- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 19 : คริติคอล 3 ครั้งรวด ! บินขึ้นฟ้าในชั่วพริบตา !
บทที่ 19 : คริติคอล 3 ครั้งรวด ! บินขึ้นฟ้าในชั่วพริบตา !
บทที่ 19 : คริติคอล 3 ครั้งรวด ! บินขึ้นฟ้าในชั่วพริบตา !
[ คุณได้รับ : คัมภีร์เต้าซวน (คำภีร์ความลึกลับแห่งเต๋า) (เต๋า), ศักยภาพ +20%, หินวิญญาณระดับต่ำ +100, เม็ดยาขัดกาย +1 ]
[ คุณได้รับ : เคล็ดซวนกวง (เคล็ดแสงลึกลับ) (ปราชญ์), ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +10, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]
[ คุณได้รับ : ชาแห่งการตรัสรู้ 1 กระป๋อง, ศักยภาพ +10%, หินวิญญาณระดับต่ำ +10, ค่าโลหิตปราณ +1000 ]
“โอ้โห ! วิชายุทธ์ระดับเต๋าเนี่ยนะ ? ? ?”
“แถมยังมีหินวิญญาณกะสมบัติมากมายขนาดนี้อีก ?”
“บินแล้วกู ! แม่จ้าว กูบินแล้ว !”
เขาเดาว่าการจับรางวัล 3 ครั้งรวดน่าจะทำให้ตนได้ของดีมากขึ้น แต่ไม่คิดว่ามันจะเหลือเชื่อขนาดนี้
ถึงแม้ระบบจะบอกว่าการจับรางวัล 3 สามครั้งรวดจะไม่ได้รับของดีแบบนั้นอีก แต่ก็ไม่ได้บอกว่าการจับรางวัล 5 หรือ 10 ครั้งรวดจะไม่ได้รับของดีแบบนั้นอีกใช่ไหมล่ะ
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว เดี๋ยวค่อย ๆ ไปฟาร์มแต้มมาลองไปเรื่อย ๆ ดูก็ได้
แต่ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบของรางวัล !
“ถึงจะไม่รู้ว่าวิชายุทธ์ระดับเต๋ามันเป็นยังไงก็เถอะ แต่เมื่อพิจารณาจากความลึกซึ้งของคัมภีร์เต้าซวนแล้ว มันต้องทรงพลังกว่าวิชายุทธ์ระดับเทพหลายเท่าแน่นอน”
เมื่อมองดูตำราวิชายุทธ์ในมือ เฉินมู่ไม่เพียงแต่ตาลุกวาวเท่านั้น ลมหายใจเองก็ถี่กระชั้นขึ้นด้วย
ตามคำบรรยายว่าไว้ คัมภีร์เต้าซวนเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากสามารถรวบรวมคัมภีร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ พลังโดยรวมของวิชานี้จะเหนือความเข้าใจใด ๆ ที่เคยมีมา
แต่ถึงกระนั้น แค่พลังของวิชานี้วิชาเดียวก็ไม่มีวิชาใด ๆ ที่เฉินมู่เคยพบสามารถเทียบได้เลย
แม้แต่วิชาหยางเก้าวัฏจักรของเขาก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน !
“พอดูอย่างละเอียดแล้ว คัมภีร์เต้าซวนนี่มันเน้นไปที่วิธีฝึกฝนกายใจมากกว่า คล้ายกับวิชาฝึกกำลังภายในในนิยายกำลังภายใน โชคดีที่มันยังแนบทักษะโจมตีมาให้ด้วย สมกับที่เป็นวิชาระดับเต๋า น่าทึ่งสุด ๆ...”
“เทียบกันแล้วเคล็ดแสงลึกลับเป็นทักษะโจมตีล้วน ๆ เมื่อเชี่ยวชาญแล้วผู้ใช้จะสามารถแปลงร่างเป็นแสงได้ อืม... ทุกคนเชื่อในแสงสว่างกันมั้ยครับ ?”
แม้เคล็ดแสงลึกลับนี่จะเทียบกับคัมภีร์เต้าซวนไม่ได้ก็ตาม แต่ในที่นี้วิชายุทธ์ระดับเทพก็ยังคงถือเป็นสมบัติล้ำค่าระดับสูงสุดโดยแท้จริงอยู่ดี
เท่าที่เขารู้ มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ฝึกฝนวิชายุทธ์ระดับเทพได้
ต้องจำไว้ก่อนว่าใรประเทศหลงนี่มีประชากร 2 พันล้านคน...
