เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 สะพานรุ้งทอดผ่าน

บทที่ 12 สะพานรุ้งทอดผ่าน

บทที่ 12 สะพานรุ้งทอดผ่าน


บทที่ 12 สะพานรุ้งทอดผ่าน

ปีศาจ วิถียุทธ์แห่งสายเลือด

ครึ่งก้าวสุดยอดปรมาจารย์กลุ่มแรกที่ติดตามราชครูแห่งต้าหยวนถึงกับสูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึง

พวกเขารับเลือดมารมาเพียงหยดเดียว ก็สามารถทะลวงขึ้นเป็นครึ่งก้าวสุดยอดปรมาจารย์ได้แล้ว

แล้วท่านจอมมารที่มีเลือดมารบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่เต็มร่าง แถมยังใช้มันเป็นแกนกลางในการรวบรวมสภาวะจิตใจอีก ท่านจอมมารจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ?

"หึ!!"

"ถ้าข้าสามารถยกระดับสายเลือดปีศาจให้เป็นระดับสองได้ และได้รับมรดกตกทอดจากการเลื่อนระดับสายเลือดล่ะก็ ไอ้พวกคนพื้นเมืองกระจอกๆ พวกนี้ จะเอาอะไรมาสู้ข้าได้!!"

ราชครูแห่งต้าหยวนปรายตามองลูกน้องในวิหาร พลางนึกถึงเรื่องมรดกทางสายเลือด ทุกครั้งที่สายเลือดปีศาจเลื่อนระดับ ก็จะได้รับความสามารถพิเศษติดตัวมาหนึ่งอย่างเสมอ

สายเลือดปีศาจในตัวเขา เป็นสุดยอดวาสนาที่พ่อของเขาแลกมาด้วยชีวิต จากการไปเป็นหนูทดลองเทคโนโลยีวิถีเซียน

พลังสายเลือดนี้ถูกส่งต่อมาทางพันธุกรรม และไหลเวียนอยู่ในตัวเขา

สองเดือนต่อมา

ราชครูแห่งต้าหยวนนำทัพจอมยุทธ์แห่งต้าหยวน รวมไปถึงจอมยุทธ์จากสำนักต่างๆ ที่ยอมศิโรราบระหว่างทาง ยกทัพมาประชิดกำแพงเมืองหลวงของต้าหมิง

จักรวรรดิต้าหมิงเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่

โดยมีชายชราหนวดเคราขาวโพลน ผู้เป็นครึ่งก้าวสุดยอดปรมาจารย์แห่งราชวงศ์เป็นผู้นำ เขาสั่งการให้กองทหารองครักษ์จัดค่ายกลปราณโลหิต เพื่อเผชิญหน้ากับราชครูแห่งต้าหยวน

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."

"จูอู๋ซื่อ เจ้าคิดจริงๆ รึว่าไอ้กระดองเต่านี่จะหยุดข้าได้?"

ราชครูแห่งต้าหยวนหัวเราะลั่น ปราณแท้อันเย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัวแปรสภาพเป็นสายหมอกสีดำ พวยพุ่งออกไปทุกทิศทุกทาง

ตรงข้ามเขา ชายชราผมขาวที่ชื่อจูอู๋ซื่อยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด

เมื่อไอเย็นสีดำพุ่งเข้าปะทะ ภายใต้การสนับสนุนของค่ายกลปราณโลหิต ร่างของชายชราก็ปรากฏเปลวเพลิงสีเลือดลุกโชนขึ้นมาเป็นเกราะป้องกัน

"ไอ้พวกเศษสวะจากทุ่งหญ้า"

"เมื่อก่อนตอนที่ปฐมกษัตริย์ต้าหมิงยกทัพขึ้นเหนือ พวกเจ้าก็เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุนแท้ๆ นี่ยังมีหน้ามาเห่าหอนอยู่อีกรึ?"

ชายชราผมขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"แล้วยังไงล่ะ?"

"ปฐมกษัตริย์ของพวกเจ้าตายไปเป็นชาติแล้ว"

"โบราณว่าไว้ สามสิบปีน้ำขึ้น สามสิบปีน้ำลง อย่าคิดว่าต้าหยวนจะไร้คนเก่ง แผ่นดินนี้ท้ายที่สุดก็ต้องตกเป็นของจักรวรรดิต้าหยวน ตกเป็นของข้าอยู่ดี"

ราชครูแห่งต้าหยวนเลิกเสแสร้ง ปราณแท้สีดำที่แผ่ออกมาจากร่างก็ยิ่งทวีความหนาวเหน็บและเย็นเยียบขึ้นเรื่อยๆ

"วันนี้ ข้าจะสงเคราะห์ให้พวกเจ้าได้เห็นอานุภาพของวิถียุทธ์แห่งสายเลือดที่ข้าเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเอง"

ราชครูแห่งต้าหยวนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ยกมือขึ้นชี้ไปข้างหน้า

ครืนนนนน...

กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกจากร่างราชครูแห่งต้าหยวน กลายเป็นคลื่นสีดำทะมึนถาโถมเข้าใส่

เสียงแกรกกรากดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คลื่นสีดำนั้นราวกับน้ำแข็งทมิฬที่มีชีวิต ไอน้ำในอากาศจับตัวเป็นผลึกน้ำแข็งหกเหลี่ยมสีขาวร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว

ชายชราผมขาวเห็นดังนั้น ก็ไม่รอช้า รีบหยิบไข่มุกเร้นลับปฐมกษัตริย์ออกมาทันที

"ผลึกสายเลือดงั้นรึ?"

"ก็ไม่เลวเหมือนกันนี่นา สามารถคิดค้นผลึกสายเลือดหยาบๆ แบบนี้ขึ้นมา เพื่อใช้กักเก็บปราณแท้ของปฐมกษัตริย์ต้าหมิงได้ ในฐานะทายาทของปฐมกษัตริย์ต้าหมิง เจ้าก็สามารถดึงพลังที่ใกล้เคียงกับสุดยอดปรมาจารย์ออกมาใช้ได้สินะ"

ในฐานะที่เป็นทหารรับจ้างของรัฐเซียน ราชครูแห่งต้าหยวนจึงมีความรู้เรื่องสายเลือดเป็นอย่างดี

พอเห็นไข่มุกเร้นลับปฐมกษัตริย์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะวิจารณ์ออกมา

"แต่น่าเสียดายนะ!"

"ต่อให้พวกจอมยุทธ์อย่างพวกเจ้าจะฟลุ๊คสร้างผลึกสายเลือดขึ้นมาได้ แต่มันก็เป็นแค่ของนอกกาย ต่อให้เจ้าจะใช้งานมันได้ แล้วจะใช้ได้สักกี่น้ำล่ะ?"

น้ำเสียงของราชครูแห่งต้าหยวนแฝงไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง

"ต่อให้พวกเจ้ามีผลึกสายเลือดเป็นร้อยๆ เม็ด มันก็เหมือนพืชไร้รากนั่นแหละ พอพลังในผลึกหมดเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาตายของพวกเจ้าเมื่อนั้น..."

แววตาของราชครูแห่งต้าหยวนฉายรอยอำมหิต

ต่อให้ชายชราผมขาวจะมีค่ายกลปราณโลหิตคอยหนุนหลัง สามารถดึงพลังเลือดลมของทหารองครักษ์สองหมื่นนายมาใช้ได้ แต่คุณภาพของพลังงานก็ยังสู้ปราณแท้ของราชครูแห่งต้าหยวนไม่ได้อยู่ดี

"ไปลงนรกซะ!!"

ราชครูแห่งต้าหยวนก้าวไปข้างหน้า ปราณแท้สีดำอันน่าสะพรึงกลัวแปรสภาพเป็นน้ำแข็งสุดขั้วจันทรา ก่อตัวเป็นปีศาจจากขุมนรก พุ่งเข้าตะปบชายชราผมขาว

"แย่แล้ว..."

สีหน้าของชายชราผมขาวเปลี่ยนไปทันที ไข่มุกเร้นลับปฐมกษัตริย์ในมือปลดปล่อยปราณแท้สีทองของปฐมกษัตริย์ออกมา จุดประกายพลังเลือดลมของจอมยุทธ์ที่รวบรวมมาจากค่ายกลปราณโลหิตให้ลุกโชนขึ้น เพื่อต้านทานการรุกรานของน้ำแข็งสุดขั้วจันทรา

บรรยากาศการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายนอกเมืองเต็มไปด้วยความตึงเครียด

ทว่าภายในหอสมุดหลวงกลับเงียบสงบ

ท่ามกลางความเงียบสงบนั้น ราวกับมีแสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องเข้ามา ขับไล่ความมืดมิดและความหนาวเหน็บให้มลายหายไป นำพามาซึ่งความอบอุ่นอันไร้ที่สิ้นสุด

กู้ชิงยังคงนั่งขัดสมาธิ

จดจ่ออยู่กับการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาเก้าสุริยันศักดิ์สิทธิ์

"ท่านเซียนกระบี่ขอรับ!!"

ฮ่องเต้ต้าหมิงแอบเข้ามาในหอสมุดหลวงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

"ราชครูแห่งต้าหยวนบุกมาประชิดเมืองแล้ว ขอท่านเซียนกระบี่โปรดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพื่อช่วยชีวิตราษฎรนับล้านในจงหยวนด้วยเถิดขอรับ"

ฮ่องเต้ต้าหมิงในชุดมังกรหมอบกราบอยู่แทบเท้ากู้ชิง เอ่ยปากอ้อนวอน

ราชครูแห่งต้าหยวนนั้นแข็งแกร่งจนน่ากลัว

ต่อให้ชายชราผมขาวจะมีไข่มุกเร้นลับปฐมกษัตริย์อยู่ในมือ และออกไปประจันหน้ากับราชครูแห่งต้าหยวนด้วยตัวเอง ก็ยังไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะเอาชนะได้

ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา...

