เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 : อาจารย์คนนี้ดีทุกตรงยกเว้นปาก

บทที่ 28 : อาจารย์คนนี้ดีทุกตรงยกเว้นปาก

บทที่ 28 : อาจารย์คนนี้ดีทุกตรงยกเว้นปาก


สถาบันหลวง

หอพักนักศึกษา

ห้อง 501

ลั่วซือหานซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ในอ่างอาบน้ำค่อย ๆ ลืมตาขึ้น  แสงสีแดงวาบขึ้นในดวงตาเธอ

ราวกับรับรู้ได้ถึงบางสิ่ง  ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความยินดีและเธอก็รีบยกมือขึ้นเพื่อตรวจสอบดู

“ศิษย์ยุทธ์สี่ดาว  เสถียรดีแล้ว !”

“แถมยังพัฒนาพลังค่าโลหิตปราณถึงสี่พันห้าแล้วด้วย !”

การฝึกฝนที่ทำให้ฝีมือพัฒนาขึ้นเป็นที่ประจักษ์นี้ทำให้ลั่วซือหานตื่นเต้นอย่างยิ่ง  เพราะตอนนี้เธอเป็นนักศึกษาที่เก่งที่สุดในห้องซึ่งสมกับที่เป็นจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด

อย่าลืมว่ามหาวิทยาลัยพึ่งเปิดเทอมได้แค่ 2 วันเอง

นักศึกษาส่วนใหญ่ในห้องอื่น ๆ ยังไม่ถึงขั้นศิษย์ยุทธ์ 1 ดาวด้วยซ้ำ  และตือให้ถึงจะมีบ้างก็ตาม  แต่จำนวนก็น้อยนิดนัก  เมื่อเทียบกับเธอแล้ว  พวกเขาก็ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะมาเทียบเลย

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นอย่างแท้จริง

ในระหว่างวัน  เธอถูกเฉินมู่ทำร้ายมาอย่างหนัก  เดิมทีเธอคิดว่าเฉินมู่แค่รักษาบาดแผลและสิ่งกีดขวางซ่อนเร้นซึ่งเกิดจากความผิดพลาดในการฝึกฝนพลังโลหิตปราณของเธอที่สั่งสมมาตั้งแต่ตอนก่อนพลังตื่นเท่านั้น

แต่ตอนนี้ดูแล้วประโยชน์มันจะมากกว่านั้นอีก !

โดยเฉพาะหลังจากอาบน้ำด้วยน้ำยาสมุนไพรแล้ว  เธอรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คุ้นเคยจากกายาของตนอย่างชัดเจน

นั่นไม่ใช่การเพิ่มกำลังของกายา  แต่เหมือนกับการพัฒนากายามากกว่า

อย่าลืมว่าเธอคือจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด ! ในชาติก่อนเธอได้ใช้วัตถุดิบล้ำค่าหายากมากมายเพื่อเพิ่มกำลังของกายามาแล้ว

ดังนั้น  เธอจึงเข้าใจได้อย่างชัดเจนถึงวิธีการเพิ่มพลังของกายาตนเอง

แต่เมื่อมาดูตอนนี้  เธอตระหนักว่าไม่เพียงแต่ไม่รู้เรื่องเท่านั้น  แต่ยังไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริงในกายาของตัวเองด้วยซ้ำ

ถ้าหากพลังโจมตีธาตุไฟและความเร็วในการดูดซับพลังวิญญาณของกายาก่อนหน้านี้อยู่ที่ 100 หลังจากถูกเฉินมู่อัดยับค่าดังกล่าวก็เพิ่มขึ้นเป็น 200 !

ชาติก่อนค่านี้จะมีได้ก็ต่อเมื่อได้อัปเกรดกายาแล้วเท่านั้น !

