เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 : จับรางวัล ! อัปเกรดศักยภาพ ! พลังรบพุ่งทะยาน !

บทที่ 27 : จับรางวัล ! อัปเกรดศักยภาพ ! พลังรบพุ่งทะยาน !

บทที่ 27 : จับรางวัล ! อัปเกรดศักยภาพ ! พลังรบพุ่งทะยาน !


“เฮ่อสวรรค์โปรด  ในที่สุดก็ไม่ต้องเจอกะฝูงหมูแล้ว”

บ้านของเย่หานยู่

เย่หานยู่นั่งอยู่บนโซฟาฟังเฉินมู่บ่นพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกระโจนใส่และจูบเขารัว ๆ

“ขอบคุณที่เหนื่อยน้าเป่าเอ๋อของเรา  เด๋วน้ายู่จะให้รางวัลเธอเป็นจูบรัว ๆ ละกันน้า ~”

เฉินมู่ถอนหายใจอย่างพูดไม่ออกแล้วกอดเย่หานยู่ที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขตอบ

“มีแต่พวกเธอเท่านั้นนี่แหละที่ทำให้ฉันสบายใจได้”

“พูดไม่ออกเลยจริง ๆ บนโลกนี้ยังมีคนโง่ขนาดนี้อยู่ได้ยังไงกัน”

“ขนาดสอนทีละขั้นละตอนอย่างกับจะจับมือทำแล้วแท้ ๆ แต่พวกมันก็ยังไม่เข้าใจอีก”

“โดยเฉพาะยัยจ้าวหลินซีกะยัยซูเสี่ยวเถานั่น ! เรียกพวกมันว่าหมูยังดูถูกหมูซะด้วยซ้ำ”

“เด๋วพรุ่งนี้ต้องเอาสมองหมูไปให้พวกมันกินซะแล้วสิ  เผื่อสมองพวกมันจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาบ้าง !”

เมื่อเห็นว่าเฉินมู่เริ่มโมโหมากขึ้นเรื่อย ๆ เย่หานยู่จึงลูบหน้าอกของเฉินมู่และปลอบโยนเขาอย่างอ่อนโยน

“โธ่เป่าเอ๋อร์ ~ พวกหล่อนไม่ใช่ทหารของเธอนะ  เป็นแค่เด็กน้อยกลุ่มนึง  อย่าโกรธไปเลย”

“ถ้าพวกมันเป็นทหารของผมล่ะก็ผมคงไล่พวกมันออกไปนานแล้ว !”

“ใช่ ๆ ๆ ตามนั้นเลยจ้า  พวกมันนั่นแหละที่โง่”

เย่หานยู่อดหัวเราะไม่ได้และรีบปลอบเขาเหมือนปลอบเด็ก ๆ

ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเป๋าเอ๋อของเธอ  สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปในทันที

“เป่าเอ๋อจ๊ะ ?”

เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเย่หานยู่เปลี่ยนไปและกำลังจะถอดเสื้อผ้าของเขา  เฉินมู่จึงคว้ามือเล็ก ๆ ของเธอไว้ด้วยความรู้สึกหมดหนทาง

“อ้อ  ไม่มีอะไร...”

“หมายความว่าไงฮื้ม ? ตรงไหนที่ไม่มีอะไร ?”

สีหน้าของเย่หานยู่เปลี่ยนไปอีกครั้งและเธอก็ฉีกเสื้อผ้าของเฉินมู่ออกอย่างไม่ยับยั้งชั่งใจ

ทว่า  เมื่อเห็นรอยแผลที่เกิดจากอาวุธชนิดต่าง ๆ บนหน้าอกเขา  ซึ่งแต่ละรอยมีลักษณะที่แตกต่างกัน  ใบหน้าของเย่หานยู่ก็เย็นชาลงทันที  และแววตาของเธอก็ดูราวจะกลืนกินเขา

“ใคร...  ใครมันทำแบบนิ ! ใครมันกล้าทำ ! ! !”

