- หน้าแรก
- วิถีเซียนช่องสวมใส่ เริ่มต้นมาข้าก็ฆ่าล้างโลกใบเล็ก
- บทที่ 2 นิ้วทองคำโคตรโกง
บทที่ 2 นิ้วทองคำโคตรโกง
บทที่ 2 นิ้วทองคำโคตรโกง
บทที่ 2 นิ้วทองคำโคตรโกง
เจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับพริบตา
ในช่วงไม่กี่วันนี้ กู้ชิงอาศัยช่องสวมใส่ไอเทมไล่อ่านทบทวนความรู้เก่าๆ อย่างหนักหน่วง ถ้าต้องไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกรอบ กู้ชิงกล้าพูดเลยว่าไม่มีใครรู้เรื่องการสอบดีไปกว่าเขาอีกแล้ว!!
เขาเงยหน้ามองป้ายชื่อเครือเซียนมู่ กู้ชิงลอบถอนหายใจ นี่แหละชะตาชีวิต
ไม่นานนัก
กู้ชิงกับคนอื่นๆ ก็มาถึงห้องโถงใหญ่ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างฐานขี่กระบี่บินมาปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าสุดของโถง
"ทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่เครือเซียนมู่"
"เครือเซียนมู่ก่อตั้งโดยเซียนจุนชิงมู่ มีธุรกิจอยู่ในมิติต่างๆ กว่าร้อยแห่ง พวกเราจะไปพิชิตมิติห้วงสูญให้มากขึ้น ขยายกิจการให้ยิ่งใหญ่ และสร้างความรุ่งโรจน์ขึ้นมาอีกครั้ง"
"ในฐานะทหารรับจ้างชั่วคราวของเครือเซียนมู่ พวกเจ้าจะต้องเข้าร่วมภารกิจทดสอบสามครั้ง"
"ภารกิจทดสอบแต่ละครั้งจะเป็นการประเมินศักยภาพของพวกเจ้า คนที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม ทางบริษัทจะทุ่มเงินทุนมหาศาลเพื่อปั้นพวกเจ้าขึ้นมา ระดับสร้างฐานก็ไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป"
"แถมยังมีสุดยอดฝีมือระดับแก่นทองคำ ระดับตำหนักม่วง และระดับวิญญาณต้นกำเนิด จำนวนไม่น้อยที่ก้าวมาจากกองกำลังทหารรับจ้างของเครือเรา"
"การทดสอบพื้นฐานครั้งแรก พวกเจ้าจะถูกส่งไปยังมิติระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นมิติที่มีความเสี่ยงต่ำสุด อัตราการตายมีแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น พยายามเอาชีวิตรอดกลับมาให้ได้ล่ะ"
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างฐานหน้าห้องโถงอธิบายสั้นๆ แล้วก็สะบัดมือเปิดประตูแสงขนาดยักษ์ขึ้นมา
นี่คือจุดเชื่อมต่อของประตูห้วงสูญ ซึ่งเป็นอาวุธเซียนระดับสูงสุด
มันเป็นแท่นกระโดดที่รัฐเซียนใช้ทำสงครามกับมิตินับไม่ถ้วน สามารถสแกนพิกัดมิติห้วงสูญได้อัตโนมัติ และยังมีหน้าที่ส่งคนของรัฐเซียนเข้าไปรุกรานมิติอื่นๆ ด้วย
ตลอดช่วงเวลาสิบล้านกว่าปีของรัฐเซียน อารยธรรมมนุษย์สามารถกวาดล้างเผ่าพันธุ์ต่างดาวในห้วงสูญไปได้มากมาย ประตูห้วงสูญนับว่ามีผลงานชิ้นโบแดง
อาวุธเซียนระดับสูงสุดแบบนี้ รัฐเซียนยังมีอีกสองชิ้น
"ส่งตัว"
เมื่อเดินเข้ามาในม่านแสงของประตูห้วงสูญ กู้ชิงก็ท่องในใจ
วินาทีต่อมา
กู้ชิงรู้สึกได้ว่าทั้งร่างกายและวิญญาณของตัวเองกลายสภาพเป็นลำแสง พุ่งเข้าไปในมิติปริศนาที่ประตูแสงเชื่อมต่ออยู่
จักรวรรดิต้าหมิง
นิกายกระบี่ซีเยว่
ในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งวิถีกระบี่ที่โด่งดังไปทั่วหล้า นิกายกระบี่ซีเยว่มีรากฐานที่ล้ำลึกหาใดเปรียบ
มีมือกระบี่ระดับก่อกำเนิดไม่ต่ำกว่า 10 คน และยังมีจอมกระบี่ระดับปรมาจารย์อยู่อีกหนึ่งคน
ภายในอาณาเขตจักรวรรดิต้าหมิง ไม่ว่าจะในราชสำนักหรือในยุทธภพ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดก็ถือเป็นยอดฝีมือแล้ว ส่วนระดับปรมาจารย์ยิ่งแทบจะนับหัวได้
การที่นิกายกระบี่ซีเยว่มีจอมกระบี่ระดับปรมาจารย์คอยประจำการอยู่ ก็เท่ากับเป็นหนึ่งในผู้คุมเกมระดับท็อปของยุทธภพ สามารถชี้เป็นชี้ตายสถานการณ์บ้านเมืองได้เลย
หอกระบี่
ศิษย์นับร้อยคนกำลังถือกระบี่ร่ายรำเพลงกระบี่ซีเยว่ เหงื่อไหลไคลย้อยเป็นสายน้ำ
เพลงกระบี่ซีเยว่มีทั้งหมด 108 ท่า เป็นเพลงกระบี่พื้นฐานที่ครอบคลุมทุกด้าน ถือเป็นรากฐานของนิกาย
บรรดาศิษย์นิกายกระบี่ซีเยว่มักจะฝึกเพลงกระบี่นี้ในชั้นเรียนตอนเช้าอยู่เสมอ
ในระหว่างที่ศิษย์หอกระบี่กำลังร่ายรำเพลงกระบี่รอบแล้วรอบเล่าอยู่นั้น ไม่ไกลออกไปก็มีกลุ่มศิษย์ฆราวาสเดินเข้ามา
ศิษย์ฆราวาสพวกนี้อายุราวๆ สิบเจ็ดสิบแปดปี ล้วนเป็นคุณชายจากตระกูลเศรษฐี ที่มาเรียนวิชากระบี่กับนิกายกระบี่ซีเยว่ก็แค่มาหาประดับบารมีให้ตัวเองเท่านั้น
"ไม่ยักรู้แฮะ..."
