- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 16 : ครั้งแรกมันอาจจะเจ็บหน่อย แต่ซักพักเดี๋ยวก็ชินเอง
บทที่ 16 : ครั้งแรกมันอาจจะเจ็บหน่อย แต่ซักพักเดี๋ยวก็ชินเอง
บทที่ 16 : ครั้งแรกมันอาจจะเจ็บหน่อย แต่ซักพักเดี๋ยวก็ชินเอง
“ติ๊ง ติ๊ง !”
เมื่อได้ยินเสียงระฆังเข้าเรียนดังแล้ว นักศึกษาปีหนึ่งห้องหนึ่งก็รู้สึกราวกับพวกตนได้รับการอภัยโทษและต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เช่นเดียวกันกับเฉินมู่ที่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกด้วย
“เฮ่อ ในที่สุดก็ไม่ต้องเห็นหน้าพ่อมีชีวิตพวกนี้อีกต่อไปแล้ว”
[ เศร้า +45 ]
[ พูดไม่ออก +45 ]
[ รู้สึกว่าถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม +45 ]
[ ยิ้มเยาะ +66 ]
เฉินมู่เหลือบมองหญิงสาวที่ยังไม่จากไป และหลังจากตั้งสติได้แล้วนักศึกษาที่นอนอยู่บนพื้นก็ลุกขึ้นยืนในที่สุดพร้อมกับร้องไห้และกรี๊ดกันระงม
“แงงงง... เจ็บจังเลยอ่า... แล้วก็หิวด้วย...”
“ฉันก็เหมือนกัน โคตรเจ็บเลย รู้สึกเหมือนทั้งเนื้อทั้งตัวมันจะแตกสลาย”
“ยืนนิ่ง ๆ หยุดพูดเรื่องไร้สาระ”
“หัวหน้าห้องก็ยืนพูดง่าย ๆ เลยนะ งั้นขอท้าให้ทั้งวันไม่ต้องนอนเลยกล้าป่าว”
“...”
การยั่วยุของเฉินมู่ไม่ได้ไร้ผล มีคนลุกขึ้นยืนได้เพิ่มมาอีก 5 คนในช่วงบ่าย แต่ถึงแม้จะพยายามมาทั้งวันแล้วเด็กสาวอีก 26 คนก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จ
เมื่อเห็นกลุ่มเด็กสาวกำลังถูข้อมือและบิดคอเฉินมู่ก็กอดอกพูดไม่ออก
“ถึงแม้จะเลิกเรียนแล้วก็ตาม แต่มีสามเรื่องที่ผมต้องอธิบายล่วงหน้า”
ทุกคนต่างตกใจและความรู้สึกไม่ดีก็ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในใจโดยไม่มีสาเหตุ
“ก่อนที่ผมจะพูดถึงสามเรื่องนั้นขอพูดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องก่อน : คนที่ลุกขึ้นยืนจะได้รับอาหาร และนี่จะเป็นแบบนี้ต่อไปนับจากนี้เป็นต้นไป ถ้าคุณไม่ลุกขึ้นยืนภายในวันพรุ่งนี้คุณก็จะยังคงอดอยากต่อไป ในทำนองเดียวกัน ใครก็ตามที่ไม่สามารถทำงานที่ผมมอบหมายให้เสร็จได้ก็จะต้องอดอยากด้วยเช่นเดียวกัน”
“หา ? ? ?”
