เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 : วอร์มอัป ! ไม่รับงาน ! ทั้งห้องตกตะลึง !

บทที่ 25 : วอร์มอัป ! ไม่รับงาน ! ทั้งห้องตกตะลึง !

บทที่ 25 : วอร์มอัป ! ไม่รับงาน ! ทั้งห้องตกตะลึง !


ยัยนู้บ...

เปลือกตาของลั่วซือหานกระตุกและเธอก็โกรธจัดในทันที

จากนั้นเธอก็ละทิ้งหลักจริยธรรมในการต่อสู้ทั้งหมดและใช้ฝ่ามือตบเข้าที่หน้าอกของเฉินมู่โดยตรง

แม้ว่าเธอจะพึ่งเรียนชั้นปี 1 ได้เพียงสองวัน  แต่ทักษะฝ่ามือเพลิงของเธอก็เหนือกว่าแต่ก่อนมากแล้ว

ด้วยการซัดฝ่ามือครั้งนี้เปลวเพลิงดูอ่อนลงมาก  แต่จริง ๆ แล้วกลับแข็งแกร่งขึ้นจนแม้แต่บรรยากาศโดยรอบก็ดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย

ทุกคนต่างดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นฉากนี้

“ฝ่ามือฟาดแรงมาก ! พลังไฟก็รุนแรงขนาดนี้ ! ไม่แปลกใจเลยที่เธอได้เป็นหัวหน้าห้อง !”

“ไปเลยหัวหน้าห้องงงงง ! ซัดมันเลย ! ซัดมานนนนนนนนนนน !”

ฝูงชนต่างส่งเสียงเชียร์และโบกไม้โบกมือทำให้เฉินมู่ได้รับความค่าอารมณ์รัว ๆ ในทันที  แม้แต่เฉินมู่เองก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อเห็นการโจมตีด้วยฝ่ามือครั้งนี้

“สมกับเป็นศักยภาพระดับเอส  มีพรสวรรค์จริง ๆ ดูเหมือนว่าเมื่อคืนจะฝึกฝนมาอย่างหนักเลยทีเดียว  แถมยังมีสัญญาณการเชี่ยวชาญวิชาฝ่ามือเพลิงแสดงออกมาให้เห็นแล้วด้วย”

เฉินมู่หัวเราะเบา ๆ โดยไม่หลบหรือสะดุ้ง  เมื่อรู้สึกถึงความร้อนจัดที่กำลังจะโอบล้อมตัวเขาจึงรีบยื่นมือขวาไปแตะที่หลังข้อศอก

เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวสีหน้าของลั่วซือหานก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เนื่องจากเธอพบว่าการโจมตีด้วยฝ่ามือที่ตั้งใจจะซัดใส่เฉินมู่กลับวืดไปโดนอากาศทางซ้ายอย่างน่าประหลาด  และเพราะเธอใจร้อนอยากได้ผลงานเร็วเกินไปจึงเกือบเสียหลัก

อย่างไรก็ตาม  ท้ายที่สุดแล้วเธอก็คือจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด  การที่เธอขาดประสบการณ์ในทางปฏิบัติไม่ได้หมายความว่าเธอไม่มีประสบการณ์อะไรเลย

เมื่อเห็นว่าฝ่ามือพลาดเป้าและตัวเองกำลังล้ม  เธอก็รีบดึงฝ่ามือกลับและตีศอกใส่หน้าอกของเฉินมู่ทันที

เมื่อเห็นดังนั้นดวงตาของเฉินมู่ก็ฉายแววชื่นชม  จากนั้นเขาก็ยื่นมือซ้ายออกไปและยกขึ้นเบา ๆ ลั่วซือหานรู้สึกได้ทันทีว่าทิศทางของข้อศอกตนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วราวกับกำลังซีดใส่สำลีอยู่

