เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 : สลาก ! อัปเกรด ! เนตรแห่งกาลเวลา !

บทที่ 7 : สลาก ! อัปเกรด ! เนตรแห่งกาลเวลา !

บทที่ 7 : สลาก ! อัปเกรด ! เนตรแห่งกาลเวลา !


“เป่าเอ๋อ ~  วันนี้เธอเก่งมากเลยน้า ~”

“เมื่อไหร่กันที่ฉันไม่เก่ง”

“ฮึ่ม ! ใช่ ๆ ๆ ~ เป่าเอ๋อของเราเก่งทุกวันเลย ~”

ภายในวิลล่าหรู

ฉินเสี่ยวเสี่ยวนั่งอยู่บนโซฟาแล้วกอดเฉินมู่ด้วยใบหน้าที่ประดับประดาไปด้วยความรักใคร่  หากคนนอกเห็นเธอมองเขาด้วยความรักเช่นนี้คงต้องตกใจอย่างแรง

หลังจากกินองุ่นที่ฉินเสี่ยวเสี่ยวปอกเสร็จแล้วเฉินมู่ก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“ใช่แล้ว  ฉันต้องการหอพักที่เงียบสงบ  ไม่มีใครมารบกวน  แล้วก็ต้องมีอ่างอาบน้ำด้วย”

เมื่อได้ยินดังนั้นฉินเสี่ยวเสี่ยวก็ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า...

“ทางตะวันออกของมหาลัยมีหอพักพึ่งสร้างใหม่  เดิมทีน้ากะจะใช้เป็นหอพักอาจารย์ใหม่  มีห้องพักอยู่ห้าสิบห้อง”

“แต่ถ้าเธอจะใช้ก็เอาไปได้เลย  ส่วนเรื่องอ่างอาบน้ำนั่นก็ง่ายมาก  น้าจะให้หลี่หมิงซินจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย  พรุ่งนี้ก็พร้อมใช้แล้วล่ะ”

พูดถึงตรงนี้ฉินเสี่ยวเสี่ยวก็โอบแขนรอบคอเฉินมู่กอดหัวเขาลงมาถูไถ

“ในเมื่อเป่าเอ๋อของน้ากะลังจะเป็นอาจารย์แล้ว  งั้นน้าฉินจะยกอาคารเรียนที่พึ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ นั่นให้เธอเลยแล้วกัน  เออใช่  น้ายังได้บอกหลี่หมิงซินแล้วว่าเธอจะมีอำนาจสูงสุดในมหาลัยตี้ตูและจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดของมหาลัยแล้วด้วยนะ”

เฉินมู่พึงพอใจกับเรื่องนี้มาก

“โอเคเลย  อย่างอื่นต่อรองได้หมด  แต่ที่สำคัญคือต้องมีอ่างอาบน้ำ  อันนี้จำเป็นมาก ๆ”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวหยุดลูบหัวเฉินมู่แล้วใช้มือประคองใบหน้าเขาขึ้นมาดูพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ

“เป่าเอ๋อ  เธอ...  เก็บกดจนอันไม่อยู่แล้วจริง ๆ เหรอ”

“พูดเรื่องไรอยู่เนี่ย”

เฉินมู่มองเธอก่อนจะหยิบขวดหยกขาวขนาดเท่าขวดเหล้าออกมาจากช่องเก็บของในระบบ

“ดูซิว่านี่คืออะไร”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวตกใจ  หลังจากรับขวดมาแล้วเธอก็เปิดดูโดยไม่รู้ตัว  แล้ววินาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงคำรามของมังกรดังขึ้นอย่างกะทันหัน  ราวกับว่ามันนำพาลาวาจากภูเขาไฟระเบิดมาด้วยกันและพุ่งขึ้นไปถึงเพดาน

เมื่อเห็นดังนั้นตาของฉินเสี่ยวเสี่ยวก็หรี่ลงอย่างเร็ว  โดยไม่คิดอะไรต่อเธอรีบปิดจุกกลับเข้าไปทันที

“นี่...  นี่มันโลหิตมังกรเพลิงเหรอ ? ? ?”

