- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 27 : จับรางวัล ! อัปเกรดศักยภาพ ! พลังรบพุ่งทะยาน !
บทที่ 27 : จับรางวัล ! อัปเกรดศักยภาพ ! พลังรบพุ่งทะยาน !
บทที่ 27 : จับรางวัล ! อัปเกรดศักยภาพ ! พลังรบพุ่งทะยาน !
“เฮ่อสวรรค์โปรด ในที่สุดก็ไม่ต้องเจอกะฝูงหมูแล้ว”
บ้านของเย่หานยู่
เย่หานยู่นั่งอยู่บนโซฟาฟังเฉินมู่บ่นพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกระโจนใส่และจูบเขารัว ๆ
“ขอบคุณที่เหนื่อยน้าเป่าเอ๋อของเรา เด๋วน้ายู่จะให้รางวัลเธอเป็นจูบรัว ๆ ละกันน้า ~”
เฉินมู่ถอนหายใจอย่างพูดไม่ออกแล้วกอดเย่หานยู่ที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขตอบ
“มีแต่พวกเธอเท่านั้นนี่แหละที่ทำให้ฉันสบายใจได้”
“พูดไม่ออกเลยจริง ๆ บนโลกนี้ยังมีคนโง่ขนาดนี้อยู่ได้ยังไงกัน”
“ขนาดสอนทีละขั้นละตอนอย่างกับจะจับมือทำแล้วแท้ ๆ แต่พวกมันก็ยังไม่เข้าใจอีก”
“โดยเฉพาะยัยจ้าวหลินซีกะยัยซูเสี่ยวเถานั่น ! เรียกพวกมันว่าหมูยังดูถูกหมูซะด้วยซ้ำ”
“เด๋วพรุ่งนี้ต้องเอาสมองหมูไปให้พวกมันกินซะแล้วสิ เผื่อสมองพวกมันจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาบ้าง !”
เมื่อเห็นว่าเฉินมู่เริ่มโมโหมากขึ้นเรื่อย ๆ เย่หานยู่จึงลูบหน้าอกของเฉินมู่และปลอบโยนเขาอย่างอ่อนโยน
“โธ่เป่าเอ๋อร์ ~ พวกหล่อนไม่ใช่ทหารของเธอนะ เป็นแค่เด็กน้อยกลุ่มนึง อย่าโกรธไปเลย”
“ถ้าพวกมันเป็นทหารของผมล่ะก็ผมคงไล่พวกมันออกไปนานแล้ว !”
“ใช่ ๆ ๆ ตามนั้นเลยจ้า พวกมันนั่นแหละที่โง่”
เย่หานยู่อดหัวเราะไม่ได้และรีบปลอบเขาเหมือนปลอบเด็ก ๆ
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเป๋าเอ๋อของเธอ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปในทันที
“เป่าเอ๋อจ๊ะ ?”
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเย่หานยู่เปลี่ยนไปและกำลังจะถอดเสื้อผ้าของเขา เฉินมู่จึงคว้ามือเล็ก ๆ ของเธอไว้ด้วยความรู้สึกหมดหนทาง
“อ้อ ไม่มีอะไร...”
“หมายความว่าไงฮื้ม ? ตรงไหนที่ไม่มีอะไร ?”
สีหน้าของเย่หานยู่เปลี่ยนไปอีกครั้งและเธอก็ฉีกเสื้อผ้าของเฉินมู่ออกอย่างไม่ยับยั้งชั่งใจ
ทว่า เมื่อเห็นรอยแผลที่เกิดจากอาวุธชนิดต่าง ๆ บนหน้าอกเขา ซึ่งแต่ละรอยมีลักษณะที่แตกต่างกัน ใบหน้าของเย่หานยู่ก็เย็นชาลงทันที และแววตาของเธอก็ดูราวจะกลืนกินเขา
“ใคร... ใครมันทำแบบนิ ! ใครมันกล้าทำ ! ! !”
