- หน้าแรก
- สกิลข้า ได้มาจากมอนสเตอร์
- บทที่ 15 ออกเดินทาง
บทที่ 15 ออกเดินทาง
บทที่ 15 ออกเดินทาง
บทที่ 15 ออกเดินทาง
ระหว่างทางที่เดินมา แต่ละคนต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าเวทมนตร์ระดับศูนย์ที่ไรอันมีคืออะไรกันแน่?
แกรนท์ ชายหนุ่มผู้ถือโล่กลมเหล็กและคาดหน้าไม้ไว้ที่เอว เดาว่าไรอันน่าจะมีเวทย์ มือเวทมนตร์
เหตุผลคือ เขาเห็นไรอันดูเขินอายเวลาพูดถึงเวทมนตร์ของตัวเอง แสดงว่าเวทมนตร์นั้นคงไม่ได้ใช้โจมตีตรงๆ หรืออาจจะมีพลังโจมตีต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
ซึ่ง มือเวทมนตร์ ก็เข้าข่ายพอดิบพอดี เป็นเวทมนตร์ระดับศูนย์ที่แทบไม่มีพลังโจมตีทางตรง ต้องอาศัยการพลิกแพลงตามสภาพแวดล้อมเอา
(แน่นอนว่าเวทย์มือเวทมนตร์ไม่ได้ไร้ประโยชน์ซะทีเดียว แต่ถ้าใช้ไม่เป็น มันก็...)
ส่วนฟาเบียน พ่อหนุ่มมีดสั้นจอมลีลา คิดว่าไรอันอาจจะมีเวทย์ ผูกมิตร ถึงต้องพามาที่ป่าเพื่อหาเป้าหมาย
แหม จะให้บอกว่า ข้าจะสะกดจิตกระต่ายให้มายกมือไหว้พวกท่าน มันก็คงกระดากปากน่าดู
จนกระทั่งไรอันชี้ไปที่ต้นไม้ต้นที่สามนั่นแหละ เขาถึงเริ่มเอะใจว่าตัวเองอาจจะเดาผิด
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ภาพตรงหน้าก็ทำเอาเขาอึ้งไปเลย
ส่วนเลอา หัวหน้าทีมสาวสวย ก็คิดคำนวณในใจมาตลอดทาง อย่างน้อยแค่มีเวทย์ แสงสว่าง ก็ถือว่าเป็นนักเวทย์ฝึกหัดแล้ว
ถึงจะบอกว่าไม่มีเวทมนตร์ที่ไร้ประโยชน์ มีแต่นักเวทย์ที่ใช้ไม่เป็น
แต่สำหรับปาร์ตี้นักผจญภัยที่เข้าขากันดีอยู่แล้วอย่างทีมเธอ เวทย์แสงสว่างแทบจะหาประโยชน์ไม่ได้เลย โดยเฉพาะในภารกิจล่ามนุษย์หมูป่า
จนเมื่อไรอันบอกว่าจะยิงต้นไม้ เลอาก็เริ่มใจเต้นแรง
เวทย์โจมตี?
หรือจะเป็น พ่นกรด หรือ พ่นพิษ ที่โจมตีได้ตรงๆ?