“‘หา’ เนี่ยหมายความว่าไง”
เฉินมู่จ้องมองพวกเธอด้วยสายตาดุดันจนทั้งหมดต้องเงียบปาก
ถึงแม้จะใช้เวลาอยู่กับเขาเพียงวันเดียว แต่พวกเธอก็สามารถรู้ถึงบุคลิกภาพโดยรวมของเฉินมู่ได้
ตัวอย่างเช่น การไม่โต้เถียงสามารถลดโอกาสที่จะถูกด่าหรือล้อเลียนได้
“สิ่งแรกที่ผมจะทำคือรับผิดชอบพวกคุณอย่างเต็มที่ เนื่องจากผมเป็นคนจัดหาที่พักในหอพักให้พวกคุณ ซึ่งไม่ใช่แค่การศึกษาของพวกคุณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความปลอดภัย การพัฒนาตนเอง และอาหารของพวกคุณด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้นนักศึกษาคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรมากนัก แต่ลั่วซือหานและนักศึกษาอีก 9 คนที่ได้กินข้าวต่างก็ตาเป็นประกายและดีใจเป็นอย่างยิ่ง
“อาจารย์คะ อาจารย์ขา... อาจารย์กะลังพูดความจริงอยู่ใช่มั้ยคะ”
“จารย์คะ นี่เราสามารถกินอาหารอร่อย ๆ แบบมื้อเที่ยงได้ทุกวันเลยจริงเหรอคะ”
เฉินมู่อยากจะขำแต่ก็รู้สึกสงสารพวกเธออย่างบอกไม่ถูก
พวกเธอล้วนเป็นหญิงสาวจากตระกูลที่มีชื่อเสียงถ้าไม่นับตู้ซานน่ะนะ อย่างเย่จิ่นชิวก็เป็นทายาทของตระกูลเย่ หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ แล้วทำไมเธอถึงไม่เคยได้กินของอร่อยเลยล่ะเนี่ย
“ผมไม่สนใจนักศึกษาคนอื่น แค่ตราบใดที่พวกคุณยังเป็นนักศึกษาของผม ผมก็จะดูแลเรื่องอาหาร เสื้อผ้า และที่พักให้”
“แต่ผมก็มีข้อกำหนดเพียงข้อเดียว คือ พวกคุณต้องเชื่อฟังคำสั่งและทุ่มเทพลังทั้งหมดให้กับการเรียน”
“ตราบใดที่พวกคุณทำงานนี้เสร็จ พวกคุณก็จะได้กินอาหารที่ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ มื้อ แน่นอนว่าดีกว่าข้าวเที่ยงวันนี้อีก”
[ ตื่นเต้น +88 ]
[ ตื่นเต้น +88 ]
[ ตั้งตารอ +88 ]
พวกลั่วซือหานต่างสบตากันและเห็นความสุขในแววตาของกันและกัน
มาถึงจุดนี้แล้วเรื่องคาแรกเตอร์มันจะไปสำคัญฉไนอีก ต่อหน้าขุมสมบัติเหล่านี้แล้วทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งไร้สาระทั้งสิ้น !
“แต่ก็ขอบอกให้ชัดก่อนนะว่า ใครก็ตามที่ทำงานไม่สำเร็จและต้องอดอยากก็จะต้องอดอยากต่อไป ใครก็ตามที่กล้าขโมยอาหารจะถูกลงโทษเป็นสองเท่า”
เมื่อเห็นว่าพวกสาว ๆ ดูเหมือนจะไม่สนใจเฉินมู่จึงค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดต่อ
“อย่าคิดว่าพวกคุณจะทำได้โดยที่ผมไม่รู้ล่ะ”
ขณะที่พูดเขาก็หยิบสายรัดข้อมือขึ้นมา
“นี่คือเรื่องที่สองที่ผมอยากพูด”
“นี่คือไอเทมใหม่ล่าสุด ชุดรบแรงโน้มถ่วง มันไม่เพียงสามารถเพิ่มหรือลดน้ำหนักได้เท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจสอบสัญญาณชีพและระยะเวลาการสวมใส่แบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย”
“ข้อกำหนดของผมคือ พวกคุณแต่ละคนจะมีเวลาแค่คืนละสองชั่วโมงที่ไม่ใส่มัน และจะถอดได้เฉพาะตอนอาบน้ำเท่านั้น”
“ในเวลาอื่น ๆ พวกคุณต้องใส่ไว้ตลอด ผมรู้ได้อย่างแน่นอนว่าใครเกินเวลา ใครกินเยอะ ใครอู้ และใครโกง”
[ โกหกน่า +44 ]
[ ช็อก +45 ]
[ ยิ้มเยาะ +56 ]
“หา ? ? ?”
ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อได้ยินเรื่องนี้
“อาจารย์คะ อาจารย์พูดไม่ผิดแน่นะคะ”
“นั่นสิคะจารย์ แบบนี้มันติดเครื่องติดตามแล้วไม่ใช่เหรอ”
“อาจารย์คงไม่ใช่แอบใช้เจ้านี่แอบส่องพวกหนูอาบน้ำตอนกลางคือนหรอกนะคะ”
“อึ๋ย... อาจารย์นี่เป็นพวกวิตถารจริง ๆ ด้วย...”
เฉินมู่ : ? ? ?
“พรูด !”
[ อดหัวเราะไม่ได้ +88 ]
เฉินมู่จ้องมองหญิงสาวอย่างไม่พอใจ คาดไม่ถึงว่าประเด็นนี้จะเป็นจุดสนใจของกลุ่มหญิงสาวเหล่านั้น จากนั้นเขาก็ได้แต่กัดฟันพูดอย่างหงุดหงิด
“ไร้สาระ ! ไอ้พวกเด็กเหลือขอ ! พวกหล่อนมีไรให้แอบดูมิทราบ”
“ชุดรบนี่ไม่มีระบบดักฟังหรือสอดแนมใด ๆ เพราะงั้นฉันไม่เห็นหรอกว่าพวกหล่อนจะพูดจะทำไรกันอยู่ !”
“อ้อ... งั้นก็ไม่เป็นไร...”
“หนูล่ะคิดว่าจารย์จะมีงานอดิเรกแปลก ๆ ซะอีก”
“หน้าตาก็ล้อหล่อ แต่กลัวจะเป็นพวกวิตถารนี่แหละ...”
“ว่าไงนะ ! กล้าพูดอีกทีมั้ยล่ะ”
“พรูด !”
[ กลั้นขำอย่างแรง +35 ]
เปลือกตาของเฉินมู่กระตุกเล็กน้อยแล้วเขาก็ตบไปที่แผงควบคุม
“เรื่องที่สาม !”
ทุกคนต่างตกใจและหยุดนิ่งทันที
“ผมใส่ขวดไว้ในถุงมิติแล้ว ทุกคืนหลังจากที่พวกคุณกลับไปก็หยดของในขวดลงในอ่างอาบน้ำ ย้ำอีกครั้ง ! แค่หยดเดียวเท่านั้น ! ถ้าเกิดใครหยดเยอะเกินไปล่ะก็ผมไม่รับประกันให้หรอกนะว่าวันรุ่งขึ้นจะไม่ใช่วันที่ผมต้องพาเพื่อน ๆ ที่เหลือไปกินโต๊ะจีนที่บ้านพวกคุณ”
[ เศร้า +67 ]
[ พูดไม่ออก +67 ]
“อาจารย์คะ อาจารย์เนี่ย... พูดเก่งจังเลยนะคะ”
“ปากของอาจารย์เฉินเนี่ยเหมือนไปอาบยาพิษมาเลยอะ...”
“ว่าไงนะ มีปัญหารึไง”
“ไม่ค่ะ ๆ !”
เด็กหญิงเหล่านั้นตกใจและรีบไปยืนเข้าแถว
เฉินมู่เอามือไขว้หลัง เหลือบมองทุกคน แล้วพูดว่า...
“ขณะอาบน้ำและฝึกฝนตอนกลางคืน ผมอยากให้พวกคุณทวนกระแสโคจรพลังโลหิตปราณหนึ่งรอบ”
“อะไรนะ ! ! ?”
เมื่อได้ยินคำขอดังกล่าวทุกคนก็ตกตะลึงอีกครั้ง
โดยเฉพาะลั่วซือหาน เธอรู้ดีถึงผลที่จะตามมาหลังจากการทวนกระแสโคจรโลหิตปราณ
“อาจารย์ การโคจรโลหิตปราณแบบทวนกระแสมันจะฉีกเส้นลมปราณของเราทำให้ระดับการฝึกฝนร่วงลงอย่างหนัก เคสไหนหนักหน่อยก็อาจทำให้เราพิการไม่สามารถกลับมาฝึกฝนได้อีกเลยนะคะ !”
