- หน้าแรก
- ใครบอกว่าช่างเครื่องเป็นหมอไม่ได้
- บทที่ 23 การประชุมระดับสูงหลังเสร็จศึก
บทที่ 23 การประชุมระดับสูงหลังเสร็จศึก
บทที่ 23 การประชุมระดับสูงหลังเสร็จศึก
บทที่ 23 การประชุมระดับสูงหลังเสร็จศึก
ช่วงเย็น
เมื่อทราบข่าวว่าสำนักสอบสวนฯ ถูกโจมตี ซาราลินน์ก็รีบเดินทางกลับมาจากนอกเมืองอย่างเร่งด่วน
"บ้าฉิบ!"
เมื่อมองดูข้อมูลผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่คาร์เตอร์ยื่นมาให้ เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นในตัวของซาราลินน์ก็กำลังแผดเผา
มาโนลินที่ยืนอยู่ข้างๆ พบว่าซาราลินน์กำลังแผดเผาอยู่จริงๆ
ผมสีแดงเพลิงของซาราลินน์ปลิวไสวไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่อยู่บนตัวเธอ ราวกับเป็นปลาหมึกยักษ์ตัวมหึมา
ในเวลานี้หากซาราลินน์ยังมองไม่ออกว่าการที่เธอถูกล่อให้ออกไปนอกเมืองนั้นเป็นกับดัก เธอก็คงเป็นคนปัญญาอ่อนจริงๆ แล้ว
ซาราลินน์รู้ดีว่าต่อให้เธอจะโกรธแค้นเพียงใดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
เธอสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว
หลังจากสั่งให้คาร์เตอร์จัดการเรื่องการเยียวยาหลังเหตุการณ์เสร็จแล้ว ซาราลินน์ก็รีบเรียกบรรดาผู้บริหารระดับสูงของสำนักสอบสวนคดีพิเศษมาประชุมกันทันที
มาโนลินได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยเนื่องจากมีผลงานที่โดดเด่นในการรับมือการโจมตีครั้งนี้
แม้ว่ามาโนลินจะเกลียดการเข้าประชุมมาตั้งแต่โลกก่อนแล้ว แต่ด้วยความอยากรู้ถึงตัวตนของพวกผู้โจมตีในครั้งนี้ เขาจึงตอบตกลงที่จะเข้าร่วมการประชุม
...
ห้องประชุมเต็มไปด้วยควันบุหรี่ตลบอบอวล
บรรดาผู้บริหารของสำนักสอบสวนฯ ต่างพากันสูบบุหรี่และนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา
ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ต่างก็กำลังข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในใจ
เหตุการณ์ที่สำนักสอบสวนฯ ถูกโจมตีเรียกได้ว่าเป็นความอัปยศอดสูครั้งใหญ่ของเหล่าผู้บริหารเหล่านี้
สำนักสอบสวนคดีพิเศษที่น่าเกรงขามกลับถูกศัตรูภายนอกบุกรุกเข้ามาได้ แถมยังทำให้เกิดความสูญเสียอย่างหนัก
นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งนับตั้งแต่สหพันธ์เอลเลียตได้ก่อตั้งสำนักสอบสวนฯ ขึ้นมา
"ท่านผู้อำนวยการ ผลการสอบปากคำผู้โจมตีออกมาแล้วค่ะ"
คาร์เตอร์เดินเข้ามาในห้องประชุม
"อ่านสิ" ซาราลินน์ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะประชุมประธานตอบด้วยเสียงต่ำ
"ตามคำให้การของเชลย คนเหล่านี้คือสาวกของ 'ลัทธิสรรพสิ่งดับสูญ' ผู้นำทีมคือสังฆราชของลัทธิที่มีพลังระดับ 8 นามว่า สเตอร์ริดจ์"