แล้วจะไม่ให้เธอตื่นเต้นได้อย่างไร

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อกายาเพิ่มพลังขึ้นอีกมันจะถึง 400 ได้รึเปล่า

“ไม่รู้ว่าไอ้สารเลวนั่นมันตั้งใจหรือไม่กันแน่  ถ้าเกิดมันตั้งใจล่ะก็นี่โคตรน่ากลัวแล้วนะ”

กายานั้นหายากมากถึงหนึ่งในหมื่น  มันไม่เกี่ยวกับศักยภาพเลย

ดังนั้นกายาจึงเป็นความลับที่สำคัญที่สุดของจอมยุทธ์ทุกคน  เพราะกายาอันแข็งแกร่งกับการไม่มีนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  และเป็นแหล่งที่มาของความมั่นใจในการต่อสู้เหนือกว่าระดับของตนเอง

เธอไม่รู้ว่าเฉินมู่มีกายาเหมือนกันหรือไม่  แต่ถ้าเขารู้ว่าตัวเองมี  และยังใช้วิธีนี้พัฒนาตัวเองด้วยเหมือนกันล่ะก็  ไม่รู้ว่านั่นจะน่ากลัวขนาดไหนอีก

ท้ายที่สุดแล้วการรู้และการเข้าใจเป็นสองสิ่งที่คนละเรื่องกัน

แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังรู้สึกดีใจมากที่กายาของตนพลังเพิ่มขึ้น

ส่วนเรื่องที่ว่าเฉินมู่รู้หรือไม่นั้น  เราจะได้รู้เมื่อได้รู้จักกันมากขึ้น

แต่……

“ไอ้เหี้ย...  ไม่มีความเกรงใจกันเลยซักนิด  มันยังกล้าทำเราขายหน้าต่อหน้าสาธารณชน...”

ลั่วซือหานหน้าแดงและรีบถุยน้ำลาย

ไม่งั้นจิตใจคงแตกสลายอีกครั้ง

“ไม่ ! ต้องเริ่มฝึกฝนเดี๋ยวนี้  แล้วไปแสดงให้มันเห็นถึงพลังของศักยภาพระดับเอส !”

“พอระดับพลังฝึกฝนของเราสูงกว่ามันเมื่อไหร่ค่อยไปสั่งสอนมันให้รู้สำนึก ! จะได้ล้างแค้นให้ความอัปยศอดสูในวันนี้ !”

เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดินีของเราไม่เรียนรู้ถึงบทเรียนก่อนหน้านี้เลย

ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเรื่องยากที่จะให้หญิงสาวผู้มีฐานะดีมายอมก้มหัวให้กับคนไร้ค่าที่เธอรู้จักกันเพียงแค่สองวันหรือไม่

...

เช้าตรู่ของวันถัดไป

หลังจากลากรถเข็นอาหารเข้าไปในห้องเรียนแล้ว  เฉินมู่ก็มองดูเหล่านักศึกษาหญิงทั้งหลายด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง  พวกเธอประพฤติตัวดีขึ้นในทันที

“มาเร้ว ๆ อู๊ด ๆ ๆ ๆ ได้เวลากินข้าวแล้วเร้วลูกหมูทั้งหลาย”

[ เศร้า +43 ]

[ พูดไม่ออก +35 ]

“จารย์เนี่ยดีทุกตรงยกเว้นปากอะ”

“หล่อ  หัวร้อน  ตรงไปตรงมา  แต่ปากหมา”

หลังจากฟังที่ทุกคนเริ่มบ่นไปเรื่อยเฉินมู่ก็ถึงกับพูดไม่ออกและหมดความอดทน

“นี่ฉันจะไม่เจอจิ้งหรีดเงียบ ๆ เลยเหรอ”

“แบร่ ๆ ๆ ฝันไปเถอะย่ะ !”