เฉินมู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วมองเธอพร้อมกับยิ้ม

“ไม่เลวเลยนะฉินเสี่ยวเสี่ยว  เธอรู้จักโลหิตมังกรเพลิงด้วย”

เปลือกตาของฉินเสี่ยวเสี่ยวกระตุกเบา ๆ พร้อมกับลมหายใจที่เริ่มถี่ขึ้น

“เป่าเอ๋อ  เธอไปเอาสมบัติแบบนี้มาจากไหนล่ะเนี่ย  ในเผ่ามังกรเพลิงทั้งเผ่ายังมีไม่ถึงสามตัวเลยนะที่จะมีพลังระดับนี้  นี่เธอคงไม่ได้ไปฆ่าประมุขเผ่ามังกรเพลิงแล้วรีบเลือดมันมาหรอกใช่มั้ย  นั่นน่ะมันยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิเลยเชียวนะ !”

“เอาหน่า  ก็แค่เลือดมังกรเพลิงแก้วเดียวเอง”

เฉินมู่โอบแขนรอบเอวเธออย่างไม่ตั้งใจ

“รีบไปเปิดน้ำใส่อ่างซะสิ  แล้วเรามาฝึกฝนด้วยกัน”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น  แม้แต่ฆาตกรหน้าเลือดอย่างเธอยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งใจ

“เป่าเอ๋อ  นี่น่ะมันของดีเลยนะ  แม้แต่ตระกูลเฉินของเธอก็ยังไม่มีเลยนะ  แล้วเธอยังอยากจะให้มันกับน้าจริง ๆ เหรอ”

“แน่นอนสิ”

เฉินมู่หัวเราะเบา ๆ แล้วหยิกแก้มเธอ

“เธอเป็นของฉัน  เพราะงั้นจะแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กันมันก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วหนิ”

เมื่อเห็นฉินเสี่ยวเสี่ยวหน้าแดงเฉินมู่จึงฉวยโอกาสมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เธอติดอยู่ที่ขอบเขตเทพยุทธ์ (อู่เฉิน) เก้าดาวมาซักสามปีได้แล้วใช่มั้ยล่ะ”

“โลหิตมังกรเพลิงนี่สามารถชำระล้างไขกระดูก  ขยายเส้นลมปราณ  และยังช่วยขัดเกลาร่างกายเสริมสร้างพลังโลหิตปราณให้เราได้  แม้แต่จอมยุทธ์ขอบเขตจักรพรรดิใช้เองก็ยังเห็นผลเป็นที่อัศจรรย์เลย”

เฉินมู่พูดถูก  แม้ว่าเธอยังไม่ถึงขอบเขตจักรพรรดิก็ตาม  แต่สายตาของเธอยังดีพอ  เพียงแค่ความรู้สึกที่เธอพึ่งสัมผัสไปเมื่อกี๊ก็พอที่จะกระตุ้นพลังฝึกฝนของเธอที่หยุดนิ่งมาหลายปีให้ตื่นขึ้นมาได้แล้ว

นี่มันเหลือเชื่อจริง ๆ

ควรเข้าใจก่อนว่าเส้นทางการฝึกฝนวรยุทธ์นั้นจะยิ่งยากลำบากมากขึ้นหลังจากขอบเขตราชันยุทธ์  ฉินเสี่ยวเสี่ยวที่สามารถก้าวขึ้นสู่ขอบเขตเทพยุทธ์ได้และสามารถพัฒนาระดับฝีมือจนมาถึงระดับปัจจุบันได้อย่างรวดเร็วก็เพราะเมื่อ 10 ปีก่อน  ด้วยการชี้แนะ  วิชา  และทรัพยากรที่เฉินมู่จัดหาให้นี่แหละ

อย่างไรก็ตาม  ศักยภาพเธอแค่ระดับ A เท่านั้น  ซึ่งเป็นศักยภาพที่ยังมีขีดจำกัดอยู่  ดังนั้นแม้ว่าเธอจะบรรลุขอบเขตเทพยุทธ์ 9 ดาวได้ภายในเวลาเพียงแค่ 7 ปีก็ตาม  แต่สุดท้ายก็มาตันอยู่แค่นี้เนื่องจากศักยภาพของเธอก็ได้จำกัดการเติบโตไว้ในที่สุด

ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กักตัวอยู่แต่ในบ้านมานานถึง 3 ปีเต็มแบบนี้หรอก

แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าการใช้โลหิตมังกรเพลิงจะทำให้เธอไปถึงขอบเขตเทพยุทธ์ 10 ดาว  หรือกระทั่งขึ้นสู่ขอบเขตจักรพรรดิในตำนานได้หรือไม่ก็ตามที  แต่เฉินมู่ก็ยังเต็มใจที่จะแบ่งปันสมบัติชิ้นนี้กับเธอโดยไม่ลังเล  แถมยังประกาศอีกว่าเธอเป็นของเขาอีกด้วย

เหตุการณ์นี้ทำให้ความรู้สึกขอบคุณของฉินเสี่ยวเสี่ยวที่มีต่อเฉินมู่พุ่งสูงถึงขีดสุดแล้ว

“เป่าเอ๋อ...  เป่าเอ๋อจ๊ะ ~  เธอดีกับน้าฉินจังเลย...”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวแทบจะพูดอะไรไม่ออก  เธอกอดเฉินมู่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

เฉินมู่โกรธมากจนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

“เอาล่ะ ๆ ก็แค่โลหิตมังกรเพลิงหยดเดียว  เดี๋ยวต่อไปจะมีของดีกว่านี้มาอีกด้วยซ้ำ”

พวกลั่วซือหานนั้นสำคัญต่อเขาไหม  แน่นอนว่าสำคัญ !

เฉินมู่ต้องการพวกเธอเพื่อใช้ช่วยพัฒนาศักยภาพและความแข็งแกร่งของตน

แต่ถ้าเกิดอยากรู้จริง ๆ ว่าใครสำคัญที่สุดในใจเขา  คำตอบก็คงเป็นพวกฉินเสี่ยวเสี่ยวอย่างแน่นอน

เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน  เขาเคยฝึกฝนฉินเสี่ยวเสี่ยวและแก๊งของเธอให้เป็นทีมหลัก  แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้หญิงพวกนั้นกลับยิ่งดื้อรั้นและไม่เคารพเขามากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้พวกเธอยังปฏิบัติต่อเฉินมู่ดีเกินไปและยังตามใจเขามากยิ่งกว่าพ่อของเขาเสียอีก  ซึ่งเป็นเหตุผลที่เฉินมู่ต้องยอมให้พวกเธอทำอะไรกับตัวเองก็ได้ตามใจชอบ

ดังนั้นหากมีอะไรดี ๆ เฉินมู่ก็ยินดีที่จะแบ่งปันให้พวกเธออย่างแน่นอน

สรุปคือเฉินมู่ปฏิบัติต่อพวกเธอเหมือนเป็นคนในครอบครัวจริง ๆ

“เอาล่ะ ๆ ไปเปิดน้ำเถอะ”

“ม่ายปาย ~”

“ฉินเสี่ยวเสี่ยว !”

“จ้า ๆ...”

เฉินมู่จ้องมองเธออย่างดุดันและฉินเสี่ยวเสี่ยวก็เชื่อฟังทันที

หลังจากทำหน้าบึ้งด้วยความไม่เต็มใจใส่แล้วฉินเสี่ยวเสี่ยวก็ไปเปิดน้ำ

“เฮ่อ  ผู้หญิงนี่น่ารำคาญจริงจี๊ง”

เฉินมู่ถอนหายใจโล่งอกและรีบเปิดแผงควบคุมระบบ

เขาได้รับค่าอารมณ์มา 1123 แต้มจากการปากหมาที่สนามเด็กเล่น  และตอนนี้ก็อยู่ในสถานที่เงียบสงบแล้ว  จึงถึงเวลาแล้วที่จะจับสลากรับรางวัล

“มาเพิ่มศักยภาพกันเลยเจ้าระบบ  จับรางวัลโลด !”

