เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 : ปลดล็อกระบบ ! เพิ่มศักยภาพ !

บทที่ 2 : ปลดล็อกระบบ ! เพิ่มศักยภาพ !

บทที่ 2 : ปลดล็อกระบบ ! เพิ่มศักยภาพ !


“จบแล้ว ๆ ดันมาสายตั้งแต่วันแรกซะได้”

บนเส้นทางไปยังสนามเด็กเล่น

ลั่วซือหานสวมเครื่องแบบของมหาวิทยาลัยตี้ตูรูปร่างดีพร้อมใบหน้าทรงเสน่ห์กำลังพึมพำขณะวิ่งด้วยหัวใจที่แทบจะพังทลายด้วยความอับอาย

ในฐานะบุตรสาวคนโตของตระกูลลั่ว  หนึ่งในแปดตระกูลหลัก  และจักรพรรดินีที่เกิดใหม่  เธอเป็นดอกไม้บนที่สูงทั้งในชาติก่อนและในชาตินี้

แต่เธอไม่คาดคิดว่าเมื่อวานจะมัวเสียเวลาดูดซับบุปผาเพลิงเพื่อขัดร่างกายเสียอย่างนั้น

“ป้าหวางนี่จริง ๆ เลย  ทำไมไม่ปลุกก็ไม่รุ...”

ลั่วซือหานตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อคิดว่าจะต้องมาสายต่อหน้านักศึกษาใหม่ทั้งมหาวิทยาลัยและสร้างความประทับใจที่ไม่ดีต่อคณาจารย์

ตัวเธอนั้นยอดเยี่ยมมากทั้งในด้านศักยภาพและภูมิหลัง

แต่ในเมืองตี้ตูแห่งนี้ไม่ว่าเธอจะเจ๋งแค่ไหนก็ตามมันก็ยังคงมีคนที่เจ๋งกว่าเธออยู่เสมอ

ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอได้เกิดใหม่อีกครั้งและรู้ดีว่ามหาวิทยาลัยตี้ตูแห่งนี้เป็นอย่างไร

หากเธออยากจะกลับไปยังจุดสูงสุดหรือแม้แต่จุดสูงสุดใหม่นั้นเธอจำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรของมหาวิทยาลัยตี้ตูรวมไปถึงต้องอาศัยคำสั่งสอนของอาจารย์

ในชาติก่อนเธอหยิ่งผยองไปกับศักยภาพระดับ S จึงอยากจะประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ด้วยกำลังของตัวเองเพียงคนเดียว  แต่ความเป็นจริงคือการพึ่งพาตนเองนั้นไม่ต่างอะไรกับการลากจูงภูเขากองอุจจาระกองใหญ่

แม้ว่าเธอจะได้เป็นจักรพรรดินีก็ตาม  แต่สุดท้ายก็เอาตัวไม่รอดจากการรุกรานของหมื่นโลก

ดังนั้นในเมื่อชาตินี้ได้รับโอกาสใหม่มาแล้วเธอจะกล้าทำเรื่องผิดพลาดอีกได้อย่างไร

“หวังว่าอาจารย์จะไม่...  หืม ?”

หลังจากที่หลัวซือหานวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็รู้สึกว่ามีคนจ้องมองมา

เธอเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัวและเมื่อหันมองกลับไปก็เห็นว่ามีชายหนุ่มรูปหล่อขั้นสุดจนยากจะอธิบายเป็นคำพูดมองมาด้วย...  สายตาลามกจกเปรต

ไอ้หมอนี่ใคร ?

มหาลัยตี้ตูยังมีไอ้โรคจิตแบบนี้อยู่อีกงั้นเหรอ

แล้วก็...

สาวสวยที่เกาะแขนมันอยู่นั่นน่ะ...  ทำไมถึงดูคุ้น ๆ จัง

แต่ตอนนี้คือต้องไปเข้าแถวก่อน  ไม่งั้นเกิดอาจารย์รู้ว่าตนมาสายล่ะก็คงได้ขายขี้หน้าอย่างแรงชัวร์เลย

เธอไม่กล้าคิดมากเกินไปและรีบเร่งฝีเท้าจากไป

ในขณะที่หยุดดูร่างที่วิ่งหายไปนั้นเอง  ฉินเสี่ยวเสี่ยวก็หันมองเฉินมู่อย่างงุนงง

หมายความว่าไงอะ ? นี่อั้นไม่อยู่จนออกนอกหน้าแล้วจริงดิ๊ ?

ก็ควรจะเป็นงั้นแหละ

เฉินมู่ออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ  เติบโตมาท่ามกลางหมู่ชายฉกรรจ์ถึง 10 ปีเต็ม  และตอนนี้เขาก็อายุ 18 ปีแล้วจึงเป็นเรื่องปกติที่จะคิดเรื่องอย่างว่าเหมือนที่พวกผู้ชายทั่วไปชอบคิดกัน

คิดได้ดังนี้แล้วฉินเสี่ยวเสี่ยวก็อดเป็นทุกข์หน่อย ๆ ไม่ได้

ส่วนตัวเฉินมู่เองนั้นตอนนี้กลับตื่นเต้นสุด ๆ เพราะในที่สุดเมื่อตอนที่เขามองสาวสวยคนเมื่อกี๊ระบบที่เงียบกริบมานานถึงหนึ่งเดือนเต็มวันนี้กลับมีปฏิกิริยาตอบสนองแล้ว !

[ ติ๊ง ! ]

[ ยินดีด้วย ! ]

[ ระบบอารมณ์เทพธิดาเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ! ]

[ หากคุณทำให้เป้าหมายที่ไม่ได้ผูกมัดไว้เกิดอารมณ์ผันผวนจะได้รับค่าอารมณ์ 1 เท่า  และหากทำให้เป้าหมายที่ผูกมัดไว้เกิดอารมณ์ผันผวนจะได้ค่าอารมณ์ 2 เท่า ]

[ เป้าหมายผูกมัดโดยอัตโนมัติในปัจจุบัน : 1 ]

[ ติ๊ง ! ]

[ ยินดีด้วย ! ]

[ คุณได้รับแพ็กเกจของขวัญมือใหม่ ! ]

[ คุณได้รับ : กายศักดิ์สิทธิ์หยินหยางสรรสร้าง, ศักยภาพ +25%, ค่าโลหิตปราณ +1000, โลหิตมังกรเพลิง 1 ขวด, ทรายดารา 1 ชิ้น ]

ขณะที่รู้สึกว่าร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยคลื่นพลังงาน  ความเร็วของการดูดซึมพลังวิญญาณเพิ่มขึ้น 10 เท่าทันที  ทำให้ร่างกายสงบและโลหิตปราณในรางเดือดระอุขึ้นมาทันที

ดวงตาของเฉินมู่สว่างวาบขึ้น  ลมหายใจถี่ขึ้นนิดหน่อย !

ต้องรู้ว่าเขาขัดเกลาร่างกายมาตั้งแต่เด็ก  และระดับของโลหิตปราณเขาก็เกินกว่าคนทั่วไปอยู่ที่ 320 แต้มแล้ว !

อย่าได้คิดว่าค่าเท่านี้มันน้อย  ก่อนพลังตื่นคนปกติต่อให้ขัดเกลามาหนักหน่วงขนาดไหนก็ตามก็ยังมีค่าโลหิตปราณอยู่ที่ 30 เท่านั้น

แม้แต่ลูกหลานของตระกูลใหญ่ก็ยังขัดเกลาได้มากสุดอยู่ที่ประมาณ 50 เท่านั้น

หลังจากพลังตื่นขึ้นแล้วศักยภาพที่ระดับต่ำกว่า B จะไม่เพิ่มค่าโลหิตปราณ  หรือต่อให้เพิ่มก็ตามแต่การเพิ่มได้สัก 20 แต้มก็ถือว่าเกินขีดจำกัดแล้ว

แต่ตอนนี้เพียงแค่เปิดชุดของขวัญมือใหม่เขาก็ได้รับมาถึง 1,000 แต้ม  ซึ่งได้ผลักดันระดับพลังยุทธ์ของเขาขึ้นเป็นระดับศิษย์ยุทธ์ (อู่ถู) 3 ดาว  นี่เทียบเท่ากับผลลัพธ์จากการฝึกฝนอย่างนัก 30 ปีเต็ม

อย่าลืมว่าด้วยตัวตนและภูมิหลัง  ทรัพยากร  ทักษะ  และประสบการณ์ของเขาล้วนยอดเยี่ยมและต่อเนื่อง  ดังนั้นเขาจึงสามารถมีค่าพลังโลหิตปราณที่น่าสะพรึงกลัวได้

แต่ถึงกระนั้นค่าโลหิตปราณนี้ก็ยังไม่ใช่รางวัลที่ทำให้เฉินมู่ดีใจที่สุด

สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นจริง ๆ คือศักยภาพและกายศักดิ์สิทธิ์ !

โดยเฉพาะศักยภาพ !

ปรากฎว่าระบบนี้เป็นไปตามที่เขาคิดจริง ๆ มันสามารถให้รางวัลเพิ่มศักยภาพแก่เขาได้จริง

ที่สำคัญคือได้รู้ว่าศักยภาพจริง ๆ แล้วไม่ได้คงที่แต่กลับสามารถยกระดับขึ้นได้อีก

ท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีประสบการณ์กับตัวเองและได้เห็นแล้วว่าผลจากการปรับปรุงศักยภาพขึ้นมานั้นมันให้ความแข็งแกร่งได้มากขึ้นขนาดไหน (หมายถึงชาติก่อนระดับ N ส่วนชาตินี้ระดับ F)

ดังนั้นหลังจากที่เปิดใช้งานระบบและมันได้มอบสิ่งที่เขาไฝ่ฝันมาให้นี้จึงทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมากเป็นธรรมดา

เมื่อเปรียบเทียบกันดูแล้วแม้โลหิตมังกรเพลิงกับทรายดาราจะน่าประทับใจมากเหมือนกันก็ตาม  แต่ในความเห็นของเฉินมู่แล้วพวกมันก็แค่น้ำตาลไอซิ่งที่เอาไว้แต่งหน้าเค้กเท่านั้น

เฉินมู่ระงับมุมปากไม่ให้ยิ้มออกมา  ตาก็ชำเลืองมองที่แผ่นหลังของหญิงสาวด้วยประกายระยิบระยับ  จากนั้นจึงเปิดแผงข้อมูลของเธอที่ระบบจัดเตรียมให้

[ ชื่อ ]:ลั่วซือหาน

[ ระดับ ] : ศิษย์ยุทธ์ (1 ดาว)

[ โลหิตปราณ ]:225

[ วิชา ] : ฝ่ามือเปลวเพลิง (ลึกลับ), วิชาเพลิงสวรรค์ (ปฐพี)

[ ร่างกาย ]:กายาซินเหยียน (กายาหทัยระอุ) (ศักดิ์สิทธิ์)

[ ศักยภาพ ]:ระดับ S

[ คะแนนรวม ]:95

“สามารถขัดเกลาโลหิตปราณได้มากกว่าสองร้อยแต้มได้ในเดือนเดียว  ตามคาดเลย  ยิ่งศักยภาพสูงยิ่งเลื่อนระดับได้เร็ว”

“แถมหล่อนยังปลุกกายาพิเศษที่มีแค่หนึ่งในหมื่นได้อีก”

เฉินมู่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจกับลั่วซือหานมาก

เป็นเรื่องจริงที่เขามาที่นี่เพื่อเปิดใช้งานระบบ  แต่เขาก็ตั้งใจที่จะมาเลือกผู้มีความสามารถด้วย

ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนเกิดใหม่จึงรู้ดีว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะต้องเผชิญกับบททดสอบแบบไหนบ้างในอนาคต

แต่ตอนนี้เขาไม่กังวลอีกต่อไปแล้ว  มีแต่ความรู้สึกตื่นเต้นที่จะลองใช้ระบบ

“น้าฉิน  คนที่ชื่อลั่วซือหานเมื่อกี๊นี้มาจากตระกูลลั่วใช่ป่าว”

เมื่อได้ยินเสียงของเฉินมู่ที่ผสมความตื่นเต้นกับความสงสัยเข้าด้วยกันฉินเสี่ยวเสี่ยวก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ก่อนจะตอบ

“ใช่แล้วจ้ะ  เธอเป็นหนึ่งในแปดผู้มีความสามารถที่มีศักยภาพระดับเอส (S) ในปีนี้  และยังเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลลั่วรุ่นนี้ด้วย”

ได้ยินดังนั้นเฉินมู่ถึงขั้นอดตะลึงไม่ได้

“ระดับเอสแปดคน ?”