นั่นไม่ใช่ส่วนที่น่ากลัวที่สุด  เพราะมันคือการใช้จุดแข็งของอีกฝ่ายมาจัดการกับเจ้าตัวต่างหาก  หากการโจมตีครั้งแรกของเธอพลาดเป้า  จุดศูนย์ถ่วงทั้งหมดของเธอจะเลื่อนไปข้างหน้าทำให้เมื่อมองจากด้านข้างดูเหมือนว่าเธอกำลังจะพุ่งชนเฉินมู่

[ ตื่นตระหนก +35 ]

เธอไม่อายเลยเพราะมัวแต่อยากจะล้มเฉินมู่  แต่ไอ้การเสียการควบคุมร่างกายช่วงล่างระหว่างต่อสู้นี่มันเท่ากับฆ่าตัวตายชัด ๆ

โชคดีที่เธอตกใจเพียงชั่วครู่เท่านั้น  เมื่อเห็นเฉินมู่ใช้สองนิ้วมือขวาแทงแทนปลายกระบี่เข้าที่รักแร้  ลั่วซือหานจึงรีบออกแรงที่เอวบิดตัวไปอยู่ด้านหลังเฉินมู่ก่อนที่เขาจะแทงโดน

แล้วลั่วซือหานจะปล่อยโอกาสดี ๆ แบบนี้ให้หลุดลอยไปได้อย่างไร  ด้วยสัญชาตญาณ  เธอฟาดฝ่ามือออกไปอย่างฉับพลันโดยเล็งตรงไปที่ไหล่ของเขา

สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันร้ายแรงอะไรเธอจึงไม่ได้ตบที่หัวเขา

แต่ที่น่าแปลกคือเฉินมู่ไม่ได้หันหน้ามามอง  แต่ทำราวกับติดลูกตาไว้ข้างหลัง  จู่ ๆ มือขวาจากที่ทำท่าแทงกระบี่ก็เปลี่ยนทิศแทงกลับมาที่ฝ่ามือของเธอได้ทันก่อนที่ฝ่ามือเธอจะแตะตัวเขา

เปลือกตาของลั่วซือหานกระตุกเล็กน้อย  หลังจากนั้นก็ชักฝ่ามือเบี่ยงไปที่ไหล่ซ้ายเขาแทน  แต่คราวนี้เธอฉลาดขึ้นและเปลี่ยนทิศอีกครั้งอย่างกะทันหันไปฟาดไหล่ขวา

แต่ราวกับว่าเฉินมู่ได้คาดการณ์เรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว  นิ้วชี้ขวาของเขาก็ไปรอรับฝ่ามือเขาอยู่แล้ว

เมื่อรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ฝ่ามือ  สีหน้าของลั่วซือหานก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย  แล้วเธอก็ตบฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปอย่างท้าทาย

แต่ไม่ว่าเธอจะใช้วิธีใดก็ตาม  การป้องกันของเฉินมู่ก็มาถึงทันเวลาเสมอทำให้การโจมตีทั้งหมดของเธอไร้ผล

ทั้งคู่สู้กันนานถึง 10 วินาที  แต่เธอกลับไม่สามารถแตะต้องเฉินมู่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวซึ่งทำให้เธอโกรธมากจนเกือบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

[ โมโหสุด ๆ +55 ]

“กูไม่เชื่อหรอก !”

[ โกรธจนไฟลุก +55 ]

ลั่วซือหานตัวสั่นด้วยความโกรธ  และโดยไม่ทันคิดจู่ ๆ เธอก็ยกขาขึ้นเตะก้นเฉินมู่

เฉินมู่ซึ่งหันหลังให้ยิ้มออกมาและขยับเอวไปทางซ้ายในลักษณะที่ขัดกับหลักชีวกลศาสตร์ของมนุษย์ แล้วหลบลูกเตะนั้นได้สำเร็จ

เรื่องยังไม่จบแค่นั้น  หลังจากหลบได้แล้วเฉินมู่ออกแรงที่เอวเพื่อทรงตัวใหม่  และสะโพกของเขาก็ไปชนเข้ากับขาของลั่วซือหานทำให้เธอเสียหลักจนเกือบล้ม

[ โกรธจัด +66 ]

ใบหน้าของลั่วซือหานแดงก่ำและตัวสั่นเพราะความโกรธจัด

“ไอ้สารเลว ! มึงเป็นลูกผู้ชายรึเปล่า ? ! ทำไมเอาแต่หลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ได้ ? ! ถ้ากล้าพอมึงก็มาไฝ้กะกูตรง ๆ เซ่ !”

