- หน้าแรก
- สกิลข้า ได้มาจากมอนสเตอร์
- บทที่ 22 จมูกไว
บทที่ 22 จมูกไว
บทที่ 22 จมูกไว
บทที่ 22 จมูกไว
ทุกคนต่างหันไปมองตามเสียง
"หือ? มีอะไรหรือ ฟาเบียน?" เลอามองดูแวบหนึ่ง ก็ไม่เห็นลวดลายอะไรเป็นพิเศษ จึงอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้
"เสื้อเกราะหนังตัวนี้ไม่ได้ทำโดยชนเผ่ามนุษย์หมูป่าครับหัวหน้า ดูรอยเย็บนี่สิ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ไรอันก็หรี่ตาลงเล็กน้อย พลางพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด
อันที่จริง เพียงแค่กวาดตามองแวบเดียว เขาก็แน่ใจได้ทันทีว่าสิ่งที่ฟาเบียนพูดนั้นถูกต้อง
รอยเย็บถี่ละเอียดและเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับชุดเกราะหนังฝีมือหยาบๆ ที่มนุษย์หมูป่าใช้เข็มกระดูกเย็บขึ้นมา
"แปลกตรงไหน บางทีมนุษย์หมูป่านักรบตัวนี้อาจจะฆ่านักผจญภัยดวงซวยสักคน แล้วเอาของเขามาใส่ก็ได้นี่?" คริสแย้งอย่างไม่ใส่ใจ
"เอาล่ะ คริส ถ้าอย่างนั้นเจ้าช่วยบอกข้าทีว่า เว้นแต่จะเป็นคนที่มีสายเลือดออร์ค หรือเป็นนักผจญภัยเผ่าคนเถื่อนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ แล้วจะอธิบายขนาดไซส์ของเสื้อเกราะหนังตัวนี้ได้ยังไง?"
"แต่ถ้าเป็นลูกครึ่งออร์คหรือนักผจญภัยเผ่าคนเถื่อน ฝีมือก็คงไม่อ่อนด้อยขนาดจะถูกฆ่าได้ง่ายๆ หรอก"
ไรอันที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย การวิเคราะห์ของฟาเบียนถูกต้องทุกประการ
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ข้อมูลที่ได้มาตรงหน้านี้ก็คงจะ...
"ฟาเบียน เจ้ากำลังจะบอกว่าเสื้อเกราะหนังตัวนี้ น่าจะทำมาจากจักรเย็บผ้า และถูกส่งไปให้พวกมนุษย์หมูป่าแห่งหุบเขามรณะผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งอย่างนั้นหรือ?" ใบหน้าสวยของเลอาเริ่มฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมา
"ใช่แล้วครับหัวหน้า"
"แต่ว่า... แค่เสื้อเกราะหนังตัวเดียว มันยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะยืนยันได้" เลอาพยักหน้า พลางพึมพำเสียงเบา
ในตอนนั้นเอง หางตาของไรอันเหลือบไปเห็นมนุษย์หมูป่านักรบที่ถูกฟาเบียนถอดเสื้อจนท่อนบนเปลือยเปล่า เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
"พวกเจ้าดูบาดแผลบนตัวมนุษย์หมูป่านักรบสิ" ไรอันชี้ไปที่ร่างนั้น
ทุกคนมองตามนิ้วของไรอันทันที
แม้ว่าร่างกายของมนุษย์หมูป่าจะปกคลุมไปด้วยขนสีน้ำตาลหนาทึบ แต่ก็ยังพอมองเห็นร่องรอยยุบตัวของเนื้อหนังบริเวณซี่โครงทั้งสองข้างได้อย่างชัดเจน ราวกับถูกกระแทกอย่างแรงด้วยอาวุธหนักบางชนิด
ทว่าอย่างน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นไรอัน แกรนท์ หรือคริส ในการต่อสู้เมื่อครู่นี้ ไม่มีใครใช้อาวุธหนักเลย
"น่าจะเป็นแผลจากค้อนหนัก ยิ่งกว่านั้นแผลยังค่อนข้างใหม่และสาหัส น่าจะเพิ่งเกิดขึ้นภายในหนึ่งหรือสองสัปดาห์นี้เอง" ฟาเบียนตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วกล่าว
"ค้อนหนัก? นั่นมันอาวุธโปรดของพวกมนุษย์หมูป่าไม่ใช่เหรอ" คริสถามอย่างสงสัย
"เป็นไปได้ไหมว่าเพราะมนุษย์หมูป่านักรบมีนิสัยดุร้ายชอบการต่อสู้?"
