เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 : การยั่วยุที่บ้าคลั่ง ทำให้ทุกคนระเบิด

บทที่ 4 : การยั่วยุที่บ้าคลั่ง ทำให้ทุกคนระเบิด

บทที่ 4 : การยั่วยุที่บ้าคลั่ง ทำให้ทุกคนระเบิด


“เชี่ยไรคับเนี่ยยยยย ? ? ? ระดับเอฟที่พึ่งตื่นพลังมาแค่เดือนเดียวเนี่ยนะ ? ? ?”

“ให้ไอ้ระดับเอฟเนี่ยนะมาเป็นอาจารย์ ? หม่ายก้อด ! นี่กูไม่ได้หูแว่วใช่ป๊ะ”

“อิหยังคับเนี่ย  มันพึ่งปลุกพลังได้แค่เดือนเดียวเองนะ  เป็นระดับศิษย์ยุทธ์หนึ่งดาวยังก่อน  ยังกล้าเสนอหน้ามาเป็นอาจารย์หน้าตาเฉย”

“ตกลงมันบ้าหรือกูบ้ากันแน่วะ”

ทุกคนที่ได้ยินดังนั้นรวมถึงคณาจารย์อย่างพวกหลี่หมิงซินต่างก็เป็นอึ้งกันไปหมดในทันที

ยิ่งโดยเฉพาะพวกหลี่หมิงซิน

แค่นั้นก็แย่พออยู่แล้ว  แต่ฉินเสี่ยวเสี่ยวกลับตามใจเขาขนาดนี้

แล้วตอนนี้เธอยังยอมให้ไอ้หนุ่มหน้ามนที่ศักยภาพแค่ระดับ F ที่พลังพึ่งตื่นมาเป็นอาจารย์ที่นี่เนี่ยนะ ? !

นี่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระสิ้นดีหรอกเหรอ

ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติต่อว่าที่บุตรแห่งสวรรค์ของประเทศชาติเราเหมือนกับเด็กน้อยหรอกเหรอ

“ท่านอธิการ...”

เมื่อหลี่หมิงซินได้สติก็รู้สึกอยู่ไมเป็นสุขรีบถามฉินเสี่ยวเสี่ยวโดยสัญชาตญาณ

แต่ก่อนที่จะทันได้พูดจบกลับสบเข้ากับสายตาเย็นชาของฉินเสี่ยวเสี่ยวก็ทำให้ต้องหุบปากไป

“คุณกำลังตั้งคำถามกับฉันงั้นเหรอ ?”

เมื่อท่านราชินีเอ่ยปาก  แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเผยเผยพลังฝึกฝนใด ๆ ออกมาก็ตาม  แต่พวกหลี่หมิงซินต่างรู้สึกราวกับพวกตนได้ตกลงไปในห้วงเหวลึก  ขนนี่ลุกซู่ไปหมดทั้งตัว

หลี่หมิงซินตกใจและรีบโค้งคำนับ

“ผู้น้อยไม่กล้าขอรับ”

เมื่อเห็นเฉินมู่ค่อย ๆ หันมามองด้วย  สีหน้าของหลี่หมิงซินก็แข็งทื่อขึ้นไปอีกก่อนจะรีบส่งรอยยิ้มฝืน ๆ ตอบกลับไป

อย่างไรก็ตาม  เฉินมู่กลับสังเกตคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านหลังหลี่หมิงซินด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“ดูเหมือนว่า...  พวกนี้จะฉลาดกันหมดทุกคนเลยแฮะ  แบบนี้ก็ช่วยประหยัดเวลาพร้อมลดความยุ่งยากได้เยอะ”

เขาไม่กลัวความสงสัย  และไม่กลัวความท้าทาย

แต่ปัญหาเดียวที่เป็นกังวลคือปัญหาที่เกิดจากการหักมุมของเรื่องราวน้ำเน่าดราม่า

เรื่องนี้มันต่างจากความสงสัยอันเป็นธรรมชาติของหลี่เฉิงคุน

เพราะไอ้นั่นมันเด็กน้อยอ่อนประสบการณ์  แต่เพราะมีศักยภาพสูงดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่มันจะหยิ่งยโสและดูถูกคนอื่น

โชคดีที่กลุ่มของหลี่หมิงซินไม่ได้แสดงพฤติกรรมดราม่าหรือเสนอหน้ามาเป็นตัวตลกแต่อย่างใด

แบบนี้ก็ดีเลย  จะได้สามารถจดจ่ออยู่กับการตบเกรียนไอ้พวกเด็กเหลือขอพวกนี้ได้อย่างสบายใจ

คิดเสร็จเฉินมู่ก็ยิ้มและมองไปที่หลี่เฉิงคุน

“ทำไม ? มึงมีปัญหารึไง ?”