เมื่อเห็นดังนั้นแล้วพวกนักศึกษาหญิงไม่น้อยต่างแลบลิ้นล้อเลียนเขา  ทำให้ลั่วซือหานและเย่จิ่นชิวต้องเอามือปิดปากและหัวเราะออกมา

หลังจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันมา 2 วัน  สาว ๆ ก็เริ่มเข้าใจบุคลิกบางส่วนของเฉินมู่ได้แล้ว

ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อเฉินมู่ก็ไม่ถือสาหากจะล้อเล่นกัน

อย่างไรก็ตาม  ปากของเขานั้นก็หวานเหมือนอาบน้ำผึ้งมา (ประชด) ดังนั้นการหาโอกาสทำให้เขารำคาญจึงเป็นวิธีแก้แค้นอย่างหนึ่ง

เฉินมู่กลอกตาใส่ทุกคนแล้วเปิดฝารถเข็นอาหาร

“มาเร้ว ๆ ต่อแถวตรงรางเลย !”

นักศึกษาหญิงต่างส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย่อหยิ่ง  แต่คำพูดของพวกเธอกลับบ่งบอกถึงความรู้สึกที่แท้จริง และพวกเธอก็รีบไปตักข้าวเช้าของตัวเองอย่างเร็ว

เมื่อวานหิวมากมาทั้งวัน  และในที่สุดก็ได้กินแล้ว  แถมยังเป็นมื้อใหญ่ที่มีทั้งเนื้อทั้งปลาอีกด้วย ! ใครจะไม่ชอบล่ะ

และเมื่อพวกเธอได้มันมาอยู่ในมือ  พวกเธอก็เปลี่ยนความคิดทันที

“เอานี่  จ้าวหลินซี  เฉียนหยิงหยิง  แล้วก็ซูเสี่ยวเถา  นี่คือของขวัญของพวกคุณ”

“ว้าว ! ! ! มีเพิ่มออปชั่นให้ด้วย ! ขอบคุณค่ะจารย์ !”

[ โอ้โห ๆ ! ! ! แค่กล่องใส่ยังสวยเลย ! แบบนี้ข้างในต้องมีของดีแนะ... ]

[ เศร้า +88 ]

[ เศร้า +88 ]

[ เศร้า +88 ]

จ้าวหลินซีมองดูสมองหมูในมือ  จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องเฉินมู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจและบูดบึ้ง

“จารย์คะ  กรุณามีมารยาทบ้างเถอะค่ะ”

“นับจากนี้เป็นต้นไปพวกคุณจะได้กินสมองหมูเป็นของว่างพิเศษวันละสามมื้อเพื่อบำรุงสมองตรง ๆ ไปเลย”

“...”

[ เศร้า +88 ]

[ เศร้า +88 ]

[ เศร้า +88 ]

“ได้โปรดเถอะค่ะจารย์  ได้โปรดเมตตาหนูด้วยเถอะค่า...”

“คำคัดค้านไม่อนุมัติ”

“แงงงง...  เจ๊ชิวอ่า  ดูมันซี่ดูมานนนนนน...  แงงงงง...”

[ อยากตาย +88 ]

หลังจากที่เย่จิ่นชิวเกลี้ยกล่อมคนอื่น ๆ ให้แยกย้ายกันไปอย่างเงียบ ๆ เธอก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วมองไปที่เฉินมู่

“อาจารย์คะ  อาจารย์เย่...  ทำไมวันนี้ถึงไม่มาเหรอคะ”

เฉินมู่หน้าแดงเล็กน้อยแต่แสร้งทำเป็นสงบขณะตอบ

“อ๋อ  เธอเหรอ  ไม่รู้สิ  เมื่อวานอาจจะกินอะไรผิดสำแดงแล้วท้องเสียมั้ง  เห็นบอกวันนี้ลาหยุด”

ท้องเสียได้ด้วยเหรอ

[ สับสน +55 ]

แม้แต่จอมยุทธ์ขอบเขตเทพยุทธ์ก็ยังท้องเสียจากการกินอะไรผิดสำแดงได้ด้วย ?

