เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 การประชุมระดับสูงหลังเสร็จศึก

บทที่ 23 การประชุมระดับสูงหลังเสร็จศึก

บทที่ 23 การประชุมระดับสูงหลังเสร็จศึก


บทที่ 23 การประชุมระดับสูงหลังเสร็จศึก

ช่วงเย็น

เมื่อทราบข่าวว่าสำนักสอบสวนฯ ถูกโจมตี ซาราลินน์ก็รีบเดินทางกลับมาจากนอกเมืองอย่างเร่งด่วน

"บ้าฉิบ!"

เมื่อมองดูข้อมูลผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่คาร์เตอร์ยื่นมาให้ เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นในตัวของซาราลินน์ก็กำลังแผดเผา

มาโนลินที่ยืนอยู่ข้างๆ พบว่าซาราลินน์กำลังแผดเผาอยู่จริงๆ

ผมสีแดงเพลิงของซาราลินน์ปลิวไสวไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่อยู่บนตัวเธอ ราวกับเป็นปลาหมึกยักษ์ตัวมหึมา

ในเวลานี้หากซาราลินน์ยังมองไม่ออกว่าการที่เธอถูกล่อให้ออกไปนอกเมืองนั้นเป็นกับดัก เธอก็คงเป็นคนปัญญาอ่อนจริงๆ แล้ว

ซาราลินน์รู้ดีว่าต่อให้เธอจะโกรธแค้นเพียงใดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

เธอสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว

หลังจากสั่งให้คาร์เตอร์จัดการเรื่องการเยียวยาหลังเหตุการณ์เสร็จแล้ว ซาราลินน์ก็รีบเรียกบรรดาผู้บริหารระดับสูงของสำนักสอบสวนคดีพิเศษมาประชุมกันทันที

มาโนลินได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยเนื่องจากมีผลงานที่โดดเด่นในการรับมือการโจมตีครั้งนี้

แม้ว่ามาโนลินจะเกลียดการเข้าประชุมมาตั้งแต่โลกก่อนแล้ว แต่ด้วยความอยากรู้ถึงตัวตนของพวกผู้โจมตีในครั้งนี้ เขาจึงตอบตกลงที่จะเข้าร่วมการประชุม

...

ห้องประชุมเต็มไปด้วยควันบุหรี่ตลบอบอวล

บรรดาผู้บริหารของสำนักสอบสวนฯ ต่างพากันสูบบุหรี่และนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา

ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ต่างก็กำลังข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในใจ

เหตุการณ์ที่สำนักสอบสวนฯ ถูกโจมตีเรียกได้ว่าเป็นความอัปยศอดสูครั้งใหญ่ของเหล่าผู้บริหารเหล่านี้

สำนักสอบสวนคดีพิเศษที่น่าเกรงขามกลับถูกศัตรูภายนอกบุกรุกเข้ามาได้ แถมยังทำให้เกิดความสูญเสียอย่างหนัก

นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งนับตั้งแต่สหพันธ์เอลเลียตได้ก่อตั้งสำนักสอบสวนฯ ขึ้นมา

"ท่านผู้อำนวยการ ผลการสอบปากคำผู้โจมตีออกมาแล้วค่ะ"

คาร์เตอร์เดินเข้ามาในห้องประชุม

"อ่านสิ" ซาราลินน์ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะประชุมประธานตอบด้วยเสียงต่ำ

"ตามคำให้การของเชลย คนเหล่านี้คือสาวกของ 'ลัทธิสรรพสิ่งดับสูญ' ผู้นำทีมคือสังฆราชของลัทธิที่มีพลังระดับ 8 นามว่า สเตอร์ริดจ์"

"และเป้าหมายของการโจมตีคือเพื่อตามหา 'ผลึกเหี่ยวเฉา' ที่พวกเราเพิ่งจะค้นพบจากโบราณสถานเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ"