“ปัญหา ?”

ดูเหมือนหลี่เฉิงคุนจะได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก  นอกจากความดูถูกแล้วแววตาของมันยังเต็มไปด้วยความโกรธอีกด้วย

“ไอ้ขยะไร้ค่าระดับเอฟที่พึ่งจะพลังตื่นได้เดือนเดียวเนี่ยนะกล้าเสนอหน้ามาสอนในมหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศหลง ?”

“แถมมาถึงยังจะพูดจาไร้สาระให้พวกกูเชื่อฟังคำสั่งอย่างเดียว  ไม่พอยังจะขอแต่ผู้หญิงสวยล้วน ๆ อีก ?”

พร้อมกันนั้นหลี่เฉิงคุนยังชี้หน้าเฉินมู่ปากก็กัดฟันแน่นไปด้วย

“มึงอยากฟังสิ่งที่ตัวเองพูดมั้ย !”

เฉินมู่เอียงคอเล็กน้อยและยิ้มโดยไม่แสดงความเห็นใด ๆ

“ไม่พอใจ ?”

“หา ?”

หลี่เฉิงคุนหัวเราะอย่างโกรธเคือง  กางแขนออกราวกับจะอวดความเก่งกาจแล้วหมุนตัวไปรอบ ๆ

“กูไม่พอใจเหรอ ? งั้นมึงก็มาถามทุกคนที่นี่ดูเซ่  อย่างน้อยครึ่งนึงของพวกกูทั้งหมดต่างก็เป็นระดับบี  แล้วยังมีอีกสี่คนที่เป็นระดับเอส  มึงลองลงมาถามซิว่ามีใครบ้างที่จะยอมจำนนให้กับ...  ไอ้ขยะระดับเอฟอย่างมึง”

คำพูดเหล่านั้นพวกนักศึกษาต่างเห็นด้วยกันหมดในทันที

เมื่อเห็นว่าเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง  และนักศึกษาบางคนถึงกับชี้หน้าและด่าทอเฉินมู่  หลี่หมิงซินก็รู้สึกกังวลจนเหงื่อแตกพลั่ก

เขากลัวจริง ๆ ว่าไอ้เด็กเวรพวกนี้จะทำให้เฉินมู่โกรธเข้า  แล้วหลังจากนั้นตัวเองก็อาจโดนฉินเสี่ยวเสี่ยวซ้อมจนปางตายตามไปด้วย  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงไอ้หลี่เฉิงคุนนี่เลยด้วยซ้ำ

“ทะ  ท่านอธิการ...  ไม่ให้ผม...”

“ไม่ต้อง”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นราวกับว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ

“พวกมันก็แค่กลุ่มเด็กน้อย  คุณไม่ต้องไปกังวลหรอก”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวกังวลเรื่องนี้ไหมน่ะหรือ

เมื่อพูดถึงเรื่องการก่อเรื่องวุ่นวายและสร้างความเสียหายแล้ว  ในบรรดาทหารผ่านศึกของหน่วยนี้ใครบ้างที่ไม่เก่งกว่าไอ้พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพวกนี้

เมื่อเห็นกลุ่มนักศึกษากำลังสบถด่าอยู่ด้านล่างฉินเสี่ยวเสี่ยวจึงได้แต่ส่ายหน้า

ความไม่รู้ก่อให้เกิดความไร้ความกลัวนี่เรื่องจริง

เฉินมู่ยืนอยู่หน้าราวบันไดเวทีฟังความเสียงแจ้งเตือนรู้สึกต่าง ๆ ที่ผุดขึ้นมาในใจ  แล้วมองลงไปที่หลี่เฉิงคุนด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยก่อนจะเอ่ยปาก

“ตะกี๊มึงบอกมึงมีศักยภาพระดับเอ (A) ชะ ?”

เสียงของเฉินมู่ไม่ได้ดังมาก  แต่กลับดังไปถึงหูทุกคนในสนามเด็กเล่นได้ในทันที

นักศึกษาต่างงุนงงและสังเกตเห็นเพียงว่าเสียงของเฉินมู่ดังมาก

เมื่อได้ยินเช่นดังนั้นสีหน้าของลั่วซือหานก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนที่เธอจะทันได้คิดอะไรก็เห็นหลี่เฉิงคุนเงยหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่งแล้วพูดว่า...

“เออ ! กูมีศักยภาพระดับเอ  แล้วกูยังเป็นศิษย์ยุทธ์หนึ่งดาวแล้วด้วย”

“ดีมาก”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มของเฉินมู่ก็ยิ่งกว้างขึ้น

“กูก็รู้แหละว่ากูไม่มีความสามารถหรือคุณสมบัติจะไปเป็นอาจารย์ให้มึง  แต่กูก็ไม่ใช่คนที่จะเสียเวลาเรื่องไร้สาระ”

“เอาง่าย ๆ เลยแล้วกัน”

“ใช้หมัดตัดสินไปเลย”

เฉินมู่บิดคอไปมาโดยไม่สนใจสีหน้าสับสนของหลี่เฉิงคุน

“พวกมึงทั้งหมดใครไม่เห็นด้วยก็เชิญก้าวออกมาได้เลย”

เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็โกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟทันที

“เชี่ย ! ไอ้นี่แม่งโคตรกร่างเลยว่ะ !”

“ไอ้เศษขยะที่พลังพึ่งตื่นกล้าดียังไงมาเห่าหอนวะ !”

“เชี่ยเอ๊ย ! กูทนไม่ไหวแล้ว ! หัวเด็ดตีนขาดกูก็ไม่เห็นด้วย !”

“กูไม่เห็นด้วย !”

“กูก็ด้วย !”

ไม่นานนัก

มีนักศึกษาออกมา 5 คน

เมื่อเห็นดังนั้นคนอื่น ๆ ต่างหันไปมองที่เวทีด้วยสีหน้าคาดหวังผสมตื่นเต้น

“เอาว่ะ  มีน้องชายของหลี่เฉิงคุน  หลี่เฉิงเมี่ยวด้วย !”

“นั่นมันเฉิงอู่เทียนจากตระกูลเฉิง !”

“ห้าคนนี่มัน ! ทั้งหมดเป็นนักศึกษาที่มีศักยภาพระดับเอที่กะลังดังในปีนี้ ! รวมทั้งหลี่เฉิงคุนด้วยก็เป็นหกคน !”

“ศิษย์ยุทธ์หนึ่งดาวที่มีศักยภาพระดับเอหกคน  ไอ้เด็กเปรตขี้กร่างนั่นแม่งโดนอัดยับชัวร์เลยวันนี้ !”

“แม่งมันแน่ ๆ ! ฮ่า ๆ ! สมน้ำหน้าแล้วใครใช้ให้มึงมากร่างแถวนี้มิทราบ !”

นักศึกษาต่างตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยทุกคนหวังว่าหลี่เฉิงคุนและผองเพื่อนจะสั่งสอนเฉินมู่ให้รู้สำนึก

หลี่หมิงซินที่ยืนอยู่บนเวทีนั้นตอนนี้กำลังเช็ดเหงื่อเย็น ๆ อยู่

เขาอยากจะห้ามเธอ  ทว่าเพียงแค่สายตาของฉินเสี่ยวเสี่ยวก็ทำให้ขามันสั่นจนไม่กล้าพูดอะไร

มีเพียงเฉินมู่เท่านั้นที่ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย

“มีใครไรอีกมั้ย”

หลังจากมองไปรอบ ๆ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครออกมาอีกแล้วเฉินมู่จึงใช้มือขวายันราวกั้นแล้วดันตัวกระโดดข้ามลงไป

ปัง !

เฉินมู่พุ่งตัวเหมือนลูกปืนใหญ่กระโดดลงจากเวทีสูงสามเมตรมากระแทกพื้นอย่างแรง

ขณะที่เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ อยู่นั้นสายตาของทุกคนก็ได้หันมาจับจ้องที่ตัวเขาอีกครั้ง

“หล่อจริงไรจริง  แต่ขยะก็คือขยะ  ไอ้กระจอกแบบนี้เสือกอยากมาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษากูซะได้”

นักศึกษาที่ยืนอยู่แถวหน้าต่างปั้นหน้าเหี้ยมใส่  แต่ไม่มีใครเลยที่แสดงความเคารพต่อเฉินมู่  ถึงกระนั้นเขาก็ไม่แม้แต่จะสนใจ

สายตาจับจ้องไปที่หลี่เฉิงคุนและผองเพื่อนอีก 5 คน  จากนั้นก็เอียงคอเล็กน้อยและยิ้มให้

“เวลาเหลือน้อยแล้ว  เพราะงั้นพวกมึงน่ะมัดรวมกันมาเลย”

“อะไรนะ ? ? ?”