เมื่อเห็นความโกรธของเย่หานยู่พลุ่งพล่าน ผมสวยปลิวไสวโดยไม่มีลมพัด และแม้แต่บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนเป็นน่าอึดอัด เฉินมู่จึงขยับริมฝีปากเล็กน้อยแล้วรีบคว้าศีรษะของเธอเอาไว้
“คิดไรอยู่เนี่ย ? ใจเย็น ๆ ไม่ถึงตายซักหน่อย”
เย่หานยู่ตัวสั่นด้วยความโกรธ หลังจากดึงเสื้อผ้าออกอีกครั้ง รอยแผลเป็นน่าเกลียดที่ยาวอย่างน้อย 40 เซนติเมตรและเนื้อเยื่อแผลเป็นหลายแห่งที่เห็นได้ชัดว่าเป็นบาดแผลทะลุทะลวงนั้นปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด
“ยัยซูหร่านมีประโยชน์อะไร... หล่อนมีประโยชน์อะไรมิทราบ ? !”
“หล่อน... ทำร้ายเธอตั้งหลายครั้งแถมยังรุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ ? อยากตายมากนักรึไง ? ? ?”
“เด๋ว ๆ ๆ !”
เมื่อเห็นว่าเย่หานยู่ใกล้จะควบคุมตัวเองไม่ได้ ดวงตาโต ๆ ของเธอปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็ง เฉินมู่จึงรีบคว้าศีรษะเธอมากอดไว้แล้วพูดว่า
“เธอบ้าไปแล้วรึไง ? เลิกทำตัวเหมือนยัยบ้านั่นได้มั้ย ? นี่เป็นการตัดสินใจของฉันเอง และฉันสบายดีอยู่ไม่ใช่เหรอ ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นเย่หานยู่ถึงกับตกใจอย่างเห็นได้ชัด
“เธอตัดสินใจเองเหรอ ? เธอ เธอ...”
“ก็ได้ ~”
เฉินมู่ซึ่งปกติอ่อนโยนเป็นพิเศษได้โอบกอดศีรษะของเธอและลูบเบา ๆ
“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ในสงครามทุกคนย่อมได้รับบาดเจ็บกันทั้งนั้น”
“แต่……”
“เอาล่ะทำตัวดี ๆ หน่อย หยุดใช้พลังแปลงเทพก่อน ไม่งั้นฉันนี่แหละที่จะหนาวตายเอา”
เย่หานยู่รู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เนื่องจากเฉินมู่พูดแล้วเธอจึงทำอะไรไม่ได้
แต่เมื่อเธอเห็นบาดแผลเหล่านั้นใกล้ ๆ น้ำตาของเธอก็เอ่อล้นออกมา
“เป่าเอ๋อ... ไหนเธอบอกอยู่บ้านมันดีมาก ๆ ไง แล้วทำไมถึงต้องทรมานตัวเองแบบนี้ด้วย...”
เย่หานยู่ค่อย ๆ ลูบแผลเบา ๆ ด้วยนิ้วอันสั่นเทา
น้ำตาไหลอาบแก้ม สีหน้าอันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ราวกับว่าเธอได้เห็นแผลสดทุกแผลด้วยตาตัวเอง
เฉินมู่ได้รับบาดเจ็บ แต่เธอกลับเจ็บปวดมากกว่าที่มันเกิดกับตัวเธอเองเสียอีก
“เจ็บมั้ย... เป่าเอ๋อ ?”
เมื่อรู้สึกว่าอกของตนชุ่มไปด้วยน้ำตา และสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนอันไร้ขอบเขตของเย่หานยู่ หัวใจของเฉินมู่ก็อ่อนลง และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
“จะมีอะไรเสียหายล่ะ ผู้ชายที่โตแล้วย่อมต้องยืนหยัดอย่างภาคภูมิ รอยแผลเป็นเล็กน้อยเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นลูกผู้ชายตะหาก”
“สัญลักษณ์ของความเป็นลูกผู้ชายคืออะไรก่อน น้ายู่หวังว่าเธอจะไม่มีมันมากกว่า ถึงยังไงในใจน้ายู่ เธอก็คือลูกผู้ชายตัวจริงอยู่แล้ว !”
