เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 : บอกอารองด้วยว่า : ฉันอยากกินปลา !

บทที่ 32 : บอกอารองด้วยว่า : ฉันอยากกินปลา !

บทที่ 32 : บอกอารองด้วยว่า : ฉันอยากกินปลา !


มองดูเหล่าสาวสวยจากห้อง 1 แบ่งออกเป็นสี่กลุ่มและเดินตามเฉินมู่ไปอย่างพร้อมเพรียงกัน

ทุกคนต่างชื่นชมความงามของเหล่านักศึกษาหญิงที่พึ่งมาถึง  แต่แล้วก็ต้องตะลึงในทันที

แม้แต่นักศึกษาปี 2 กับปี 3 ก็ยังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นฉากนี้

“เกิดไรขึ้น  ห้องหนึ่งเป็นระเบียบเรียบร้อยกันแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”

“นี่มันแปลก ๆ นะว่าปะ  มหาลัยเรายังมีประเพณีการฝึกทหารอยู่อีกเหรอ”

“ดูท่าห้องหนึ่งจะมีอะไรแหม่ง ๆ นะเนี่ย”

“ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม  แต่พอเห็นพวกเธอแล้วรู้สึกเหมือนถูกกดขี่อย่างแรงอะ”

“เอาตรง ๆ นะ  น้อง ๆ พวกนี้โคตรสวยเลยว่ะ  เฮ่ย  ไอ้คนที่เดินนำนั่นน่ะใช่ไอ้ขยะระดับเอฟที่ว่ากันปะ ?”

นักศึกษารุ่นพี่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันยิ่งแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนเหล่านักศึกษาปี 1 คนอื่น ๆ กลับสับสนยิ่งกว่า

ถึงแม้ฉันจะไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเธอถึงแต่งตัวเหมือนกันหมดราวกับฝึกทหาร  แต่ในเมื่อเทพธิดาของตนมาแล้ว  งั้นก็ต้องออกไปเลียแข้งเลียขาเป็นธรรมดา

พวกที่ตั้งสติได้เร็วก็รีบเดินออกไปกะจะจีบ

“นางฟ้าเย่ ! หิวน้ำมั้ยครับ  เราเอาน้ำพุจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์มาให้ด้วยนะ !”

“นางฟ้าซีซี  ผมเอาผลถังหูลู่ของโปรดคุณมาให้แล้วนะ !”

“นางฟ้าลั่วครับ ! ผมขอให้ปู่รองหาสมบัติธาตุไฟหายากมาให้  ชอบมั้ยครับ”

ฝูงชนต่างพากันชื่นชมเด็กนักศึกษาหญิงห้อง 1 กันอย่างบ้าคลั่ง  แต่ว่านักศึกษาหญิงเหล่านั้นไม่เพียงแต่แสดงสีหน้าเรียบเฉยใส่เท่านั้น  แต่ถึงขั้นเมินเฉยต่อทุกคนโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองด้วยซ้ำ

ขนาดพวกจ้าวหลินซีที่ปกติเคยพูดจาร่าเริงสดใสตอนนี้ยังมีแต่สายตาดูถูกเหยียดหยามล้วน ๆ

หลังจากผ่านพ้นความยากลำบากมา 1 เดือนเต็ม  แม้แต่พวกที่ห่วยที่สุดก็ยังไต่ไปถึงขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์ 2 ดาวได้เลย  แล้วจะไม่ให้พวกเธอดูถูกหมาเลียรองเท้าฝูงนี้ได้อย่างไร

ในสายตาของพวกเธอ  ไอ้พวกนี้ก็แค่เด็กเกรียนที่มีดีแค่พ่อรวย  วัน ๆ เอาแต่มาทำตัวเป็นหมาเลียแข้งเลียขาผู้หญิงเท่านั้น  ช่างเป็นพวกขุนไม่ขึ้นและน่าดูถูกยิ่งนัก

โดยเฉพาะลั่วซือหานกับเย่จิ่นชิวซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  สองคนนี้ยิ่งทวีคูณความเย็นชามากขึ้นไปอีก

ในตอนนี้บรรดานักศึกษาผู้หญิงห้อง 1 ต่างมุ่งมั่นอยู่กับการฝึกฝนพลังและกำจัดฉายา ‘พวกโง่เง่า’ เพื่อตบหน้าเฉินมู่ให้แหลกกันอยู่

