เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 : ประเพณีอันดีงามของห้อง 1 : ประหยัดและขยันหมั่นเพียร ! เปิดโลกทัศน์ !

บทที่ 33 : ประเพณีอันดีงามของห้อง 1 : ประหยัดและขยันหมั่นเพียร ! เปิดโลกทัศน์ !

บทที่ 33 : ประเพณีอันดีงามของห้อง 1 : ประหยัดและขยันหมั่นเพียร ! เปิดโลกทัศน์ !


“นี่คือแดนลับภูเขาไท่หมิงเหรอ  คนเยอะมากเลย !”

“หืม ? พวกจากสถาบันหลวงหนิ !”

“โอ้โห ! หนุ่มหล่อสาวสวยเพียบเลย !”

“แม่จ้าว ! นั่นห้องไรอะ  ทำไมมีแต่สาวสวย...  เด๋วนะ ๆ ทำไมยืนกันเป็นระเบียบเรียบร้อยงั้นล่ะ”

หน้าประตูทางเข้าแดนลับภูเขาไท่หมิง

นักศึกษาปี 1 จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เดินทางมารอก่อนเวลา

และทันทีที่เหล่านักศึกษาจากสถาบันหลวงเทเลพอร์ตมาปุ๊บก็เกิดความวุ่นวายขึ้นปั๊บ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เมื่อเห็นหน้าค่าตาของห้องของเฉินมู่ที่โดดเด่นสะดุดตากว่าใครเพื่อน

เมื่อเทียบกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายและการสนทนาที่ครึกครื้นของห้องอื่น ๆ แล้ว  ห้อง 1 กลับมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างยิ่ง  ไม่มีใครกระซิบกระซาบอะไรกันเลย  ดังนั้นนอกจากความเป็นกลุ่มสาวสวยแล้วนี่จึงเป็นอีกข้อที่ทำให้โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด

แม้แต่พวกหลี่หมิงซินเองก็ยังอดชื่นชมไม่ได้

“คำสั่งของเขาเข้มงวดมาก  เทียบเท่ากับกองทัพเลยทีเดียว  อาจารย์เฉินช่างเก่งกาจจริง ๆ”

“จริงด้วย ! ดูอย่างจ้าวหลินซี  ซูเสี่ยวเถา  แล้วก็เฉียนอิงอิงสิ  พวกเธอทั้งหมดมีใครบ้างที่ในเมืองหลวงนี้ไม่มีชื่อเสียงเหม็นโฉ่ในเรื่องชอบก่อปัญหา”

“ยัยพวกสมองกลับที่ถ้าไม่มีใครคอยเฝ้าก็เกือบจะจุดไฟเผาจวนเจ้าเมืองตลอดทั้งวันนั่น  ตอนนี้กลับประพฤติตัวดีเหมือนเด็กทารกกันหมดแล้ว”

จ้าวหลินซีและหมู่คณะ : พวกลุงคิดว่าพวกหนูอยากเป็นแบบนี้เหรอ  แต่ถ้าไม่เชื่อฟังก็ต้องโดนลงโทษอย่างหนัก  แถมโดนทรมานร่างกายอย่างเดียวไม่พอยังโดนทรมานจิตใจไปด้วยอีก  นี่มันฆ่าทั้งกายทั้งใจชัด ๆ (น้ำตาไหลอาบแก้ม)

“รองอธิการหลี่”

ในขณะนั้นเอง  รองอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็เดินทางมาถึง

แม้ว่าพวกเขาจะทักทายกันอย่างสุภาพ  แต่หลายคนก็แอบมองนักศึกษาของห้อง 1 อยู่เงียบ ๆ

หลี่หมิงซินรู้ดีว่าข้อมูลนั้นเป็นความจริง  แต่เนื่องจากเขาได้รับคำสั่งห้ามเปิดเผยจึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นไม่เห็น

“ว่าแต่ทุกคน  เด็ก ๆ มากันครบหมดแล้วใช่มั้ย”

“ยกเว้นบางสถาบันที่คิดว่าตัวเองยังมือไม่ถึง  นอกนั้นก็มาครบหมดแล้ว”

หลี่หมิงซินพยักหน้า

“งั้นเชิญทุกคนเลยครับ”

ทุกคนอยากถาม  แต่ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการ  พวกเขายังมีเวลาถามคำถามอีกมากมายหลังจากที่นักศึกษาและอาจารย์เข้าไปข้างในแล้ว

ยอดฝีมือจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งแปดแห่งช่วยกันเปิดประตูมิตินี้

จากนั้นประตูขนาด 10 ตารางเมตรก็ปรากฏขึ้น

เมื่อผู้นำจากมหาวิทยาลัยท่านอื่น ๆ พยักหน้าให้กันเสร็จ  หลี่หมิงซินก็พูดออกมาโดยไม่ลังเล

“เด็ก ๆ เหตุการณ์ในแดนลับภูเขาไท่หมิงนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน  เนื่องจากข้างในนั้นมีสัตว์ปิศาจระดับราชาอยู่  ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นให้กรุณาจำไว้ว่าความปลอดภัยของพวกคุณสำคัญที่สุด”

การผจญภัยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการแสวงหาสมบัติล้ำค่าหายาก  รวมถึงการสั่งสมประสบการณ์เพื่อก้าวขึ้นเป็นบุคคลสำคัญ

ดังนั้นหลี่หมิงซินจึงไม่พูดอะไรมาก  หลังจากทักทายกันอย่างสุภาพแล้วเขาก็ให้ทุกคนเข้าไปข้างในด้วยกัน

เมื่อเห็นว่าพวกหลี่หมิงซินไปคุยกับเจ้าเมืองเหลียนฮวาที่พึ่งมาถึง  เฉินมู่ก็นำพวกลั่วซือหานเข้าไปข้างในอย่างใจเย็น

...

