เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 ถ้ำบนหน้าผา

บทที่ 33 ถ้ำบนหน้าผา

บทที่ 33 ถ้ำบนหน้าผา


บทที่ 33 ถ้ำบนหน้าผา

ในฐานะทีมหัวกะทิ พวกเขามีพ่อค้าขาประจำ ทำให้การจัดเตรียมเสบียงและอุปกรณ์รวดเร็วกว่าที่ไรอันคาดไว้มาก

เพียงชั่วโมงเศษๆ ทุกคนก็นั่งอยู่บนรถม้าที่ว่าจ้างมา

ยังคงเป็นรถม้าแบบมีหลังคาเปิดโล่ง ระบายอากาศได้ดีเช่นเคย

ทว่ายิ่งมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ระดับความสูงของพื้นที่ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ไรอันสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ลดลงอย่างชัดเจน

"ดูนั่นสิ ภูเขาหิมะแลงคาสเตอร์" คริสชี้ไปที่ยอดเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน พลางถอนหายใจด้วยความปรารถนา

"ไม่รู้เมื่อไหร่พวกเราถึงจะมีโอกาสไปทำภารกิจที่ทุ่งหิมะนั่นบ้าง"

ไรอันเงยหน้ามองตาม

ต่างจากการมองจากเมืองมิลเลอร์ ครั้งนี้พวกเขาอยู่ใกล้กว่ามาก ประกอบกับท้องฟ้าแจ่มใส ไร้เมฆหมอก ยอดเขาหิมะขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีครามจึงปรากฏชัดเจนแก่สายตา

ทุ่งหิมะแลงคาสเตอร์เป็นถิ่นอาศัยของมอนสเตอร์สุดแกร่งมากมาย และตัวที่อ่อนแอที่สุด ก็คือหมาป่าหิมะที่มีระดับความท้าทายสาม

ต้องย้ำตรงนี้ว่า ระดับความท้าทายสามนั้นหมายถึงหมาป่าหิมะเพียงตัวเดียว ไม่ใช่ทั้งฝูง

ตามคำบอกเล่าปากต่อปากของเหล่านักผจญภัย หากไม่ใช่ทีมที่ประกอบด้วยผู้มีอาชีพครบทุกคน อย่าได้ริอ่านไปเหยียบทุ่งหิมะแลงคาสเตอร์เด็ดขาด

"คริส ถ้าเจ้าพัฒนาฝีมือได้เร็วเท่าไรอัน ข้าเชื่อว่าภายในปีสองปีนี้แหละ" ฟาเบียนควงมีดสั้นเล่นไปมา พลางเย้าแหย่

"ก็ได้" คริสยักไหล่ มองดู 'นักเวทย์ฝึกหัด' ไรอันที่ล่ำบึ้กกว่าเขาเสียอีก แล้วทำหน้าปลงๆ

"แถวนี้อยู่ไม่ไกลจากทุ่งหิมะแลงคาสเตอร์ อากาศเลยเย็นลงเร็วหน่อย"

"แต่เราใกล้ถึงแล้ว หมู่บ้านเฟิร์นบัดอยู่ข้างหน้านั่นเอง" เลอาชี้ไปที่ไกลๆ

ไรอันมองตามนิ้วของเลอา เห็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใต้หน้าผาสูงชัน รายล้อมด้วยป่าทึบ ดูคล้ายกับหมู่บ้านโอ๊คอยู่หลายส่วน

"ตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน ดูเหมือนว่าพอพวกค้างคาวดูดเลือดขนาดยักษ์ดูดเลือดสัตว์เลี้ยงเสร็จ มันจะบินหนีไปทางหน้าผา"

"ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในหมู่บ้านเฟิร์นบัด ตรงไปที่หน้าผากันเลยดีกว่า"

"พวกเจ้าคิดว่าไง?"

"ตกลง!"

ข้อเสนอของเลอาได้รับความเห็นชอบจากทุกคนในทีมทันที

ตอนนี้ยังไม่ถึงเที่ยงวัน ถ้าทุกอย่างราบรื่น บางทีอาจจะปิดจ็อบได้ก่อนค่ำ

......