หลังจากซึมซับวิชาบำเพ็ญเพียรทั้งสองเข้าสู่จิตใจแล้ว เฉินมู่ก็มองถุงมิติของตนก่อนจะหยิบขวดใบเล็ก ๆ หินสีขาว และกระป๋องชาออกมา
“นี่คือ... หินวิญญาณ... ทรงพลังกว่าพลังวิญญาณที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเห็น ๆ”
แม้ว่าจะเป็นแค่ระดับต่ำก็ตาม แต่เฉินมู่รู้สึกว่าความเร็วในการดูดซับพลังวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่งทันทีเพียงแค่ถือมันไว้ในมือ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาใส่ใจ
ที่เขาดีใจยิ่งกว่าก็คือเม็ดยาขัดกายกับชาแห่งการตรัสรู้
เม็ดยาขัดกาย ก็ตามชื่อ คือใช้ขัดเกลาร่างกาย ด้วยพละกำลังร่างกายของเขาในตอนนี้ ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ที่ระดับสูงกว่าเขา 1 ขอบเขตใหญ่ยังไม่สามารถทะลวงการป้องกันของเขาได้ด้วยซ้ำ
และถ้าเกิดตอนนี้กินเม็ดยานี่เข้าไปอีกล่ะก็ เกรงว่าคงกันได้แม้กระทั่งจอมยุทธ์ที่ระดับสูงกว่าถึง 2 ขอบเขตใหญ่
ส่วนชาแห่งการตรัสรู้ คนที่เคยอ่านนิยายมาเยอะย่อมรู้เรื่องของมันดีอยู่แล้ว เฉินมู่แค่เปิดฝาดมดูก็รู้สึกสดชื่นและกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที
“ไปอาบน้ำก่อน เสร็จก็กินยา แล้วก็ต่อด้วยดื่มชา”
หลังจากตัดสินใจด้วยความสุขเสร็จเฉินมู่ก็รีบเปิดแผงควบคุมทันที
[ ชื่อ ] : เฉินมู่
[ ระดับ ] : ปรมาจารย์ยุทธ์ (1 ดาว)
[ โลหิตปราณ ] : 32734
[ วิชา ] : หัตถ์แยกเส้นเอ็นมังกรดำ (ปราชญ์), หมัดแปดสุดขั้วถล่มสวรรค์ (ปราชญ์), ดรรชนีทำลายข้อห้าม (เกียรติยศ), ฝ่ามือสลายตะวัน (เกียรติยศ), ลูกเตะมังกรเมฆา (เกียรติยศ), เสียงปราบวิญญาณ (เกียรติยศ), วิชาหยางแผดเผามหาสุริยะ (เกียรติยศ), หนึ่งดรรชนีเต๋าสวรรค์ (จักรพรรดิ), วิชาหยางเก้าวัฏจักร (จักรพรรดิ), เคล็ดซวนกวง (เทพ), คัมภีร์เต้าซวน (เต๋า)
[ กายา ] : กายศักดิ์สิทธิ์หยินหยางสรรสร้าง (เต๋า)
[ ศักยภาพ ] : ระดับ F (75%)
“ไม่เลวเลย ! เลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์หนึ่งดาวแล้ว !”
“แถมศักยภาพของมันก็กำลังจะอัปเกรดด้วย”
“เฮ่อ แทบรอดูศักยภาพตัวเองไม่ไหวแล้ว ตอนนี้มีระบบแล้วก็ควรทดสอบความเร็วกับความแข็งแกร่งในการฝึกฝนของศักยภาพระดับเอสด้วยตัวเองดูหน่อยสิ จริงมั้ย”
ดวงตาของเฉินมู่เป็นประกาย มุมปากของเขาก็ค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ชักคาดหวังกับอนาคตสุด ๆ ซะแล้วสิเรา !
...
หอพักนักศึกษา
ชั้น 5 ห้อง 501
ภายในอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ
ลั่วซือหานซึ่งเปลือยกายทั้งตัวนั่งขัดสมาธิอยู่ในน้ำ ร่างกายของเธอสภาพราวกับกุ้งต้ม
ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนและเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้แม้แต่จักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดผู้เย็นชายังต้องสวมหน้ากากเจ็บปวดรวดร้าว
เมื่อพลังวิญญาณโดยรอบเริ่มระเหยกลายเป็นไอ มันได้ผสมกับไอน้ำและเข้าซึมสู่ร่างกายของเธอในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา
จนในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหวและกระอักเลือดออกมาเต็มปาก
“พรวด ! ! !”
