เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 : ประหารต่อหน้าสาธารณชน ! ทั้งห้องต่างตกใจกันยกใหญ่ !

บทที่ 20 : ประหารต่อหน้าสาธารณชน ! ทั้งห้องต่างตกใจกันยกใหญ่ !

บทที่ 20 : ประหารต่อหน้าสาธารณชน ! ทั้งห้องต่างตกใจกันยกใหญ่ !


“แงงงงงงง... ฮืออออออออออ...”

ห้องแรงโน้มถ่วง

จ้าวหลินซีซบหน้าลงบนอกของเย่จิ่นชิวและร้องไห้อย่างควบคุมไม่ได้

เรื่องนี้ทำให้เธอเสียใจมาก  และเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาปลอบใจ

“ฮือออ...  เจ๊ชิวอ่า  มันรังแกฉันอ่า...  ฮือออออ...”

ถึงแม้เย่จิ่นชิวจะรู้สึกสงสารจ้าวหลินซีก็เถอะ  แต่เธอก็คิดว่าจ้าวหลินซีสมควรโดนแล้ว  ครั้งนี้คงจะได้สั่งสอนจ้าวหลินซีให้รู้สำนึกสักที !

“ก็เพราะเธอไม่ฟังฉันไง  เมื่อวานฉันก็เตือนเธอแล้วแท้ ๆ”

“แงงงงง...  เจ๊ชิวรังแกฉันนนนนนนน…”

เมื่อเห็นว่าจ้าวหลินซีกอดตนแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เย่จิ่นชิวจึงตบหลังเธอเบา ๆ อย่างช่วยไม่ได้

“ตั้งแต่นี้ต่อไปเธอต้องเชื่อฟังและห้ามดื้อแล้วนะ”

“แต่……”

“ซีซี ?”

เมื่อเห็นว่าเธอยังจะเถียงอยู่อีกเย่จิ่นชิวจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า

“เธอนั่นแหละที่ผิด  เพราะงั้นที่โดนลงโทษก็สมควรแล้ว  แล้วตอนนี้เธอยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเธอเลื่อนเป็นขอบเขตศิษย์ยุทธ์หนึ่งดาวแล้วน่ะ”

จ้าวหลินซีสะดุ้งไปนิดหนึ่ง  จากนั้นจึงตระหนักว่าความรู้สึกในวันนี้มันต่างจากเมื่อวาน

เธอซบลงในอ้อมแขนของเย่จิ่นชิวและสัมผัสได้

จริงด้วย ! ฉันกลายเป็นศิษย์ยุทธ์หนึ่งดาวอย่างเป็นทางการแล้ว !

จ้าวหลินซีดีใจมากและรีบเงยหน้าขึ้นมอง

“เจ๊ชิว  ฉันเลื่อนระดับเป็นศิษย์ยุทธ์หนึ่งดาวแล้วจริง ๆ ด้วย !”

เย่จิ่นชิวทั้งพูดไม่ออกและทำอะไรไม่ถูก

“ตั้งแต่นี้ต่อไปเธอต้องตั้งใจฟังคำสั่งสอนของอาจารย์  แม้ว่ากระบวนการฝึกจะยากลำบาก  แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับดีเสมอ”

“ดูสิ  เมื่อเธอฟังฉันเรื่องอาบน้ำ  แล้วผ่านมาแค่คืนเดียวเธอก็พัฒนาขึ้นแล้ว  ยิ่งไปว่านั้นนะ  ฉันยังสัมผัสได้ว่าการดูดซับพลังวิญญาณของเธอเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากด้วย  นี่ไม่ใช่ว่าได้พิสูจน์ทุกอย่างแล้วเหรอ”

จ้าวหลินซีทำหน้าบึ้งเพราะหาคำโต้แย้งไม่ได้

อย่างไรก็ดี  ในขณะนั้นเองเย่หานยู่ได้เดินเข้ามาอย่างกระทันหัน

สีหน้าของเย่จิ่นชิวเปลี่ยนไปเล็กน้อย  เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกจ้องมองอย่างดุดันจนต้องเงียบไป

เย่หานยู่ยืนอยู่หลังแผงควบคุม  ใบหน้ามีรอยยิ้มจาง ๆ และพูดเบา ๆ ว่า

“นักศึกษาคะ  กรุณาจัดแถวให้เรียบร้อยด้วยค่ะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น  เด็กสาวที่ยังคงเฉลิมฉลองกับการเลื่อนระดับเป็นศิษย์ยุทธ์ 1 ดาวก็รีบกลับไปยืนประจำที่เหมือนเมื่อวานทันที

แต่เมื่อเห็นเธอคนนั้นสายตาของทุกคนก็แสดงออกถึงความสงสัยอย่างชัดเจน

“นั่นอาจารย์ที่เอาข้าวเที่ยงมาส่งเมื่อวานนี้หนิ”

“ใช่ ๆ ๆ เป็นเธอจริง ๆ ด้วย  ว่าแต่เธอมาทำไรอะ ? แล้วจารย์เฉินล่ะอยู่ไหน ?”