เมื่อได้ยินดังนั้นไม่ใช่แค่หลี่เฉิงคุนและกลุ่มเพื่อนทั้ง 5 เท่านั้นที่ไม่อยากจะเชื่อ  แม้แต่นักศึกษาคนอื่น ๆ ก็ยังงงด้วย

“มันบ้าป่าววะ  ไอ้ขยะระดับเอฟอย่างมันกล้าท้าให้ระดับเอห้าคนรุมตีเนี่ยนะ  อยากตายเหรอ”

“กูเจอพวกกร่างมาเยอะ  แต่ก็ยังไม่เคยเจอใครกร่างได้เบอร์นี้  เชี่ยเอ๊ย  แม่งหมั่นไส้ว่ะ  พี่คุนรีบ ๆ ฆ่ามันเลยพี่ !”

“เวรเอ๊ย  แม่งกล้ามากร่างกลางเมืองหลวงแบบนี้แม่ง ! คุณชายเฉิง ! ไปฆ่ามันเลยเถอะ !”

เมื่อนักศึกษาได้สติกลับคืนมาต่างก็โกรธจัดก่อนเลย

ความหยิ่งผยองของเฉินมู่มีมากถึงขนาดที่เขาปฏิบัติต่อคนพวกนี้ไม่ต่างจากคนปัญญาอ่อน

คุณต้องเข้าใจก่อนว่าใครก็ตามที่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยตี้ตูย่อมล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีพรสวรรค์ระดับโลก

แล้วคนระดับนี้จะไปทนการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเช่นนี้โดยเฉพาะจากขยะระดับ F อย่างเฉินมู่ได้อย่างไร

ในไม่ช้า  ในใจของเฉินมู่ก็มีแจ้งเตือนถึงความโกรธและความไม่พอใจเด้งขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน

ส่วนหลี่เฉิงคุนที่เห็นดังนั้นก็ยิ่งกัดฟันกรอดพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่บอกก็รู้ว่าใกล้จะระเบิดเต็มทน

“ดีมาก...  ไม่ว่ามึงจะมีความสัมพันธ์กับท่านอธิการยังไงก็ตามกูไม่รู้  แต่ที่รู้แน่ ๆ เลยคือมึงเป็นคนแรกในเมืองหลวงนี้ที่กล้าพูดกะกูแบบนี้”

“เฉิงอู่เทียน ! พวกมึงเลิกซ่อนตัวกันได้แล้ว  ในเมื่อจารย์แกอยากประหยัดเวลางั้นพวกเราก็ช่วยประหยัดเวลาให้จารย์หน่อย !”

ไม่ต้องพูดถึงหลี่เฉิงคุน  ทั้งกลุ่ม 5 คนของเฉิงอู่เทียนก็ถึงจุดปรอทแตกมาตั้งนานแล้ว

ทันทีที่หลี่เฉิงคุนพูดจบ  เฉิงอู่เทียนและสหายทั้ง 4 ก็ก้าวขารีบวิ่งเข้าใส่

ขณะที่หลี่เฉิงคุนและสหายรวม 6 คนพุ่งเข้าหาเฉินมู่ทีละคน  เหล่านักศึกษาต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความรู้สึกอยากแก้แค้น  แต่ละคนต่างชูกำปั้นขึ้นพร้อมแหกปากเชียร์เสียงดังสนั่น

ลั่วซือหานยืนอยู่เงียบ ๆ ในที่ว่าง ๆ มองเฉินมู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

ในฐานะจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด  เธอไม่เคยได้ยินชื่อเฉินมู่มาก่อน  แต่การที่เขากล้าพูดจาแบบนั้นย่อมแสดงว่าเขามั่นใจในความสามารถของตนเอง

ปัญหาคือคนที่มีศักยภาพระดับ F ซึ่งเป็นแค่คนไร้ประโยชน์ที่พลังตื่นพร้อมกันกับตนมันเอาอะไรมากล้าขนาดนี้

แต่ในไม่ช้า

เธอก็ได้รับคำตอบ

จบบทที่ บทที่ 4 : การยั่วยุที่บ้าคลั่ง ทำให้ทุกคนระเบิด

คัดลอกลิงก์แล้ว