- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 25 : วอร์มอัป ! ไม่รับงาน ! ทั้งห้องตกตะลึง !
บทที่ 25 : วอร์มอัป ! ไม่รับงาน ! ทั้งห้องตกตะลึง !
บทที่ 25 : วอร์มอัป ! ไม่รับงาน ! ทั้งห้องตกตะลึง !
ยัยนู้บ...
เปลือกตาของลั่วซือหานกระตุกและเธอก็โกรธจัดในทันที
จากนั้นเธอก็ละทิ้งหลักจริยธรรมในการต่อสู้ทั้งหมดและใช้ฝ่ามือตบเข้าที่หน้าอกของเฉินมู่โดยตรง
แม้ว่าเธอจะพึ่งเรียนชั้นปี 1 ได้เพียงสองวัน แต่ทักษะฝ่ามือเพลิงของเธอก็เหนือกว่าแต่ก่อนมากแล้ว
ด้วยการซัดฝ่ามือครั้งนี้เปลวเพลิงดูอ่อนลงมาก แต่จริง ๆ แล้วกลับแข็งแกร่งขึ้นจนแม้แต่บรรยากาศโดยรอบก็ดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย
ทุกคนต่างดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นฉากนี้
“ฝ่ามือฟาดแรงมาก ! พลังไฟก็รุนแรงขนาดนี้ ! ไม่แปลกใจเลยที่เธอได้เป็นหัวหน้าห้อง !”
“ไปเลยหัวหน้าห้องงงงง ! ซัดมันเลย ! ซัดมานนนนนนนนนนน !”
ฝูงชนต่างส่งเสียงเชียร์และโบกไม้โบกมือทำให้เฉินมู่ได้รับความค่าอารมณ์รัว ๆ ในทันที แม้แต่เฉินมู่เองก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อเห็นการโจมตีด้วยฝ่ามือครั้งนี้
“สมกับเป็นศักยภาพระดับเอส มีพรสวรรค์จริง ๆ ดูเหมือนว่าเมื่อคืนจะฝึกฝนมาอย่างหนักเลยทีเดียว แถมยังมีสัญญาณการเชี่ยวชาญวิชาฝ่ามือเพลิงแสดงออกมาให้เห็นแล้วด้วย”
เฉินมู่หัวเราะเบา ๆ โดยไม่หลบหรือสะดุ้ง เมื่อรู้สึกถึงความร้อนจัดที่กำลังจะโอบล้อมตัวเขาจึงรีบยื่นมือขวาไปแตะที่หลังข้อศอก
เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวสีหน้าของลั่วซือหานก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจากเธอพบว่าการโจมตีด้วยฝ่ามือที่ตั้งใจจะซัดใส่เฉินมู่กลับวืดไปโดนอากาศทางซ้ายอย่างน่าประหลาด และเพราะเธอใจร้อนอยากได้ผลงานเร็วเกินไปจึงเกือบเสียหลัก
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วเธอก็คือจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด การที่เธอขาดประสบการณ์ในทางปฏิบัติไม่ได้หมายความว่าเธอไม่มีประสบการณ์อะไรเลย
เมื่อเห็นว่าฝ่ามือพลาดเป้าและตัวเองกำลังล้ม เธอก็รีบดึงฝ่ามือกลับและตีศอกใส่หน้าอกของเฉินมู่ทันที
เมื่อเห็นดังนั้นดวงตาของเฉินมู่ก็ฉายแววชื่นชม จากนั้นเขาก็ยื่นมือซ้ายออกไปและยกขึ้นเบา ๆ ลั่วซือหานรู้สึกได้ทันทีว่าทิศทางของข้อศอกตนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วราวกับกำลังซีดใส่สำลีอยู่
นั่นไม่ใช่ส่วนที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันคือการใช้จุดแข็งของอีกฝ่ายมาจัดการกับเจ้าตัวต่างหาก หากการโจมตีครั้งแรกของเธอพลาดเป้า จุดศูนย์ถ่วงทั้งหมดของเธอจะเลื่อนไปข้างหน้าทำให้เมื่อมองจากด้านข้างดูเหมือนว่าเธอกำลังจะพุ่งชนเฉินมู่