แดนลับภูเขาไท่หมิงเป็นเทือกเขากว้างใหญ่ไพศาลที่ซึ่งทุกสิ่งล้วนเขียวชอุ่มสุดลูกหูลูกตา

หลังจากเข้าไปข้างในเฉินมู่ก็รู้สึกว่าพลังวิญญาณนั้นเข้มข้นขึ้นมาก  เขาจึงหันไปมองนักศึกษาหญิงทั้งสองที่กำลังมองด้วยความสงสัยและตื่นเต้นแล้วหัวเราะเบา ๆ

“นึกว่าจะป๊อดซะอีก”

[ พูดไม่ออก +44 ]

“แต่ก็ดี  ช่วยให้ฉันไม่ต้องเสียเวลาช่วยพวกหล่อนเตรียมใจ”

ถึงอย่างไรมันก็เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกกลัวและเป็นกังวลเมื่อก้าวเข้าสู่แดนลับแลที่สุดแสนจะอันตรายเช่นนี้เป็นครั้งแรก

เฉินมู่จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นพวกเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง

“เอาล่ะ  เลิกไร้สาระกันแค่นี้”

เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเฉินมู่  ทุกคนจึงรีบแถวตรงและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

“จุดประสงค์หลักของการพาพวกคุณมาที่นี่ก็คือ...  เพื่อฝึกฝน”

“และเพื่อทดสอบผลลัพธ์จากการฝึกฝนตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา”

“แต่ก่อนอื่น  ผมมีสามเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทราบ”

“สิ่งสำคัญประการแรกคือพวกคุณต้องกลับมาอย่างปลอดภัย  ผมไม่สนใจว่าพวกคุณจะทำอะไรหรืออยากทำอะไรในช่วงสามวันนี้”

“ผมขอพูดแค่อย่างเดียว  ตราบใดที่คุณไม่ตายที่นี่  เรื่องที่เหลือทุกอย่างผมจัดการเอง”

“เพราะงั้นถ้าลงมือแล้วก็จงทำด้วยความมั่นใจ  จงไปพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเองมาซะ”

“แต่จำไว้ว่า  พวกคุณเป็นหนึ่งเดียวกัน”

[ พูดไม่ออก +55 ]

[ พูดไม่ออก +55 ]

“ประการที่สอง  แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะห่วยแตกไม่ต่างอะไรกับผ้าขี้ริ้วห่อขี้เลยก็ตาม  แต่เราก็ยังต้องสืบทอดประเพณีอันดีงามของบ้านเราต่อไป  ซึ่งก็คือประหยัดและขยันหมั่นเพียร  เหมือนกับสไตล์การเรียนของห้องเรา”

“ดังนั้น  ข้อกำหนดของผมก็คือ  พวกคุณต้องนำสิ่งของที่เป็นของตัวเองกลับมาด้วย  หากพวกคุณไม่ต้องการใช้ก็สามารถเอามาแลกกับสิ่งที่มีประโยชน์กว่าได้”

“ประการที่สาม  การสำรวจป่าละเมาะนี่...   ไม่สิ  การผจญภัย...  เออนั่นแหละ”

[ พูดไม่ออก +66 ]

[ เศร้า +66 ]

[ ดูถูกเหยียดหยาม +66 ]

“มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งแปดแห่งจะร่วมกันมอบรางวัลให้ห้องที่ได้ที่หนึ่ง  แต่ก็แน่นอนว่าไอ้พวกขอทานน่าสงสารนั่นมันก็คงเอาของดี ๆ ออกมาไม่ได้อยู่แล้วล่ะนะ”

[ พูดไม่ออก +88 ]

ทุกคน : ‘มีแต่มึงนั่นแหละที่กล้าเรียกพวกนั้นว่าไอ้พวกขอทานน่าสงสาร...  อืม...  ก็ดูเหมือนจะจริงนะ (ทำหน้าเหยเกเหมือนลำไส้บิดเกลียวไปเก้ารอบ)’

“สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ผมเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด  ตราบใดที่พวกคุณสามารถคว้าที่หนึ่งให้มหาลัยเราได้  พวกคุณแต่ละคนจะได้รับใบชา  ไม่สิ  น้ำใบชาเพิ่มอีกหนึ่งชาม  พร้อมข้าวกล่องแบบเดียวกับชุดเดิมของผมอีกวันละสามมื้อ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นดวงตาของทุกคนก็มีประกายไฟลุกท่วม  และพวกเธอต่างแสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง

ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ว่าไอ้น้ำใบชาที่ว่านั่นคืออะไรก็เถอะ  แต่เรื่องสรรพคุณของมันนั่นมีจริงแน่นอน  เพราะแค่ตักใส่น้ำอาบวันละช้อนจิตใจก็สดชื่นแจ่มใสขึ้นมากโข !