ถ้าใช่ ก็ถือว่าเป็นโชคชั้นดีแบบสุดๆ
แต่ถ้าเป็น ศรไฟ ล่ะก็... คืนนี้คงต้องไปฉลองที่บาร์เตาผิงกันหน่อยแล้ว
จนกระทั่งไรอันยิงลำแสงสีขาวอมฟ้านั้นออกไป
"รังสียะเยือก! แถมพลังทำลายรุนแรงมากด้วย" คริสรีบวิ่งไปดูสภาพต้นไม้ทันที
เขาลูบคลำลำต้นที่ยังมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่ พลางเอ่ยปากชม
"ไรอัน เจ้าใช้รังสียะเยือกได้ด้วย! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าไม่มีปาร์ตี้ประจำมาก่อนหน้านี้"
เพราะตอนเดินทางมา ไรอันบอกแค่ว่าไม่มีปาร์ตี้ประจำ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเวทย์อะไร
"แฮ่ม... ไรอัน เจ้าคงไม่ได้มีรสนิยมแปลกๆ อะไรใช่ไหม?" คริสในฐานะคนชักชวนไรอันเข้าทีม ถือวิสาสะโอบไหล่ไรอันแล้วถามทีเล่นทีจริง
"แน่นอนว่าไม่ครับ" ไรอันชะงักไปนิดนึง ก่อนจะส่ายหน้ารัวๆ
"พอได้แล้วคริส อย่าเสียมารยาท" เลอาในฐานะหัวหน้าทีมรีบปราม
สำหรับเธอ ขอแค่ไรอันไม่ได้มีนิสัยวิปริตผิดมนุษย์จนเกินรับไหว เธอก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งตัวเขาไว้ในทีมให้ได้
"ไรอัน ยินดีต้อนรับสู่ทีมของเราอย่างเป็นทางการนะ"
"ขอบคุณครับ"
"แต่ข้าต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่า ในระยะเวลาสั้นๆ ข้าร่ายเวทย์นี้ต่อเนื่องได้แค่สองครั้งเท่านั้น เพราะงั้น..." ไรอันคิดว่าควรบอกข้อจำกัดนี้ไว้ก่อนเพื่อความยุติธรรม
อันที่จริง เขากั๊กไว้นิดหน่อย
จากการฝึกฝนที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะพลังจิตที่เพิ่มขึ้น หรือความชำนาญที่มากขึ้น ทำให้เขาพอจะฝืนร่ายครั้งที่สามได้
แต่เขาก็ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้บ้าง
"สองครั้งเหรอ? ก็ถือเป็นมาตรฐานปกติของนักเวทย์ฝึกหัดนะ" เลอาพยักหน้ารับ สีหน้าไม่ได้แสดงความผิดหวังแต่อย่างใด
ได้ยินแบบนั้น ไรอันก็โล่งอก
คำตอบนี้ทำให้เขารู้ว่า ระดับความสามารถปัจจุบันของเขาเทียบเท่ากับนักเวทย์ฝึกหัดทั่วไปแล้ว
เมื่อมี รังสียะเยือก เป็นใบเบิกทาง บรรยากาศการสนทนาระหว่างไรอันกับสมาชิกในทีมก็ผ่อนคลายและเป็นกันเองขึ้นมาก
พอถูกถามว่าไปเรียนเวทมนตร์มาจากไหน ไรอันก็งัดข้ออ้างที่เตรียมไว้แล้วออกมาใช้
เขาแต่งเรื่องกวีพเนจรผู้ลึกลับที่บังเอิญผ่านมาพักที่หมู่บ้านโอ๊ค และได้เขาช่วยดูแลรับรองอย่างดี กวีคนนั้นจึงตอบแทนน้ำใจด้วยการสอนเวทมนตร์ รังสียะเยือก ให้เป็นของขวัญ
"กวีพเนจรสินะ"
"มิน่าล่ะ"
"กวีพเนจรหลายคนจริงๆ แล้วเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ปลอมตัวมา พวกเขาชอบใช้ชีวิตอิสระแบบนั้น"
ทุกคนพยักหน้าอย่างเชื่อสนิทใจ เพราะเรื่องเล่าทำนอง ทำดีได้ดี แบบนี้มีให้ได้ยินกันเกลื่อนเมือง แทบทุกหมู่บ้านต้องมีตำนานทำนองนี้สักเจ็ดแปดเรื่อง
"ดูท่าวันนี้เราต้องไปฉลองที่บาร์เตาผิงกันหน่อยแล้วมั้ง" คริสยิ้มร่า เสนอไอเดีย
"หัวหน้าเลี้ยงใช่ไหมครับ?"
"เอาไว้เสร็จภารกิจก่อนค่อยไปฉลองดีกว่า พรุ่งนี้เช้าเราต้องออกเดินทาง วันนี้เตรียมตัวให้พร้อมจะดีที่สุด" เลอาขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่ายหน้าปฏิเสธ
แล้วเธอก็หันมาถามไรอันอย่างเกรงใจ "ไรอัน เจ้าคงไม่ว่าอะไรนะ?"