เมื่อได้ยินข่าวนี้ ซาราลินน์ก็หลับตาลงนิ่งเงียบเพื่อใช้ความคิด

"ผลึกเหี่ยวเฉา" คือสิ่งที่สำนักสอบสวนฯ ค้นพบจากโบราณสถานนอกเมืองเมื่อไม่นานมานี้

ในตอนนั้น นอกจาก "ผลึกเหี่ยวเฉา" แล้ว ยังมีการค้นพบขุมทรัพย์และโบราณวัตถุที่มีค่าอีกเป็นจำนวนมาก

ในบรรดาสิ่งของเหล่านั้น "ผลึกเหี่ยวเฉา" ไม่ได้เป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดสำหรับสำนักสอบสวนฯ

ในตอนนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ "ผลึกเหี่ยวเฉา" มากนัก จึงไม่ได้ส่งมอบให้กับสำนักงานใหญ่ และนำมันไปเก็บไว้ในห้องเก็บของมีค่าตามปกติ

นึกไม่ถึงเลยว่าพวกลัทธิคลั่งเหล่านี้ไม่รู้ว่าไปได้ข่าวมาจากไหน ถึงกับกล้ามาบุกโจมตีสำนักสอบสวนฯ

"พวกลัทธิคลั่งเหล่านี้สามารถรู้ข่าวของ 'ผลึกเหี่ยวเฉา' ได้ แถมยังสามารถวางแผนล่อยอดฝีมือในสำนักฯ ออกไปได้อย่างแม่นยำ ในสำนักสอบสวนฯ จะต้องมีคนทรยศอย่างแน่นอน!"

ชายชราที่นั่งอยู่ในตำแหน่งรองกล่าวขึ้นด้วยความโกรธแค้น

ชายชราที่ดูมีร่างกายค่อมคนนี้ แต่ทว่าพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นกลับน่าเกรงขามอย่างยิ่ง

เขาคืออดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนฯ นามว่า วิลสัน วูด

เขาได้ก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว และตอนนี้อยู่ในสถานะกึ่งเกษียณอายุ

ที่เขาพูดเช่นนี้ก็เพราะพวกผู้โจมตีรู้จักสำนักสอบสวนฯ ดีเกินไป

แม้แต่เขาก็ยังถูกพวกหมอนี่หลอกเอาได้

เดิมทีตามนิสัยปกติของเขา วันนี้เขาจะต้องมาแวะดูที่สำนักสอบสวนฯ

ผลปรากฏว่าวันนี้เขาได้รับข่าวว่าหลานชายของเขาประสบอันตรายระหว่างการไปทัศนศึกษาที่โรงเรียนจัดขึ้นที่นอกเมือง เขาจึงได้รีบเร่งเดินทางไปยังเขตชานเมืองกลางคัน

ใครจะไปรู้ว่าที่โรงเรียนไม่ได้มีการจัดทัศนศึกษาที่นั่นเลย เขาจึงต้องคว้าน้ำเหลวกลับมา

ยอดฝีมือคนอื่นๆ ของสำนักสอบสวนฯ ต่างก็เจอเรื่องที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นภารกิจหรือเรื่องส่วนตัวที่ทำให้ต้องออกจากสำนักสอบสวนฯ ไป

การที่จะรู้ข่าวเรื่อง "ผลึกเหี่ยวเฉา" และยังสามารถล่อยอดฝีมือของสำนักสอบสวนฯ ออกไปได้อย่างแม่นยำขนาดนี้

ในสายตาของวิลสัน หากไม่ใช่เพราะมีเกลือเป็นหนอนแล้วจะยังเป็นเพราะสาเหตุอะไรได้อีก?

วิลสันพูดต่อ "พวกเราได้รับความอัปยศเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะต้องหาหนอนบ่อนไส้ภายในให้เจอ แต่ยังต้องมอบบทเรียนที่ไม่มีวันลืมเลือนให้กับพวกผู้โจมตีที่บังอาจเหล่านี้ด้วย!"