[ โกรธจนตัวสั่น +66 ]

เมื่อได้ยินดังนั้นเฉินมู่ก็ค่อย ๆ หันกลับมาดูลั่วซือหานที่เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะยิ้มให้พร้อมแววตาขี้เล่น

“แค่เนี้ย ?”

[ เจาะเกราะ +88 ]

“ไอ้เหี้ย !”

ลั่วซือหานหน้าแดงก่ำ  กำหมัดเล็ก ๆ นั้นไว้แน่นแล้วใช้ออกด้วยวิชาเพลิงสวรรค์ในทันที

ในชั่วพริบตาเดียว

เส้นผมอันงดงามของเธอก็พลิ้วไหวได้เองแม้ไม่มีลมพัด  และร่างกายของเธอดูราวกับกำลังลุกไหม้เหมือนจุดไฟเผาน้ำมันเบนซิน

ไม่เพียงแต่เธอจะลงมือพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้น  แต่ไอ้เหี้ยนี่ยังกล้าตั้งคำถามเธอต่อหน้าสาธารณชนอีกด้วย

คราวนี้จักรพรรดินีของเราทรงตบะแตกโดยสิ้นเชิงแล้ว

“กูจะทืบมึงให้ตายเลยไอ้เหี้ยนี่ !”

“อ้อ ? เด็กน้อยเล่นไฟ ?”

[ หมดความอดทน +88 ]

ลั่วซือหานโกรธจัดและเย็นชา  เธอยกต้นขาขึ้นแล้วเตะออกไป  แต่คราวนี้เฉินมู่ไม่หลบ  เขาเอื้อมมือไปปัดป้องแรงและยกขาขวาเธอขึ้น  ขณะที่สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันนั้นเอง  เขาก็ใช้สองนิ้วประกบกันเหมือนกระบี่แล้วแทงไปที่ไหล่ซ้ายใต้กระดูกไหปลาร้าของเธอ

ปัง ! ! !

ปัก ! ! !

ลั่วซือหานรู้สึกถึงพลังโลหิตปราณอันรุนแรงพุ่งไปยังจุดที่เฉินมู่แทง  และในชั่วพริบตานั้นเองพลังนั้นก็ไหล่บ่าผ่านทางร่างกายซีกซ้ายของเธอทันที

เพียงการแทงแค่ทีเดียวก็ทำให้เธอกระอักเลือดสีดำออกมาเต็มปากในทันที

อย่างไรก็ตาม  เรื่องราวไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น  ก่อนที่เธอจะตั้งตัวได้เฉินมู่ก็แทงอีกครั้งโดยคราวนี้เข้าที่ไหล่ขวา  ทำให้เลือดสีดำพุ่งออกมาอีกอึกใหญ่

[ แพนิก +66 ]

ลั่วซือหานทนความเจ็บปวดไม่ไหวและหวาดกลัวอย่างยิ่ง

ไม่ใช่เพราะว่าถูกเฉินมู่แทงแล้วทำให้เธอกระอักเลือด  แต่เพราะหลังจากแทงสองครั้งนั้นเธอก็พบว่าแขนทั้งสองข้างไม่มีความรู้สึกเลย

ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ  หลังจากที่เฉินมู่ดึงนิ้วออกแล้วเขาก็กำหมัดแน่นและกระแทกเข้าที่ท้องของเธออย่างแรง

ปัง !

“เอื้อ ! ! !”