"ไม่เลยครับ เห็นด้วยครับ" ไรอันตอบยิ้มๆ
พรุ่งนี้เช้าต้องออกลุยงานใหญ่ ถ้าคืนนี้ไปเมาหัวราน้ำ คงไม่ใช่เรื่องฉลาดแน่
ถ้าทีมนี้ทำแบบนั้นจริง เขาคงต้องประเมินความเป็นมืออาชีพของปาร์ตี้นี้ใหม่หมด
เพราะมนุษย์หมูป่าไม่ใช่ก๊อบลินกระจอกๆ ที่จะประมาทได้
ระหว่างการพูดคุย ไรอันก็เริ่มคุ้นเคยกับสมาชิกในทีมมากขึ้นเรื่อยๆ
เลอาในฐานะหัวหน้าทีม แถมยังเป็นสาวสวย ไรอันอดไม่ได้ที่จะแอบมองเธอเป็นพิเศษ
เท่าที่สังเกต เลอาไม่ใช่แค่สวย แต่ยังมีความเป็นผู้นำสูง และเด็ดขาด
ดูจากธนูคันใหญ่เบิ้มที่สะพายอยู่ ฝีมือคงไม่ธรรมดา สมกับเป็นหัวหน้าทีมระดับหัวกะทิ
"หัวหน้าครับ ข้าต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมไหมครับ?" ไรอันถามขึ้น
สำหรับปาร์ตี้นักผจญภัยทั่วไป เขาพอรู้งานอยู่บ้างจากประสบการณ์ล่าก๊อบลินสองครั้งก่อน
แต่คราวนี้เป็นทีมระดับหัวกะทิ เพื่อความชัวร์ ถามไว้ก่อนดีกว่า
อีกอย่าง พรุ่งนี้ก็ออกเดินทางแล้ว จะไม่ซ้อมทีม หรือทำความเข้าใจกันก่อนสักหน่อยเหรอ?
"ไม่ต้องหรอก รังสียะเยือกของเจ้าแม่นยำมาก ข้าคิดแผนที่จะใช้ประโยชน์จากมันได้แล้ว" เลอายิ้มตอบ
หลังจากนั้น ระหว่างทางที่ไปซื้อเสบียงและของใช้ ไรอันก็พอจะเดาออกรางๆ แล้วว่าเลอาต้องการให้เขาทำอะไรในการต่อสู้
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
ไรอันไปถึงจุดนัดพบบริเวณถนนใหญ่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองมิลเลอร์ก่อนเวลาสิบนาที
เลอาและคนอื่นๆ มารอกันอยู่แล้ว
ที่น่าแปลกใจคือ คริสหายตัวไป
แต่ความสงสัยของไรอันอยู่ได้ไม่ถึงนาที ก็ได้รับคำตอบ
บนถนน รถม้าประทุนขนาดใหญ่เทียมม้าสองตัวกำลังแล่นเข้ามา โดยมีคริสนั่งคู่กับคนขับรถม้า โบกไม้โบกมือมาแต่ไกล
"รถม้าเทียมคู่เลยเหรอเนี่ย"
ดวงตาของไรอันเป็นประกาย นี่สินะความแตกต่างของฐานะทางการเงิน
ในเมืองมิลเลอร์ ชาวบ้านทั่วไปเวลาเดินทางข้ามเมืองมักจะใช้เกวียนวัวราคาถูก ไม่ใช่รถม้า
แถมคนขับเกวียนยังชอบอัดคนเข้าไปยี่สิบกว่าคนในที่แคบๆ เพื่อความคุ้มทุน
เรื่องนี้ นักผจญภัยระดับล่างก็ไม่ต่างจากชาวบ้านทั่วไป
สองครั้งก่อนตอนที่ไรอันไปล่าก๊อบลินกับปาร์ตี้ชั่วคราว ก็นั่งเกวียนวัวเบียดเสียดกันไป นอกจากจะช้าแล้ว กลิ่นยังสุดจะบรรยาย
แต่การเดินทางครั้งนี้ ยกระดับความสบายขึ้นมาอีกขั้น
ไม่นาน ทั้งคณะก็นั่งรถม้าประทุนมุ่งหน้าสู่จุดหมาย
มองผ่านช่องว่างของผ้าใบคลุมรถ ไรอันเห็นทุ่งนาสีทองอร่ามและป่าไม้เขียวขจีตัดกับท้องฟ้า สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยมา ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายอย่างประหลาด
จบบทที่ 15