เมื่อเห็นความโกรธของเย่หานยู่พลุ่งพล่าน  ผมสวยปลิวไสวโดยไม่มีลมพัด  และแม้แต่บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนเป็นน่าอึดอัด  เฉินมู่จึงขยับริมฝีปากเล็กน้อยแล้วรีบคว้าศีรษะของเธอเอาไว้

“คิดไรอยู่เนี่ย ? ใจเย็น ๆ ไม่ถึงตายซักหน่อย”

เย่หานยู่ตัวสั่นด้วยความโกรธ  หลังจากดึงเสื้อผ้าออกอีกครั้ง  รอยแผลเป็นน่าเกลียดที่ยาวอย่างน้อย 40 เซนติเมตรและเนื้อเยื่อแผลเป็นหลายแห่งที่เห็นได้ชัดว่าเป็นบาดแผลทะลุทะลวงนั้นปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด

“ยัยซูหร่านมีประโยชน์อะไร...  หล่อนมีประโยชน์อะไรมิทราบ ? !”

“หล่อน...  ทำร้ายเธอตั้งหลายครั้งแถมยังรุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ ? อยากตายมากนักรึไง ? ? ?”

“เด๋ว ๆ ๆ !”

เมื่อเห็นว่าเย่หานยู่ใกล้จะควบคุมตัวเองไม่ได้  ดวงตาโต ๆ ของเธอปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็ง  เฉินมู่จึงรีบคว้าศีรษะเธอมากอดไว้แล้วพูดว่า

“เธอบ้าไปแล้วรึไง ? เลิกทำตัวเหมือนยัยบ้านั่นได้มั้ย ? นี่เป็นการตัดสินใจของฉันเอง  และฉันสบายดีอยู่ไม่ใช่เหรอ ?”

เมื่อได้ยินดังนั้นเย่หานยู่ถึงกับตกใจอย่างเห็นได้ชัด

“เธอตัดสินใจเองเหรอ ? เธอ  เธอ...”

“ก็ได้ ~”

เฉินมู่ซึ่งปกติอ่อนโยนเป็นพิเศษได้โอบกอดศีรษะของเธอและลูบเบา ๆ

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก  ในสงครามทุกคนย่อมได้รับบาดเจ็บกันทั้งนั้น”

“แต่……”

“เอาล่ะทำตัวดี ๆ หน่อย  หยุดใช้พลังแปลงเทพก่อน  ไม่งั้นฉันนี่แหละที่จะหนาวตายเอา”

เย่หานยู่รู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิดเล็กน้อย  แต่เนื่องจากเฉินมู่พูดแล้วเธอจึงทำอะไรไม่ได้

แต่เมื่อเธอเห็นบาดแผลเหล่านั้นใกล้ ๆ น้ำตาของเธอก็เอ่อล้นออกมา

“เป่าเอ๋อ...  ไหนเธอบอกอยู่บ้านมันดีมาก ๆ ไง  แล้วทำไมถึงต้องทรมานตัวเองแบบนี้ด้วย...”

เย่หานยู่ค่อย ๆ ลูบแผลเบา ๆ ด้วยนิ้วอันสั่นเทา

น้ำตาไหลอาบแก้ม  สีหน้าอันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด  ราวกับว่าเธอได้เห็นแผลสดทุกแผลด้วยตาตัวเอง

เฉินมู่ได้รับบาดเจ็บ  แต่เธอกลับเจ็บปวดมากกว่าที่มันเกิดกับตัวเธอเองเสียอีก

“เจ็บมั้ย...  เป่าเอ๋อ ?”

เมื่อรู้สึกว่าอกของตนชุ่มไปด้วยน้ำตา  และสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนอันไร้ขอบเขตของเย่หานยู่  หัวใจของเฉินมู่ก็อ่อนลง  และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

“จะมีอะไรเสียหายล่ะ  ผู้ชายที่โตแล้วย่อมต้องยืนหยัดอย่างภาคภูมิ  รอยแผลเป็นเล็กน้อยเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นลูกผู้ชายตะหาก”

“สัญลักษณ์ของความเป็นลูกผู้ชายคืออะไรก่อน  น้ายู่หวังว่าเธอจะไม่มีมันมากกว่า  ถึงยังไงในใจน้ายู่  เธอก็คือลูกผู้ชายตัวจริงอยู่แล้ว !”