สิ่งที่พวกเธอต้องการในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวคือการสั่งสอนไอ้เหี้ยเฉินมู่ให้มันรู้สำนึก  ทุบตีมันจนกว่าจะสาหัสปางตายเพื่อเป็นการแก้แค้นที่มันปากหมาใส่เราทุกคนอย่างไม่รู้จักหยุดจักหย่อนไม่เว้นแต่ละวัน

แล้วที่เหลือล่ะ

แม้แต่หมายังไม่แลเลยแล้วจะให้พวกเราแลได้ยังไง

ถึงกระนั้นการปรากฏตัวของพวกเธอได้มอบโอกาสให้กับฉินหลาน  หลี่เฉิงคุน  และคนอื่น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อเห็นเย่จิ่นชิวปรากฏตัว  ฉินหลานก็ทิ้งซูซิงหางที่ยืนนิ่งอยู่และเข้ามาทักทายเธอด้วยรอยยิ้มกว้างทันที

“น้องจิ่นชิวครับ  ช่วงนี้เป็นไงบ้าง”

เมื่อเห็นว่าเย่จิ่นชิวไม่แม้แต่จะเหลือบมองตนและยังคงเดินก้มหน้าตามเฉินมู่ไป  ฉินหลานก็ยิ่งแน่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเฉินมู่ต้องทำอะไรบางอย่างกับเธอเพื่อเป็นการข่มขู่ไม่ให้เธอพูดกับตนชัวร์ ๆ

โดยไม่พูดอะไรสักคำ  เจ้าตัวทำหน้าบึ้งและวิ่งตรงไปขวางทางเฉินมู่

ทว่าก่อนที่เฉินมู่จะทันได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา  การกระทำของฉินหลานก็พลันทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาถึงกับกลัวจนเกือบสิ้นสติ

ถ้าไม่ใช่เพราะรองอธิการหลี่สั่งห้ามไม่ให้ไปมีเรื่องกับเฉินมู่จนได้รู้ว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติชัวร์ ๆ ล่ะก็  ป่านนี้เขาคงกระโดดออกไปเฉ่งยับไปแล้ว !

“ฉินหลาน ! หลีกไปซะ ! อย่าไปขวางทางอาจารย์เฉิน !”

ฉินหลานหรี่ตาลงและจ้องมองเฉินมู่ด้วยสีหน้าเย็นชา

“อาจารย์ซูครับ  ผมแค่มีเรื่องอยากถามอาจารย์เฉินนิดหน่อยเอง  ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ !”

ไม่ต้องห่วง

ไม่ห่วงพ่องสิวะ  ต่อให้มึงเป็นหลานของท่านอธิการฉินก็เถอะ  แต่ถ้าท่านรู้ท่านก็ฆ่ามึงอยู่ดีนะเว่ย !

ซูฉวนสบถเบา ๆ แล้วรีบเข้าไปคว้าแขนฉินหลานไว้

“หยุดพูดเรื่องไร้สาระแล้วกลับไปต่อแถวซะ ! เรากำลังจะไปแล้ว !”

ฉินหลานไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย  เอาแต่จ้องมองเฉินมู่เขม็ง

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับอาจารย์ซู  ไม่เสียเวลาหรอก”

เฉินมู่มองกลับด้วยสายตาแปลก ๆ

“ฉินหลาน ? คนตระกูลฉินเหรอ ?”

ฉินหลานพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา  แววตาเต็มไปด้วยความดูถูก  ปากก็ยิ้มเยาะไปด้วย

“ทำไม  จะประจบไง ? บอกเลยนะว่าต่อให้มึงรู้จักน้ากู  แต่วันนี้กูก็จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้จิ่นชิวให้ได้ !”

“อ้อ ?”

เฉินมู่หันกลับไปมองเย่จิ่นชิวที่ตอนนี้สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจปนสงสัย

“ความยุติธรรมแบบไหนล่ะที่อยากจะทวงให้น่ะ”

[ โกรธจนไฟลุก +25 ]

“พูดมา ! มึงทำเหี้ยไรกะจิ่นชิวไว้ ! ข่มขู่เธอใช่มั้ย !”