"ซาราลินน์ ออกคำสั่งเถอะ!"

แม้ชายชราจะโกรธจัดเพียงใด แต่เขาก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง และยังรู้จักรักษาหน้าให้กับซาราลินน์ที่เป็นผู้อำนวยการคนปัจจุบัน

หากในเวลาเช่นนี้ยังมีข่าวเรื่องอดีตผู้อำนวยการกับผู้อำนวยการคนปัจจุบันแย่งชิงอำนาจกันหลุดรอดออกไป สำนักสอบสวนคดีพิเศษก็คงจะกลายเป็นตัวตลกจริงๆ แล้ว

"ถ้าอย่างนั้น ฉันขอสั่งให้ที่ปรึกษาวิลสันรับหน้าที่สืบสวนหาคนทรยศภายใน ต้องลากพวกแมลงสาบเหล่านี้ออกมาบี้ให้ตายให้ได้"

"ส่วนฉันจะเป็นคนนำทีมด้วยตัวเอง เพื่อทำการกวาดล้างลัทธิสรรพสิ่งดับสูญ"

ซาราลินน์เหลือบมองมาโนลินที่นั่งเหม่อลอยอยู่ตรงมุมห้อง น้ำเสียงของเธอเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย

"นอกจากนี้ ในเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้คุณมาโนลินได้ทำผลงานที่โดดเด่น สามารถร่วมมือกับคาร์เตอร์กำจัดผู้โจมตีระดับสูงไปได้ ซึ่งช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของสำนักสอบสวนฯ ได้อย่างมหาศาล"

"ฉันตัดสินใจ มอบรางวัลให้คุณมาโนลินเป็นเงิน 1,000 เหรียญทอง"

เมื่อสิ้นคำพูดของซาราลินน์ บรรดาผู้บริหารของสำนักสอบสวนฯ ที่อยู่ในที่นั้นต่างก็ไม่มีท่าทีคัดค้านใดๆ

การที่มาโนลินสามารถจัดการกับผู้มีอาชีพเหนือธรรมชาติระดับสูงไปได้หนึ่งคน เงินรางวัล 1,000 เหรียญทองนั้นถือว่าไม่ใช่รางวัลที่หนักหนาอะไรเลย

หากมาโนลินไม่ใช่พนักงานชั่วคราว ตามปกติแล้วมาโนลินควรจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งด้วยซ้ำ

แต่น่าเสียดายที่มาโนลินเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ ในขณะที่เขาได้รับอิสระเขาก็ต้องสูญเสียผลประโยชน์บางอย่างไปเช่นกัน

การประชุมยังคงดำเนินต่อไป แต่ทว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับมาโนลินอีกต่อไปแล้ว

มาโนลินที่ทราบตัวตนของพวกผู้โจมตีแล้วก็ได้รับความพึงพอใจในความอยากรู้อยากเห็นของเขาแล้ว

ส่วนแผนการรบในการกวาดล้างลัทธิคลั่งที่กำลังพูดคุยกันอยู่ในการประชุมตอนนี้ มาโนลินไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก

"..."

"..."

"แต่ละแผนกดำเนินการตามแผน เลิกประชุมได้!"

มาโนลินที่กำลังสัปหงกด้วยความเบื่อหน่าย ราวกับได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เขาเคยเรียนหนังสือ พอได้ยินคำว่าเลิกประชุม จิตวิญญาณของเขาก็ฟื้นคืนกลับมาทันที

หลังเลิกประชุมมาโนลินได้ไปหาคาร์เตอร์ที่กำลังเดินกลับไปยังแผนกพลาธิการ

เพื่อถามข่าวคราวของคาร์ซีดี้จากเธอ

ถามคาร์เตอร์ว่าในครั้งนี้เธอถูกโจมตีด้วยหรือเปล่า

โชคดีที่คาร์ซีดี้ติดตามยอดฝีมือของสำนักสอบสวนฯ ออกไปทำภารกิจพอดี จึงรอดพ้นจากอันตรายมาได้

