- หน้าแรก
- วิถีเซียนช่องสวมใส่ เริ่มต้นมาข้าก็ฆ่าล้างโลกใบเล็ก
- บทที่ 34 มิติหมอกปีศาจ
บทที่ 34 มิติหมอกปีศาจ
บทที่ 34 มิติหมอกปีศาจ
บทที่ 34 มิติหมอกปีศาจ
ลำแสงนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานพาดผ่านแผ่นฟ้าดุจดั่งฝนดาวตก ร่วงหล่นลงสู่สถานที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก
แสงสว่างวาบขึ้น กู้ชิงก็พบว่าตัวเองมาโผล่ในมิติที่ไม่คุ้นเคยเสียแล้ว การมาเยือนในครั้งนี้เขาไม่ได้มีตัวตนหรือภูมิหลังใดๆ ติดตัวมาเลย แถมสถานที่ที่ถูกส่งมาก็ยังเป็นป่าเขาลำเนาไพรที่รกร้างว่างเปล่าไร้ผู้คนอีกต่างหาก
กู้ชิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นแต่กองหินระเกะระกะเต็มไปหมด
กองหินเหล่านี้ตั้งอยู่ระหว่างเนินเขาสองลูกที่อยู่ห่างกันประมาณไม่กี่ลี้
เขาเดินลัดเลาะไปตามกองหินมุ่งหน้าไปยังเนินเขาลูกหนึ่ง พอเข้าไปใกล้ กู้ชิงก็สังเกตเห็นว่าเนินเขาลูกนี้ประกอบขึ้นจากหินก้อนยักษ์สีน้ำตาลอมแดง บนเนินเขามีพุ่มไม้และกอหญ้าขึ้นอยู่ประปราย
เมื่อขึ้นมาถึงยอดเนิน กู้ชิงก็ทอดสายตามองออกไปไกลๆ
เนินเขาแห่งนี้ทอดยาวติดต่อกันเป็นระยะทางหลายสิบลี้ ที่สุดปลายทางของแนวเนินเขา ดูเหมือนจะมีเมืองขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ลางๆ
ไกลออกไป
ตามร่องเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ มีสายหมอกสีแดงอ่อนลอยกรุ่นขึ้นมา
ทว่าหมอกพวกนี้กลับไม่ได้ลอยสูงขึ้นไปในอากาศ แต่มันกลับไหลเวียนวนอยู่ก้นหุบเขาแทน ดูผิดธรรมชาติสุดๆ
ตามหลักการแล้ว
หมอกควรจะลอยสูงขึ้นไปรวมตัวกันเป็นเมฆบนท้องฟ้าสิ
เรื่องผิดปกติแบบนี้ จะต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ
หมอกสีแดงอ่อนที่ปกคลุมอยู่ตามพื้นที่ลุ่มต่ำพวกนี้ เห็นได้ชัดเลยว่ามันมีความน่าสงสัยอยู่ไม่น้อย
เขายืนสังเกตการณ์อยู่บนยอดเนินเงียบๆ
เมื่อเห็นว่าตอนนี้ยังไม่มีอันตรายอะไร กู้ชิงก็ส่งจิตสำนึกเข้าไปในห้วงความรู้ ทันใดนั้น ภารกิจของการทดสอบทหารรับจ้างในครั้งนี้ก็ปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
【สถานที่: มิติหมอกปีศาจ】
【ระดับความยาก: ขั้นสองระดับแปด】
【ภารกิจ: มิตินี้เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและปีศาจ มวลมนุษย์ต้องพึ่งพากำแพงเมืองในการเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบาก ในคืนพระจันทร์เต็มดวง สัตว์ประหลาดจะรวมตัวกันออกล่ามนุษย์ บุกโจมตีเมือง สังหารผู้คน กลืนกินวิญญาณ เพื่อแย่งชิงพลังชีวิต ภารกิจในครั้งนี้คือภารกิจเอาชีวิตรอด หากสามารถเอาชีวิตรอดในมิตินี้ได้ครบหนึ่งเดือน จะถือว่าผ่านการทดสอบ】
【ในระหว่างปฏิบัติภารกิจ ยิ่งสังหารสัตว์ประหลาดได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับคะแนนสะสมมากขึ้นเท่านั้น สังหารสัตว์ประหลาดขั้นหนึ่งระดับหนึ่ง ได้รับ 1 คะแนน... ระดับสิบ ได้รับ 10 คะแนน สังหารสัตว์ประหลาดขั้นสองระดับหนึ่ง ได้รับ 10,000 คะแนน... ระดับแปด ได้รับ 80,000 คะแนน】
...