ฉินหลานหลงรักเย่จิ่นชิวมาตั้งแต่เด็ก  เธอคือผู้หญิงที่ตนรักมานาน  และยิ่งไปกว่านั้นตราบใดที่ตนสามารถแต่งงานกับเธอและได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเย่  สถานะของตนในตระกูลฉินก็จะสูงขึ้นแบบติดจรวดอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุผลทั้งด้านเหตุผลและด้านความรู้สึก  ฉินหลานจึงไม่อาจปล่อยให้เย่จิ่นชิวตกอยู่ในมือของเฉินมู่ได้

ทว่าก่อนที่เฉินมู่จะทันได้พูดอะไร  ที่อาจารย์ปรึกษาของฉินหลานที่ตอนนี้เหงื่อแตกเต็มหน้าผากก็รีบคว้าตัวมันไว้ก่อน  และพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

“ฉินหลาน ! รู้ตัวบ้างมั้ยว่าพูดอะไรออกมา  กลับไปเด๋วนิ ! เราจะไปกันแล้ว !”

“ไม่ ! วันนี้ผมต้องหาคำอธิบายให้จิ่นชิวให้ได้ !”

เมื่อเห็นฉินหลานดื้อรั้นไม่ยอมฟังเฉินมู่จึงล้วงมือเข้ากระเป๋าและเผยแววตาหัวเราะเยาะเบา ๆ

“แล้วมึงอยากทำไรล่ะ  หืม ?”

ฉินหลานเยาะเย้ยเพราะคิดว่าเฉินมู่คงยอมถอยแล้ว

“ง่าย ๆ เลย  ให้จิ่นชิวมาเรียนที่ห้องสามกู  แล้วมึงก็...”

“ฉินหลาน ! ! !”

ก่อนที่ฉินหลานจะพูดจบซูฉวนก็ตกใจสุดขีด

เขารีบขัดจังหวะฉินหลานทันทีและเอื้อมมือออกไปพยายามลากมันไปให้พ้นทางด้วยสัญชาตญาณ

ส่วนด้านเฉินมู่ดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น  และหลังจากใช้สายตาหยุดซูฉวนแล้วเขาก็ยิ้ม

“ให้ย้ายเย่จิ่นชิวไปเรียนในห้องของพวกมึงงั้นเหรอ”

เฉินมู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง  จากนั้นก็หันกลับไปมองเย่จิ่นชิวด้วยสีหน้าแปลก ๆ

“อืม...”

“หล่อนเนี่ย  คนชอบเยอะเนอะ”

ในสายตาของแกฉันเป็นแค่หมูโง่ตัวหนึ่งไม่ใช่เหรอยะ

[ เศร้า +88 ]

เมื่อเห็นว่าเย่จิ่นชิวยังคงนิ่งเงียบและไม่มีสีหน้าใด ๆ เฉินมู่จึงเอียงคอเล็กน้อยแล้วถามว่า

“คุณ...  อยากย้ายห้องมั้ย  ถ้าอยากก็ไปเขียนคำร้องมา  แล้วผมจะเซ็นอนุมัติให้”

[ เศร้า +88 ]

ถึงแม้เย่จิ่นชิวจะพูดไม่ออก  แต่เธอจะไม่เข้าใจความหมายของเฉินมู่ได้อย่างไร

ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไรดวงตาของฉินหลานก็เปล่งประกายขึ้น

“น้องจิ่นชิวครับ  ตอบตกลงเลยครับ  ผมรู้ว่ามันต้องบังคับน้องแน่ ๆ !”

“ผมสัญญาเลยว่าถ้าน้องย้ายมาเรียนกับเรา  ผมจะออกค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนให้ทั้งหมด  และจะช่วยน้องแก้แค้นมันด้วย ! ผมจะสั่งสอนมันให้หลาบจำไปตลอดชาติ !”