[ ติ๊ง ! ]

[ จับรางวัลสำเร็จ ! ]

[ หักค่าอารมณ์ 1000 แต้ม ]

[ ติ๊ง ! ]

[ ยินดีด้วย ! ]

[ คุณได้รับ : เนตรแห่งกาลเวลา, ศักยภาพ +10%, ค่าโลหิตปราณ +100, อุกกาบาตสีชาด ]

“เอาจริงดิ ? ยังอัปเกรดศักยภาพให้อีก !”

ดวงตาของเฉินมู่เป็นประกายด้วยความดีใจสุดขีด

“ถึงจะไม่ได้ของรางวัลเยอะเท่าแพ็กของขวัญมือใหม่แต่ก็ยังได้ของดีทีเดียว  แถมยังสามารถจับรางวัลได้ทุก ๆ พันแต้มด้วย  ก็ดูซิว่าวันนี้พวกสาว ๆ ดื้อกันขนาดไหน  ค่าอารมณ์พันแต้มนี่หมู ๆ เลย”

“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปศักยภาพของเราอาจไปถึงระดับเอสได้อย่างเร็วหรืออาจจา...  สูงกว่าด้วยซ้ำ !”

ยิ่งคิดเฉินมู่ตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็เริ่มคิดหาวิธีรับมือกับพวกเด็ก ๆ เหล่านั้นในวันพรุ่งนี้แล้ว

“เฮ่อ  หลังจากดิ้นรนอย่างยาวนานในชาติก่อนสุดท้ายก็จบลงอย่างน่าเศร้า  แต่ในชาตินี้อย่างน้อยเราก็ไม่สูงไม่ต่ำแล้วล่ะนะ !”

เฉินมู่หัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี

เอาล่ะ ๆ ตอนนี้ยังมีเวลาเหลืออยู่  ดูของรางวัลอื่น ๆ ดีกว่า

[ เนตรแห่งกาลเวลา ] : เมื่อฝึกฝนจนถึงขีดสุดจะสามารถย้อนมิติเวลา  เดินทางผ่านกระแสแห่งกาลเวลาได้

เปลือกตาของเฉินมู่กระตุกเล็กน้อยและรู้สึกประทับใจอย่างมากกับเนตรอันยอดดยี่ยมเหลือเชื่อนี่

โดยไม่รู้ตัว  เขาได้กระตุ้นพลังเนตรขึ้นมา  แล้วตาขวาของเขาที่เป็นสีดำสนิทก็เปลี่ยนเป็นสีทองในทันที

วินาทีต่อมา

เขารู้สึกว่าพลังโลหิตปราณลดฮวบอย่างฉับพลัน  และทันใดนั้นก็ ‘เห็น’ องุ่นในจานร่วงลงบนโต๊ะ

อย่างไรก็ตาม  ความรู้สึกลึกลับนั้นคงอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไป

ที่น่าประหลาดใจคือ...  เพียงไม่นานต่อมา...  องุ่นในจานกลับร่วงลงบนโต๊ะจริง ๆ

เมื่อเห็นดังนั้นเฉินมู่ก็พลันเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที

“ใช้พลังโลหิตปราณไปประมาณหนึ่งในยี่สิบ  ได้เห็นภาพนั้นประมาณสามวิ...”

แม้มันจะไม่แปลกประหลาดอย่างที่คำบรรยายบอกไว้  แต่เฉินมู่ก็ยังดีใจมากเมื่อเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“ด้วยระดับการฝึกฝนของเราตอนนี้สามารถมองเห็นฉากนั้นได้แค่สามวิ  แต่ถึงจะแค่สามวิก็ยังใช้เป็นไพ่ตายในสนามรบได้อยู่”

“ใครจะรู้ล่ะว่าสามวินี่อาจใช้ตัดสินผลลัพธ์ของการรบก็ได้”

“ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อระดับการฝึกฝนเราสูงขึ้น  เวลาก็ควรจะยิ่งนานขึ้น”

ในตอนนี้ระดับการฝึกฝนของเขายังต่ำเกินไป  ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถปลดปล่อยพลังของเนตรแห่งกาลเวลาได้เลย  ยิ่งไปกว่านั้นเขารู้สึกอยู่เสมอว่าเนตรแห่งกาลเวลาไม่ใช่แค่การมองเห็นอนาคตเพียงไม่กี่วินาทีนี้เท่านั้น

บางที  เมื่อพละกำลังเพิ่มมากขึ้นเขาอาจจะค้นพบความสามารถที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมได้ก็เป็นได้ !