[ ตื่นตระหนก +35 ]
เธอไม่อายเลยเพราะมัวแต่อยากจะล้มเฉินมู่ แต่ไอ้การเสียการควบคุมร่างกายช่วงล่างระหว่างต่อสู้นี่มันเท่ากับฆ่าตัวตายชัด ๆ
โชคดีที่เธอตกใจเพียงชั่วครู่เท่านั้น เมื่อเห็นเฉินมู่ใช้สองนิ้วมือขวาแทงแทนปลายกระบี่เข้าที่รักแร้ ลั่วซือหานจึงรีบออกแรงที่เอวบิดตัวไปอยู่ด้านหลังเฉินมู่ก่อนที่เขาจะแทงโดน
แล้วลั่วซือหานจะปล่อยโอกาสดี ๆ แบบนี้ให้หลุดลอยไปได้อย่างไร ด้วยสัญชาตญาณ เธอฟาดฝ่ามือออกไปอย่างฉับพลันโดยเล็งตรงไปที่ไหล่ของเขา
สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันร้ายแรงอะไรเธอจึงไม่ได้ตบที่หัวเขา
แต่ที่น่าแปลกคือเฉินมู่ไม่ได้หันหน้ามามอง แต่ทำราวกับติดลูกตาไว้ข้างหลัง จู่ ๆ มือขวาจากที่ทำท่าแทงกระบี่ก็เปลี่ยนทิศแทงกลับมาที่ฝ่ามือของเธอได้ทันก่อนที่ฝ่ามือเธอจะแตะตัวเขา
เปลือกตาของลั่วซือหานกระตุกเล็กน้อย หลังจากนั้นก็ชักฝ่ามือเบี่ยงไปที่ไหล่ซ้ายเขาแทน แต่คราวนี้เธอฉลาดขึ้นและเปลี่ยนทิศอีกครั้งอย่างกะทันหันไปฟาดไหล่ขวา
แต่ราวกับว่าเฉินมู่ได้คาดการณ์เรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว นิ้วชี้ขวาของเขาก็ไปรอรับฝ่ามือเขาอยู่แล้ว
เมื่อรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ฝ่ามือ สีหน้าของลั่วซือหานก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วเธอก็ตบฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปอย่างท้าทาย
แต่ไม่ว่าเธอจะใช้วิธีใดก็ตาม การป้องกันของเฉินมู่ก็มาถึงทันเวลาเสมอทำให้การโจมตีทั้งหมดของเธอไร้ผล
ทั้งคู่สู้กันนานถึง 10 วินาที แต่เธอกลับไม่สามารถแตะต้องเฉินมู่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวซึ่งทำให้เธอโกรธมากจนเกือบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
[ โมโหสุด ๆ +55 ]
“กูไม่เชื่อหรอก !”
[ โกรธจนไฟลุก +55 ]
ลั่วซือหานตัวสั่นด้วยความโกรธ และโดยไม่ทันคิดจู่ ๆ เธอก็ยกขาขึ้นเตะก้นเฉินมู่
เฉินมู่ซึ่งหันหลังให้ยิ้มออกมาและขยับเอวไปทางซ้ายในลักษณะที่ขัดกับหลักชีวกลศาสตร์ของมนุษย์ แล้วหลบลูกเตะนั้นได้สำเร็จ
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น หลังจากหลบได้แล้วเฉินมู่ออกแรงที่เอวเพื่อทรงตัวใหม่ และสะโพกของเขาก็ไปชนเข้ากับขาของลั่วซือหานทำให้เธอเสียหลักจนเกือบล้ม
[ โกรธจัด +66 ]
ใบหน้าของลั่วซือหานแดงก่ำและตัวสั่นเพราะความโกรธจัด
“ไอ้สารเลว ! มึงเป็นลูกผู้ชายรึเปล่า ? ! ทำไมเอาแต่หลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ได้ ? ! ถ้ากล้าพอมึงก็มาไฝ้กะกูตรง ๆ เซ่ !”
