- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 33 : ประเพณีอันดีงามของห้อง 1 : ประหยัดและขยันหมั่นเพียร ! เปิดโลกทัศน์ !
บทที่ 33 : ประเพณีอันดีงามของห้อง 1 : ประหยัดและขยันหมั่นเพียร ! เปิดโลกทัศน์ !
บทที่ 33 : ประเพณีอันดีงามของห้อง 1 : ประหยัดและขยันหมั่นเพียร ! เปิดโลกทัศน์ !
“นี่คือแดนลับภูเขาไท่หมิงเหรอ คนเยอะมากเลย !”
“หืม ? พวกจากสถาบันหลวงหนิ !”
“โอ้โห ! หนุ่มหล่อสาวสวยเพียบเลย !”
“แม่จ้าว ! นั่นห้องไรอะ ทำไมมีแต่สาวสวย... เด๋วนะ ๆ ทำไมยืนกันเป็นระเบียบเรียบร้อยงั้นล่ะ”
หน้าประตูทางเข้าแดนลับภูเขาไท่หมิง
นักศึกษาปี 1 จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เดินทางมารอก่อนเวลา
และทันทีที่เหล่านักศึกษาจากสถาบันหลวงเทเลพอร์ตมาปุ๊บก็เกิดความวุ่นวายขึ้นปั๊บ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นหน้าค่าตาของห้องของเฉินมู่ที่โดดเด่นสะดุดตากว่าใครเพื่อน
เมื่อเทียบกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายและการสนทนาที่ครึกครื้นของห้องอื่น ๆ แล้ว ห้อง 1 กลับมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างยิ่ง ไม่มีใครกระซิบกระซาบอะไรกันเลย ดังนั้นนอกจากความเป็นกลุ่มสาวสวยแล้วนี่จึงเป็นอีกข้อที่ทำให้โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่พวกหลี่หมิงซินเองก็ยังอดชื่นชมไม่ได้
“คำสั่งของเขาเข้มงวดมาก เทียบเท่ากับกองทัพเลยทีเดียว อาจารย์เฉินช่างเก่งกาจจริง ๆ”
“จริงด้วย ! ดูอย่างจ้าวหลินซี ซูเสี่ยวเถา แล้วก็เฉียนอิงอิงสิ พวกเธอทั้งหมดมีใครบ้างที่ในเมืองหลวงนี้ไม่มีชื่อเสียงเหม็นโฉ่ในเรื่องชอบก่อปัญหา”
“ยัยพวกสมองกลับที่ถ้าไม่มีใครคอยเฝ้าก็เกือบจะจุดไฟเผาจวนเจ้าเมืองตลอดทั้งวันนั่น ตอนนี้กลับประพฤติตัวดีเหมือนเด็กทารกกันหมดแล้ว”
จ้าวหลินซีและหมู่คณะ : พวกลุงคิดว่าพวกหนูอยากเป็นแบบนี้เหรอ แต่ถ้าไม่เชื่อฟังก็ต้องโดนลงโทษอย่างหนัก แถมโดนทรมานร่างกายอย่างเดียวไม่พอยังโดนทรมานจิตใจไปด้วยอีก นี่มันฆ่าทั้งกายทั้งใจชัด ๆ (น้ำตาไหลอาบแก้ม)
“รองอธิการหลี่”
ในขณะนั้นเอง รองอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็เดินทางมาถึง
แม้ว่าพวกเขาจะทักทายกันอย่างสุภาพ แต่หลายคนก็แอบมองนักศึกษาของห้อง 1 อยู่เงียบ ๆ
หลี่หมิงซินรู้ดีว่าข้อมูลนั้นเป็นความจริง แต่เนื่องจากเขาได้รับคำสั่งห้ามเปิดเผยจึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นไม่เห็น
“ว่าแต่ทุกคน เด็ก ๆ มากันครบหมดแล้วใช่มั้ย”
“ยกเว้นบางสถาบันที่คิดว่าตัวเองยังมือไม่ถึง นอกนั้นก็มาครบหมดแล้ว”
หลี่หมิงซินพยักหน้า
“งั้นเชิญทุกคนเลยครับ”
ทุกคนอยากถาม แต่ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการ พวกเขายังมีเวลาถามคำถามอีกมากมายหลังจากที่นักศึกษาและอาจารย์เข้าไปข้างในแล้ว
ยอดฝีมือจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งแปดแห่งช่วยกันเปิดประตูมิตินี้
จากนั้นประตูขนาด 10 ตารางเมตรก็ปรากฏขึ้น
เมื่อผู้นำจากมหาวิทยาลัยท่านอื่น ๆ พยักหน้าให้กันเสร็จ หลี่หมิงซินก็พูดออกมาโดยไม่ลังเล
“เด็ก ๆ เหตุการณ์ในแดนลับภูเขาไท่หมิงนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เนื่องจากข้างในนั้นมีสัตว์ปิศาจระดับราชาอยู่ ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นให้กรุณาจำไว้ว่าความปลอดภัยของพวกคุณสำคัญที่สุด”
การผจญภัยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการแสวงหาสมบัติล้ำค่าหายาก รวมถึงการสั่งสมประสบการณ์เพื่อก้าวขึ้นเป็นบุคคลสำคัญ
ดังนั้นหลี่หมิงซินจึงไม่พูดอะไรมาก หลังจากทักทายกันอย่างสุภาพแล้วเขาก็ให้ทุกคนเข้าไปข้างในด้วยกัน
เมื่อเห็นว่าพวกหลี่หมิงซินไปคุยกับเจ้าเมืองเหลียนฮวาที่พึ่งมาถึง เฉินมู่ก็นำพวกลั่วซือหานเข้าไปข้างในอย่างใจเย็น
...