เย่จิ่นชิวรู้สึกสับสนเล็กน้อย  แต่เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของเฉินมู่แล้ว...  เชื่อก็ได้วะ

เมื่อเห็นเย่จิ่นชิวเดินจากไปเฉินมู่ก็อดถอนหายใจโล่งอกไม่ได้

แม้เขาจะสามารถรักษาความสงบได้แม้ในสถานการณ์ความเป็นความตาย  แต่ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้เหมือนกัน  เฉินมู่กลับรู้สึกผิดเล็กน้อยเมื่อเธอถามเขาถึงเรื่องนี้

แต่ต้องยอมรับว่าเรื่องอย่างว่านั้นผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดีมาก

ด้วยพลังของกายศักดิ์สิทธิ์หยินหยางสรรสร้าง  ระดับการฝึกฝนของเขาจึงก้าวไปถึมหาปรมาจารย์ยุทธ์ 6 ดาว  ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดมากกว่าขอบเขต  และพลังโลหิตปราณของเขามีมากกว่า 60,000

ยิ่งไปกว่านั้น  พลังฝึกฝนของเขายังมีความเสถียรอย่างเหลือเชื่อ  ปราศจากข้อบกพร่องแม้แต่นิด  อันที่จริงแล้วยังแข็งแกร่งกว่าพลังฝึกฝนของฉินเสี่ยวเสี่ยวและเย่หานยู่เสียอีก

อย่างไรก็ตาม  เมื่อนึกถึงแววตาเศร้าสร้อยของเย่หานยู่ในเช้าวันนั้นเฉินมู่ก็อดรู้สึกอยากจะไอออกมาไม่ได้

“เฮ้อ  จะโทษเราทั้งหมดก็ไม่ได้หรอก  ถ้าจะโทษใครก็ต้องโทษยัยแม่มดฉินเสี่ยวเสี่ยวที่ปลดผนึก...”

นั่นคือสิ่งที่พูดกัน  แต่การอัปเกรดศักยภาพนั้นช่วยยกระดับการฝึกฝนได้เยอะมาก  เฉินมู่จึงเข้าใจแล้วว่าทำไมลั่วซือหานถึงภาคภูมิใจอยู่เสมอ

ด้วยต้นทุนที่มากมายมหาศาลขนาดนี้เธอย่อมมีสิทธิ์ที่จะภาคภูมิใจอยู่แล้วสิ

คิดจบก็เหลือบมองเหล่านักศึกษาสาวที่กำลังกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย  และมุมปากของเขาก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง

“เฮ่อ...  พวกนี้ทั้งหมดมันลูกหมูตัวน้อยน่ารักของเราเท่านั้น”

“วันนี้อารมณ์ดี  เพราะงั้นก็เปิดโหมดแรงโน้มถ่วงสองเท่า  แล้วสร้างบรรยากาศฟาร์มค่าอารมณ์ดูหน่อยดีกว่า !”

เฉินมู่พึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเองแล้วก็เข็นรถเข็นอาหารออกไปอย่างมีความสุข

“รีบหน่อย ! รีบกินเร็ว ๆ ! เวลาอาหารก็เหมือนสนามรบ ! ศัตรูจะไม่ให้เวลาพวกคุณได้ลิ้มรสอร่อยหรอกนะ ! สามสิบวินาที ! ถ้ากินไม่หมดให้วิดพื้นร้อยครั้ง !”

[ เศร้า +55 ]

[ พูดไม่ออก +55 ]

เวลาอาหารก็เสมือนสนามรบ

อาจารย์คะ  ได้โปรดมีมารยาทบ้างเถอะค่า...

เหล่านักศึกษาสาวต่างเศร้าใจ  แต่ปากและมือกลับเชื่อฟังคำสั่งของเขาเป็นอย่างดี  รีบจ้วงข้าวจากถาดหลุมใส่ปากรัว ๆ

ภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที  นักศึกษาทั้งห้องก็อิ่มกันจนต้องเรอและเช็ดปากโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเอง  ลืมมารยาทสุภาพสตรีไปหมดแล้ว

“ดีมาก ๆ จากนี้ไปอย่ามัวเสียเวลาไปกับเรื่องกิน  แล้วใช้เวลาไปกับการฝึกฝนให้มากขึ้น”

“อย่าลืมล่ะว่าผมสัญญากับพวกคุณทุกคนไว้แล้วว่าพวกคุณทุกคนจะได้บรรลุขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์ภายในหนึ่งเดือน  ถ้าใครทำพลาดฉันจะเอาชื่อพวกมันไปแขวนไว้ที่ซุ้มประตูมหาลัยแล้วให้คอสเพลย์ฉางเอ๋อ”

[ เศร้า +66 ]

[ ไม่พอใจ +66 ]

“ดูมันซิ  พูดมาสามประโยคนี่ไม่รู้เรื่องเลยซักประโยคเดียว”

“ทำไมอาจารย์เราถึงต้องเป็นคนแบบนี้ด้วย...”

“มันไม่รู้จักวิธีทะนุถนอมสาวสวยเลยซักนิด  ไอ้หมอนี่มันต้องโสดไปตลอดชาติแบบไม่เหลือความหวังแล้วชัวร์ !”

พวกนักศึกษาสาวต่างบ่นกัน  กลับกันจักรพรรดินีของเรานั้นพยักหน้าอย่างมั่นใจ

“ไม่ต้องห่วงค่ะอาจารย์  หนูจะเลื่อนเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ภายในเวลาไม่ถึงเดือนให้ได้ค่ะ !”

“ด้วยพลังโลหิตปราณที่เพิ่มขึ้นในตอนนี้  หนูจะบรรลุถึงศิษย์ยุทธ์สมบูรณ์แบบเก้าดาวได้ภายในเวลาไม่ถึงห้าวัน  จากนั้นก็จะสามารถเลื่อนขั้นไปสู่ขอบเขตนักยุทธ์ได้แล้ว”

“เพราะงั้นหนูจะเลื่อนเป็นขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์ภายในยี่สิบวันได้อย่างแน่นอน !”

เมื่อได้ยินคำโอ้อวดของลั่วซือหานทุกคนก็เริ่มประจบประแจงเธอทันที

“โอ้โหหัวหน้าห้องอย่างเจ๋งอะ ! จะเลื่อนเป็นศิษย์ยุทธ์เก้าดาวในเวลาไม่ถึงอาทิตย์เลยเหรอ”

“ฉันจำได้ว่าสถิติสูงสุดตลอดกาลของสถาบันหลวงเราคือสามเดือนป๊ะ  ขอบเขตศิษย์ยุทธ์เก้าดาวอะ”

“อย่างฉันเนี่ยถึงตอนนี้จะเป็นศิษย์ยุทธ์สองดาวแล้วก็เถอะ  แต่ถ้าจะให้ถึงเก้าดาวอย่างน้อย ๆ ก็ต้องอีกครึ่งเดือนอะ  จะให้ไปถึงขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์ภายในหนึ่งเดือนเนี่ยดูจะยากเหลือเกิน...”

“ช่าย ~ ฉันไม่อยากคอสเพลย์ฉางเอ๋อหรอกนะ  มันน่าอายเกินไป”

เมื่อเห็นแบบนั้นเฉินมู่จึงมองทุกคนด้วยสีหน้าแปลก ๆ แล้วพูดว่า

“ใครบอกพวกคุณว่า...  การถึงแค่เก้าดาวในแต่ละขอบเขตเท่ากับบรรลุความสมบูรณ์แบบแล้ว ?”

เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนต่างก็อึ้งไป

จบบทที่ บทที่ 28 : อาจารย์คนนี้ดีทุกตรงยกเว้นปาก

คัดลอกลิงก์แล้ว