[ โกรธจนตัวสั่น +66 ]
เมื่อได้ยินดังนั้นเฉินมู่ก็ค่อย ๆ หันกลับมาดูลั่วซือหานที่เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะยิ้มให้พร้อมแววตาขี้เล่น
“แค่เนี้ย ?”
[ เจาะเกราะ +88 ]
“ไอ้เหี้ย !”
ลั่วซือหานหน้าแดงก่ำ กำหมัดเล็ก ๆ นั้นไว้แน่นแล้วใช้ออกด้วยวิชาเพลิงสวรรค์ในทันที
ในชั่วพริบตาเดียว
เส้นผมอันงดงามของเธอก็พลิ้วไหวได้เองแม้ไม่มีลมพัด และร่างกายของเธอดูราวกับกำลังลุกไหม้เหมือนจุดไฟเผาน้ำมันเบนซิน
ไม่เพียงแต่เธอจะลงมือพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้น แต่ไอ้เหี้ยนี่ยังกล้าตั้งคำถามเธอต่อหน้าสาธารณชนอีกด้วย
คราวนี้จักรพรรดินีของเราทรงตบะแตกโดยสิ้นเชิงแล้ว
“กูจะทืบมึงให้ตายเลยไอ้เหี้ยนี่ !”
“อ้อ ? เด็กน้อยเล่นไฟ ?”
[ หมดความอดทน +88 ]
ลั่วซือหานโกรธจัดและเย็นชา เธอยกต้นขาขึ้นแล้วเตะออกไป แต่คราวนี้เฉินมู่ไม่หลบ เขาเอื้อมมือไปปัดป้องแรงและยกขาขวาเธอขึ้น ขณะที่สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันนั้นเอง เขาก็ใช้สองนิ้วประกบกันเหมือนกระบี่แล้วแทงไปที่ไหล่ซ้ายใต้กระดูกไหปลาร้าของเธอ
ปัง ! ! !
ปัก ! ! !
ลั่วซือหานรู้สึกถึงพลังโลหิตปราณอันรุนแรงพุ่งไปยังจุดที่เฉินมู่แทง และในชั่วพริบตานั้นเองพลังนั้นก็ไหล่บ่าผ่านทางร่างกายซีกซ้ายของเธอทันที
เพียงการแทงแค่ทีเดียวก็ทำให้เธอกระอักเลือดสีดำออกมาเต็มปากในทันที
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น ก่อนที่เธอจะตั้งตัวได้เฉินมู่ก็แทงอีกครั้งโดยคราวนี้เข้าที่ไหล่ขวา ทำให้เลือดสีดำพุ่งออกมาอีกอึกใหญ่
[ แพนิก +66 ]
ลั่วซือหานทนความเจ็บปวดไม่ไหวและหวาดกลัวอย่างยิ่ง
ไม่ใช่เพราะว่าถูกเฉินมู่แทงแล้วทำให้เธอกระอักเลือด แต่เพราะหลังจากแทงสองครั้งนั้นเธอก็พบว่าแขนทั้งสองข้างไม่มีความรู้สึกเลย
ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ หลังจากที่เฉินมู่ดึงนิ้วออกแล้วเขาก็กำหมัดแน่นและกระแทกเข้าที่ท้องของเธออย่างแรง
ปัง !
“เอื้อ ! ! !”