"และเป้าหมายของการโจมตีคือเพื่อตามหา 'ผลึกเหี่ยวเฉา' ที่พวกเราเพิ่งจะค้นพบจากโบราณสถานเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ"
เมื่อได้ยินข่าวนี้ ซาราลินน์ก็หลับตาลงนิ่งเงียบเพื่อใช้ความคิด
"ผลึกเหี่ยวเฉา" คือสิ่งที่สำนักสอบสวนฯ ค้นพบจากโบราณสถานนอกเมืองเมื่อไม่นานมานี้
ในตอนนั้น นอกจาก "ผลึกเหี่ยวเฉา" แล้ว ยังมีการค้นพบขุมทรัพย์และโบราณวัตถุที่มีค่าอีกเป็นจำนวนมาก
ในบรรดาสิ่งของเหล่านั้น "ผลึกเหี่ยวเฉา" ไม่ได้เป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดสำหรับสำนักสอบสวนฯ
ในตอนนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ "ผลึกเหี่ยวเฉา" มากนัก จึงไม่ได้ส่งมอบให้กับสำนักงานใหญ่ และนำมันไปเก็บไว้ในห้องเก็บของมีค่าตามปกติ
นึกไม่ถึงเลยว่าพวกลัทธิคลั่งเหล่านี้ไม่รู้ว่าไปได้ข่าวมาจากไหน ถึงกับกล้ามาบุกโจมตีสำนักสอบสวนฯ
"พวกลัทธิคลั่งเหล่านี้สามารถรู้ข่าวของ 'ผลึกเหี่ยวเฉา' ได้ แถมยังสามารถวางแผนล่อยอดฝีมือในสำนักฯ ออกไปได้อย่างแม่นยำ ในสำนักสอบสวนฯ จะต้องมีคนทรยศอย่างแน่นอน!"
ชายชราที่นั่งอยู่ในตำแหน่งรองกล่าวขึ้นด้วยความโกรธแค้น
ชายชราที่ดูมีร่างกายค่อมคนนี้ แต่ทว่าพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นกลับน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
เขาคืออดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนฯ นามว่า วิลสัน วูด
เขาได้ก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว และตอนนี้อยู่ในสถานะกึ่งเกษียณอายุ
ที่เขาพูดเช่นนี้ก็เพราะพวกผู้โจมตีรู้จักสำนักสอบสวนฯ ดีเกินไป
แม้แต่เขาก็ยังถูกพวกหมอนี่หลอกเอาได้
เดิมทีตามนิสัยปกติของเขา วันนี้เขาจะต้องมาแวะดูที่สำนักสอบสวนฯ
ผลปรากฏว่าวันนี้เขาได้รับข่าวว่าหลานชายของเขาประสบอันตรายระหว่างการไปทัศนศึกษาที่โรงเรียนจัดขึ้นที่นอกเมือง เขาจึงได้รีบเร่งเดินทางไปยังเขตชานเมืองกลางคัน
ใครจะไปรู้ว่าที่โรงเรียนไม่ได้มีการจัดทัศนศึกษาที่นั่นเลย เขาจึงต้องคว้าน้ำเหลวกลับมา
ยอดฝีมือคนอื่นๆ ของสำนักสอบสวนฯ ต่างก็เจอเรื่องที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นภารกิจหรือเรื่องส่วนตัวที่ทำให้ต้องออกจากสำนักสอบสวนฯ ไป
การที่จะรู้ข่าวเรื่อง "ผลึกเหี่ยวเฉา" และยังสามารถล่อยอดฝีมือของสำนักสอบสวนฯ ออกไปได้อย่างแม่นยำขนาดนี้
ในสายตาของวิลสัน หากไม่ใช่เพราะมีเกลือเป็นหนอนแล้วจะยังเป็นเพราะสาเหตุอะไรได้อีก?
วิลสันพูดต่อ "พวกเราได้รับความอัปยศเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะต้องหาหนอนบ่อนไส้ภายในให้เจอ แต่ยังต้องมอบบทเรียนที่ไม่มีวันลืมเลือนให้กับพวกผู้โจมตีที่บังอาจเหล่านี้ด้วย!"