พอเห็นเย่หานยู่เป็นแบบนี้เฉินมู่เองก็ปวดหัวตามไปด้วยเหมือนกัน

เพราะเมื่อวันก่อนฉินเสี่ยวเสี่ยวก็เคยอยู่ในสถานการณ์คล้าย ๆ กัน  ถ้าเธอไม่โมโหเสียก่อนเธอคงไปตามซูหร่านอย่างแน่นอน

โชคดีที่หลังจากพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน  ในที่สุดเธอก็ยอมอ่อนข้อให้

จริง ๆ แล้วเขาค่อนข้างชอบความรู้สึกที่ได้รับการดูแลเอาใจเป็นอย่างดีแบบนี้

ก่อนที่จะข้ามมิติมาเกิดเขาเป็นเพียงแค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีใครรู้จัก  หลังจากมาเกิดที่โลกนี้แล้ว  แม้ว่าเขาจะได้รับการดูแลจากตระกูลเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม  แต่ความรู้สึกของเขาที่มีต่อฉินเสี่ยวเสี่ยวและเย่หานยู่นั้นแตกต่างออกไป

นี่คือเสาหลักที่สนับสนุนความตั้งใจที่จะอุทิศตนเพื่อคนเหล่านี้ของเขา  และเป็นเหตุผลที่ทำให้เขายินดีที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมนุษยชาติ

อย่างไรก็ตาม  เขาก็ไม่ใช่คนดีเลิศอะไร  และเขาก็ไม่มีเจตนาที่จะเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของใคร

“เอาล่ะ ๆ ไปเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำก่อน  เดี๋ยวฉันจะช่วยให้เธอเลื่อนระดับไปสู่ขอบเขตจักรพรรดิ”

เย่หานยู่ไม่เต็มใจและดื้อรั้นไม่ยอมไป  เธอทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเฉินมู่จึงได้แต่จ้องและเตือนเธอ  ก่อนที่เย่หานยู่จะจากไปอย่างขุ่นเคือง

หลังจากมองดูเธอเดินจากไปแล้วเฉินมู่ก็จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยและถอนหายใจ

“ผู้หญิงพวกนี้ดีเยี่ยมทุกอย่าง  ยกเว้นตรงที่ทนเห็นเราบาดเจ็บซักนิดก็ไม่ได้  ไม่งั้นพวกเธอจะทำตัวเหมือนคนบ้า  ไม่ไหว ๆ”

โซฟา : ฉันสงสัยว่าแกโกหกหน้าตายซึ่ง ๆ หน้า  แต่ไม่มีหลักฐานอะ

หลังจากบ่นอยู่นาน  ในที่สุดเฉินมู่ก็เปิดแผงควบคุมระบบที่รอคอยมานานสักที

เมื่อเห็นจำนวนค่าอารมณ์ 4321 แต้มแล้วอารมณ์ของเฉินมู่ดีขึ้น

“วันนี้ค่าเอชพีเราไม่เสียไปเปล่า ๆ อย่างน้อยยัยพวกสารเลวนั่นก็พอจะทำอะไรที่ดี ๆ เป็นอยู่บ้าง”

“ระบบ ! จับรางวัล !”

[ ติ๊ง ! ]

[ ขอแสดงความยินดี ! คุณได้จับรางวัลแล้ว ! ]

[ คุณได้รับ : เคล็ดกระบี่ซูอู๋ (เคล็ดกระบี่ว่างเปล่า) (ปราชญ์), ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +20, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]

[ คุณได้รับ : คัมภีร์หทัยไร้คิด (เทพ), ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +20, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]

[ คุณได้รับ : คัมภีร์หอกทำลายล้าง (เทพ), ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +20, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]

[ คุณได้รับ : เจตนาหอกทำลายล้าง (เทพ), ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +20, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]

[ ติ๊ง ! ]

[ ขอแสดงความยินดีด้วย ! ]

[ ศักยภาพเต็มแล้ว ! เลื่อนระดับเรียบร้อยแล้ว ! ]

“อัปเกรดศักยภาพ !”