"ดูจากข้อมูลภารกิจแล้ว มิติหมอกปีศาจนี่คงจะอันตรายสุดๆ ไปเลย ชีวิตคนในโลกนี้คงมีค่าแค่ผักปลาสินะ"
"นอกจากนี้ ภารกิจยังสนับสนุนให้ทหารรับจ้างออกล่าสัตว์ประหลาด แถมยังยุยงให้ต่อสู้ข้ามระดับอีกต่างหาก นี่มันจงใจล่อลวงให้พวกทหารรับจ้างไปเสี่ยงตายล่าสัตว์ประหลาดระดับสร้างฐานขั้นสองชัดๆ"
"ก็แหงล่ะ สัตว์ประหลาดขั้นสองระดับหนึ่งตัวเดียว ก็มีค่าตั้งหนึ่งหมื่นคะแนนแล้วนี่นา"
"ถ้ามัวแต่ล่าสัตว์ประหลาดขั้นหนึ่ง ต่อให้ไม่หลับไม่นอนออกล่าทั้งเดือน ก็คงหาคะแนนได้ไม่ถึงหมื่นหรอก"
พวกสัตว์ประหลาดก็ไม่ได้โง่นะ จะมายืนนิ่งๆ ให้ทหารรับจ้างของรัฐเซียนเชือดเล่นได้ยังไง
อีกอย่าง ภารกิจทดสอบในครั้งนี้ ยังเป็นการทดสอบสติปัญญาและการประเมินตัวเองของทหารรับจ้างอีกด้วย ถ้าไม่รู้จักประมาณตน แล้วบุ่มบ่ามไปท้าทายสัตว์ประหลาดระดับสร้างฐานล่ะก็ คงได้กลายเป็นอาหารอันโอชะของพวกมันแน่ๆ
ดูเหมือนว่าภารกิจนี้ คงจะตั้งใจคัดเอาพวกทหารรับจ้างที่โง่เง่าเต่าตุ่นออกไปสินะ
เมื่อเทียบกับการทดสอบทหารรับจ้างครั้งแรกแล้ว
การทดสอบในโลกยุทธภพโบราณนั้น เห็นได้ชัดเลยว่ามีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของทหารรับจ้างทุกคน
ส่วนภารกิจในมิติหมอกปีศาจนี้ นอกจากจะช่วยกระตุ้นศักยภาพแล้ว ระดับความอันตรายยังพุ่งสูงปรี๊ดขึ้นอีกต่างหาก ซึ่งมันจะเป็นการทดสอบไหวพริบและการตัดสินใจเฉพาะหน้าของทหารรับจ้างได้เป็นอย่างดี
กู้ชิงคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจที่จะไปพักเอาแรงที่เมืองซึ่งอยู่ไกลออกไปก่อน พร้อมกับถือโอกาสสืบข่าวคราวของโลกใบนี้ไปด้วยเลย
ยังไงซะ
ที่ไหนมีมนุษย์อยู่รวมกันเยอะๆ มันก็ต้องปลอดภัยกว่าการอยู่กลางป่ากลางเขาคนเดียวอยู่แล้ว
หลังจากนั้น
กู้ชิงก็เดินลัดเลาะไปตามกองหิน มุ่งหน้าไปตามแนวเนินเขา ระหว่างทางเขาคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา พยายามหลีกเลี่ยงหมอกสีแดงอ่อนที่ดูน่าสงสัยพวกนั้นให้ได้มากที่สุด
แต่ทว่า ยิ่งเข้าใกล้จุดหมายมากเท่าไหร่ กู้ชิงก็ยิ่งสังเกตเห็นว่าหมอกสีแดงอ่อนพวกนั้น มันไหลเวียนไปตามเนินเขา แล้วไปรวมตัวกันที่เมืองใหญ่แห่งนั้น ราวกับว่ามันมีชีวิตยังไงยังงั้น
เพื่อหลีกเลี่ยงหมอกประหลาดพวกนี้ กู้ชิงจึงจำใจต้องเดินอ้อมไปอีกทาง
ระยะทางแค่ไม่กี่สิบลี้ แต่กลับต้องเดินวกไปวนมาราวกับอยู่ในเขาวงกต จนกระทั่งพลบค่ำ เขาก็ยังเดินไปไม่ถึงหน้าเมืองแห่งนั้นเสียที
"เวรเอ๊ย!!"