"ไม่ ข้าคิดว่าพวกมนุษย์หมูป่าเกิดความขัดแย้งกันเองมากกว่า" เลอาแทรกขึ้นมา
"อืม ข้าเดาว่าน่าจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นภายในชนเผ่ามนุษย์หมูป่าที่หุบเขามรณะ"
"ไม่อย่างนั้น ไม่มีเหตุผลที่มนุษย์หมูป่านักรบสักตัวจะถูกขับไล่ออกมาจากเผ่า แถมเสื้อเกราะหนังนี่ก็ดูมีพิรุธ... ไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ฟาเบียนส่ายหน้า
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรา และไม่ใช่เรื่องที่เราจะจัดการได้ด้วย"
"เอามนุษย์หมูป่านักรบตัวนี้ไว้ท้ายรถเถอะ เราแค่รายงานเรื่องนี้ให้สมาคมทราบ เรื่องหลังจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสมาคมและพวกนักผจญภัยแรงค์เหล็กดำจัดการเถอะ"
ไรอันพยักหน้าเห็นด้วย
ข้อสันนิษฐานของเลอาและฟาเบียนค่อนข้างสมเหตุสมผล
ที่แท้มอนสเตอร์ระดับความท้าทายสองอย่างมนุษย์หมูป่านักรบตัวนี้ ก็อยู่ในสภาพบาดเจ็บเรื้อรังมาก่อนแล้วนี่เอง
อีกอย่าง แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในเผ่ามนุษย์หมูป่าแห่งหุบเขามรณะ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาในตอนนี้จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ และก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งด้วย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากเก็บเขี้ยวของมนุษย์หมูป่าธรรมดาและซากของมนุษย์หมูป่านักรบเรียบร้อยแล้ว กลุ่มของไรอันก็นั่งรถม้าว่าจ้างเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่เมืองมิลเลอร์อย่างรวดเร็ว
จนถึงตอนนี้ ไรอันยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบผลของสายเลือดมนุษย์หมูป่านักรบเลย ได้แต่แอบชำเลืองมองไอคอนมนุษย์หมูป่านักรบที่นอนนิ่งอยู่ในช่องเก็บของสิบหกช่องเป็นระยะ
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนั่งรถม้า ไรอันก็ถือโอกาสตรวจสอบพรสวรรค์ทางสายเลือดทั้งสามอย่างที่ได้จากมนุษย์หมูป่าธรรมดาอย่างละเอียด
เริ่มจาก 'พละกำลังมหาศาล lv1' และ 'หนังหนา lv1'
'พละกำลังมหาศาล lv1' ผลลัพธ์: พละกำลัง +2 (หมายเหตุ: ภายใต้สภาพร่างกายปัจจุบัน)
'หนังหนา lv1' ผลลัพธ์: ความทนทาน +2 เพิ่มความต้านทานพิษและการป้องกันการเจาะเกราะอีก 20% (หมายเหตุ: ภายใต้สภาพร่างกายปัจจุบัน)
นี่คือสาเหตุที่ทำให้พลังการต่อสู้ของไรอันพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังจากได้รับบัฟ
ในการต่อสู้ระยะประชิด ความสำคัญของพละกำลังนั้นเป็นที่รู้กันดี
ส่วนความทนทานที่เพิ่มขึ้น ก็ช่วยให้ไรอันฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็ว
"ที่แท้ผลของหนังหนาก็ไม่ได้เพิ่มแค่ความทนทาน แต่ยังเพิ่มความต้านทานพิษและป้องกันการแทงทะลุด้วย มิน่าล่ะ พวกมนุษย์หมูป่าถึงทนทานต่อลูกดอกอาบยาพิษได้ดีนัก"
แต่สิ่งที่ไรอันสนใจที่สุดกลับเป็น 'จมูกไว lv2'
'จมูกไว lv2' ผลลัพธ์: ประสาทการรับกลิ่นของคุณดีขึ้น สามารถแยกแยะกลิ่นที่ตกค้างในรัศมีประมาณ 50 เมตรได้อย่างชัดเจน
ตอนแรกไรอันสงสัยนิดหน่อยว่าทำไมจมูกไวถึงเป็น lv2 ไม่ใช่ lv1
แต่พอคิดดูดีๆ ก็คาดว่าน่าจะเป็นเพราะหมูมีประสาทรับกลิ่นที่ไวมากในบรรดาสัตว์ต่างๆ เผลอๆ อาจจะดีกว่าสุนัขส่วนใหญ่เสียอีก
ดังนั้น มนุษย์หมูป่าก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกัน?