ในหมู่ศิษย์ฆราวาสพวกนั้น มีศิษย์คนหนึ่งแววตาฉายรอยประหลาดใจวูบหนึ่ง
ศิษย์ฆราวาสคนนี้ ก็คือกู้ชิงที่ถูกส่งตัวมาจากรัฐเซียนนั่นเอง
เขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่า ประตูห้วงสูญของรัฐเซียนจะจัดเตรียมตัวตนเริ่มต้นมาให้เขาด้วย
"โลกวิถียุทธ์งั้นเหรอ..."
กู้ชิงพึมพำ
จากตัวตนที่ประตูห้วงสูญจัดเตรียมไว้ให้ กู้ชิงก็ได้รับข้อมูลพื้นฐานมาบ้าง
โลกใบนี้คล้ายกับโลกในนิยายกำลังภายใน ยอดฝีมือวิถียุทธ์สามารถบุกเดี่ยวเข้าไปเด็ดหัวแม่ทัพศัตรูท่ามกลางทหารนับหมื่นได้สบายๆ
ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ของโลกนี้ เทียบได้กับผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมปราณของรัฐเซียน
【ฉาก: โลกยุทธ์โบราณ】
【ระดับความยาก: ขั้นหนึ่งระดับหนึ่ง】
【ภารกิจ: ทันทีที่เข้าสู่โลกยุทธ์โบราณ ให้ทำความคุ้นเคยกับกฎเกณฑ์ของที่นี่ และยกระดับชื่อเสียงในโลกใบนี้ ระบบจะประเมินศักยภาพในการบุกเบิกมิติห้วงสูญของเจ้า จากชื่อเสียงและบารมีที่เจ้าได้รับในโลกนี้】
【เวลา: สิบปีในโลกยุทธ์โบราณ】
ข้อมูลภารกิจผุดขึ้นมาในหัวของกู้ชิงอย่างเงียบเชียบ
"สิบปีในโลกยุทธ์โบราณเนี่ยนะ?"
"ชื่อเสียงและบารมี?"
กู้ชิงมองดูข้อมูลสำคัญสองจุดในภารกิจแล้วก็นึกตรึกตรอง
ภารกิจนี้เข้าใจง่ายมาก
โลกยุทธ์โบราณจะสร้างชื่อเสียงบารมียังไงล่ะ?
เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้าได้ไหม?
ขณะที่กู้ชิงกำลังใช้ความคิด เขากับกลุ่มคุณชายเศรษฐีก็เดินมาถึงลานฝึกยุทธ์ ศิษย์สายในของนิกายกระบี่ซีเยว่คนหนึ่งเริ่มถ่ายทอดวิชากระบี่ให้ทุกคน
ร่ายรำเพลงกระบี่ซีเยว่ไปได้แค่สามรอบ คุณชายเศรษฐีหลายคนก็เหนื่อยหอบจนต้องหยุดพัก
ศิษย์สายในเห็นสภาพแล้วก็อดส่ายหน้าไม่ได้
เขาวางกระบี่ในมือลง แล้วหันไปบอกกับทุกคนว่า "หลังจากนี้ พวกเจ้าก็ฝึกกันเอง จำไว้ว่าต้องทำตามกำลังของตัวเอง เด็ดขาดเลยนะ อย่าฝืนฝึกวิชากระบี่จนเอ็นกระดูกบาดเจ็บล่ะ"
"ขอรับ!!"