ลั่วซือหานรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงและกระอักเลือดสีดำออกมาอีกคำ
แต่เฉินมู่ทำเป็นไม่เห็น มือซ้ายก็คว้าขาของเธอแล้วเหวี่ยงออกไปทำร่างให้เธอลอยขึ้นไปกลางอากาศ
[ ตื่นตระหนก +56 ]
[ กลัว +62 ]
ลั่วซือหานตกใจสุดขีดขณะที่ร่างลอยอยู่กลางอากาศ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากพูดอะไรหมัดของเฉินมู่ก็มาโดนตัวแล้ว
ปัง !
หมัดของเฉินมู่กระแทกเข้าที่ท้องของเธออย่างแม่นยำราวกับติดเรดาร์นำทาง
แต่ก่อนที่หญิงสาวจะกระเด็นถอยหลังไปไกลและกระอักเลือดออกมาจนหมด เฉินมู่ก็ปรากฏตัวด้านหลังเธอราวกับผีตามด้วยหมัดที่ซัดเข้าที่หลังส่วนล่างของเธออย่างแม่นยำอีกดอก
“เอื้อ ! ! !”
[ ตกใจ +88 ]
[ แพนิก +88 ]
ลั่วซือหานรู้สึกราวกับว่ากระดูกสันหลังจะหัก ความเจ็บปวดจากการที่เลือดลมตีกลับ ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับกระดูกถูกฉีกและผิวหนังถูกถลกนั้นรุนแรงมากเสียจนแม้แต่จักรพรรดินีบ้านเรายังแทบจะปล่อยโฮ
[ เจ็บปวดแสนสาหัส +88 ]
[ น้ำตาไหลอาบหน้า +88 ]
แต่ไม่ว่าจะเป็นเลือดที่พุ่งกระฉูดหรือความเจ็บปวดที่ทนไม่ไหว ทั้งคู่ต่างก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเธอโดยสิ้นเชิง
แทบจะในทันทีที่เลือดพุ่งออกมาครึ่งหนึ่ง การโจมตีครั้งต่อไปก็เริ่มต้นขึ้น
เมื่อเห็นดังนั้น ความตื่นเต้นบนใบหน้าของนักศึกษาที่กำลังดูอยู่ก็พลันหยุดนิ่ง แล้วก็หายไป พวกเธอต่างตกตะลึงและพูดไม่ออก
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่ 15 วินาทีเท่านั้น
โดยเฉพาะในสายตาของพวกเธอ ลั่วซือหานที่กำลังกระอักเลือดรัว ๆ ถูกเฉินมู่ผู้ลึกลับดีดไปดีดมากลางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โชคดีที่เฉินมู่ดูเหมือนจะสนุกมากพอแล้ว หลังจากโจมตีครั้งสุดท้ายลั่วซือหานก็ถูกเฉินมู่เตะปลิวกระเด็นไปอัดกับพื้นอย่างแรงราวกับตุ๊กตาผ้าขาด
หลังจากเห็นลั่วซือหานนอนกระอักเลือดอยู่กับพื้น เหล่านักศึกษาที่กำลังดูอยู่ก็ค่อย ๆ ได้สติกลับคืนมา ใบหน้าของพวกเธอมีแต่ความตกตะลึง
[ ตกใจมากค่า +88 ]
[ จะช็อกตาย +88 ]
[ เหลือจะเชื่อ +88 ]
[ หมดคำจะพูด +88 ]
“นะ... นี่มัน...”