ลั่วซือหานรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงและกระอักเลือดสีดำออกมาอีกคำ

แต่เฉินมู่ทำเป็นไม่เห็น  มือซ้ายก็คว้าขาของเธอแล้วเหวี่ยงออกไปทำร่างให้เธอลอยขึ้นไปกลางอากาศ

[ ตื่นตระหนก +56 ]

[ กลัว +62 ]

ลั่วซือหานตกใจสุดขีดขณะที่ร่างลอยอยู่กลางอากาศ  แต่ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากพูดอะไรหมัดของเฉินมู่ก็มาโดนตัวแล้ว

ปัง !

หมัดของเฉินมู่กระแทกเข้าที่ท้องของเธออย่างแม่นยำราวกับติดเรดาร์นำทาง

แต่ก่อนที่หญิงสาวจะกระเด็นถอยหลังไปไกลและกระอักเลือดออกมาจนหมด  เฉินมู่ก็ปรากฏตัวด้านหลังเธอราวกับผีตามด้วยหมัดที่ซัดเข้าที่หลังส่วนล่างของเธออย่างแม่นยำอีกดอก

“เอื้อ ! ! !”

[ ตกใจ +88 ]

[ แพนิก +88 ]

ลั่วซือหานรู้สึกราวกับว่ากระดูกสันหลังจะหัก  ความเจ็บปวดจากการที่เลือดลมตีกลับ  ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับกระดูกถูกฉีกและผิวหนังถูกถลกนั้นรุนแรงมากเสียจนแม้แต่จักรพรรดินีบ้านเรายังแทบจะปล่อยโฮ

[ เจ็บปวดแสนสาหัส +88 ]

[ น้ำตาไหลอาบหน้า +88 ]

แต่ไม่ว่าจะเป็นเลือดที่พุ่งกระฉูดหรือความเจ็บปวดที่ทนไม่ไหว  ทั้งคู่ต่างก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเธอโดยสิ้นเชิง

แทบจะในทันทีที่เลือดพุ่งออกมาครึ่งหนึ่ง  การโจมตีครั้งต่อไปก็เริ่มต้นขึ้น

เมื่อเห็นดังนั้น  ความตื่นเต้นบนใบหน้าของนักศึกษาที่กำลังดูอยู่ก็พลันหยุดนิ่ง  แล้วก็หายไป  พวกเธอต่างตกตะลึงและพูดไม่ออก

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่ 15 วินาทีเท่านั้น

โดยเฉพาะในสายตาของพวกเธอ  ลั่วซือหานที่กำลังกระอักเลือดรัว ๆ ถูกเฉินมู่ผู้ลึกลับดีดไปดีดมากลางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า

โชคดีที่เฉินมู่ดูเหมือนจะสนุกมากพอแล้ว  หลังจากโจมตีครั้งสุดท้ายลั่วซือหานก็ถูกเฉินมู่เตะปลิวกระเด็นไปอัดกับพื้นอย่างแรงราวกับตุ๊กตาผ้าขาด

หลังจากเห็นลั่วซือหานนอนกระอักเลือดอยู่กับพื้น  เหล่านักศึกษาที่กำลังดูอยู่ก็ค่อย ๆ ได้สติกลับคืนมา  ใบหน้าของพวกเธอมีแต่ความตกตะลึง

[ ตกใจมากค่า +88 ]

[ จะช็อกตาย +88 ]

[ เหลือจะเชื่อ +88 ]

[ หมดคำจะพูด +88 ]

“นะ...  นี่มัน...”

ทุกคนมองลั่วซือหานที่นอนอยู่บนพื้นและยังคงกระอักเลือดอยู่  จากนั้นก็หันไปมองเฉินมู่ที่เดินเข้าไปหาลั่วซือหานแล้วย่อตัวลงนั่งยอง ๆ

แต่จะว่ายังไงดีล่ะ  คือคำพูดหมา ๆ แม้จะมาช้า  แต่มันมาแน่

“วอร์มอัป” (เป็นแสลง  แปลว่านี่แค่เริ่มต้น (ของความพังพินาศ) หลังจากนี้ยังมีที่หนักกว่านี้อีกเยอะ)

[ โกรธจนไฟลุก +88 ]