ทำให้พวกเธอสามารถเรียนรู้วิชาฝึกฝนและทักษะยุทธ์ได้เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า  โคตรจึ้งเลยเชียวล่ะ !

ดังนั้นการได้ดื่มน้ำนี่สัก 1 ชามมันต้องมีประโยชน์มากกว่าการอาบเอาแน่ ๆ !

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงข้าวกล่องแบบเดียวกับที่เฉินมู่กินเลย  มันต้องอร่อยกว่าที่ตนกินอยู่เยอะมากชัวร์

“อย่าพึ่งตื่นเต้นไป  ยังมีอะไรมากกว่านี้อีก”

เมื่อเห็นว่าฝูงหมาป่าหิวโหยเริ่มฮึกเหิมกันแล้ว  เฉินมู่จึงค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดว่า

“คนที่ได้อันดับหนึ่งถึงสามของมหาลัยสามารถเลือกไอเทมฟ้าดินอันล้ำค่าหายากระดับจักรพรรดิของผมได้หนึ่งชิ้น”

“อะไรนะ ! ระดับจักรพรรดิเลยเหรอ ? ? ?”

[ ตกใจ +88 ]

[ ช็อก +88 ]

[ ตื่นเต้น +88 ]

[ ตื่นเต้น +88 ]

[ ตั้งตารอ +88 ]

เมื่อสาวเทพทั้งสองได้สติกลับคืนมาก็ถึงกับหอบหายใจถี่รัวอย่างหนัก

รู้ ๆ กันอยู่ว่าพวกเธอกินของระดับปราชญ์ทุกวัน  ซึ่งมันส่งผลต่อการพัฒนาตนเองของพวกเธออย่างเหลือจะเชื่อ

แล้วถ้าเกิดได้ใช้สมบัติระดับจักรพรรดิล่ะ  จะไม่บินแบบติดจรวดเลยหรอกเหรอ

แม้แต่ใต้เท้าจักรพรรดินีของเราก็ยังเสียสติไปแล้วตอนนี้

ระดับจักรพรรดิ ! นี่มันระดับจักรพรรดิเลยนะ ! แม้แต่ในชาติก่อน  หากได้มาครองเธอก็คงต้องเก็บมันไว้เป็นมรดกตกทอดของตระกูล

ไม่คิดเลยว่าเฉินมู่จะเอามาใช้มันเป็นของรางวัล !

“ไม่ต้องห่วงค่ะอาจารย์ ! พวกเราจะตั้งใจฝึกอย่างแน่นอน !”

“แค่ตั้งใจอย่างเดียวไม่พอ  พวกคุณต้องลงมือทำด้วย  เข้าจั๊ย ?”

“ทราบแล้วค่า !”

เหล่าสาว ๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียงกันพร้อมกับประสานมือคารวะด้วยความตื่นเต้นยินดี

“โอเค !”

เฉินมู่ยืนกอดอก  เมื่อเห็นทุกคนแถวตรงอีกครั้งเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“กฎของห้องเรามีอะไรบ้าง”

“เชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด ! ! !”

“ธรรมเนียมของห้องเราคืออะไร”

“ขยันและประหยัด ! ! ! เปิดใจรับไอเดียใหม่ ๆ ! ! !”

“คำขวัญประจำห้องเราคืออะไร ?”

“เป็นคนต้องมีกระดูกสันหลัง ! ! !”

“ดีมาก !”

เฉินมู่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ  จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ

“แยกย้าย !”

“ฟิ้ว  ฟิ้ว  ฟิ้ว !”

ทันทีที่เฉินมู่พูดจบเหล่านักศึกษาสาวทั้งหลายก็เริ่มทำตามที่ฝึกฝนตามปกติ  โดยจัดกลุ่มสามคนแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็วในทุกทิศทาง

เมื่อเห็นว่าทุกคนจากไปหมดแล้วเฉินมู่ก็อดไม่ได้ที่จะหันคอไปมอง

“การต้องมาคอยสอนพวกโง่นี่ทุกวันเล่นเอารู้สึกเหมือนสิ้นอายุขัยไปหลายปีเลย  แต่ตอนนี้ก็สามารถชดเชยสูญเสียทั้งหมดได้แล้ว”

“เฮ่อ ~”

“ไม่เป็นไร ๆ เก็บสะสมมาสี่วันแล้ว  ค่าอารมณ์ตอนนี้เกินหมื่นแล้วด้วย”

“ไปหาที่สวย ๆ จับรางวัลสิบครั้งรวดให้มันสะใจดีกว่า”

จบบทที่ บทที่ 33 : ประเพณีอันดีงามของห้อง 1 : ประหยัดและขยันหมั่นเพียร ! เปิดโลกทัศน์ !

คัดลอกลิงก์แล้ว