ทุกคนประสานมือตอบรับ
พอศิษย์สายในเดินออกจากลานฝึกยุทธ์ไป กู้ชิงก็แอบเดินไปที่ชั้นวางกระบี่ หยิบกระบี่ที่ศิษย์สายในคนนั้นเพิ่งใช้ขึ้นมา
ด้ามกระบี่เล่มนี้เรียบเนียน ศิษย์สายในคนนั้นน่าจะใช้งานมันอยู่เป็นประจำ
【ไอเทมที่สามารถสวมใส่ได้ 'กระบี่' ต้องการสวมใส่หรือไม่?】
กู้ชิงมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจตัวเอง เขาก็สั่งการในใจทันที
"สวมใส่"
【ไอเทมที่สวมใส่แล้ว: กระบี่ของลิ่งหูฉง】
【ระดับ: กระบี่ประจำกายของศิษย์สายในนิกายกระบี่ซีเยว่】
【ความสมบูรณ์: 96%】
【เอฟเฟกต์การสวมใส่: ได้รับประสบการณ์วิชากระบี่ของลิ่งหูฉง】
【หมายเหตุ: หากสวมใส่เกินหนึ่งวัน จะได้รับเอฟเฟกต์ทั้งหมดของไอเทมชิ้นนั้นอย่างถาวร】
ช่องสวมใส่ส่องแสงวาบ แล้วก็มีกระบี่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นข้างใน
วินาทีต่อมา
กู้ชิงเบิกตากว้าง
ชั่วพริบตานั้น ความรู้เกี่ยวกับวิชากระบี่นับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำ
กู้ชิงสูดหายใจลึก
จากนั้นก็หยิบกระบี่ธรรมดาๆ ของตัวเองขึ้นมา ร่ายรำเพลงกระบี่ซีเยว่
กู้ชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขารู้สึกชัดเจนเลยว่าสมองกับร่างกายมันทำงานไม่ค่อยสัมพันธ์กันเท่าไหร่
แต่พอเขาฝึกวิชากระบี่ไปเรื่อยๆ กระแสความร้อนก็ค่อยๆ เอ่อล้นออกมาจากภายในร่างกาย คอยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ท่าทางของกู้ชิงดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ
"โกง"
"โคตรโกงเลย ข้าชอบว่ะ!!"
กู้ชิงอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานในใจ
ในขณะเดียวกัน กู้ชิงก็เลิกสนใจรอบข้าง เอาแต่ฝึกวิชากระบี่รอบแล้วรอบเล่าอยู่กลางลานฝึกยุทธ์ เพื่อเร่งย่อยประสบการณ์ที่ได้จากกระบี่ของลิ่งหูฉง
ยิ่งกู้ชิงฝึกฝน ระยะเวลาที่จะได้รับเอฟเฟกต์สวมใส่อย่างถาวรก็ยิ่งลดน้อยลงไปทีละนาทีๆ
เวลาเป็นเงินเป็นทอง เวลาคือชีวิต
เยว่เหลี่ยนเฟิง เจ้าหอกระบี่กำลังตรวจตราการฝึกฝนของบรรดาศิษย์ในลานฝึกยุทธ์
เขากวาดสายตามองศิษย์หอกระบี่แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
"ไม่เลว ไม่เลวเลย"
"ศิษย์นิกายกระบี่ซีเยว่ของข้ามีจิตใจมั่นคง การฝึกฝนไม่มีทางลัด คมกระบี่ต้องผ่านหินลับ ดอกเหมยจะหอมหวนต้องผ่านความหนาวเหน็บ..."
พอละสายตาจากศิษย์หอกระบี่ เยว่เหลี่ยนเฟิงก็หันไปมองกลุ่มคุณชายที่ตระกูลใหญ่ในจักรวรรดิต้าหมิงส่งมา คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที
"พวกลูกผู้ดีมีตระกูลพวกนี้..."
"ไม่มีใครได้เรื่องสักคน"
เยว่เหลี่ยนเฟิงปรายตามอง เห็นศิษย์ฆราวาสนั่งระเกะระกะเอนซ้ายเอียงขวาอยู่บนบันไดหินไม่ไกลนัก ก็อดสบถด่าในใจไม่ได้
ขืนพึ่งพาไอ้พวกผลาญสมบัติพวกนี้ กองทหารม้าหมาป่าของจักรวรรดิต้าหยวนทางเหนือบุกลงมาเมื่อไหร่ จักรวรรดิต้าหมิงมีหวังสิ้นชาติสิ้นเผ่าพันธุ์แหงๆ
"หืม?"
ขณะที่เยว่เหลี่ยนเฟิงกำลังจะอ้าปากตะเพิดศิษย์ฆราวาสพวกนั้น
จู่ๆ เขาก็ชะงักไป
สายตาของเขามองข้ามศิษย์ฆราวาสที่นั่งเอนซ้ายเอียงขวาพวกนั้น ไปหยุดอยู่ที่ศิษย์ฆราวาสคนหนึ่งตรงมุมลาน
ศิษย์คนนั้นกำลังฝึกกระบี่อยู่
"นี่มัน..."
สีหน้าของเจ้าหอกระบี่เยว่เหลี่ยนเฟิงเปลี่ยนไปนิดหน่อย ทว่า... ยิ่งมองเขาก็ยิ่งไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ท่าทางราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน
ไอ้หมอนี่ มันใช่คนแน่เรอะ?