พอเห็นเย่หานยู่เป็นแบบนี้เฉินมู่เองก็ปวดหัวตามไปด้วยเหมือนกัน
เพราะเมื่อวันก่อนฉินเสี่ยวเสี่ยวก็เคยอยู่ในสถานการณ์คล้าย ๆ กัน ถ้าเธอไม่โมโหเสียก่อนเธอคงไปตามซูหร่านอย่างแน่นอน
โชคดีที่หลังจากพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ยอมอ่อนข้อให้
จริง ๆ แล้วเขาค่อนข้างชอบความรู้สึกที่ได้รับการดูแลเอาใจเป็นอย่างดีแบบนี้
ก่อนที่จะข้ามมิติมาเกิดเขาเป็นเพียงแค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีใครรู้จัก หลังจากมาเกิดที่โลกนี้แล้ว แม้ว่าเขาจะได้รับการดูแลจากตระกูลเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกของเขาที่มีต่อฉินเสี่ยวเสี่ยวและเย่หานยู่นั้นแตกต่างออกไป
นี่คือเสาหลักที่สนับสนุนความตั้งใจที่จะอุทิศตนเพื่อคนเหล่านี้ของเขา และเป็นเหตุผลที่ทำให้เขายินดีที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมนุษยชาติ
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ใช่คนดีเลิศอะไร และเขาก็ไม่มีเจตนาที่จะเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของใคร
“เอาล่ะ ๆ ไปเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฉันจะช่วยให้เธอเลื่อนระดับไปสู่ขอบเขตจักรพรรดิ”
เย่หานยู่ไม่เต็มใจและดื้อรั้นไม่ยอมไป เธอทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเฉินมู่จึงได้แต่จ้องและเตือนเธอ ก่อนที่เย่หานยู่จะจากไปอย่างขุ่นเคือง
หลังจากมองดูเธอเดินจากไปแล้วเฉินมู่ก็จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยและถอนหายใจ
“ผู้หญิงพวกนี้ดีเยี่ยมทุกอย่าง ยกเว้นตรงที่ทนเห็นเราบาดเจ็บซักนิดก็ไม่ได้ ไม่งั้นพวกเธอจะทำตัวเหมือนคนบ้า ไม่ไหว ๆ”
โซฟา : ฉันสงสัยว่าแกโกหกหน้าตายซึ่ง ๆ หน้า แต่ไม่มีหลักฐานอะ
หลังจากบ่นอยู่นาน ในที่สุดเฉินมู่ก็เปิดแผงควบคุมระบบที่รอคอยมานานสักที
เมื่อเห็นจำนวนค่าอารมณ์ 4321 แต้มแล้วอารมณ์ของเฉินมู่ดีขึ้น
“วันนี้ค่าเอชพีเราไม่เสียไปเปล่า ๆ อย่างน้อยยัยพวกสารเลวนั่นก็พอจะทำอะไรที่ดี ๆ เป็นอยู่บ้าง”
“ระบบ ! จับรางวัล !”
[ ติ๊ง ! ]
[ ขอแสดงความยินดี ! คุณได้จับรางวัลแล้ว ! ]
[ คุณได้รับ : เคล็ดกระบี่ซูอู๋ (เคล็ดกระบี่ว่างเปล่า) (ปราชญ์), ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +20, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]
[ คุณได้รับ : คัมภีร์หทัยไร้คิด (เทพ), ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +20, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]
[ คุณได้รับ : คัมภีร์หอกทำลายล้าง (เทพ), ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +20, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]
[ คุณได้รับ : เจตนาหอกทำลายล้าง (เทพ), ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +20, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]
[ ติ๊ง ! ]
[ ขอแสดงความยินดีด้วย ! ]
[ ศักยภาพเต็มแล้ว ! เลื่อนระดับเรียบร้อยแล้ว ! ]
“อัปเกรดศักยภาพ !”