"ซาราลินน์ ออกคำสั่งเถอะ!"
แม้ชายชราจะโกรธจัดเพียงใด แต่เขาก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง และยังรู้จักรักษาหน้าให้กับซาราลินน์ที่เป็นผู้อำนวยการคนปัจจุบัน
หากในเวลาเช่นนี้ยังมีข่าวเรื่องอดีตผู้อำนวยการกับผู้อำนวยการคนปัจจุบันแย่งชิงอำนาจกันหลุดรอดออกไป สำนักสอบสวนคดีพิเศษก็คงจะกลายเป็นตัวตลกจริงๆ แล้ว
"ถ้าอย่างนั้น ฉันขอสั่งให้ที่ปรึกษาวิลสันรับหน้าที่สืบสวนหาคนทรยศภายใน ต้องลากพวกแมลงสาบเหล่านี้ออกมาบี้ให้ตายให้ได้"
"ส่วนฉันจะเป็นคนนำทีมด้วยตัวเอง เพื่อทำการกวาดล้างลัทธิสรรพสิ่งดับสูญ"
ซาราลินน์เหลือบมองมาโนลินที่นั่งเหม่อลอยอยู่ตรงมุมห้อง น้ำเสียงของเธอเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"นอกจากนี้ ในเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้คุณมาโนลินได้ทำผลงานที่โดดเด่น สามารถร่วมมือกับคาร์เตอร์กำจัดผู้โจมตีระดับสูงไปได้ ซึ่งช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของสำนักสอบสวนฯ ได้อย่างมหาศาล"
"ฉันตัดสินใจ มอบรางวัลให้คุณมาโนลินเป็นเงิน 1,000 เหรียญทอง"
เมื่อสิ้นคำพูดของซาราลินน์ บรรดาผู้บริหารของสำนักสอบสวนฯ ที่อยู่ในที่นั้นต่างก็ไม่มีท่าทีคัดค้านใดๆ
การที่มาโนลินสามารถจัดการกับผู้มีอาชีพเหนือธรรมชาติระดับสูงไปได้หนึ่งคน เงินรางวัล 1,000 เหรียญทองนั้นถือว่าไม่ใช่รางวัลที่หนักหนาอะไรเลย
หากมาโนลินไม่ใช่พนักงานชั่วคราว ตามปกติแล้วมาโนลินควรจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งด้วยซ้ำ
แต่น่าเสียดายที่มาโนลินเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ ในขณะที่เขาได้รับอิสระเขาก็ต้องสูญเสียผลประโยชน์บางอย่างไปเช่นกัน
การประชุมยังคงดำเนินต่อไป แต่ทว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับมาโนลินอีกต่อไปแล้ว
มาโนลินที่ทราบตัวตนของพวกผู้โจมตีแล้วก็ได้รับความพึงพอใจในความอยากรู้อยากเห็นของเขาแล้ว
ส่วนแผนการรบในการกวาดล้างลัทธิคลั่งที่กำลังพูดคุยกันอยู่ในการประชุมตอนนี้ มาโนลินไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก
"..."
"..."
"แต่ละแผนกดำเนินการตามแผน เลิกประชุมได้!"