ถึงอย่างไรเด็กสาวส่วนใหญ่แม้จะภูมิหลังดีแต่ก็ไม่ได้มาจากแปดตระกูลใหญ่  และตัวเย่หานยู่เองก็กักตนฝึกฝนอยู่แต่ในบ้านมาหลายปี  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเธอจะไม่รู้จัก

“ฉันเป็นผู้ช่วยอาจารย์คนใหม่  และตั้งแต่นี้เป็นต้นไปฉันจะมีหน้าที่ช่วยเหลืออาจารย์เฉินค่ะ”

“ฉันชื่อเย่หานยู่  พวกคุณเรียกฉันว่าอาจารย์เย่ก็แล้วกัน”

“เย่หานยู่ ? ชื่อนี้คุ้น ๆ นะ”

ทุกคนต่างตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้

แต่ในไม่ช้าก็มีคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“เดี๋ยวก่อนนะ ? เย่หานยู่ ? องค์หญิงรองของตระกูลเย่เหรอ ? ? ?”

“อะไรนะ ? เธอคือองค์หญิงรองเย่เหรอ ? ? ?”

“แม่จ้าว ! องค์หญิงรองเย่จะมาเป็นผู้ช่วยสอนให้เราเหรอ”

“ฉันได้ยินพ่อบอกว่าองค์หญิงรองเย่เป็นจอมยุทธ์ยอดฝีมือศักยภาพระดับเอสเทียบเท่าขอบปราชญ์ยุทธ์ !”

“ขอบเขตปราชญ์ยุทธ์ที่ไหนล่ะ ! องค์หญิงรองเย่เป็นขอบเขตจ้าวยุทธ์ตะหาก !”

“แม่จ้าว...  จอมยุทธ์ขอบเขตจ้าวยุทธ์ในตำนานมาเป็นผู้ช่วยอาจารย์สอนเรางั้นเหรอ !”

ฝูงชนที่ได้สติกลับคืนมาต่างตกใจ  แต่ก็ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

ควรรู้ว่าแม้แต่ในสถาบันหลวง  อาจารย์ผู้สอนที่แข็งแกร่งที่สุดของปี 1 ก็แค่เพียงขอบเขตปราชญ์ยุทธ์เท่านั้น  ในขณะที่ผู้ช่วยสอนของพวกตนกลับเป็นขอบเขตจ้าวยุทธ์  แบบนี้ก็แปลว่าวันเวลาดี ๆ ของพวกเราคงจะมาถึงในไม่ช้าแล้วใช่ไหม

“มาทำไมอีกล่ะเนี่ย”

กลุ่มนักศึกษาต่างจับมือกันเขย่าด้วยความดีใจ  แต่เมื่อได้ยินเสียงของเฉินมู่ปุ๊บทั้งห้องก็เงียบกริบลงทันที

เมื่อเห็นดังนั้นเย่หานยู่ก็ระงับความรู้สึกอยากกระโดดกอดเฉินมู่ไว้และยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“ตอนนี้ฉันเป็นผู้ช่วยอาจารย์ประจำปีหนึ่งห้องหนึ่งแล้วค่ะอาจารย์เฉิน  กรุณาให้คำแนะนำฉันด้วยนะคะ”

เมื่อเห็นเธอยื่นมือออกมาเฉินมู่จึงปล่อยรถเข็นอาหารอย่างเงียบ ๆ แล้วจับมือเธอ

“เอาล่ะ  ทุกคนยืนนิ่ง ๆ ผมมีเรื่องจะบอก”

ทุกคนคิดว่าเฉินมู่จะทดสอบพวกตนเรื่องแผนภาพจุดฝังเข็มที่ได้รับเมื่อวานนี้  แต่เมื่อเห็นเฉินมู่ยืนอยู่หลังแผงควบคุมด้วยสีหน้าเย็นชาปุ๊บก็รู้สึกแปลก ๆ ว่ามีอะไรทะแม่ง ๆ

“ผมได้เตรียมข้าวเช้าไว้ให้พวกคุณแล้ว”

เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนต่างหันไปทางซ้ายของเฉินมู่โดยพร้อมเพรียงกัน

แน่นอนว่ารถเข็นอาหารที่คุ้นเคยถูกวางไว้ข้างแผงควบคุม  และเมื่อพิจารณาจากขนาดแล้ว  ปริมาณย่อมไม่น้อย