นี่เป็นของดีจริง ๆ...

เฉินมู่เอามือแตะตาขวาขณะที่ปากก็กลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่แล้วอุทานว่าระบบนี้ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ

“แต่ก็น่าเสียดายที่เนตรแห่งกาลเวลานี่มันอยู่แค่ในตาขวาเท่านั้น...  เพราะอะไรกันแน่นะ”

“ช่างมันเถอะ  แค่มีก็ดีแล้ว  จะไปอยากได้อะไรเยอะแยะ”

เฉินมู่ได้กินอาหารดี ๆ แล้วจึงรู้สึกอิ่ม  อิ่มอกอิ่มใจเป็นอย่างยิ่ง

มันไม่ใช่เรื่องของปริมาณ  แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ  ตราบใดที่สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์  แม้จะเป็นเพียงแค่ตาเดียวก็ยังถือว่าแข็งแกร่งและไม่เสียหายอะไร

คิดมาถึงตรงนี้ก็พลันได้สติว่าตนยังไม่ได้ดูแผงควบคุมของตัวเองเลย

[ ชื่อ ] : เฉินมู่

[ ระดับ ] : ศิษย์ยุทธ์ (3 ดาว)

[ โลหิตปราณ ] : 1568

[ วิชา ] : หัตถ์แยกเส้นเอ็นมังกรดำ (ปราชญ์), หมัดแปดสุดขั้วถล่มสวรรค์ (ปราชญ์), ดรรชนีทำลายข้อห้าม (เกียรติยศ), ฝ่ามือสลายตะวัน (เกียรติยศ), ลูกเตะมังกรเมฆา (เกียรติยศ), เสียงปราบวิญญาณ (เกียรติยศ), วิชาหยางแผดเผามหาสุริยะ (เกียรติยศ), หนึ่งดรรชนีเต๋าสวรรค์ (จักรพรรดิ), วิชาหยางเก้าวัฏจักร (จักรพรรดิ)

[ กายา ] : กายศักดิ์สิทธิ์หยินหยางสรรสร้าง (เต๋า)

[ ศักยภาพ ] : ระดับ F (35%)

“เราฝึกฝนทุกวันห้าปีเต็ม ๆ แต่ได้ค่าโลหิตปราณเพิ่มมาแค่ร้อยห้าสิบแต้มเอง  แต่วันนี้วันเดียวได้ค่าโลหิตปราณเพิ่มมาเกือบร้อยห้าสิบแต้มเห็น ๆ ดูท่านี่คงเป็นเพราะกายานี่สินะ”

หลังจากดูแผงควบคุมเสร็จแล้วเฉินมู่ก็เข้าใจในทันทีว่าความรู้สึกที่ร่างกายกำลังดูดซับพลังวิญญาณจากภายนอกและกลั่นกรองพลังโลหิตปราณได้เร็วขึ้นหลังจากเปิดกล่องของขวัญนั้นไม่ใช่ภาพลวงตา

ณ  จุดนี้  สาเหตุย่อมมาจากกายานี่อย่างแน่นอน

“แต่...  ไอ้ระดับเต๋าที่ว่านี่มันระดับไหนกันล่ะเนี่ย”

เช่นเดียวกับวิชาฝึกฝน  กายาของคนเราก็แบ่งออกเป็น 9 ระดับ  ได้แก่ มนุษย์, เหลือง, ลึกลับ, ปฐพี, สวรรค์, ศักดิ์สิทธิ์/ปราชญ์, เกียรติยศ, จักรพรรดิ  และเทพ

ยกตัวอย่างลั่วซือหาน  กายาซินเหยียนของเธออยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในบรรดากายาที่เด่นด้านความแข็งแกร่งทางกายภาพ