เฉินมู่รู้สึกราวกับมีดาวตกนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าสู่ร่างกาย  ดวงตาเขาเป็นประกายและเขาก็รีบหลับตาลง

ในชั่วพริบตาเดียว

ร่างกายของเขาเปรียบเสมือนกับกาแล็กซีที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วนเคลื่อนผ่านไปราวกับทางช้างเผือกสาดส่องไปทั่วเส้นลมปราณ  เนื้อหนัง  และกระดูกของเขาอย่างรวดเร็ว  แม้กระทั่งอวัยวะภายในก็ยังถูกปกคลุมด้วยชั้นของแสงดาวระยิบระยับ

เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าไม่เพียงแต่ความเร็วในการดูดซึมโลหิตปราณของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเท่านั้น  แม้แต่พละกำลังของร่างกายเองก็ยังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวด้วยเช่นกัน

อย่าคิดว่าเท่าตัวนั้นน้อยเกินไป  นี่คือความเร็วในการดูดซับที่มากกว่า 100 เท่าเป็นเท่าตัว ! ความเร็วในการดูดซับ 200 เท่าก็เทียบได้กับความเร็วในการดูดซับของเขาหลังจากที่เลื่อนเป็นราชันยุทธ์แล้ว

ส่วนเรื่องร่างกายนั้น  ยิ่งน่าเหลือเชื่อกว่าอีก

เดิมทีด้วยพละกำลังอันมหาศาลของเขาก็ไม่มีใครที่ต่ำกว่าระดับราชันยุทธ์จะสามารถทะลวงผ่านการป้องกันของเขาได้แล้ว  แต่ตอนนี้ล่ะ  แม้แต่ปราชญ์ยุทธ์ก็ยังไม่สามารถทำร้ายเขาได้ด้วยซ้ำ !

สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือเขารู้สึกว่าสายตา  ความเร็ว  การรับรู้  และความเข้าใจของเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  และพลังโจมตีก็ยังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วย !

ถ้าหากเขาต่อสู้กับลั่วซือหานด้วยพละกำลังในตอนนี้  แม้จะไม่ใช้เนตรแห่งกาลเวลาลั่วซือหานก็คงทำอะไรเขาไม่ได้เลยอยู่ดี !

หลังจากผ่านไปนานพอสมควรเฉินมู่ก็ค่อย ๆ เสร็จสิ้นการฝึกฝน

ความตื่นเต้นที่ได้รู้สึกนั้นช่างบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูกเลย !

“สมกับที่คาดหวังไว้ ! ศักยภาพเพิ่มขึ้นแค่ระดับเดียว  แต่การขยายพลังโดยรวมเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า  ไม่แปลกใจเลยที่ลั่วซือหานถึงมั่นใจขนาดนี้  การขยายศักยภาพระดับเอสของหล่อนต้องแข็งแกร่งกว่าของเราเป็นร้อยเท่าแน่ ๆ”

“พอมองมุมนี้แล้วก็ชักจะตื่นเต้นแล้วสิ่  ว่าพอศักยภาพไปถึงระดับเอสแล้วมันจะเจ๋งขนาดไหน”

“ดูเหมือนว่าเดือนนึงก็น่าจะพอให้พัฒนาศักยภาพไปจนถึงระดับเอสได้ล่ะนะ”

“จากนั้นเราก็ไปลองของที่แดนลับภูเขาไท่หมิง”

ดวงตาของเฉินมู่เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น  เขามีตารางงานเดือนหน้าแน่นเอี้ยด

และนี่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเพียงเรื่องเดียว !

“ร่างกายยังพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น  เราเคยระวังเรื่องการดูดซับพลังวิญญาณ  แต่ตอนนี้มันเร็วขึ้นถึงสามร้อยเท่าแล้ว ! ตอนให้ตอนนี้เราจะนอนเฉย ๆ ก็ยังดูดซับพลังวิญญาณได้เร็วกว่าเมื่อวานตอนนั่งสมาธิอีก !”

ปรากฏว่าเขาไม่ได้ใช้พลังกายศักดิ์สิทธิ์หยินหยางสรรสร้างอย่างเต็มที่  หรือพูดให้ถูกก็คือเขาใช้ไปเพียงประมาณ 10% เท่านั้น  ตอนนี้อาจจะใช้ไปประมาณ 20% แล้ว

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น  กายายังพัฒนาไม่เต็มที่  ดังนั้นเขาระบุค่าที่ถูกต้องไม่ได้

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

ประสิทธิภาพการฝึกฝนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าโดยใช้ความพยายามเพียงแค่ครึ่งเดียว  และการใช้สมรรถภาพร่างกายในการฝึกฝนก็มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียวเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น  ด้วยพลังที่เพิ่มขึ้น  เนตรแห่งกาลเวลาจึงสามารถมองเห็นอนาคตได้ 5 วินาทีแล้ว  แทนที่จะเป็น 4 วินาทีในแต่ละวัน !