ราชวงศ์ต้าหมิงมีหวังล่มสลายแน่ๆ ส่วนตัวเขาที่เป็นฮ่องเต้ จุดจบยิ่งต้องอนาถกว่าใครเพื่อน

"ท่านเซียนกระบี่ขอรับ?"

ผ่านไปครู่หนึ่ง

เมื่อเห็นกู้ชิงยังคงหลับตาทำสมาธิ ราวกับไม่ได้ยินที่ตนพูด ฮ่องเต้ต้าหมิงก็ต้องจำใจเรียกซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

แต่ทว่า ร่างของกู้ชิงยังคงแผ่ไออุ่นออกมาบางๆ ราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อย ดวงตาทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท คล้ายกับจิตวิญญาณกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศ

"ท่านเซียนกระบี่ขอรับ?"

"ขอท่านเซียนกระบี่โปรดยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยเถิด หลังจากนี้ไป จักรวรรดิต้าหมิงจะยกย่องนิกายกระบี่ซีเยว่ให้เป็นศาสนาประจำชาติ และจะสถาปนาให้ท่านเซียนกระบี่เป็นเซียนผู้พิทักษ์แผ่นดิน ให้ราษฎรทั่วหล้าได้กราบไหว้บูชา..."

ในขณะที่ฮ่องเต้ต้าหมิงกำลังเพิ่มข้อเสนออย่างต่อเนื่อง

จู่ๆ กู้ชิงที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็ลืมตาขึ้น ในส่วนลึกของดวงตาสะท้อนภาพดวงอาทิตย์ที่กำลังขยายและหดตัวสลับกันไปมา

วนเวียนแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงเก้าครั้ง

ห้วงสูญอันไร้ขอบเขตที่สร้างขึ้นจากพลังแห่งจิตใจของกู้ชิง ราวกับมีดวงดาวดวงใหม่ถือกำเนิดขึ้น ปลดปล่อยแสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุดออกมา

เคล็ดวิชาเก้าสุริยันศักดิ์สิทธิ์บรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว

"พลังหยางสุดขั้ว ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!!"

กู้ชิงลุกขึ้นยืน

ในเวลานี้ ในสายตาของกู้ชิง ทุกหนแห่งที่มีแสงแดดสาดส่อง ล้วนมีพลังหยางลอยวนอยู่

สรรพสิ่งล้วนมีหยินและหยาง

ในสายตาของกู้ชิง พลังหยางกำลังสอดประสานเข้ากับทุกสรรพสิ่ง

"ท่านเซียนกระบี่กู้... กลิ่นอายของท่าน?"

ฮ่องเต้ต้าหมิงจ้องมองกู้ชิงตาค้าง ไม่รู้ทำไม เขาถึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของปฐมกษัตริย์ต้าหมิงจากตัวกู้ชิงได้

ทั้งแข็งแกร่ง ร้อนแรง สว่างไสว และยิ่งใหญ่

"ไม่ต้องรีบร้อน!!"

"รอข้าไปปราบมารก่อน..."

กู้ชิงยิ้มบางๆ แล้วกำมือขึ้นไปบนฟ้า

พลังหยางที่กระจายอยู่ทั่วฟ้าดินถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน กู้ชิงใช้ความคิดเพียงนิดเดียว แสงแดดเหล่านั้นก็แปรสภาพกลายเป็นสะพานรุ้งเจ็ดสีทอดตัวยาวออกไป

นอกเมืองหลวง

ชายชราผมขาวกำลังปะทะกับราชครูแห่งต้าหยวนอย่างดุเดือด

หืม?!

จู่ๆ ราชครูแห่งต้าหยวนก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ร่างกายรีบถอยกรูดไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

พลันปรากฏสะพานรุ้งเจ็ดสีทอดตัวยาวออกมาจากส่วนลึกของพระราชวัง ทะลวงผ่านค่ายกลปราณโลหิตของกองทหารสองหมื่นนาย ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างแหงนหน้ามองเส้นทางที่ดูราวกับสายรุ้งนั้นด้วยความตื่นตะลึง

"นี่มันอะไรกัน?"

ไม่ว่าจะเป็นชาวเมืองต้าหมิงในเมืองหลวง หรือกองทัพต้าหยวนนอกเมือง ต่างก็มีคำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจ

มีเพียงราชครูแห่งต้าหยวนเท่านั้นที่มีสีหน้าเคร่งเครียด

เขาแหงนหน้ามองไปยังปลายทางของสะพานรุ้ง ที่นั่นมีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านมา

ในขณะเดียวกัน

ภายในหอสมุดหลวง กู้ชิงสูดหายใจลึก ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ก็ก้าวข้ามกำแพงพระราชวังออกมา

เหนือน่านฟ้าเมืองหลวง แสงและเงาสอดประสานกัน กู้ชิงเดินไปตามสะพานรุ้ง มุ่งหน้าออกไปยังนอกเมืองทีละก้าว

ฮ่องเต้ต้าหมิงได้แต่มองภาพปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้!!

เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ต้าหมิงรอดแล้ว ต้าหมิงรอดแล้ว..."

จบบทที่ บทที่ 12 สะพานรุ้งทอดผ่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว