เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 : องค์หญิงรองเย่ตกตะลึง ! สมบัติล้ำค่าที่สุดของเฉินมู่ !

บทที่ 18 : องค์หญิงรองเย่ตกตะลึง ! สมบัติล้ำค่าที่สุดของเฉินมู่ !

บทที่ 18 : องค์หญิงรองเย่ตกตะลึง ! สมบัติล้ำค่าที่สุดของเฉินมู่ !


“ฉินเสี่ยวเสี่ยว ! ออกมาเด๋วนิ !”

ทันทีที่เข้ามาในบ้าน  เย่หานยู่คว้าแขนเฉินมู่แล้วแหกปากตะโกน

ฉินเสี่ยวเสี่ยวที่กำลังจัดจานอย่างมีความสุขถึงกับตะลึงเมื่อเห็นเธอ

“เจ๊ยู่ ? มีธุระอะไรที่นี่เหรอคะ”

“ฉินเสี่ยวเสี่ยว ! ฉันขอท้าสู้กับหล่อน ! เพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าของเสี่ยวมู่เอ๋อ !”

ขณะที่พูดเย่หานยู่ก็กอดแขนเขาแน่นขึ้นไปอีก

ฉินเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกสับสนและแววตาของเธอก็เริ่มมองบนมากขึ้นเรื่อย ๆ

แน่นอน  ถ้าพูดถึงความเกลียดชังก็ไม่มีเลยสักนิด  พี่น้องทั้งสามสนิทกันเหมือนคน ๆ เดียวกัน  แล้วความเกลียดชังจะมาจากไหนได้กัน

โชคดีที่เมื่อเห็นสีหน้าพูดไม่ออกของเฉินมู่เธอก็เข้าใจในที่สุดว่าเย่หานยู่พูดเรื่องอะไร

“เจ๊...  หมายความว่าเจ๊อยากจะต่อสู้กับฉันเพื่อตัดสินว่าเสี่ยวมู่เอ๋อจะไปอยู่บ้านใครน่ะเหรอคะ”

“ถูกต้องแล้ว !”

เย่หานยู่ปั้นหน้าเย็นชาโดยไม่สนใจสายตาแปลก ๆ ของฉินเสี่ยวเสี่ยว  และมองเฉินมู่เบา ๆ

“เป๋าเอ๋อจ๊ะ  ทำตัวดี ๆ แล้วรอน้ายู่ตรงนี้นะ  อีกสามวิเดี๋ยวน้ายู่ก็จัดการมันเสร็จแล้ว”

เฉินมู่ถอนหายใจและผายมือออกเป็นสัญญาณว่า : เชิญเลยครับ

เมื่อเห็นดังนั้นเย่หานยู่ก็เต็มไปด้วยความมั่นใจในทันที

เธอถึงกับเริ่มจินตนาการถึงการพาเฉินมู่กลับบ้านและปรนนิบัติเขา !

เย่หานยู่อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากขณะก้าวออกไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสหล่อนนะ  ฉันจะให้หล่อนลงมือก่อนได้เลย”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้พูดอะไรมาก  เธอเองก็กำลังมองหาคู่ต่อสู้มาทดสอบฝีมือเหมือนกัน

“ถ้างั้นเจ๊ยู่  เจ๊ควรระวังตัวให้ดี ๆ หน่อยนะคะ”

เย่หานยู่หัวเราะเบา ๆ แล้วยืนกอดอก  แผ่รัศมีแห่งความเป็นมหาปรมาจารย์ออกมา

แต่ในวินาทีต่อมาเธอก็ต้องเสียการควบคุมไปทั้งหมด

เพราะฉินเสี่ยวเสี่ยวได้แว้บมาโผล่ตรงหน้าเธอในพริบตาซึ่งทำให้เธอตกใจมาก

“ไม่ ๆ ๆ  ไม่ใช่แล้ว  เธอ...”

ก่อนที่เย่หานยู่จะพูดจบมือเล็ก ๆ ของฉินเสี่ยวเสี่ยวก็เอื้อมออกมาแล้ว

“หัตถ์แยกเส้นเอ็นมังกรดำ ?”