“กากก็ไปฝึกมาใหม่”

[ โกรธจัด +88 ]

ในที่สุดลั่วซือหานที่รู้สึกเวียนหัวก็หยุดกระอักเลือด  เธอตัวสั่นและเงยหน้าขึ้นมาจ้องเฉินมู่ด้วยความโกรธแค้นและกัดฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง

“ใส่แว่นดำขึ้นรถ” (เป็นแสลง  ต่อจากมุกวอร์มอัป  กากก็ไปฝึกมาใหม่  และให้พ่อแม่มีลูกใหม่  ประมาณว่ากูพร้อมแล้ว (ใส่แว่นดำ) ลุยโลด (ขึ้นรถ) ไปดูความพังพินาศต่อ  หรือไม่ก็นึกถึงฉากคนใส่แว่นดำหน้านิ่ง ๆ เท่ ๆ แต่พื้นหลังคือกำลังระเบิดภูเขาเผากระท่อมกันอยู่  อารมณ์ประมาณว่ายืนดูความพังพินาศด้วยน่านิ่ง ๆ เท่ ๆ นั่นเอง  หรือไม่ก็ใส่แว่นดำขึ้นรถจากไปอย่างเท่หลังจากที่ถ่มถุยคนกากเสร็จแล้ว  แต่ในที่นี้คือคงจะยืนเท่ ๆ รอดูความพังพินาศของลั่วซือหาน)

[ สุดจะทนไหว +88 ]

“เอ้อ  ไม่รับงานนะ” (เป็นแสลง  แปลว่าไม่อยากเสียเวลาคุยด้วย  หรือคุยกับไอ้กากอย่างมึงไปก็เสียเวลาเปล่านั่นแหละ)

“มืงงงงงงงง ! ! !”

[ โมโหสุดขีด +99 ]

ดวงตาของลั่วซือหานลุกโชนไปด้วยไฟพิโรธ  เธอไม่คาดคิดเลยว่าไอ้เลวนี่จะไม่ใช่แค่ทำร้ายร่างกายเธอเท่านั้น  แต่ยังจะมาพูดจาผีเจาะปากทำร้ายจิตใจเธออย่างสาหัสซ้ำเติมอีกด้วย

เมื่อเห็นเธอตัวสั่นไปทั้งตัวเฉินมู่จึงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับสีหน้าแปลก ๆ

“อ้าว  เริ่มสั่น ?” (เป็นแสลง  แปลว่าเริ่มกร่าง  เป็นการประชดว่าฝีมือกากแต่ดันอวดเก่ง)

[ สั่น +88 ]

“ตื่นเต้นมาก”

บ้านพ่องเรียกแบบนี้ว่าตื่นเต้น

[ อยากฆ่าให้ตาย +99 ]

“เห็นยัง ? ว่าให้โอกาสแล้วแต่หล่อนก็ยังคว้าไว้ไม่ได้ ! แล้วคิดว่าแค่นี้จะท้าทายฉันได้เนี่ยนะ ?”

“หรือหล่อนจะบอกพอดีคิดว่าชีวิตมันน่าเบื่อไปหน่อยก็เลยหาความตื่นเต้น ?”

“มึง ? ! ! !”

ลั่วซือหานเสียการควบคุมโดยสิ้นเชิง  และโดยสัญชาตญาณเธออยากจะลุกขึ้นไปทำอะไรสักอย่างกับเขา

แต่ในขณะที่เธอกำลังยกแขนขึ้นเพื่อจะพยุงตัวเอง  แสงสีทองก็เปล่งออกมาจากร่างกายของเธออย่างฉับพลัน

นี่……

[ โกหกน่า +88 ]

[ ตกใจหมด +88 ]

[ อึ้งอยู่ +88 ]

นักศึกษา :  ?  ?  ?

ลั่วซือหาน :  ?  ?  ?

จบบทที่ บทที่ 25 : วอร์มอัป ! ไม่รับงาน ! ทั้งห้องตกตะลึง !

คัดลอกลิงก์แล้ว