เฉินมู่รู้สึกราวกับมีดาวตกนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าสู่ร่างกาย ดวงตาเขาเป็นประกายและเขาก็รีบหลับตาลง
ในชั่วพริบตาเดียว
ร่างกายของเขาเปรียบเสมือนกับกาแล็กซีที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วนเคลื่อนผ่านไปราวกับทางช้างเผือกสาดส่องไปทั่วเส้นลมปราณ เนื้อหนัง และกระดูกของเขาอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งอวัยวะภายในก็ยังถูกปกคลุมด้วยชั้นของแสงดาวระยิบระยับ
เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าไม่เพียงแต่ความเร็วในการดูดซึมโลหิตปราณของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเท่านั้น แม้แต่พละกำลังของร่างกายเองก็ยังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวด้วยเช่นกัน
อย่าคิดว่าเท่าตัวนั้นน้อยเกินไป นี่คือความเร็วในการดูดซับที่มากกว่า 100 เท่าเป็นเท่าตัว ! ความเร็วในการดูดซับ 200 เท่าก็เทียบได้กับความเร็วในการดูดซับของเขาหลังจากที่เลื่อนเป็นราชันยุทธ์แล้ว
ส่วนเรื่องร่างกายนั้น ยิ่งน่าเหลือเชื่อกว่าอีก
เดิมทีด้วยพละกำลังอันมหาศาลของเขาก็ไม่มีใครที่ต่ำกว่าระดับราชันยุทธ์จะสามารถทะลวงผ่านการป้องกันของเขาได้แล้ว แต่ตอนนี้ล่ะ แม้แต่ปราชญ์ยุทธ์ก็ยังไม่สามารถทำร้ายเขาได้ด้วยซ้ำ !
สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือเขารู้สึกว่าสายตา ความเร็ว การรับรู้ และความเข้าใจของเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และพลังโจมตีก็ยังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วย !
ถ้าหากเขาต่อสู้กับลั่วซือหานด้วยพละกำลังในตอนนี้ แม้จะไม่ใช้เนตรแห่งกาลเวลาลั่วซือหานก็คงทำอะไรเขาไม่ได้เลยอยู่ดี !
หลังจากผ่านไปนานพอสมควรเฉินมู่ก็ค่อย ๆ เสร็จสิ้นการฝึกฝน
ความตื่นเต้นที่ได้รู้สึกนั้นช่างบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูกเลย !
“สมกับที่คาดหวังไว้ ! ศักยภาพเพิ่มขึ้นแค่ระดับเดียว แต่การขยายพลังโดยรวมเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า ไม่แปลกใจเลยที่ลั่วซือหานถึงมั่นใจขนาดนี้ การขยายศักยภาพระดับเอสของหล่อนต้องแข็งแกร่งกว่าของเราเป็นร้อยเท่าแน่ ๆ”
“พอมองมุมนี้แล้วก็ชักจะตื่นเต้นแล้วสิ่ ว่าพอศักยภาพไปถึงระดับเอสแล้วมันจะเจ๋งขนาดไหน”
“ดูเหมือนว่าเดือนนึงก็น่าจะพอให้พัฒนาศักยภาพไปจนถึงระดับเอสได้ล่ะนะ”
“จากนั้นเราก็ไปลองของที่แดนลับภูเขาไท่หมิง”
ดวงตาของเฉินมู่เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น เขามีตารางงานเดือนหน้าแน่นเอี้ยด
และนี่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเพียงเรื่องเดียว !
“ร่างกายยังพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เราเคยระวังเรื่องการดูดซับพลังวิญญาณ แต่ตอนนี้มันเร็วขึ้นถึงสามร้อยเท่าแล้ว ! ตอนให้ตอนนี้เราจะนอนเฉย ๆ ก็ยังดูดซับพลังวิญญาณได้เร็วกว่าเมื่อวานตอนนั่งสมาธิอีก !”
ปรากฏว่าเขาไม่ได้ใช้พลังกายศักดิ์สิทธิ์หยินหยางสรรสร้างอย่างเต็มที่ หรือพูดให้ถูกก็คือเขาใช้ไปเพียงประมาณ 10% เท่านั้น ตอนนี้อาจจะใช้ไปประมาณ 20% แล้ว
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น กายายังพัฒนาไม่เต็มที่ ดังนั้นเขาระบุค่าที่ถูกต้องไม่ได้
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
ประสิทธิภาพการฝึกฝนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าโดยใช้ความพยายามเพียงแค่ครึ่งเดียว และการใช้สมรรถภาพร่างกายในการฝึกฝนก็มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียวเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพลังที่เพิ่มขึ้น เนตรแห่งกาลเวลาจึงสามารถมองเห็นอนาคตได้ 5 วินาทีแล้ว แทนที่จะเป็น 4 วินาทีในแต่ละวัน !