อย่างไรก็ตาม  กายาและศักยภาพนั้นแตกต่างกัน  ถึงแม้จะสามารถปรับปรุงกายาให้ดีขึ้นได้ด้วยความช่วยเหลือจากวัตถุภายนอกหรือโอกาสล้ำค่าหายากก็ตาม  แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นเรื่องยากมากอยู่ดี

นอกจากนี้กายาและศักยภาพของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป  ไม่ใช่ทุกคนจะมีกายาที่เหมาะสมเสมอไป

แน่นอนว่าตอนนี้แม้แต่ศักยภาพเองก็ยังสามารถพัฒนาขึ้นได้ด้วย

เพียงแต่ไอ้ระดับของเต๋าที่ว่านี่...  เฉินมู่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้

หรือมันจะทรงพลังยิ่งกว่ากายาระดับเทพอีก ?

เฉินมู่สงสัยเล็กน้อยจึงรีบตรวจสอบรายละเอียดกายาทันที

แต่หลังจากอ่านแล้วสีหน้าของเขาก็ยิ่งแปลกไปกว่าเดิม

คำอธิบายนั้นละเอียดมาก  แต่ก็ยุ่งยากอย่างยิ่ง  กล่าวโดยสรุปคือกายานี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน

1. หยินหยาง  หรือที่รู้จักกันในชื่อกายศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญเพียรคู่  สามารถเสริมสร้างการบำเพ็ญเพียรของทั้งตนเองและอีกฝ่ายได้  ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างหยินและหยาง

2. สรรสร้าง  จุดสนใจหลักคือการปรับปรุงร่างกายของทั้งสองฝ่าย  ขัดเกลาเรือนร่าง  และเพิ่มพูนการรับรู้และความเข้าใจ

3. กายศักดิ์สิทธิ์  ก็ตามชื่อ  เป็นกายเนื้อที่บรรจุความไม่ตายไม่สูญสลาย  และสามารถฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ทั้งปวงด้วยพละกำลังของตนเองโดยมีความเข้าใจในวิถี (เต๋า) แห่งพลังอย่างลึกซึ้งถึง 100 เท่า

อย่างไรก็ตาม  หลังจากอ่านคำอธิบายจบแล้วเฉินมู่ก็รู้สึกว่ากายานี้สามารถพัฒนาได้อีก  แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าระดับเต๋าดังกล่าวมันคืออะไรอยู่ดี

“ช่างมันเถอะ  กายาที่แข็งแรงก็เป็นพรสวรรค์ที่พบได้ในคนแค่หนึ่งในหมื่น  มีดีกว่าไม่มีล่ะนะ  เพียงแต่กายนี่มันทำให้รู้สึกเหมือนเราเป็นเตาหลอมเลย  แถมยังคงกระพันชาตรีอีกต่างหาก”

แม้เฉินมู่จะเป็นคนเปิดใจกว้างก็ยังค่อนข้างพูดไม่ออกอยู่เหมือนกัน

ทว่าขณะที่เขากำลังจะหยิบทรายดารากับอุกกาบาตสีชาดออกมาดูนั้นเอง  ฉินเสี่ยวเสี่ยวก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน

“เป่าเอ๋อจ๊ะ ~  น้ำพร้อมแล้วน้า ~”

เมื่อเห็นฉินเสี่ยวเสี่ยวยืนพิงกรอบประตูอย่างเอียงอายในชุดซีทรู (ผ้าโปร่งมองทะลุได้) จากตลาดมืด  เปลือกตาของเฉินมู่ก็กระตุกและรู้สึกชาไปทั้งตัว

“ฉินเสี่ยวเสี่ยว...  หล่อน...  บ้าไปแล้วเรอะ”

“เป่าเอ๋อ ~ มามะ ~”

[ ตื่นเต้น +20 ]

เฉินมู่ :  ?  ?  ?

จบบทที่ บทที่ 7 : สลาก ! อัปเกรด ! เนตรแห่งกาลเวลา !

คัดลอกลิงก์แล้ว