"มิติหมอกปีศาจนี่มันโหดร้ายกับมนุษย์จริงๆ แค่จะเดินไปไหนมาไหนยังลำบากขนาดนี้เลย"
เวลากลางคืนคือช่วงเวลาที่สัตว์ประหลาดออกหากิน
เมื่อลองชั่งใจดูแล้ว กู้ชิงก็ตัดสินใจแวะพักที่เนินเขาแห่งหนึ่ง เขาใช้ก้อนหินขนาดมหึมาเป็นที่กำบัง แล้วขุดโพรงเล็กๆ ใต้ก้อนหินนั้น เพื่อใช้เป็นที่พักชั่วคราวสำหรับคืนนี้
เมื่อตกกลางคืน พระจันทร์สีเลือดก็ลอยเด่นขึ้นมาบนท้องฟ้า
มีเสียงร้องโหยหวนของสัตว์ประหลาดดังแว่วมาจากทั่วทุกสารทิศ กู้ชิงไม่กล้าก่อกองไฟ เพราะกลัวว่าจะไปดึงดูดความสนใจของพวกสัตว์ประหลาดเข้า
แต่ทว่า
ต่อให้กู้ชิงจะระมัดระวังตัวดีแค่ไหน เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกสงัด พลังจิตใจของเขาก็เกิดความผันผวนขึ้นมาเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังพุ่งตรงมาจากทางด้านหลัง
เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาจากทางด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
"เคร้ง—"
กู้ชิงขยับความคิดเพียงวูบเดียว ทั่วทั้งร่างกายก็ปรากฏเกราะผลึกสีน้ำเงินขึ้นมาปกคลุมร่างกายเอาไว้เกือบทุกส่วน
นี่คือพลังสายเลือดที่ได้มาจากสัตว์ประหลาดเกราะผลึกจันทราสุดขั้วนั่นเอง
เกราะผลึกมาร
เมื่อรับการโจมตีจากเงาดำนั้นได้แล้ว กู้ชิงก็ขยับเท้าเบาๆ ร่างกายก็พุ่งทะยานกลายเป็นภาพติดตา ไปโผล่ที่ด้านข้างของเงาดำตัวนั้นทันที
จากนั้น
กู้ชิงก็ฟาดฝ่ามือออกไปนับครั้งไม่ถ้วน ก่อเกิดเป็นเงาฝ่ามือมากมาย พร้อมกับเสียงสวดมนต์บทพุทธะอันศักดิ์สิทธิ์ดังกึกก้อง
"วิถีเซียนยุทธ์ รอยประทับฝ่ามืออู๋เซียง"
เพลงฝ่ามือนี้ดัดแปลงมาจากคัมภีร์อู๋เซียงสูตรในโลกยุทธภพโบราณ มีอานุภาพในการกำราบภูตผีปีศาจ
ภายใต้การขับเคลื่อนของเคล็ดวิชาเซียนกำเนิดวิถี ทำให้กู้ชิงสามารถระเบิดความเร็วที่เหนือกว่าผู้ฝึกตนระดับหลอมปราณทั่วไปออกมาได้ ในตอนนี้กู้ชิงก็ไม่ต่างอะไรกับนักพรตสายบู๊ที่กระหายเลือดเลยสักนิด
"ปัง ปัง ปัง..."