ทุกคนเห็นแบบนั้นต่างก็ตาเป็นประกาย

ที่จริงแล้วแสงสีทองที่อันแพรวพราวของแท้ที่เกิดขึ้นหลังจากที่พวกลั่วซือหานได้กินมื้อเย็นเมื่อวานนี้ยังคงงดงามแตะตาตรึงใจ  ทำให้เหล่านักศึกษาที่อดข้าวมาทั้งวันทั้งคืนต่างก็เต็มไปด้วยความคาดหวังเป็นธรรมดา

อย่างไรก็ตาม  ในวินาทีต่อมาก่อนที่ทุกคนจะทันได้รู้สึกดีใจเฉินมู่ก็พูดขึ้นมาอย่างกระทันหัน

“อย่างไรก็ตาม  เมื่อวานนี้มีคนฝ่าฝืนกฎและไม่เชื่อฟังคำสั่งของผม”

“ดังนั้นอย่างน้อยวันนี้พวกคุณทุกคนจะต้องอดข้าว”

หลังจากพูดจบเฉินมู่ก็ยกขาขึ้นเตะรถเข็นอาหารอย่างแรงทันที

ปัง ! ! !

โคร่ม !

[ กลัว +45 ]

[ ช็อก +55 ]

[ โกหกน่า +47 ]

ทุกคนต่างตกใจ  และสีหน้าของพวกเธอก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

แม้แต่เย่หานยู่เองก็ยังค่อนข้างตกใจ

แต่เธอก็ไม่กล้าให้โต้แย้ง ๆ แม้แต่จะอ้าปากพูดก็ยังไม่  เพราะเธอรู้ดีว่าเฉินมู่ที่กำลังโกรธเป็นคนที่เธอไม่ควรไปยั่วยุโดยเด็ดขาด

เมื่อเจอกลิ่นหอมอันเย้ายวนของซุปเนื้อและผักหกกระจายเต็มพื้น  กลุ่มเด็กสาวก็ตัวสั่นด้วยความกลัว

โดยเฉพาะจ้าวหลินซีที่ในตอนนี้สมงสมองว่างเปล่าใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ

“ผมจะพูดอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย : ห้องหนึ่งมีกฎเพียงข้อเดียว  นั่นคือจงเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด !”

เฉินมู่พูดด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก  เปลือกตาหรี่ลง

“ใครที่ทำผิดให้ก้าวออกมา”

[ ตื่นตระหนก +46 ]

[ ไม่แน่ใจ +57 ]

[ กลัว +76 ]

จ้าวหลินซีกัดริมฝีปากใบหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด  เธออยากขอความช่วยเหลือจากเย่จิ่นชิวอย่างยิ่ง  แต่ตัวเย่จิ่นชิวเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากและไม่กล้าขยับเขยื้อนไม่ต่างกัน

ไม่เห็นเหรอว่าผู้ช่วยอาจารย์คนนั้นยังใช้สายตาตักเตือนจ้องฉันอยู่น่ะ

“ไม่น้า  จารย์เอาเครื่องถ่ายวิดีโอมาติดฉันจริง ๆ ด้วย ! จะทำไงดี...”

เธออยากจะยอมรับความผิด  แต่ความหยิ่งผยองทำให้เธอไม่ยอมก้มหัว  และเธอยังกลัวว่าเฉินมู่จะลงโทษเธอด้วย

แต่ถ้าไม่ยอมรับความผิด  บรรยากาศ  ณ  ที่เกิดเหตุจะตึงเครียดอย่างน่ากลัว

ตกลง ! จะแย่ซักแค่ไหนกันเชียว ? สู้โว่ย !

ขณะที่ใบหน้าของเฉินมู่เริ่มมืดครึ้มลงเรื่อย ๆ จ้าวหลินซีก็ยื่นมือออกไปอย่างหวาดระแวง  ใบหน้าที่แดงก่ำก้มงุด ๆ ด้วยความกลัว

“หนะ  หนูเองค่ะ...”

เมื่อเห็นดังนั้นสีหน้าของเฉินมู่ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“คุณ ? แล้วเมื่อวานคุณทำอะไรไว้บ้างล่ะ ?”

เมื่อจ้าวหลินซีเห็นทุกคนมองมาที่ตน  ใบหน้าก็ยิ่งแดงก่ำไปจนถึงโคนคอ

คราวนี้เธอเสียหน้าจริง ๆ

“หนู...  หนูถอดชุดรบออกหลังจากกลับถึงหอพัก...  แล้ว...  จนถึงเช้านี้...”

[ ตกใจ +33 ]

[ โกหกน่า +35 ]

[ คำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ +31 ]

“หา ?”

“เธอไม่ได้สวมชุดรบตลอดทั้งคืนเลยเหรอ”

“คุณหนูรองตระกูลจ้าวช่างกล้าหาญจริง ๆ ถึงกับกล้าท้าทายท่านอาจารย์เฉินอย่างเปิดเผย...”

เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบของเพื่อนร่วมชั้น  จ้าวหลินซีก็เอาแต่อยากจะเอาหัวจุ่มพื้นเป็นนกกระจอกเทศ  แต่เธอก็รู้ว่าความเงียบของเฉินมู่หมายความว่าเขากำลังรอให้เธอประจานตัวเองต่อหน้าสาธารณชนต่อ

“แล้วหนูยังกิน...  มันฝรั่งทอดเจ็ดถุง...  ไส้กรอกหกชิ้น...  คอเป็ดสามชิ้น...  ขาไก่ตุ๋นสี่ชิ้น...  ไข่ต้มห้าฟอง...  ไหปลาร้าเป็ดสี่ชิ้น...”

[ ตกใจ +55 ]

[ โกหกน่า +75 ]

[ ช็อก +56 ]

ทุกคนต่างตะลึงเมื่อจ้าวหลินซีเล่าถึงความสำเร็จของตนที่พรั่งพรูออกมาราวกับน้ำที่ไหลล้นทะลัก

“คุณหนูรองจ้าวรูปร่างเล็กแบบนี้  แต่กลับกินได้เยอะขนาดนี้ได้ไงกัน...”

“ดูเธอสิ  หลังจากกินเนื้อไปเต็ม ๆ ตั้งสองมื้อแล้วก็ยังกินของว่างได้เยอะขนาดนี้อีก  ที่สำคัญคือกินแล้วน้ำหนักยังไม่ขึ้นซะด้วย  น่าโมโหจริง...”

“กินอะไรเยอะแยะขนาดนี้...”

จ้าวหลินซีก้มหน้าลงเรื่อย ๆ ขณะที่ฟัง  ในใจก็พลางนึกอยากจะหายตัวไปในรอยแตกของพื้นดิน

“มีอีกมั้ย”

“ไม่ค่ะ  แค่นี้  แค่นี้ค่ะ !”

เมื่อเฉินมู่ถามขึ้นจ้าวหลินซีก็รีบโบกมือปฏิเสธเหมือนลูกไก่ตกใจ

เฉินมู่เงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกและพูดว่า...

“แล้ว...  ลูกอมสองเม็ดกับช็อกโกแลตสามกล่องนั่นคือหมูมันกินรึไง”

เมื่อได้ยินดังนั้นจ้าวหลินซีก็ค่อย ๆ อ้าปากค้างด้วยความตะลึง

เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเฉินมู่จะรู้แม้กระทั่งเรื่องราวที่เธอลืมพูดถึง

หวา  ไม่น้า ! นี่มันแอบติดกล้องไว้กับฉันจริง ๆ เหรอเนี่ยยยยยยย ?

เย่จิ่นชิวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จ้าวหลินซีมองเธอด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“ซีซี...  เธอ...  กินไปเยอะขนาดไหนกันแน่เนี่ย...”

จ้าวหลินซีตัวสั่นและรีบโบกมือด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“หนูขอโทษค่ะจารย์  หนูกินค่ะ  หนูกินเองค่ะ  ไม่ใช่หมูกิน  แต่หนูแค่ลืมไป  หนูลืมจริง ๆ น้า  ฮือ ๆ ๆ...”

จ้าวหลินซีตกใจมากน้ำตาแทบจะทะลักออกมา

ตอนแรกเฉินมู่ไม่เชื่อ  แต่หลังจากได้ยินการแจ้งเตือนจากระบบเกี่ยวเรื่องค่าอารมณ์แล้วเขาก็เชื่อ

สีหน้าของเขาอ่อนลงเล็กน้อย

“ก็ได้  ในเมื่อคุณกล้ายอมรับ  ผมก็จะให้ความเคารพคุณในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่ง”

แต่หนูเป็นผู้หญิงรวยแถมสวยด้วยนะคะ  ไม่ใช่ผู้ชายซะหน่อย  ฮือ ๆ...

ท่ามความวุ่นวาย  จ้าวหลินซีพึมพำคำสาปแช่งกับตัวเองในใจโดยไม่กล้าพูดออกมาดัง ๆ

ไม่อย่างนั้นใครจะรู้ว่าตัวเองจะถูกประหารต่อหน้าสาธารณชนในรูปแบบใดอีก

เมื่อเห็นใบหน้าของกลุ่มเด็กสาวเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความชื่นชม  เฉินมู่จึงพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ทำผิด  ก็ต้องรับโทษ”

“ทุกคน ! วิดพื้นร้อยครั้ง ! ปฏิบัติ !”

“อะไรน้า ? ? ?”

ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อได้ยินคำสั่งนี้

จบบทที่ บทที่ 20 : ประหารต่อหน้าสาธารณชน ! ทั้งห้องต่างตกใจกันยกใหญ่ !

คัดลอกลิงก์แล้ว