มาโนลินที่กำลังสัปหงกด้วยความเบื่อหน่าย ราวกับได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เขาเคยเรียนหนังสือ พอได้ยินคำว่าเลิกประชุม จิตวิญญาณของเขาก็ฟื้นคืนกลับมาทันที
หลังเลิกประชุมมาโนลินได้ไปหาคาร์เตอร์ที่กำลังเดินกลับไปยังแผนกพลาธิการ
เพื่อถามข่าวคราวของคาร์ซีดี้จากเธอ
ถามคาร์เตอร์ว่าในครั้งนี้เธอถูกโจมตีด้วยหรือเปล่า
โชคดีที่คาร์ซีดี้ติดตามยอดฝีมือของสำนักสอบสวนฯ ออกไปทำภารกิจพอดี จึงรอดพ้นจากอันตรายมาได้
เมื่อรู้ว่าคาร์ซีดี้ไม่เป็นไร มาโนลินก็รู้สึกโล่งอก
"คุณมาโนลิน คาร์ซีดี้น่าจะกลับมาถึงแล้วนะคะ ให้ฉันพาคุณไปหาเธอไหม"
เมื่อเห็นมาโนลินเป็นห่วงคาร์ซีดี้ คาร์เตอร์จึงคิดจะพามาโนลินไปพบเธอ
มาโนลินรีบโบกมือลาทันที แค่รู้ว่าปลอดภัยก็พอแล้ว เขาไม่ได้อยากจะเข้าไปหาเรื่องโดนตีหรอกนะ
"คุณมาโนลินคะ ฉันอยากจะถามหน่อย อาวุธที่คุณส่งมาให้พวกเราหลายกระบอกน่ะ ดูคล้ายกับปืนที่อยู่บนรถของคุณเลย"
"อานุภาพของปืนพวกนั้นเท่ากับปืนที่อยู่บนรถของคุณหรือเปล่าคะ?"
มาโนลินพยักหน้าตอบรับข้อสงสัยของคาร์เตอร์
และบอกว่าปืนใหญ่ยิงเร็วลำกล้องสั้นชนิดนี้ ไม่ใช่อาวุธที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดที่เขาส่งให้สำนักสอบสวนฯ
อาวุธที่รุนแรงที่สุดที่เขาส่งให้สำนักสอบสวนฯ คือจรวดมิสไซล์ขนาดเล็ก ซึ่งอานุภาพของมันรุนแรงกว่าปืนใหญ่ยิงเร็วลำกล้องสั้นหลายเท่าตัวนัก
คำพูดของมาโนลินทำเอาคาร์เตอร์ถึงกับเหงื่อตก
โชคดีที่แผนกพลาธิการไม่มีกำลังพลมาทดสอบอาวุธ มิเช่นนั้นอาวุธของมาโนลินเหล่านี้คงจะเป่าสนามยิงปืนในร่มจนปลิวหายไปแน่ๆ
คาร์เตอร์ที่เพิ่งรู้สึกเสียวสันหลังได้ดุด่ามาโนลินยกใหญ่ในตอนนั้น โดยบอกว่าหากคราวหน้ามีอาวุธอานุภาพรุนแรงเช่นนี้อีกต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
มาโนลินก็รู้ตัวว่าตัวเองผิด จึงอธิบายไปว่าเขาเองก็เพิ่งเคยใช้งานเป็นครั้งแรกเหมือนกัน จึงไม่ทราบว่าอานุภาพมันจะเป็นอย่างไร
หลังจากให้สัญญาว่าจะระมัดระวังให้มากขึ้นในอนาคต มาโนลินถึงจะหลุดรอดมาจากคาร์เตอร์ได้
เมื่อเดินออกมาจากอาคารสำนักสอบสวนฯ มาโนลินก็เห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว
เขาจึงขับรถออกไปจากสำนักสอบสวนฯ
ทุกครั้งที่รถจักรไอน้ำของมาโนลินขับผ่านพนักงานของสำนักสอบสวนฯ คนคนนั้นก็จะหันมามองอสูรกายเหล็กกล้าคันนี้ด้วยสายตาที่แสดงถึงความยำเกรง
เรื่องที่มาโนลินใช้รถคันนี้จัดการสังฆราชของลัทธิคลั่งระดับสูงไปได้ในพริบตานั้น ได้แพร่สะพายไปทั่วทั้งสำนักสอบสวนฯ เรียบร้อยแล้ว
สำหรับยอดฝีมือ ในโลกที่ยึดถือความแข็งแกร่งเป็นหลักเช่นนี้ ย่อมไม่มีใครที่จะไม่ให้ความเคารพ
(จบตอน)