รู้สึกเหมือนฝ่ามือฟาดไปโดนเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งสุดๆ จนรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา กู้ชิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"พลังป้องกันแข็งแกร่งดีนี่"
จากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เงาดำที่ลอบโจมตีกู้ชิงเมื่อครู่นี้ ก็ถูกฝ่ามือกระแทกจนกระเด็นถอยหลังไปไกลหลายจั้ง
แต่เงาดำนั้นกลับไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไรเลย มันส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างประหลาด ทันทีที่เท้าแตะพื้น มันก็รวบรวมพลังกระโดดพุ่งเข้าใส่กู้ชิงตรงๆ อีกครั้ง
ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตระหนกของสัตว์ประหลาดเงาดำตัวนั้น จู่ๆ นิ้วมือทั้งสิบของกู้ชิงก็งอกกรงเล็บสีน้ำเงินที่ดูเหมือนของปีศาจออกมา ความยาวตั้งหลายสิบเซนติเมตร รูปร่างเหมือนดาบสั้นไม่มีผิด
"หัตถ์ควักหัวใจ!!"
ในจังหวะที่สัตว์ประหลาดเงาดำกระโจนเข้ามากลางอากาศ กู้ชิงก็ใช้กรงเล็บปีศาจที่เกิดจากการแปลงกาย ผสานเข้ากับกระบวนท่าวิชายุทธ์ สไลด์ตัวเข้าไปใต้ท้องของมัน แล้วใช้สองมือโจมตีจุดอ่อนของมันอย่างเหี้ยมโหด
เล็บที่คมกริบดุจดาบสั้นสีน้ำเงิน ตวัดขึ้นด้านบนอย่างสุดแรง ราวกับจะฉีกกระชากแผ่นฟ้า
แควก...
ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนหนังถูกฉีกขาดดังขึ้น
หน้าอกของสัตว์ประหลาดเงาดำ ถูกกู้ชิงแหวกออกอย่างโหดเหี้ยม หัวใจสีแดงสดที่ยังคงเต้นตุบๆ ตกมาอยู่ในกำมือของกู้ชิง
"ควักหัวใจปลิดชีพ"
ยังไม่ทันที่กู้ชิงจะพูดจบ
"ตึง—"
สัตว์ประหลาดเงาดำก็พุ่งถลาไปข้างหน้าอีกหลายเมตร ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น แววตาของมันเบิกโพลงและไร้ซึ่งประกายชีวิตอย่างรวดเร็ว
เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากรอยแผลที่ถูกกู้ชิงฉีกกระชาก นองไปทั่วพื้น
กู้ชิงไม่มีเวลาแม้แต่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากซากสัตว์ประหลาดตัวนี้ เพราะเสียงสวบสาบที่ดังมาจากรอบทิศทาง มันดึงความสนใจของเขาไปเสียก่อน
"ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว!!"
"กลิ่นเลือดของสัตว์ประหลาดตัวนี้ จะต้องดึงดูดพวกสัตว์ประหลาดตัวอื่นๆ ให้แห่กันมาแน่ๆ"
กู้ชิงรวบรวมกลิ่นอายในร่างกายเอาไว้ แล้วรีบเผ่นออกจากที่พักพิงชั่วคราว จำใจต้องพุ่งตัวเข้าไปในหมอกประหลาดที่อยู่ตีนเขา
"ระดับของมิติหมอกปีศาจนี่มันสูงกว่ามิติยุทธภพโบราณจริงๆ ด้วย"
"ยังดีนะที่พลังจิตใจของข้า ยังสามารถสำรวจรัศมีรอบๆ ในหมอกประหลาดสีแดงอ่อนนี้ได้เกือบร้อยเมตร"
กู้ชิงมองดูหมอกประหลาดที่ไหลบ่าเข้ามา พลางคิดในใจ
เขาพยายามหลีกเลี่ยงสัตว์ประหลาดที่หากินอยู่ในหมอกประหลาดอย่างระมัดระวัง แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป
จนกระทั่งรุ่งสาง กู้ชิงก็มาถึงหน้ากำแพงเมืองในที่สุด
เมืองแห่งนี้สร้างขึ้นจากหินก้อนยักษ์สีน้ำตาลอมแดง
กำแพงเมืองสูงกว่าสามสิบเมตร บนกำแพงเมืองที่หนาทึบเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลมากมาย ทั้งรอยกรงเล็บสัตว์ประหลาด และรอยมีดรอยดาบ
ทว่า พอกู้ชิงเดินอ้อมมาจนถึงหน้าประตูเมือง แล้วเงยหน้ามองขึ้นไป รูม่านตาของเขาก็หดเกร็งขึ้นมาทันที
"นั่นมัน..."
"เขา มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"