มองเห็นภูเขาอยู่ใกล้ๆ แต่วิ่งจนม้าแทบตายก็ยังไม่ถึง

แม้จะมองเห็นจุดหมายอยู่ไม่ไกล

แต่เอาเข้าจริง แม้จะนั่งรถม้าเทียมคู่ แต่ทุกคนก็ยังต้องใช้เวลาเดินทางอีกอย่างน้อยสองชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมาย —— หน้าผาแห่งนั้น

"รอยแยกตรงนี้อาจจะใช่"

"ตรงนั้นก็เป็นไปได้"

"แล้วก็ตรงโน้นด้วย"

ฟาเบียนเดินสำรวจตามแนวหญ้าใต้หน้าผาหนึ่งรอบ แล้วกลับมาชี้รอยแยกบนหน้าผาสามจุดในตำแหน่งที่แตกต่างกัน

ไรอันและคนอื่นๆ แหงนมองตาม

สองจุดแรกอยู่สูงจากพื้นดินประมาณเมตรกว่าๆ ส่วนอีกจุดหนึ่งอยู่สูงจากพื้นดินอย่างน้อยสามเมตร

"นิสัยของค้างคาวดูดเลือดขนาดยักษ์คล้ายกับค้างคาวทั่วไป อย่างน้อยๆ ก็ต้องรอให้ถึงพลบค่ำพวกมันถึงจะออกมา ตอนนี้ดูแค่ปากถ้ำ ข้าก็บอกไม่ได้เหมือนกัน" ฟาเบียนยักไหล่

ทุกคนเข้าใจความหมายของฟาเบียนดี ถ้าอยากรู้ให้แน่ชัด ก็ต้องเข้าไปสำรวจทีละแห่ง

"อืม งั้นเริ่มจากรอยแยกนี้ก่อนแล้วกัน" เลอาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

เธอไม่ชอบความยืดยาด ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกครึ่งค่อนวันกว่าจะถึงพลบค่ำ จะให้นั่งรอเฉยๆ ก็เสียเวลาเปล่า

"เดี๋ยวก่อน ข้าขอลองดูหน่อย" ไรอันนึกอะไรขึ้นได้ จึงเสนอตัว

"หือ? ไรอัน เจ้าเรียนรู้เวทมนตร์บทใหม่มาเหรอ?"

"เปล่า จมูกข้าดีน่ะ ถ้าเป็นถ้ำค้างคาว ข้าน่าจะแยกแยะออก" ไรอันตอบตามตรง

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหาข้ออ้างดีๆ แต่ปัญหาคือ ไรอันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในโลกนี้มีเวทมนตร์อะไรที่ช่วยเพิ่มประสาทการรับกลิ่นได้บ้าง

ดังนั้น สู้บอกความจริงไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาคอยแก้ตัวทีหลัง

"เอ่อ..."

ได้ยินแบบนั้น เลอาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็กลืนคำพูดลงคอไป

ถ้าเป็นฟาเบียนหรือคริสพูดแบบนี้ เธอคงจะแซวกลับไปบ้างแล้ว

คนอื่นๆ ก็งงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่จ้องมองไรอัน ดูว่าเขาจะใช้วิธีไหนแยกแยะ

ไรอันเดินไปที่รอยแยกแรก ก้มตัวมุดเข้าไปในซอกหินที่สูงประมาณเมตรครึ่ง จมูกขยับเล็กน้อย เพ่งสมาธิดมกลิ่น

"ไม่ใช่ที่นี่ ถึงจะมีกลิ่นสาบจางๆ แต่มีแค่สองตัวเท่านั้น"

"แค่นี้เจ้าก็แยกออกเหรอ?" ฟาเบียนเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

ในฐานะโจรฝึกหัด ครั้งนี้เขาเจอคนที่สำรวจเส้นทางได้เก่งกว่าตัวเองเข้าให้แล้ว

"อืม" ไรอันพยักหน้า

ไม่นาน เขาก็เดินไปที่รอยแยกแห่งที่สอง แล้วเดินเข้าไปข้างในสองสามก้าวเช่นกัน

"ที่นี่ก็ไม่ใช่ น่าจะเป็นถ้ำเก่าของหมีดำ"