เปลือกตาของเย่หานยู่กระตุกเบา ๆ และเธอเองก็ยื่นหัตถ์แยกเส้นเอ็นมังกรดำออกมาด้วย

แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว  แขนของฉินเสี่ยวเสี่ยวก็โอบรอบแขนของเธอราวกับงูทำให้สีหน้าของเย่หานยู่เปลี่ยนไปและนัยน์ตาของเธอก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวก่อน  เดี๋ยว ๆ เธอเป็นขอบเขตจักรพรรดิแล้วเหรอ ? ? ?”

เพียงแค่แตะเบา ๆ เธอก็สัมผัสได้ถึงโลหิตปราณอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากฉินเสี่ยวเสี่ยวในทันที  ยังรวมถึงความรู้สึกกดดันอันหนาวเหน็บด้วย

ต้องรู้ก่อนว่าเธอคือเทพยุทธ์ระดับ 10 ดาว ! นัมเบอร์วันรองจากขอบเขตจักรพรรดิ !

นอกจากขอบเขตจักรจักรพรรดิแล้วจะมีขอบเขตใดอีกบ้างที่สามารถทำให้เธอไร้พลังต่อกรได้อย่างสิ้นเชิง

เมื่อเห็นดังนั้นแขนของฉินเสี่ยวเสี่ยวก็กลับมาเป็นปกติในทันที  และเธอก็จับมือเล็ก ๆ ของเย่หานยู่พร้อมกับยิ้มให้

“ใช่แล้วเจ๊ยู่  ฉันเลื่อนเป็นขอบเขตจักรพรรดิแล้ว !”

“จริงเหรอ ? เป็นไปได้ยังไงเนี่ย ? ? ?”

[ ตกใจ +23 ]

[ ช็อก +34 ]

ฉินเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าเล็กน้อยและยิ้มอย่างมีความสุข

“ใช่แล้วเจ๊ยู่  เสี่ยวมู่เอ๋อเอาโลหิตมังกรเพลิงกลับมา  มันช่วยฉันขัดเกลากายาแถมยังปรับปรุงเส้นลมปราณให้ฉันด้วยนะ”

“ตอนนี้กายศักดิ์สิทธิ์น้ำแข็งของฉันไปถึงจุดสูงสุดแล้ว  วิชาหทัยน้ำแข็งลึกซึ้งเองก็สำเร็จสมบูรณ์แบบแล้วเหมือนกัน  การฝึกฝนในขอบเขตจักรพรรดิตอนนี้ก็เลยมั่นคงสมบูรณ์แล้วด้วย !”

[ ภูมิใจ +33 ]

“หา ? ? ?”

[ ตกใจหมด +38 ]

เมื่อได้ยินข่าวนี้เย่หานยู่ถึงกับไปไม่เป็นเลย

คนที่ติดอยู่ระดับเทพยุทธ์ 9 ดาวมา 3 ปีจะเลื่อนขั้นไปถึงขอบเขตจักรพรรดิได้ภายในวันเดียวได้อย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้น  เธอพึ่งทดสอบด้วยตัวเองและพบว่าระดับการฝึกฝนของฉินเสี่ยวเสี่ยวแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ  แปลว่ามันไม่ได้มาจากการเร่งรัดพัฒนาแต่อย่างใด

ที่จริงแล้วในเมื่อมีเฉินมู่อยู่ด้วยใครในพวกเธอที่จะกล้าเร่งรัดพัฒนาบ้าง

เดี๋ยวนะ ?

เย่หานยู่ตกใจขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงที่ฉินเสี่ยวเสี่ยวพูดเมื่อกี๊  ว่าเฉินมู่ใช้โลหิตมังกรเพลิง

ปัญหาคือถึงแม้โลหิตมังกรเพลิงจะทรงพลังก็ตาม  แต่ก็ไม่น่าจะพอทำให้เธอเลื่อนระดับไปถึงขอบเขตจักรพรรดิซึ่งเหนือกว่าระดับปัจจุบันของเธอได้หรอกใช่ไหม

เมื่อรู้ดังนั้นเย่หานยู่จึงเข้าใจในทันทีว่ายัยฉินเสี่ยวเสี่ยวนี่มันต้องซ่อนอะไรบางอย่างอยู่แน่ !

“เสี่ยวเสี่ยว  คายความจริงมาซะ  เฉินมู่ให้ของดี ๆ อะไรกับเธออีกบ้าง”

เมื่อเห็นสายตาที่จ้องมองมาอย่างพิจารณาและระแวงของเย่หานยู่  ฉินเสี่ยวเสี่ยวก็หน้าแดงและรีบหันหน้าหนีไปทันที

“อืม...  ไม่มีไรหรอกค่ะ...”

สมบัติล้ำค่าเหรอ !

อืม...  นั่นก็เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของเฉินมู่จริง ๆ นั่นแหละ...

“ไม่มีอะไร ?”

เย่หานยู่หรี่ตาลง  ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติมากขึ้นเท่านั้น

แต่เธอก็รู้เช่นกันว่าเธอจะไม่ได้รับข้อมูลใด ๆ จากฉินเสี่ยวเสี่ยว

จากนั้นเธอก็ปล่อยฉินเสี่ยวเสี่ยวแล้วหันไปยืนอยู่ตรงหน้าเฉินมู่

“เป่าเอ๋อจ๊ะ ~  ไหนบอกความจริงกับน้ายู่มาซิ  น้าฉินของเธอเลื่อนขั้นไปถึงขอบเขตจักรพรรดิได้ยังไงเอ่ย  ฮื้ม ?”

“อยากรู้เหรอ”

“แน่นอนสิ  นี่มันขอบเขตจักรจักรพรรดิเลยนะ ! มันคือเป้าหมายตลอดชีวิตของคนนับไม่ถ้วนเลยนะ !”

“โอเค ๆ งั้นเดี๋ยวเรามาทำกัน”

เฉินมู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เย็นพรุ่งนี้มารับด้วย  แล้วเราค่อยคุยกันที่บ้านเธอ”

“จริงเหรอ !”

ดวงตาของเย่หานยู่เป็นประกายและรู้สึกตื่นเต้น

เมื่อเทียบกับการเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิแล้ว  การที่เฉินมู่เต็มใจกลับบ้านไปกับเธอนั้นทำให้เธอมีความสุขกว่าเสียอีก !

“แน่นอนว่าจริง  แต่ฉันต้องขอชี้แจงล่วงหน้าก่อนนะว่าฉันสามารถไปกับเธอได้แค่วันเดียวก็คือพรุ่งนี้เท่านั้น  วันมะรืนฉันต้องกลับมาอยู่ที่นี่ต่อ”

“นอกจากนี้  ห้ามไปบอกใครเด็ดขาดว่าฉันกลับมาแล้ว”

แค่ฉินเสี่ยวเสี่ยวคนเดียวก็สร้างปัญหามากพออยู่แล้ว  ตอนนี้เย่หานยู่ยังมาสร้างปัญหาเพิ่มอีก

ถ้ายังจะมีมาเพิ่มอีกล่ะก็  เขาคงต้องลืมเรื่องการสอนนักศึกษาไปได้เลย  เพราะตลอดทั้งวันจะต้องมีพวก ‘น้า ๆ’ มาเกาะแกะและปฏิบัติกับเขาราวกับเด็กน้อยแบบชนิดที่ไม่มีวันหยุดแน่ ๆ

อย่างไรก็ตาม  เย่หานยู่ไม่ได้สนใจคำขอเหล่านั้นเลยและตอบตกลงด้วยความยินดี

“โอเคจ้า  โอเค ๆ ๆ !”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเย่หานยู่  ดวงตาโตของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

หลังจากส่งเย่หานยู่เสร็จแล้วฉินเสี่ยวเสี่ยวก็ทรุดตัวลงนั่งด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมกับโอบแขนเฉินมู่ไว้

“เป่าเอ๋อจ๊ะ  รีบ ๆ ลองกินดูสิ”

ที่จริงแล้วเฉินมู่ไม่ได้มีข้อกำหนดอะไรเป็นพิเศษในเรื่องอาหาร  เขาเคยกินทั้งของดีและของห่วยมาหมดแล้ว  จึงไม่ได้ยึดติดกับกฎเกณฑ์อะไรมากมาย

เมื่อเห็นฉินเสี่ยวเสี่ยวคอยตักอาหารใส่จานให้เขา  เขาก็รับไว้ทั้งหมด

“เป่าเอ๋อจ๊ะ  เป็นอาจารย์วันแรกเป็นไงมั่ง”

“พวกนั้นไม่ไหวเลย  ก็แค่พวกโง่เง่าเต่าตุ่นแถมยังหัวดื้ออีก”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวอดหัวเราะไม่ได้  แต่เธอก็รู้สึกทั้งหมดหนทางทั้งขบขันไปพร้อม ๆ กัน

เธอคงเป็นคนเดียวแหละที่ปฏิบัติต่อกลุ่มเด็กอัจฉริยะที่มีศักยภาพทั้งระดับ A และ S เหมือนกับหมู  ที่ข้างนอกนั่นคนอื่น ๆ คงปฏิบัติต่อพวกหล่อนเหมือนกับสมบัติล้ำค่ากันทั้งนั้น

แต่ด้วยนิสัยใจร้อนของเฉินมู่เธอจึงไม่ได้ถามเรื่องนี้ต่อ

อย่างไรก็ตาม  ด้วยการชี้แนะของเฉินมู่ก็คงพูดได้ว่าลั่วซือหานและที่เหลือต้องได้รับผลประโยชน์อย่างมากแน่ ๆ

“ว่าแต่นะเป่าเออร์  หลังจากที่เรากลับมาเมื่อวานนี้มีคนมาสืบเรื่องเธอด้วยนะ”

“รู้แล้วล่ะ”

เฉินมู่กินโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง

“เย่จิ่นชิวกะลั่วซือหาน  ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วน้ายู่จะมาได้ไง”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวตกใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

“จริงด้วย  พูดได้แค่ว่าเย่หมิงซวนก็ฉลาดเกิน”

เธอไม่กลัวว่าใครจะมาสืบสวนเฉินมู่เพราะพวกนั้นจะไม่พบอะไรเลย

แต่ที่ยกเรื่องนี้มาพูดก็เพราะว่ากินข้าวเฉย ๆ อย่างเดียวมันน่าเบื่อ

อย่างไรก็ตาม  คนที่รู้จักเฉินมู่จะไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม  และคนที่ไม่รู้จักเขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร  ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องกังวลเลย

หลังมื้ออาหาร

ด้วยสีหน้าอันเปี่ยมด้วยความรัก  ฉินเสี่ยวเสี่ยวเช็ดปากและมือของเฉินมู่  ยื่นถ้วยชาให้เขา  แล้วนั่งลงบนตักพร้อมกับกอดคอเขาไว้

“เป่าเอ๋อจ๊ะ  วันนี้เรามีแผนไรมั่งเหรอ”

“ลงอ่างแช่เลือดมังกรต่อ”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเฉินมู่หยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่ม

“โลหิตมังกรเพลิงมีประสิทธิภาพแค่ครั้งแรกไม่ใช่เหรอ”

“ก็จริงอยู่  แต่ครั้งต่อ ๆ ไปเองก็มี  เพียงแต่มันไม่เยอะ”

เฉินมู่วางถ้วยชาลงแล้วยิ้ม

“แต่ก็ไม่เป็นไร  เราเพิ่มปริมาณเอาก็ได้  ลองหยดเพิ่มอีกซักสองสามหยดดู”

“ถ้าไม่ได้เดี๋ยวเราค่อยลองทำอย่างอื่นดู”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าและหอมแก้มเฉินมู่เบา ๆ พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย

“งั้นเป่าเอ๋อ  พักผ่อนซักแป๊บนะ  เดี๋ยวน้าฉินไปเปิดน้ำให้”

เมื่อเห็นฉินเสี่ยวเสี่ยวเดินออกไปแล้วเฉินมู่ก็เปิดระบบทันที

เมื่อเขาเห็นว่าตัวเองสามารถจับรางวัลได้ถึง 3 ครั้งมุมปากเขาก็ยกขึ้นทันที

“อุตส่าห์เสียเวลาทั้งวันฝึกหมูพร้อมกับอดทนกับอารมณ์ฉุนเฉียวของพวกมัน  นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย”

“ระบบ ! จับรางวัลสามครั้งรวด !”

[ ติ๊ง ! ]

[ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์  คุณจับรางวัลแล้ว ! ]

[ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่คุณจับรางวัล 3 ครั้งรวด  คุณได้รับโบนัสคริติคอล ! ]

[ คุณได้รับ... ]

จบบทที่ บทที่ 18 : องค์หญิงรองเย่ตกตะลึง ! สมบัติล้ำค่าที่สุดของเฉินมู่ !

คัดลอกลิงก์แล้ว