"ไรอัน ข้าเพิ่งสังเกตว่าเจ้านี่ล่ำบึ้กขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!" คริสใช้มือข้างที่ไม่เจ็บ บีบกล้ามเนื้อส่วนบนของไรอันที่นูนขึ้นมา
"เทียบกันแล้ว อาวุธของเจ้า... มันดูจะธรรมดาไปหน่อยนะ"
"ฮะๆ" ไรอันหัวเราะแห้งๆ ไม่รู้จะตอบคริสยังไงดี
จะให้บอกว่ากล้ามเพิ่งจะใหญ่ขึ้นเมื่อกี้นี้ก็คงไม่ได้
"ไรอัน อนาคตเจ้าคิดจะเป็นอัศวินเวทมนตร์หรือเปล่า?" เลอาถามยิ้มๆ
"อัศวินเวทมนตร์?" ไรอันมองเลอาด้วยความสนใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่ออาชีพนี้
"เอ๊ะ? เจ้าไม่รู้เหรอ? อัศวินเวทมนตร์คืออาชีพขั้นสูงพิเศษที่มีความสามารถทั้งด้านนักรบและการใช้เวทมนตร์บางส่วน" เลอาแปลกใจเล็กน้อย
"ข้าก็นึกว่าเจ้าวางแผนจะไปทางด้านนี้เสียอีก"
"อาจจะมั้ง ข้ายังไม่ได้คิดเลย" ไรอันยิ้มตอบ
ความจริงแล้ว แม้แต่ตัวไรอันเองก็ยังไม่แน่ใจกับทิศทางการพัฒนาในอนาคตของตัวเองนัก แล้วจะตอบคำถามนี้ได้อย่างไร
"นั่นสินะ เป็นผู้มีอาชีพให้ได้ก่อน เรื่องเปลี่ยนอาชีพขั้นสูงค่อยว่ากันทีหลัง" เลอาพยักหน้ายิ้มๆ
ทันใดนั้น จมูกของไรอันก็ขยับเล็กน้อย เขาหันไปมองเลอาที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความสงสัยแล้วถามว่า
"เลอา เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บจริงๆ เหรอ? ทำไมข้าถึงได้กลิ่นคาวเลือดจากตัวเจ้า"
"แน่นอนว่าไม่" เลอากระพริบตาปริบๆ อย่างงงงวย
แต่วินาทีถัดมา เธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ใบหน้าสวยพลันแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอค้อนควับใส่ไรอัน ก่อนจะหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง
หืม?
ไรอันส่ายหน้าอย่างงุนงง
ผ่านไปอีกหลายวินาที เขาถึงบางอ้อ
คราวนี้ เขาก็เลยทำหน้าไม่ถูก หันไปมองข้างนอกบ้างแก้เก้อ
ตลอดทาง ไรอันพยายามหาวิธีที่จะเมินเฉยต่อกลิ่นแปลกประหลาดสารพัดรูปแบบที่ได้รับในยามที่ไม่ได้ต่อสู้
ในฐานะที่เป็นความสามารถติดตัว การจะปิดกั้นโดยสมบูรณ์ย่อมเป็นไปไม่ได้
แต่มันก็เหมือนกับการมองเห็น คนทั่วไปมักจะมองข้ามสิ่งของส่วนใหญ่ที่เห็นไปโดยไม่รู้ตัว และเลือกโฟกัสแค่บางสิ่งเท่านั้น
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ หมูที่มีจมูกไวขนาดนั้น แต่กลับใช้ชีวิตอยู่ในเล้าที่เหม็นเน่าได้โดยไม่ตาย นั่นก็เป็นผลมาจากการมองข้าม (ดมข้าม) โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน
ไรอันกำลังปรับตัวให้ชินกับความเปลี่ยนแปลงนี้
ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่อบอุ่นสาดส่องลงมาเป็นลำผ่านรอยแยกของรถม้า ในที่สุดไรอันที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้และความตื่นเต้น ก็ค่อยๆ เคลิ้มหลับไป
.......