"งั้นก็น่าจะเป็นข้างบนนั้นแล้วล่ะ" ไรอันเงยหน้า ชี้ไปที่รอยแยกบนหน้าผาที่สูงกว่าสามเมตร

ทุกคนมองตามนิ้วของไรอัน สีหน้าเปลี่ยนไปต่างๆ นานา

"สูงขนาดนี้... เกรงว่าแผนรมควันที่เราเตรียมมาอาจจะใช้ไม่ได้ผลนะ" คริสขมวดคิ้ว

แม้เขาจะมีประสบการณ์ฆ่าค้างคาวดูดเลือดขนาดยักษ์มาก่อน แต่ตอนนั้นถ้ำค้างคาวอยู่สูงจากพื้นแค่ครึ่งเมตร

ดังนั้น ไม่ว่าจะกางตาข่ายดัก หรือเติมฟืนไฟ ก็ทำได้สะดวก

แต่ครั้งนี้ ถ้ำค้างคาวดันอยู่บนรอยแยกกลางหน้าผาสูงลิบลิ่ว งานเข้าแล้วสิ

"ข้าจะไปตัดไม้มาทำบันไดลิงง่ายๆ ก่อน" แกรนท์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสนอ

"อืม เตรียมตัวกันก่อน ยังไงก็ต้องขึ้นไปดูให้ได้" เลอาสรุป

ไม่ว่าจะเป็นแกรนท์ ไรอัน หรือคริส ต่างก็เป็นชายฉกรรจ์ร่างกำยำ ไม่ถึงสิบห้านาที ต้นสนสองต้นที่ถูกริดกิ่งก้านจนเหลือแต่ลำต้นก็ถูกลากมา

วางขนานกันบนพื้นห่างกันครึ่งเมตร แล้วพาดปลายด้านบนไว้ที่ปากรอยแยก

ไม่นาน บันไดไม้อย่างง่ายที่มีความลาดชันเกือบสี่สิบห้าองศาก็เสร็จสมบูรณ์

ในฐานะคนต้นคิดภารกิจ ไรอันรับหน้าที่เดินนำหน้าเป็นคนแรก

เขาชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจในรอยแยก แม้ภายนอกจะดูไม่ใหญ่นัก แต่ภายในกลับกว้างขวางกว่าที่คิด จากนั้นจมูกของเขาก็ขยับเล็กน้อย สูดดมกลิ่นอีกครั้ง

และก็เป็นไปตามคาด กลิ่นคาวเลือดที่คล้ายคลึงกันหลายสายพุ่งเข้าจมูกของเขา

"สดใหม่มาก แถมมีกลิ่นเลือดวัวเลือดแพะด้วย"

"สิบห้าตัว..."

"ไม่สิ น่าจะสิบแปดสิบเก้าตัว มีกลิ่นของลูกมันอยู่สองสามตัวด้วย"

ด้วยจมูกที่ไวต่อกลิ่น ไรอันพบว่าเมื่อตั้งสมาธิดมกลิ่นดีๆ เขาสามารถแยกแยะกลิ่นเฉพาะตัวของค้างคาวดูดเลือดขนาดยักษ์แต่ละตัวที่ปะปนกันอยู่ได้

เหมือนกับกลิ่นตัวของมนุษย์แต่ละคนที่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันเล็กน้อย เพียงแต่จมูกของคนทั่วไปไม่ไวพอที่จะแยกแยะได้

แต่ถ้าคนคนนั้นมีกลิ่นตัวแรง ก็จะแยกความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น

และด้วยผลของ 'จมูกไว' ไรอันก็เหมือนกำลังดมกลิ่นค้างคาวดูดเลือดขนาดยักษ์ที่มีกลิ่นตัวแรงแต่ละตัว ทำให้สามารถประเมินจำนวนค้างคาวภายในถ้ำได้อย่างแม่นยำ

ในที่สุด ไรอันก็หันกลับมาบอกทุกคนที่อยู่ใต้หน้าผาว่า "ที่นี่แหละ"

จบบทที่ บทที่ 33 ถ้ำบนหน้าผา

คัดลอกลิงก์แล้ว