- หน้าแรก
- วิถีเซียนช่องสวมใส่ เริ่มต้นมาข้าก็ฆ่าล้างโลกใบเล็ก
- บทที่ 12 สะพานรุ้งทอดผ่าน
บทที่ 12 สะพานรุ้งทอดผ่าน
บทที่ 12 สะพานรุ้งทอดผ่าน
บทที่ 12 สะพานรุ้งทอดผ่าน
ปีศาจ วิถียุทธ์แห่งสายเลือด
ครึ่งก้าวสุดยอดปรมาจารย์กลุ่มแรกที่ติดตามราชครูแห่งต้าหยวนถึงกับสูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึง
พวกเขารับเลือดมารมาเพียงหยดเดียว ก็สามารถทะลวงขึ้นเป็นครึ่งก้าวสุดยอดปรมาจารย์ได้แล้ว
แล้วท่านจอมมารที่มีเลือดมารบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่เต็มร่าง แถมยังใช้มันเป็นแกนกลางในการรวบรวมสภาวะจิตใจอีก ท่านจอมมารจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ?
"หึ!!"
"ถ้าข้าสามารถยกระดับสายเลือดปีศาจให้เป็นระดับสองได้ และได้รับมรดกตกทอดจากการเลื่อนระดับสายเลือดล่ะก็ ไอ้พวกคนพื้นเมืองกระจอกๆ พวกนี้ จะเอาอะไรมาสู้ข้าได้!!"
ราชครูแห่งต้าหยวนปรายตามองลูกน้องในวิหาร พลางนึกถึงเรื่องมรดกทางสายเลือด ทุกครั้งที่สายเลือดปีศาจเลื่อนระดับ ก็จะได้รับความสามารถพิเศษติดตัวมาหนึ่งอย่างเสมอ
สายเลือดปีศาจในตัวเขา เป็นสุดยอดวาสนาที่พ่อของเขาแลกมาด้วยชีวิต จากการไปเป็นหนูทดลองเทคโนโลยีวิถีเซียน
พลังสายเลือดนี้ถูกส่งต่อมาทางพันธุกรรม และไหลเวียนอยู่ในตัวเขา
สองเดือนต่อมา
ราชครูแห่งต้าหยวนนำทัพจอมยุทธ์แห่งต้าหยวน รวมไปถึงจอมยุทธ์จากสำนักต่างๆ ที่ยอมศิโรราบระหว่างทาง ยกทัพมาประชิดกำแพงเมืองหลวงของต้าหมิง
จักรวรรดิต้าหมิงเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่
โดยมีชายชราหนวดเคราขาวโพลน ผู้เป็นครึ่งก้าวสุดยอดปรมาจารย์แห่งราชวงศ์เป็นผู้นำ เขาสั่งการให้กองทหารองครักษ์จัดค่ายกลปราณโลหิต เพื่อเผชิญหน้ากับราชครูแห่งต้าหยวน
"ฮ่าฮ่าฮ่า..."
"จูอู๋ซื่อ เจ้าคิดจริงๆ รึว่าไอ้กระดองเต่านี่จะหยุดข้าได้?"
ราชครูแห่งต้าหยวนหัวเราะลั่น ปราณแท้อันเย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัวแปรสภาพเป็นสายหมอกสีดำ พวยพุ่งออกไปทุกทิศทุกทาง
ตรงข้ามเขา ชายชราผมขาวที่ชื่อจูอู๋ซื่อยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด
เมื่อไอเย็นสีดำพุ่งเข้าปะทะ ภายใต้การสนับสนุนของค่ายกลปราณโลหิต ร่างของชายชราก็ปรากฏเปลวเพลิงสีเลือดลุกโชนขึ้นมาเป็นเกราะป้องกัน
"ไอ้พวกเศษสวะจากทุ่งหญ้า"
"เมื่อก่อนตอนที่ปฐมกษัตริย์ต้าหมิงยกทัพขึ้นเหนือ พวกเจ้าก็เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุนแท้ๆ นี่ยังมีหน้ามาเห่าหอนอยู่อีกรึ?"
ชายชราผมขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"แล้วยังไงล่ะ?"
"ปฐมกษัตริย์ของพวกเจ้าตายไปเป็นชาติแล้ว"
"โบราณว่าไว้ สามสิบปีน้ำขึ้น สามสิบปีน้ำลง อย่าคิดว่าต้าหยวนจะไร้คนเก่ง แผ่นดินนี้ท้ายที่สุดก็ต้องตกเป็นของจักรวรรดิต้าหยวน ตกเป็นของข้าอยู่ดี"
ราชครูแห่งต้าหยวนเลิกเสแสร้ง ปราณแท้สีดำที่แผ่ออกมาจากร่างก็ยิ่งทวีความหนาวเหน็บและเย็นเยียบขึ้นเรื่อยๆ
"วันนี้ ข้าจะสงเคราะห์ให้พวกเจ้าได้เห็นอานุภาพของวิถียุทธ์แห่งสายเลือดที่ข้าเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเอง"
ราชครูแห่งต้าหยวนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ยกมือขึ้นชี้ไปข้างหน้า
ครืนนนนน...
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกจากร่างราชครูแห่งต้าหยวน กลายเป็นคลื่นสีดำทะมึนถาโถมเข้าใส่
เสียงแกรกกรากดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คลื่นสีดำนั้นราวกับน้ำแข็งทมิฬที่มีชีวิต ไอน้ำในอากาศจับตัวเป็นผลึกน้ำแข็งหกเหลี่ยมสีขาวร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว
ชายชราผมขาวเห็นดังนั้น ก็ไม่รอช้า รีบหยิบไข่มุกเร้นลับปฐมกษัตริย์ออกมาทันที
"ผลึกสายเลือดงั้นรึ?"
"ก็ไม่เลวเหมือนกันนี่นา สามารถคิดค้นผลึกสายเลือดหยาบๆ แบบนี้ขึ้นมา เพื่อใช้กักเก็บปราณแท้ของปฐมกษัตริย์ต้าหมิงได้ ในฐานะทายาทของปฐมกษัตริย์ต้าหมิง เจ้าก็สามารถดึงพลังที่ใกล้เคียงกับสุดยอดปรมาจารย์ออกมาใช้ได้สินะ"
ในฐานะที่เป็นทหารรับจ้างของรัฐเซียน ราชครูแห่งต้าหยวนจึงมีความรู้เรื่องสายเลือดเป็นอย่างดี
พอเห็นไข่มุกเร้นลับปฐมกษัตริย์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะวิจารณ์ออกมา
"แต่น่าเสียดายนะ!"
"ต่อให้พวกจอมยุทธ์อย่างพวกเจ้าจะฟลุ๊คสร้างผลึกสายเลือดขึ้นมาได้ แต่มันก็เป็นแค่ของนอกกาย ต่อให้เจ้าจะใช้งานมันได้ แล้วจะใช้ได้สักกี่น้ำล่ะ?"
น้ำเสียงของราชครูแห่งต้าหยวนแฝงไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง
"ต่อให้พวกเจ้ามีผลึกสายเลือดเป็นร้อยๆ เม็ด มันก็เหมือนพืชไร้รากนั่นแหละ พอพลังในผลึกหมดเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาตายของพวกเจ้าเมื่อนั้น..."
แววตาของราชครูแห่งต้าหยวนฉายรอยอำมหิต
ต่อให้ชายชราผมขาวจะมีค่ายกลปราณโลหิตคอยหนุนหลัง สามารถดึงพลังเลือดลมของทหารองครักษ์สองหมื่นนายมาใช้ได้ แต่คุณภาพของพลังงานก็ยังสู้ปราณแท้ของราชครูแห่งต้าหยวนไม่ได้อยู่ดี
"ไปลงนรกซะ!!"
ราชครูแห่งต้าหยวนก้าวไปข้างหน้า ปราณแท้สีดำอันน่าสะพรึงกลัวแปรสภาพเป็นน้ำแข็งสุดขั้วจันทรา ก่อตัวเป็นปีศาจจากขุมนรก พุ่งเข้าตะปบชายชราผมขาว
"แย่แล้ว..."
สีหน้าของชายชราผมขาวเปลี่ยนไปทันที ไข่มุกเร้นลับปฐมกษัตริย์ในมือปลดปล่อยปราณแท้สีทองของปฐมกษัตริย์ออกมา จุดประกายพลังเลือดลมของจอมยุทธ์ที่รวบรวมมาจากค่ายกลปราณโลหิตให้ลุกโชนขึ้น เพื่อต้านทานการรุกรานของน้ำแข็งสุดขั้วจันทรา
บรรยากาศการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายนอกเมืองเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ทว่าภายในหอสมุดหลวงกลับเงียบสงบ
ท่ามกลางความเงียบสงบนั้น ราวกับมีแสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องเข้ามา ขับไล่ความมืดมิดและความหนาวเหน็บให้มลายหายไป นำพามาซึ่งความอบอุ่นอันไร้ที่สิ้นสุด
กู้ชิงยังคงนั่งขัดสมาธิ
จดจ่ออยู่กับการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาเก้าสุริยันศักดิ์สิทธิ์
"ท่านเซียนกระบี่ขอรับ!!"
ฮ่องเต้ต้าหมิงแอบเข้ามาในหอสมุดหลวงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ราชครูแห่งต้าหยวนบุกมาประชิดเมืองแล้ว ขอท่านเซียนกระบี่โปรดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพื่อช่วยชีวิตราษฎรนับล้านในจงหยวนด้วยเถิดขอรับ"
ฮ่องเต้ต้าหมิงในชุดมังกรหมอบกราบอยู่แทบเท้ากู้ชิง เอ่ยปากอ้อนวอน
ราชครูแห่งต้าหยวนนั้นแข็งแกร่งจนน่ากลัว
ต่อให้ชายชราผมขาวจะมีไข่มุกเร้นลับปฐมกษัตริย์อยู่ในมือ และออกไปประจันหน้ากับราชครูแห่งต้าหยวนด้วยตัวเอง ก็ยังไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะเอาชนะได้
ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา...
