ  เป็นห้องพิเศษก็เลยมีคนน้อย”

“แม้จ้าว  สถาบันคุณก็โหดเกิ๊น ! ตอนที่ห้องนั่นโผล่มาผมเนี่ยคิดว่ากองทัพมาเองซะอีก”

“ฮ่า ๆ ๆ คุณพูดถูก  พวกเธอมีระเบียบวินัยมาก ! ห้องอื่นเละเทะกันหมดแท้ ๆ แต่มีแต่พวกเธอเท่านั้นที่เงียบกริบ  ถ้าผมมีห้องแบบนั้นบ้างล่ะก็  ต่อให้นอนหลับอยู่ผมก็ยังหัวเราะออกมาแน่ ๆ”

“นั่นสิ  ห้องแบบนี้จะต้องหล่อหลอมนักศึกษาให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  มีบรรยากาศที่ดีเยี่ยม  และเด็ก ๆ ที่จบจากห้องนี้จะต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งสุด ๆ ชัวร์ป้าด”

คำชมที่คนเหล่านี้พูดแน่นอนว่าเป็นของจริง  และความอิจฉาของพวกเขาเองก็เป็นของจริงเช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้วใครบ้างจะไม่ต้องมีห้องแบบนั้น  นั่นมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สามารถนำความรุ่งโรจน์มาสู่สถาบันได้อย่างง่ายดายเลยเชียวนะ

แล้วหลี่หมิงซินจะไม่รู้สึกยินดีที่ได้ยินดังนั้นได้อย่างไร

“เออใช่  รองอธิการหลี่  ผมคิดว่าในห้องนั่นมีนักศึกษาแค่สามสิบเจ็ดคนเองนะ  อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ได้มาด้วยเหรอ  ไม่ใช่ว่าควรจะต้องมีการคุ้มครองเหรอครับ”

หลี่หมิงซินตกใจ  แต่ก็เข้าใจที่พูดในทันที

“อ๋อ  ไม่ใช่ครับ  ทั้งห้องมีนักศึกษาแค่สามสิบหกคน  ส่วนคนที่เดินนำหน้าก็คืออาจารย์เฉิน”

“อะไรกันเนี่ย ? เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นอาจารย์เหรอ ? ? ?”

เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนก็ต่างตกใจกันหมด

จบบทที่ บทที่ 34 : จับรางวัล 10 ครั้งรวด ! อัปเกรดศักยภาพอีกครั้ง ! ความแข็งแกร่งพุ่งพรวด !

คัดลอกลิงก์แล้ว