ลั่วซือหานตัวสั่นอย่างรุนแรงและลืมตาขึ้น แววตาเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด
“การทวนกระแสโคจรโลหิตปราณ... เจ็บมาก... ไม่รู้ทำไมหมอนั่นถึงให้เราทำแบบนี้...”
“แล้วก็ยาปริศนานี่อีก ถึงกลิ่นจะหอมแต่ก็แสบร้อนเหลือเกิน... รู้สึกเหมือนมีมดนับล้านตัวมารุมกัดกินร่างกาย... ไอ้หมอนั่น... เดี๋ยวนะ”
ลั่วซือหานตกใจ เมื่อพลันตระหนักว่าไอน้ำดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมา พัดพาเอาพลังวิญญาณอิสระให้แทรกซึมเข้าไปตามจุดฝังเข็มบนร่างกายของตนผ่านเส้นทางที่เธอไม่อาจเข้าใจ
ความเจ็บปวด ปวดแสบปวดร้อน และปวดตุบ ๆ รวมถึงความเจ็บแบบฉีกขาดในเส้นลมปราณที่พึ่งประสบมานั้นกำลังลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาด
ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ความเจ็บปวดก็หายไปราวกับปลิดทิ้ง !
ที่ทำให้ลั่วซือหานประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ยาชนิดนี้ไม่เพียงแต่บรรเทาความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดเท่านั้น แต่ยังช่วยซ่อมแซมเส้นลมปราณและฟื้นฟูร่างกายให้อีกด้วย !
ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ความเร็วในการดูดซับพลังวิญญาณของเธอก็เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า !
ระดับการฝึกฝนของเธอก็เพิ่มขึ้นจากขอบเขตศิษย์ยุทธ์ 2 ดาวไปเป็น 3 ดาว !
ในชาติก่อน เธอคงไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึงความเร็วขนาดนี้ !
ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ระดับพลังโลหิตปราณเพิ่มขึ้นจาก 600 เป็น 1500 ซึ่งเหลือเชื่อมาก !
“หมอนั่นไม่ได้เจตนาทรมานเรา แล้วก็ไม่ได้หลอกลวงเราด้วย !”
“หมอนั่นรู้มาตลอดว่าพวกเราส่วนใหญ่หลังจากอดข้าวแล้วถูกทรมานมาทั้งวันแล้วร่างกายคงทนไม่ไหวอีก”
“แถมยังรู้ด้วยว่าการทวนกระแสโคจรโลหิตปราณมันเจ็บปวดอย่างมาก เพราะงั้น... ก็เลยมอบยาวิเศษน่าอัศจรรย์นี่ให้เรามาใช้ซ่อมแซมร่างกายกับเส้นลมปราณ...”
“แถม... เส้นลมปราณเรา... เทียบกับก่อนหน้านี้ยัง... ขยายตัวกว้างขึ้นอีกตั้ง... ครึ่งนึงเลย ! ถ้าทุกวันเป็นแบบนี้ล่ะก็ ความเร็วในการดูดซับพลังวิญญาณกับความเร็วในการเลื่อนระดับก็จะเพิ่มขึ้น...”
ตาของลั่วซือหานลุกวาว ลมหายใจก็ยิ่งถี่ขึ้น
ไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่าเธอแล้วว่าระดับการฝึกฝนของตัวเองในปัจจุบันนั้นน่าทึ่งเพียงใด
นี่ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเพียงเล็กน้อยอีกต่อไป แต่มันคือการอัปเกรดแบบติดจรวดลำบักเอ้ก !
กรณีของลั่วซือหานนี้เมื่อเทียบระดับการฝึกฝนในปัจจุบันแล้ว แม้แต่ตัวเธอเองในชาติที่แล้วถึงสิบก็ยังเอาชนะตัวเธอในตอนนี้ไม่ได้ !
และนี่... แค่วันเดียวเองนะ
เธอเองก็จินตนาการไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าเกิดเฉินมู่ยังคงเป็นอาจารย์สอนเธอไปตลอด 4 ปีล่ะก็ ตอนเรียนจบตัวเองจะทรงอำนาจมากขนาดไหน !