เมื่อเทียบกันแล้ว หินวิญญาณและค่าโลหิตปราณเพียงเล็กน้อยนั้นดูจะไม่มีความสำคัญอะไรเลย
แน่นอนว่าเฉินมู่ยังคงชื่นชอบวิชาฝึกฝนระดับเทพทั้ง 3 วิชาและเจตนาหอกระดับเทพอยู่ดี
“วิชาฝึกฝนระดับเต๋ามันก็ออกยากจริงอะไรจริง น่าเสียดายที่ครั้งนี้สุ่มสี่ครั้งไม่ติดคริติคอล แต่เดี๋ยวค่อยเก็บแต้มรอสุ่มสิบรอบเอาก็ได้ บางทีอาจจะได้วิชาฝึกฝนระดับเต๋ามาก็ได้”
พลังของคัมภีร์เต้าซวนนั้นไม่อาจปฏิเสธได้เลย แม้ศักยภาพของบุคคลนั้นต่ำแต่พลังโจมตีกลับแข็งแกร่งมาก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นผลมาจากการเสริมพลังของวิชานี้
ตอนนี้ศักยภาพของเขาเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ทำให้เขาน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิมอีก !
“เคล็ดกระบี่ คัมภีร์หัวใจ คัมภีร์หอก และที่สำคัญที่สุดเลยคือมันยังมอบเจตนาหอกขั้นสูงสุดแถมมาให้ด้วย ไอ้ของแบบนี้ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้ จะต้องเรียนรู้และเข้าใจเอาเองเท่านั้น”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจับรางวัลแล้วจะได้ของแบบนี้มา !”
หลังจากเรียนรู้ทุกอย่างแล้วเฉินมู่ก็ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากนั้นเขาจึงเปิดแผงควบคุมขึ้นมาตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง
[ ชื่อ ] : เฉินมู่
[ ระดับ ] : ปรมาจารย์ยุทธ์ (2 ดาว)
[ โลหิตปราณ] : 39823
[ วิชา ] : หมัดแยกเส้นเอ็นมังกรดำ (ปราชญ์), หมัดแปดสุดขั้วถล่มสวรรค์ (ปราชญ์), ดรรชนีทำลายข้อห้าม (เกียรติยศ), ฝ่ามือสลายตะวัน (เกียรติยศ), ลูกเตะมังกรเมฆา (เกียรติยศ), เสียงปราบวิญญาณ (เกียรติยศ), วิชาหยางแผดเผามหาสุริยะ (เกียรติยศ), หนึ่งดรรชนีเต๋าสวรรค์ (จักรพรรดิ), วิชาหยางเก้าวัฏจักร (จักรพรรดิ), เคล็ดซวนกวง (เทพ), เคล็ดกระบี่ซูอู๋ (เทพ), คัมภีร์หทัยไร้คิด (เทพ), คัมภีร์หอกทำลายล้าง (เทพ), คัมภีร์เต้าซวน (เต๋า)
[ กายา ] : กายศักดิ์สิทธิ์หยินหยางสรรสร้าง (เต๋า)
[ พิเศษ ] : เนตรแห่งกาลเวลา
[ ศักยภาพ ] : ระดับ E (15%)
“เจ๋งเป้ง ! ปรมาจารย์ยุทธ์สองดาว !”
“ไม่รู้ว่าพ้นคืนนี้จะไปถึงระดับไหน !”
เมื่อเห็นเย่หานยู่เปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาเรียก เฉินมู่จึงค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า
“ปรมาจารย์ยุทธ์สิบดาว หรือไม่ก็...”
“มหาปรมาจารย์ยุทธ์ไปเลย...”