แดนลับภูเขาไท่หมิงเป็นเทือกเขากว้างใหญ่ไพศาลที่ซึ่งทุกสิ่งล้วนเขียวชอุ่มสุดลูกหูลูกตา
หลังจากเข้าไปข้างในเฉินมู่ก็รู้สึกว่าพลังวิญญาณนั้นเข้มข้นขึ้นมาก เขาจึงหันไปมองนักศึกษาหญิงทั้งสองที่กำลังมองด้วยความสงสัยและตื่นเต้นแล้วหัวเราะเบา ๆ
“นึกว่าจะป๊อดซะอีก”
[ พูดไม่ออก +44 ]
“แต่ก็ดี ช่วยให้ฉันไม่ต้องเสียเวลาช่วยพวกหล่อนเตรียมใจ”
ถึงอย่างไรมันก็เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกกลัวและเป็นกังวลเมื่อก้าวเข้าสู่แดนลับแลที่สุดแสนจะอันตรายเช่นนี้เป็นครั้งแรก
เฉินมู่จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นพวกเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“เอาล่ะ เลิกไร้สาระกันแค่นี้”
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเฉินมู่ ทุกคนจึงรีบแถวตรงและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
“จุดประสงค์หลักของการพาพวกคุณมาที่นี่ก็คือ... เพื่อฝึกฝน”
“และเพื่อทดสอบผลลัพธ์จากการฝึกฝนตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา”
“แต่ก่อนอื่น ผมมีสามเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทราบ”
“สิ่งสำคัญประการแรกคือพวกคุณต้องกลับมาอย่างปลอดภัย ผมไม่สนใจว่าพวกคุณจะทำอะไรหรืออยากทำอะไรในช่วงสามวันนี้”
“ผมขอพูดแค่อย่างเดียว ตราบใดที่คุณไม่ตายที่นี่ เรื่องที่เหลือทุกอย่างผมจัดการเอง”
“เพราะงั้นถ้าลงมือแล้วก็จงทำด้วยความมั่นใจ จงไปพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเองมาซะ”
“แต่จำไว้ว่า พวกคุณเป็นหนึ่งเดียวกัน”
[ พูดไม่ออก +55 ]
[ พูดไม่ออก +55 ]
“ประการที่สอง แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะห่วยแตกไม่ต่างอะไรกับผ้าขี้ริ้วห่อขี้เลยก็ตาม แต่เราก็ยังต้องสืบทอดประเพณีอันดีงามของบ้านเราต่อไป ซึ่งก็คือประหยัดและขยันหมั่นเพียร เหมือนกับสไตล์การเรียนของห้องเรา”
“ดังนั้น ข้อกำหนดของผมก็คือ พวกคุณต้องนำสิ่งของที่เป็นของตัวเองกลับมาด้วย หากพวกคุณไม่ต้องการใช้ก็สามารถเอามาแลกกับสิ่งที่มีประโยชน์กว่าได้”
“ประการที่สาม การสำรวจป่าละเมาะนี่... ไม่สิ การผจญภัย... เออนั่นแหละ”
[ พูดไม่ออก +66 ]
[ เศร้า +66 ]
[ ดูถูกเหยียดหยาม +66 ]
“มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งแปดแห่งจะร่วมกันมอบรางวัลให้ห้องที่ได้ที่หนึ่ง แต่ก็แน่นอนว่าไอ้พวกขอทานน่าสงสารนั่นมันก็คงเอาของดี ๆ ออกมาไม่ได้อยู่แล้วล่ะนะ”
[ พูดไม่ออก +88 ]
ทุกคน : ‘มีแต่มึงนั่นแหละที่กล้าเรียกพวกนั้นว่าไอ้พวกขอทานน่าสงสาร... อืม... ก็ดูเหมือนจะจริงนะ (ทำหน้าเหยเกเหมือนลำไส้บิดเกลียวไปเก้ารอบ)’
“สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ผมเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ตราบใดที่พวกคุณสามารถคว้าที่หนึ่งให้มหาลัยเราได้ พวกคุณแต่ละคนจะได้รับใบชา ไม่สิ น้ำใบชาเพิ่มอีกหนึ่งชาม พร้อมข้าวกล่องแบบเดียวกับชุดเดิมของผมอีกวันละสามมื้อ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นดวงตาของทุกคนก็มีประกายไฟลุกท่วม และพวกเธอต่างแสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ว่าไอ้น้ำใบชาที่ว่านั่นคืออะไรก็เถอะ แต่เรื่องสรรพคุณของมันนั่นมีจริงแน่นอน เพราะแค่ตักใส่น้ำอาบวันละช้อนจิตใจก็สดชื่นแจ่มใสขึ้นมากโข !