ราชวงศ์ต้าหมิงมีหวังล่มสลายแน่ๆ ส่วนตัวเขาที่เป็นฮ่องเต้ จุดจบยิ่งต้องอนาถกว่าใครเพื่อน
"ท่านเซียนกระบี่ขอรับ?"
ผ่านไปครู่หนึ่ง
เมื่อเห็นกู้ชิงยังคงหลับตาทำสมาธิ ราวกับไม่ได้ยินที่ตนพูด ฮ่องเต้ต้าหมิงก็ต้องจำใจเรียกซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
แต่ทว่า ร่างของกู้ชิงยังคงแผ่ไออุ่นออกมาบางๆ ราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อย ดวงตาทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท คล้ายกับจิตวิญญาณกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศ
"ท่านเซียนกระบี่ขอรับ?"
"ขอท่านเซียนกระบี่โปรดยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยเถิด หลังจากนี้ไป จักรวรรดิต้าหมิงจะยกย่องนิกายกระบี่ซีเยว่ให้เป็นศาสนาประจำชาติ และจะสถาปนาให้ท่านเซียนกระบี่เป็นเซียนผู้พิทักษ์แผ่นดิน ให้ราษฎรทั่วหล้าได้กราบไหว้บูชา..."
ในขณะที่ฮ่องเต้ต้าหมิงกำลังเพิ่มข้อเสนออย่างต่อเนื่อง
จู่ๆ กู้ชิงที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็ลืมตาขึ้น ในส่วนลึกของดวงตาสะท้อนภาพดวงอาทิตย์ที่กำลังขยายและหดตัวสลับกันไปมา
วนเวียนแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงเก้าครั้ง
ห้วงสูญอันไร้ขอบเขตที่สร้างขึ้นจากพลังแห่งจิตใจของกู้ชิง ราวกับมีดวงดาวดวงใหม่ถือกำเนิดขึ้น ปลดปล่อยแสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุดออกมา
เคล็ดวิชาเก้าสุริยันศักดิ์สิทธิ์บรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว
"พลังหยางสุดขั้ว ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!!"
กู้ชิงลุกขึ้นยืน
ในเวลานี้ ในสายตาของกู้ชิง ทุกหนแห่งที่มีแสงแดดสาดส่อง ล้วนมีพลังหยางลอยวนอยู่
สรรพสิ่งล้วนมีหยินและหยาง
ในสายตาของกู้ชิง พลังหยางกำลังสอดประสานเข้ากับทุกสรรพสิ่ง
"ท่านเซียนกระบี่กู้... กลิ่นอายของท่าน?"
ฮ่องเต้ต้าหมิงจ้องมองกู้ชิงตาค้าง ไม่รู้ทำไม เขาถึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของปฐมกษัตริย์ต้าหมิงจากตัวกู้ชิงได้
ทั้งแข็งแกร่ง ร้อนแรง สว่างไสว และยิ่งใหญ่
"ไม่ต้องรีบร้อน!!"
"รอข้าไปปราบมารก่อน..."
กู้ชิงยิ้มบางๆ แล้วกำมือขึ้นไปบนฟ้า
พลังหยางที่กระจายอยู่ทั่วฟ้าดินถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน กู้ชิงใช้ความคิดเพียงนิดเดียว แสงแดดเหล่านั้นก็แปรสภาพกลายเป็นสะพานรุ้งเจ็ดสีทอดตัวยาวออกไป
นอกเมืองหลวง
ชายชราผมขาวกำลังปะทะกับราชครูแห่งต้าหยวนอย่างดุเดือด
หืม?!
จู่ๆ ราชครูแห่งต้าหยวนก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ร่างกายรีบถอยกรูดไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว
พลันปรากฏสะพานรุ้งเจ็ดสีทอดตัวยาวออกมาจากส่วนลึกของพระราชวัง ทะลวงผ่านค่ายกลปราณโลหิตของกองทหารสองหมื่นนาย ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างแหงนหน้ามองเส้นทางที่ดูราวกับสายรุ้งนั้นด้วยความตื่นตะลึง
"นี่มันอะไรกัน?"
ไม่ว่าจะเป็นชาวเมืองต้าหมิงในเมืองหลวง หรือกองทัพต้าหยวนนอกเมือง ต่างก็มีคำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจ
มีเพียงราชครูแห่งต้าหยวนเท่านั้นที่มีสีหน้าเคร่งเครียด
เขาแหงนหน้ามองไปยังปลายทางของสะพานรุ้ง ที่นั่นมีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านมา
ในขณะเดียวกัน
ภายในหอสมุดหลวง กู้ชิงสูดหายใจลึก ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ก็ก้าวข้ามกำแพงพระราชวังออกมา
เหนือน่านฟ้าเมืองหลวง แสงและเงาสอดประสานกัน กู้ชิงเดินไปตามสะพานรุ้ง มุ่งหน้าออกไปยังนอกเมืองทีละก้าว
ฮ่องเต้ต้าหมิงได้แต่มองภาพปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้!!
เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ต้าหมิงรอดแล้ว ต้าหมิงรอดแล้ว..."