“นี่คือโอกาส... โอกาสที่เหลือจะเชื่อ... เฉินมู่... เฉินมู่ !”
ลั่วซือหานสั่นไปทั้งตัวเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สีหน้าของเธอตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่เข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิในชาติก่อนเสียอีก
เธอตัดสินใจได้ทันที ! จากนี้ไปเธอจะปฏิบัติตามคำสั่งของเฉินมู่อย่างเคร่งครัด !
ไม่ว่าเฉินมู่จะสั่งอะไรเธอก็จะทำตามนั้นแน่นอน !
“แต่……”
“ในเมื่อระดับการฝึกเราสูงขึ้นแล้ว งั้นก็น่าจะหาโอกาสสั่งสอนไอ้หมอนั่นได้แล้วน่ะสิ !”
“ให้มันได้รู้ไว้ว่ามาทำให้เปิ่นตี้ (เราผู้เป็นจักรพรรดิ/เราจักรพรรดิ) ขุ่นเคืองแล้วจะเจออะไร !”
ท้ายที่สุดแล้ว การเชื่อฟังมันก็เรื่องหนึ่ง แต่การแก้แค้นมันก็อีกเรื่องหนึ่ง สองอย่างเป็นคนละเรื่องกัน
เธอยอมรับว่าคำสอนของเฉินมู่นั้นได้ผลดีทีเดียว แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการฝึกฝนแล้วเธอไม่กลัวเขาเลย
เพราะถึงอย่างไรเฉินมู่ก็ระดับแค่ระดับ F ในขณะที่ตนเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งที่มีศักยภาพระดับ S !
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
ภายในห้อง 503
จ้าวหลินซีซึ่งนอนถ่างแข้งถ่างขาเป็นปลาดาวอยู่บนเตียงก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงกริ่งของหอพัก
เธอขยี้ตาอย่างหงุดหงิดและทำหน้าบึ้งแต่ก็น่ารัก
“อู๊ย ~ น่ารำคาญอ่า... ฮืออออออ...”
จ้าวหลินซีบ่นอุบอิบขณะล้างหน้าและแปรงฟันในชุดนอนลายกระต่าย เมื่อตื่นเต็มที่แล้วก็กลับไปที่ข้างเตียง
เมื่อมองที่ชุดรบสีดำบนเตียงเธอก็เปลี่ยนไปสวมหน้ากากภาคภูมิใจและพูดอย่างเย่อหยิ่ง
“ทุ้ย !”
“ทำไม ? คิดว่าแม่จะโดนจับได้ว่าไม่ใส่ชุดไงยะ ? แม่ไม่ใส่ชุดแล้วมันผิดตรงไหน ? แม่ยังจะแดกเพิ่มด้วยซ้ำ แล้วไง ทำไม ไอ้เฉินมู่ ทำไมแค่นี้ก็ไม่เห็นล่ะ หา ?”
“คิดจะมาขู่ให้กลัวเหรอ ฝันไปเถอะ !”
หลังจากดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งชัยชนะแล้วเธอก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดรบอย่างมีความสุข
ทว่า ทันทีที่เธอสวมชุดนักศึกษาเสร็จ ชุดรบก็ส่งเสียงร้องออกมาทันที
และในวินาทีต่อมาประกายไฟนับสิบ ๆ เส้นก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างฉับพลันเหมือนกับฟ้าผ่า ทำให้จ้าวหลินซีถูกไฟฟ้าช็อตจนตัวลอยขึ้นกลางอากาศ
ฉ่า !
เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ! ! !
เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ! ! !
ฟู่ ๆ ๆ...
เมื่อควันค่อย ๆ จางหายไป
จ้าวหลินซีก็ชาไปทั้งตัว ขนลุกซู่ ประกอบกับสภาพใบหน้าที่ดำคล้ำจากการถูกไฟฟ้าช็อต
ทุกครั้งที่เธออ้าปากก็จะมีควันดำก็พุ่งออกมา
“พรูด !”
“พรูด !”
“พรูด !”
หลังจากพ่นควันดำออกมา 3 ครั้งติด จ้าวหลินซีก็หยิบโทรศัพท์ออกมาแนบหูด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า
“แง้ แม่จ๋า เจ๊ชิวจ๋า...”
“ชุดรบของฉันต้องมีปิกาจูซ่อนอยู่แน่ ๆ เลยอ่า ฉันไม่ได้ล้อเล่นน้า !”