“จ้ะ ?”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวกระพริบตาพลางมองดูเขา

“ปีนี้มหาลัยตี้ตูของเรารับนักศึกษาระดับเอสมาได้สี่คน  ส่วนอีกสี่คนไปเรียนมหาลัยอื่นน่ะ”

เฉินมู่ขมวดคิ้วและคิดอยู่ครู่หนึ่งด้วยใจที่รู้สึกสับสนอยู่ภายใน

เพราะในชาติก่อนเขาจำได้ว่าปีนี้มีระดับ S แค่ 2 คนเองนี่นา

และนี่คือระดับ S ซึ่งเป็นระดับที่มีศักยภาพสูงสุด

ในความทรงจำของเขา  ชาตก่อนตอนอายุ 18 ครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบกันระดับ S คือเมื่อ 8 ปีก่อน  พูดแบบนี้แล้วก็คงจะจินตนาการได้แล้วสินะว่าศักยภาพระดับ S นั้นมันหายากขนาดไหน

แต่ปีนี้...  มีถึง 8 คนจริง ๆ เหรอเนี่ย

“เป็นเพราะเราเกิดใหม่หรือเพราะเราเปลี่ยนชะตากรรมของคนมากเกินไปหว่า  เรื่องมันถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้”

นี่ดูเหมือนนี่จะเป็นคำอธิบายเดียวที่เขาคิดออกในตอนนี้

แต่ก็ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่ายิ่งมีอัจฉริยะมากขึ้นเท่าไหร่  อนาคตของมนุษยชาติก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

ตราบใดที่เด็ก ๆ เหล่านี้ได้รับการสั่งสอนเป็นอย่างดีล่ะก็  อนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็อาจเปลี่ยนได้จริง ๆ

เดิมทีตอนมาที่นี่เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับนักศึกษาเรียนกลุ่มนี้มากนัก  แต่ตอนนี้ดูท่าว่าแผนจะก้าวหน้าไปได้ไกลแล้ว

“ระบบก็เปิดทันเวลาพอดี  เดี๋ยวต้องหาทางปัดเศษค่าอารมณ์ให้เต็มจะได้จับสลากเพิ่มศักยภาพ  แล้วค่อยเลือกพวกต้นกล้าพันธุ์ดี  จะได้ดูว่าจะผูกมัดเป้าหมายเพิ่มได้อีกมั้ย”

“ใครใช้ให้ค่าอารมณ์ของคนที่ถูกผูกมัดมันเพิ่มเป็นสองเท่ากันล่ะ”

“ส่วนรางวัลที่เหลือก็  ไว้มีเวลาก่อนค่อยเช็ก  ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือค่าอารมณ์  ไปรับลั่วซือหานก่อน”

เฉินมู่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วดูเหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่าง  จากนั้นมุมปากก็โค้งขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

“เออใช่น้าฉิน  เห็นบอกหล่อนเป็นคนตระกูลลั่วนี่  แล้วหล่อนเป็นไรกะลั่วเฟยซวนเหรอ”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวยิ้ม

“เอาตามลำดับอาวุโสก็  ลั่วซือหานต้องเรียกเธอว่าน้าเล็ก”

“อ้อ  ก็คือไม่ใช่ทายาทสายตรง”

“ช่าย  เธอก็รู้สถานการณ์ของตระกูลลั่วหนิ  เอาตรง ๆ สายเลือดของลั่วซือหานก็ถือเป็นรุ่นที่ห้าแล้ว”

เฉินมู่ตกใจและมองเธออย่างสงสัย

“จะบอกก็บอกเถอะ  แต่ทำไมต้องบอกฉันเรื่องนี้ด้วยอะ”

ฉินเสี่ยวเสี่ยวทำหน้า ‘รู้นะว่าคิดไรอยู่’ ใส่

“อ้าวแย่ละ ~ น้าฉินแค่พูดเล่นเฉย ๆ เองนะ  ตอนนี้เราสายละ”

[ ความสุข +15 ]

เมื่อได้ยินเสียงที่ดังขึ้นในหัวเฉินมู่ก็อดตกใจไม่ได้

นี่น่ะเหรอค่าอารมณ์

[ ยิ้มเยาะ +15 ]

เฉินมู่ : ?

[ตื่นเต้น +20 ]

เฉินมู่ : ‘ฉินเสี่ยวเสี่ยว  น้ามีดราม่าในหัวเยอะไปรึเปล่าเนี่ย ?  ?  ?’

จบบทที่ บทที่ 2 : ปลดล็อกระบบ ! เพิ่มศักยภาพ !

คัดลอกลิงก์แล้ว