ค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนทั้งหมดเลยเหรอ

เมื่อได้ยินดังนั้น  เหล่านักศึกษาหญิงห้อง 1 ทั้งห้องต่างทำท่าทางดูถูกเหยียดหยาม

พวกตัวตลกกระโดดไปมา

ส่วนเรื่องการแก้แค้นอะไรนั่น

ก็บอกได้แค่ว่าตระกูลฉินมีลูกชายที่ดีมาก  เป็นลูกกตัญญูอย่างเหลือเชื่อ

“ไม่จำเป็น”

เย่จิ่นชิวพูดอย่างใจเย็นแบบสีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ

“ฉันจะไม่เปลี่ยนห้อง  แล้วฉันก็ไม่ได้ถูกบังคับ”

“แล้วก็  ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปกรุณาเรียกฉันด้วยชื่อเต็มด้วยค่ะ  ฉันกลัวว่าอาจารย์เฉินอาจเข้าใจผิด”

“เธอ ? !”

ฉินหลานตัวสั่นด้วยความโกรธและกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

“ไม่ต้องไปกลัวมันหรอกน้องจินชิว ! ต่อให้มันจะมีเส้นสายทรงอิทธิพลแค่ไหน  แต่ตระกูลฉินกับตระกูลเย่ก็ไม่ใช่ตระกูลที่ใครจะมาแหยมได้ง่าย ๆ ! แล้วก็...”

“ม้วน !”

เมื่อเห็นแววตาเย็นชาและรังเกียจของเย่จิ่นชิวเปลือกตาของฉินหลานก็กระตุก  และใบหน้ามันก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับก้นหม้อในทันที

ในความคิดของมัน  ที่เย่จิ่นชิวโหดเหี้ยมเช่นนี้ก็เพราะเฉินมู่อยู่ตรงนี้  ทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพูดแบบนี้

ด้วยความคิดเองเออเองนี่เองที่ทำให้ฉินหลานแน่ใจว่าเฉินมู่ได้ข่มขู่เย่จิ่นชิว  ซึ่งเป็นเหตุผลที่เย่จิ่นชิวที่จำต้องทนทุกข์ทรมานและถูกดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างหนักจำใจตัดความสัมพันธ์กับตน

ความคิดที่ว่าเทพธิดาของตนต้องทนทุกข์ทรมานจากน้ำมือของไอ้เฉินมู่ทั้งวันทั้งคืนทำให้ฉินหลานรู้สึกเหมือนในอกจะระเบิด

“เฉินมู่...”

ฉินหลานจ้องมองเฉินมู่ด้วยสายตาที่ดุดันทั้งเนื้อทั้งตัวสั่นเทาไปหมด

“กูอยากให้……”

“ฉินหลาน”

ก่อนที่ฉินหลานจะทันได้พูดอะไร  หลี่หมิงซินซึ่งยืนอยู่บนเวทีก็เริ่มพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“แดนลับเปิดแล้ว  หากคุณยังทำให้คนอื่นเสียเวลาต่อไปอีกล่ะก็  คุณก็ไม่ต้องไปแล้ว”

เมื่อได้ยินแบบนั้นสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปและหันไปมองฉินหลานอย่างพร้อมเพรียงกัน

เมื่อเห็นว่าหากยังยื้อต่อไปอีกจะทำให้ฝูงชนไม่พอใจ  ฉินหลานจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องระงับความโกรธและพูดด้วยตาแดงก่ำ

“ฮ่า ๆ ๆ โอเค  ดีมาก  งั้นก็ไปกันเถอะ”

ฉินหลานจากไปพร้อมกับคณะติดตาม  ทิ้งให้พวกรุ่นพี่มองดูด้วยความเสียดาย

ทว่าหลังจากกลับไปที่ห้อง  ฉินหลานมองหลี่เฉิงคุนด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“ฉันอยากให้มันตาย  มันต้องตาย...”

หลี่เฉิงคุนได้ยินแบบนั้นก็เย้ยหยัน

“ไม่ต้องห่วงเลยคุณชายฉิน  อาจารย์ของเราจะเข้าไปในแดนลับเพื่อปกป้องศิษย์  เมื่อเข้าไปข้างในแล้วการจัดการกับศิษย์ยุทธ์สามดาวกระจอก ๆ สำหรับเรามันก็ง่ายดายจะตาย”

ฉินหลานกัดฟันแน่น  ในดวงตาลุกโชนไปด้วยแสงเย็นชาขณะที่กำหมัดแน่น

“บอกอารองของฉันด้วยว่า...  ฉันอยากกินปลา !” (อยากฆ่าคน)

จบบทที่ บทที่ 32 : บอกอารองด้วยว่า : ฉันอยากกินปลา !

คัดลอกลิงก์แล้ว