เมื่อเทียบกันแล้ว  หินวิญญาณและค่าโลหิตปราณเพียงเล็กน้อยนั้นดูจะไม่มีความสำคัญอะไรเลย

แน่นอนว่าเฉินมู่ยังคงชื่นชอบวิชาฝึกฝนระดับเทพทั้ง 3 วิชาและเจตนาหอกระดับเทพอยู่ดี

“วิชาฝึกฝนระดับเต๋ามันก็ออกยากจริงอะไรจริง  น่าเสียดายที่ครั้งนี้สุ่มสี่ครั้งไม่ติดคริติคอล  แต่เดี๋ยวค่อยเก็บแต้มรอสุ่มสิบรอบเอาก็ได้  บางทีอาจจะได้วิชาฝึกฝนระดับเต๋ามาก็ได้”

พลังของคัมภีร์เต้าซวนนั้นไม่อาจปฏิเสธได้เลย  แม้ศักยภาพของบุคคลนั้นต่ำแต่พลังโจมตีกลับแข็งแกร่งมาก  ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นผลมาจากการเสริมพลังของวิชานี้

ตอนนี้ศักยภาพของเขาเพิ่มสูงขึ้นแล้ว  ทำให้เขาน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิมอีก !

“เคล็ดกระบี่  คัมภีร์หัวใจ  คัมภีร์หอก  และที่สำคัญที่สุดเลยคือมันยังมอบเจตนาหอกขั้นสูงสุดแถมมาให้ด้วย  ไอ้ของแบบนี้ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้  จะต้องเรียนรู้และเข้าใจเอาเองเท่านั้น”

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจับรางวัลแล้วจะได้ของแบบนี้มา !”

หลังจากเรียนรู้ทุกอย่างแล้วเฉินมู่ก็ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ

จากนั้นเขาจึงเปิดแผงควบคุมขึ้นมาตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง

[ ชื่อ ] : เฉินมู่

[ ระดับ ] : ปรมาจารย์ยุทธ์ (2 ดาว)

[ โลหิตปราณ] : 39823

[ วิชา ] : หมัดแยกเส้นเอ็นมังกรดำ (ปราชญ์), หมัดแปดสุดขั้วถล่มสวรรค์ (ปราชญ์), ดรรชนีทำลายข้อห้าม (เกียรติยศ), ฝ่ามือสลายตะวัน (เกียรติยศ), ลูกเตะมังกรเมฆา (เกียรติยศ), เสียงปราบวิญญาณ (เกียรติยศ), วิชาหยางแผดเผามหาสุริยะ (เกียรติยศ), หนึ่งดรรชนีเต๋าสวรรค์ (จักรพรรดิ), วิชาหยางเก้าวัฏจักร (จักรพรรดิ), เคล็ดซวนกวง (เทพ), เคล็ดกระบี่ซูอู๋ (เทพ), คัมภีร์หทัยไร้คิด (เทพ), คัมภีร์หอกทำลายล้าง (เทพ), คัมภีร์เต้าซวน (เต๋า)

[ กายา ] : กายศักดิ์สิทธิ์หยินหยางสรรสร้าง (เต๋า)

[ พิเศษ ] : เนตรแห่งกาลเวลา

[ ศักยภาพ ] : ระดับ E (15%)

“เจ๋งเป้ง ! ปรมาจารย์ยุทธ์สองดาว !”

“ไม่รู้ว่าพ้นคืนนี้จะไปถึงระดับไหน !”

เมื่อเห็นเย่หานยู่เปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาเรียก  เฉินมู่จึงค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า

“ปรมาจารย์ยุทธ์สิบดาว  หรือไม่ก็...”

“มหาปรมาจารย์ยุทธ์ไปเลย...”

จบบทที่ บทที่ 27 : จับรางวัล ! อัปเกรดศักยภาพ ! พลังรบพุ่งทะยาน !

คัดลอกลิงก์แล้ว