ทุกคนมองลั่วซือหานที่นอนอยู่บนพื้นและยังคงกระอักเลือดอยู่ จากนั้นก็หันไปมองเฉินมู่ที่เดินเข้าไปหาลั่วซือหานแล้วย่อตัวลงนั่งยอง ๆ
แต่จะว่ายังไงดีล่ะ คือคำพูดหมา ๆ แม้จะมาช้า แต่มันมาแน่
“วอร์มอัป” (เป็นแสลง แปลว่านี่แค่เริ่มต้น (ของความพังพินาศ) หลังจากนี้ยังมีที่หนักกว่านี้อีกเยอะ)
[ โกรธจนไฟลุก +88 ]
“กากก็ไปฝึกมาใหม่”
[ โกรธจัด +88 ]
ในที่สุดลั่วซือหานที่รู้สึกเวียนหัวก็หยุดกระอักเลือด เธอตัวสั่นและเงยหน้าขึ้นมาจ้องเฉินมู่ด้วยความโกรธแค้นและกัดฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง
“ใส่แว่นดำขึ้นรถ” (เป็นแสลง ต่อจากมุกวอร์มอัป กากก็ไปฝึกมาใหม่ และให้พ่อแม่มีลูกใหม่ ประมาณว่ากูพร้อมแล้ว (ใส่แว่นดำ) ลุยโลด (ขึ้นรถ) ไปดูความพังพินาศต่อ หรือไม่ก็นึกถึงฉากคนใส่แว่นดำหน้านิ่ง ๆ เท่ ๆ แต่พื้นหลังคือกำลังระเบิดภูเขาเผากระท่อมกันอยู่ อารมณ์ประมาณว่ายืนดูความพังพินาศด้วยน่านิ่ง ๆ เท่ ๆ นั่นเอง หรือไม่ก็ใส่แว่นดำขึ้นรถจากไปอย่างเท่หลังจากที่ถ่มถุยคนกากเสร็จแล้ว แต่ในที่นี้คือคงจะยืนเท่ ๆ รอดูความพังพินาศของลั่วซือหาน)
[ สุดจะทนไหว +88 ]
“เอ้อ ไม่รับงานนะ” (เป็นแสลง แปลว่าไม่อยากเสียเวลาคุยด้วย หรือคุยกับไอ้กากอย่างมึงไปก็เสียเวลาเปล่านั่นแหละ)
“มืงงงงงงงง ! ! !”
[ โมโหสุดขีด +99 ]
ดวงตาของลั่วซือหานลุกโชนไปด้วยไฟพิโรธ เธอไม่คาดคิดเลยว่าไอ้เลวนี่จะไม่ใช่แค่ทำร้ายร่างกายเธอเท่านั้น แต่ยังจะมาพูดจาผีเจาะปากทำร้ายจิตใจเธออย่างสาหัสซ้ำเติมอีกด้วย
เมื่อเห็นเธอตัวสั่นไปทั้งตัวเฉินมู่จึงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับสีหน้าแปลก ๆ
“อ้าว เริ่มสั่น ?” (เป็นแสลง แปลว่าเริ่มกร่าง เป็นการประชดว่าฝีมือกากแต่ดันอวดเก่ง)
[ สั่น +88 ]
“ตื่นเต้นมาก”
บ้านพ่องเรียกแบบนี้ว่าตื่นเต้น
[ อยากฆ่าให้ตาย +99 ]
“เห็นยัง ? ว่าให้โอกาสแล้วแต่หล่อนก็ยังคว้าไว้ไม่ได้ ! แล้วคิดว่าแค่นี้จะท้าทายฉันได้เนี่ยนะ ?”
“หรือหล่อนจะบอกพอดีคิดว่าชีวิตมันน่าเบื่อไปหน่อยก็เลยหาความตื่นเต้น ?”
“มึง ? ! ! !”
ลั่วซือหานเสียการควบคุมโดยสิ้นเชิง และโดยสัญชาตญาณเธออยากจะลุกขึ้นไปทำอะไรสักอย่างกับเขา
แต่ในขณะที่เธอกำลังยกแขนขึ้นเพื่อจะพยุงตัวเอง แสงสีทองก็เปล่งออกมาจากร่างกายของเธออย่างฉับพลัน
นี่……
[ โกหกน่า +88 ]
[ ตกใจหมด +88 ]
[ อึ้งอยู่ +88 ]
นักศึกษา : ? ? ?
ลั่วซือหาน : ? ? ?