เมื่อเห็นว่าลั่วซือหานหายใจถี่ขึ้นเฉินมู่จึงพูดอย่างใจเย็น
“แค่ทำตามที่ผมบอกไปก็พอ ผมรับประกันเลยว่าสถานการณ์ที่คุณเล่ามาจะไม่เกิดขึ้น”
“แน่นอนว่าถ้าแค่กระอักเลือดล่ะก็เกิดชัวร์”
[ ไม่พอใจ +55 ]
[ ไม่พอใจ +55 ]
“แต่ไม่ต้องห่วงไป ครั้งแรกมันอาจจะเจ็บหน่อย แต่ซักพักเดี๋ยวก็ชินเอง”
[ พูดไม่ออก +55 ]
[ พูดไม่ออก +55 ]
เมื่อเห็นกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มีรอยดำบนใบหน้าเฉินมู่ก็รู้ว่าเป้าหมายการแสดงในวันนี้สำเร็จแล้ว จากนั้นก็ชี้ที่โซนอาหารข้าง ๆ
“เอาล่ะ คนที่ลุกขึ้นยืนในวันนี้ได้ให้ไปกินข้าวกันได้เลย ส่วนพวกที่เหลือก็อดไปซะ”
“อย่าแม้แต่คิดขโมยกิน แล้วก็อย่าแม้แต่คิดแบ่งข้าวให้คนอื่นกิน อะไรที่เป็นของคุณก็คือของของคุณ ถ้าคิดจะโกงหรือทุจริตล่ะก็...”
เฉินมู่ค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดว่า...
“งั้น... พวกคุณจะต้องพบเจอกับความยากลำบากอีกเยอะเลยเชียวล่ะ...”
[ เศร้า +66 ]
“เอาล่ะไปกันเถอะ เดี๋ยวผมจะไปส่งที่หอพัก”
“อาจารย์เฉินคะ”
ทันทีที่เฉินมู่พูดจบอาจารย์ผู้หญิงคนหนึ่งก็มาปรากฏตัวที่ประตู เธอปรับแว่นตาและพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับแววตายิ้มให้
“อาจารย์เฉินคะ ท่านรองอธิการหลี่คิดว่าเนื่องจากอาจารย์เป็นผู้ชาย การที่ท่านจะไปหอพักนักศึกษาหญิงด้วยตัวเองอาจไม่สะดวกจึงขอให้ฉันมาช่วยพานักศึกษาไปให้น่ะค่ะ”
เฉินมู่เหลือบมองหญิงที่กำลังแจกกล่องข้าวให้พวกลั่วซือหานทั้ง 10 คนจากนั้นก็ยิ้ม
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ”
ดีแล้วที่ไม่ต้องไปเอง
เขาได้สิทธิ์จับรางวัลถึง 3 ครั้งมาแล้ว ดังนั้นจึงรอคอยที่จะกลับไปจับ
นอกจากนี้ยังต้องขอให้ฉินเสี่ยวเสี่ยวพยายามช่วยดูแลเรื่องกายาด้วย เรียกได้ว่าคุณชายเฉินของเรานี่งานยุ่งจริง ๆ
นึกได้ดังนี้แล้วเขาก็โบกมือ...
“เอาล่ะ ตอนนี้พวกคุณกลับไปกับอาจารย์ท่านนั้นได้แล้ว และจำสิ่งที่ผมบอกไว้ด้วยล่ะ”
เมื่อเห็นว่าเฉินมู่กำลังจะจากไป ผู้หญิงคนนั้นก็จ้องมองเย่จิ่นชิวที่กำลังจะพูด จากนั้นก็ยัดกล่องข้าวใส่มือเธอแล้วผลักเย่จิ่นชิวที่กำลังงุนงงออกไปก่อนจะวิ่งตามเขาไป