เมื่อรู้ว่าคาร์ซีดี้ไม่เป็นไร มาโนลินก็รู้สึกโล่งอก

"คุณมาโนลิน คาร์ซีดี้น่าจะกลับมาถึงแล้วนะคะ ให้ฉันพาคุณไปหาเธอไหม"

เมื่อเห็นมาโนลินเป็นห่วงคาร์ซีดี้ คาร์เตอร์จึงคิดจะพามาโนลินไปพบเธอ

มาโนลินรีบโบกมือลาทันที แค่รู้ว่าปลอดภัยก็พอแล้ว เขาไม่ได้อยากจะเข้าไปหาเรื่องโดนตีหรอกนะ

"คุณมาโนลินคะ ฉันอยากจะถามหน่อย อาวุธที่คุณส่งมาให้พวกเราหลายกระบอกน่ะ ดูคล้ายกับปืนที่อยู่บนรถของคุณเลย"

"อานุภาพของปืนพวกนั้นเท่ากับปืนที่อยู่บนรถของคุณหรือเปล่าคะ?"

มาโนลินพยักหน้าตอบรับข้อสงสัยของคาร์เตอร์

และบอกว่าปืนใหญ่ยิงเร็วลำกล้องสั้นชนิดนี้ ไม่ใช่อาวุธที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดที่เขาส่งให้สำนักสอบสวนฯ

อาวุธที่รุนแรงที่สุดที่เขาส่งให้สำนักสอบสวนฯ คือจรวดมิสไซล์ขนาดเล็ก ซึ่งอานุภาพของมันรุนแรงกว่าปืนใหญ่ยิงเร็วลำกล้องสั้นหลายเท่าตัวนัก

คำพูดของมาโนลินทำเอาคาร์เตอร์ถึงกับเหงื่อตก

โชคดีที่แผนกพลาธิการไม่มีกำลังพลมาทดสอบอาวุธ มิเช่นนั้นอาวุธของมาโนลินเหล่านี้คงจะเป่าสนามยิงปืนในร่มจนปลิวหายไปแน่ๆ

คาร์เตอร์ที่เพิ่งรู้สึกเสียวสันหลังได้ดุด่ามาโนลินยกใหญ่ในตอนนั้น โดยบอกว่าหากคราวหน้ามีอาวุธอานุภาพรุนแรงเช่นนี้อีกต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

มาโนลินก็รู้ตัวว่าตัวเองผิด จึงอธิบายไปว่าเขาเองก็เพิ่งเคยใช้งานเป็นครั้งแรกเหมือนกัน จึงไม่ทราบว่าอานุภาพมันจะเป็นอย่างไร

หลังจากให้สัญญาว่าจะระมัดระวังให้มากขึ้นในอนาคต มาโนลินถึงจะหลุดรอดมาจากคาร์เตอร์ได้

เมื่อเดินออกมาจากอาคารสำนักสอบสวนฯ มาโนลินก็เห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว

เขาจึงขับรถออกไปจากสำนักสอบสวนฯ

ทุกครั้งที่รถจักรไอน้ำของมาโนลินขับผ่านพนักงานของสำนักสอบสวนฯ คนคนนั้นก็จะหันมามองอสูรกายเหล็กกล้าคันนี้ด้วยสายตาที่แสดงถึงความยำเกรง

เรื่องที่มาโนลินใช้รถคันนี้จัดการสังฆราชของลัทธิคลั่งระดับสูงไปได้ในพริบตานั้น ได้แพร่สะพายไปทั่วทั้งสำนักสอบสวนฯ เรียบร้อยแล้ว

สำหรับยอดฝีมือ ในโลกที่ยึดถือความแข็งแกร่งเป็นหลักเช่นนี้ ย่อมไม่มีใครที่จะไม่ให้ความเคารพ

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 23 การประชุมระดับสูงหลังเสร็จศึก

คัดลอกลิงก์แล้ว