ทำให้พวกเธอสามารถเรียนรู้วิชาฝึกฝนและทักษะยุทธ์ได้เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า โคตรจึ้งเลยเชียวล่ะ !
ดังนั้นการได้ดื่มน้ำนี่สัก 1 ชามมันต้องมีประโยชน์มากกว่าการอาบเอาแน่ ๆ !
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงข้าวกล่องแบบเดียวกับที่เฉินมู่กินเลย มันต้องอร่อยกว่าที่ตนกินอยู่เยอะมากชัวร์
“อย่าพึ่งตื่นเต้นไป ยังมีอะไรมากกว่านี้อีก”
เมื่อเห็นว่าฝูงหมาป่าหิวโหยเริ่มฮึกเหิมกันแล้ว เฉินมู่จึงค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“คนที่ได้อันดับหนึ่งถึงสามของมหาลัยสามารถเลือกไอเทมฟ้าดินอันล้ำค่าหายากระดับจักรพรรดิของผมได้หนึ่งชิ้น”
“อะไรนะ ! ระดับจักรพรรดิเลยเหรอ ? ? ?”
[ ตกใจ +88 ]
[ ช็อก +88 ]
[ ตื่นเต้น +88 ]
[ ตื่นเต้น +88 ]
[ ตั้งตารอ +88 ]
เมื่อสาวเทพทั้งสองได้สติกลับคืนมาก็ถึงกับหอบหายใจถี่รัวอย่างหนัก
รู้ ๆ กันอยู่ว่าพวกเธอกินของระดับปราชญ์ทุกวัน ซึ่งมันส่งผลต่อการพัฒนาตนเองของพวกเธออย่างเหลือจะเชื่อ
แล้วถ้าเกิดได้ใช้สมบัติระดับจักรพรรดิล่ะ จะไม่บินแบบติดจรวดเลยหรอกเหรอ
แม้แต่ใต้เท้าจักรพรรดินีของเราก็ยังเสียสติไปแล้วตอนนี้
ระดับจักรพรรดิ ! นี่มันระดับจักรพรรดิเลยนะ ! แม้แต่ในชาติก่อน หากได้มาครองเธอก็คงต้องเก็บมันไว้เป็นมรดกตกทอดของตระกูล
ไม่คิดเลยว่าเฉินมู่จะเอามาใช้มันเป็นของรางวัล !
“ไม่ต้องห่วงค่ะอาจารย์ ! พวกเราจะตั้งใจฝึกอย่างแน่นอน !”
“แค่ตั้งใจอย่างเดียวไม่พอ พวกคุณต้องลงมือทำด้วย เข้าจั๊ย ?”
“ทราบแล้วค่า !”
เหล่าสาว ๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียงกันพร้อมกับประสานมือคารวะด้วยความตื่นเต้นยินดี
“โอเค !”
เฉินมู่ยืนกอดอก เมื่อเห็นทุกคนแถวตรงอีกครั้งเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“กฎของห้องเรามีอะไรบ้าง”
“เชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด ! ! !”
“ธรรมเนียมของห้องเราคืออะไร”
“ขยันและประหยัด ! ! ! เปิดใจรับไอเดียใหม่ ๆ ! ! !”
“คำขวัญประจำห้องเราคืออะไร ?”
“เป็นคนต้องมีกระดูกสันหลัง ! ! !”
“ดีมาก !”
เฉินมู่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ
“แยกย้าย !”
“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !”
ทันทีที่เฉินมู่พูดจบเหล่านักศึกษาสาวทั้งหลายก็เริ่มทำตามที่ฝึกฝนตามปกติ โดยจัดกลุ่มสามคนแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็วในทุกทิศทาง
เมื่อเห็นว่าทุกคนจากไปหมดแล้วเฉินมู่ก็อดไม่ได้ที่จะหันคอไปมอง
“การต้องมาคอยสอนพวกโง่นี่ทุกวันเล่นเอารู้สึกเหมือนสิ้นอายุขัยไปหลายปีเลย แต่ตอนนี้ก็สามารถชดเชยสูญเสียทั้งหมดได้แล้ว”
“เฮ่อ ~”
“ไม่เป็นไร ๆ เก็บสะสมมาสี่วันแล้ว ค่าอารมณ์ตอนนี้เกินหมื่นแล้วด้วย”
“ไปหาที่สวย ๆ จับรางวัลสิบครั้งรวดให้มันสะใจดีกว่า”