- หน้าแรก
- ปฏิวัติพลิกฟ้าต่างโลก ด้วยวัฒนธรรมข้ามมิติ
- บทที่ 662 สยบในวิเดียว!
บทที่ 662 สยบในวิเดียว!
บทที่ 662 สยบในวิเดียว!
บทที่ 662 สยบในวิเดียว!
อาเธอร์ โครว์, สภาเอลฟ์
การประชุมสภาที่จัดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่สภาผู้อาวุโสที่มีผู้อาวุโสทั้งห้ามาเจรจากัน แต่เป็นสภาที่ไฮเอลฟ์ทั้งหมดเข้าร่วม
ครั้งสุดท้ายที่จัดตั้งสภาเอลฟ์คือเมื่อ 3,000 ปีก่อน ตอนที่อาเธอร์ โครว์ยังเป็นเอลฟ์ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดบนพื้นดิน
ปัจจุบัน เผ่าพันธุ์ของอาเธอร์ โครว์เหลือประชากรไม่ถึง 4,000 คน การต่อสู้กับศัตรูที่พยายามบุกรุกอาเธอร์ โครว์เมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้คนในเผ่าบาดเจ็บไปกว่าครึ่ง
ประกอบกับความจริงที่ว่าพวกคนนอกได้มาตั้งฐานที่มั่นในดินแดนที่ถูกลืม ชนเผ่าไฮเอลฟ์ทั้งหมดจึงตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดและหวาดผวา
สภาในครั้งนี้จะเป็นตัวตัดสินทิศทางในอนาคตของไฮเอลฟ์
"ศัตรูในปัจจุบันของเราไม่ใช่มนุษย์ทั้งหมด แต่เป็นพวกลัทธิชั่วร้ายที่กบดานอยู่ในแอ่งกระทะสีเขียวเข้มต่างหาก" ผู้อาวุโสซินโดนาร์ยืนอยู่บนแท่นสูงและกล่าวเสียงดังต่อหน้าคนในเผ่าทั้งหมด
"มนุษย์ที่มาเยือนดินแดนที่ถูกลืมคือแขกที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ยอมรับ ด้วยความช่วยเหลือของพวกเขา อาเธอร์ โครว์จึงรอดพ้นจากชะตากรรมแห่งการทำลายล้างมาได้"
น่าเสียดายที่ตั้งแต่เริ่มการประชุมสภาจนถึงตอนนี้... สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าสภาผู้อาวุโสทั้งหมดยังคงเป็นปรปักษ์กับคนนอก และเหลือเพียงสองคนเท่านั้นที่ต้องการขับไล่พวกเขาออกไป
ผู้อาวุโสเอนยาอยู่ข้างเดียวกับซินโดนาร์เรียบร้อยแล้ว
"สุดท้าย...ความดื้อรั้นของข้าก็กลายเป็นเรื่องตลกงั้นรึ?" ผู้อาวุโสชราจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมพึมพำ แต่เสียงนั้นกลับดังพอให้คนในเผ่าทุกคนได้ยิน
"ผู้อาวุโสไคไพส์ การมาถึงของพวกเขาไม่ได้นำมาซึ่งความพินาศเสมอไป แต่มันคือโอกาสใหม่ต่างหาก" ผู้อาวุโสซินโดนาร์พยายามอย่างเต็มที่ที่จะพูดคุยกับผู้อาวุโสทั้งสองด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
หากพวกเขายอมละทิ้งความดื้อดึง วิกฤตความแตกแยกภายในอาเธอร์ โครว์ก็จะหมดไป และหนึ่งในผู้อาวุโสก็มีท่าทีสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด
แต่ผู้อาวุโสที่กำลังสั่นคลอนกลับก้มหน้าลงและเอ่ยเบาๆ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
"โอกาสใหม่ ที่เจ้าพูดมา... มันเหมือนกับที่เพื่อนเก่าของข้าเคยพูดไว้ไม่มีผิด ซินโดนาร์" ผู้อาวุโสเงยหน้าขึ้นและกล่าว "เมื่อหลายปีก่อน เพื่อนเก่าของข้าก็เป็นเหมือนเจ้านี่แหละ เขามีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับมนุษย์เต็มเปี่ยม และมักจะไปเยือนถิ่นฐานที่มนุษย์สร้างขึ้นตรงชายแดนของอาเธอร์ โครว์อยู่บ่อยๆ"
เมื่อผู้อาวุโสค่อยๆ เล่าถึงอดีตของอาเธอร์ โครว์ เอลฟ์ทุกคนในสภาก็พากันเงียบกริบ
สภาผู้อาวุโสไม่ได้ปิดบังเรื่องภัยพิบัตินั้น และทุกครั้งที่มีไฮเอลฟ์รุ่นเยาว์บรรลุนิติภาวะ พวกเขาจะได้ดูภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ เพื่อให้จดจำโศกนาฏกรรมในครั้งนั้นไว้
"แต่มนุษย์พวกนั้นก็เผยธาตุแท้ออกมา พวกเขาใช้เพื่อนเก่าของข้าเป็นหนูทดลอง ตอนที่ข้าได้พบเขาอีกครั้ง เขากลายเป็นแค่ก้อนเนื้อที่ไร้สติสัมปชัญญะไปแล้ว" น้ำเสียงการเล่าเรื่องของผู้อาวุโสนั้นราบเรียบมาก แต่มันกลับทิ่มแทงหัวใจของไฮเอลฟ์ทุกคนราวกับปลายเข็ม
"ตอนที่ข้าได้พบเขาอีกครั้ง อาเธอร์ โครว์ได้กลายเป็นดินแดนหายนะไปแล้ว และพ่อของเจ้าก็ถูกฆ่าตายในการต่อต้านครั้งนั้นด้วย ข้าคิดว่าเด็กๆ ที่นั่งอยู่ที่นี่ก็คงมีญาติผู้ใหญ่หลายคนที่ตายในสงครามครั้งนั้นเหมือนกัน" ผู้อาวุโสกล่าวเสียงต่ำ
"มันน่ายกย่องงั้นรึ? ไม่เลยสักนิด... มันเป็นแค่การสังหารหมู่ฝ่ายเดียวอย่างโหดเหี้ยม พวกนอกรีตไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองปล่อยสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวแบบไหนออกมา ผ่านมาหลายปี พวกเจ้าลืมความแค้นในอดีตไปหมดแล้ว... เพื่ออนาคตของอาเธอร์ โครว์ ข้าต้องยอมรับมนุษย์พวกนั้น สิ่งที่ผู้อาวุโสซินโดนาร์ทำนั้นถูกต้อง แต่ข้าทำใจยอมรับมันไม่ได้"
ผู้อาวุโสถอดเสื้อคลุมที่แสดงถึงฐานะผู้อาวุโสออกขณะเอ่ยประโยคนั้น
"ข้าไม่สามารถอยู่ร่วมโลกกับศัตรูที่ฆ่าภรรยา เพื่อน และแม้แต่พ่อแม่ของข้าได้ ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะออกจากอาเธอร์ โครว์"
เมื่อเขาตัดสินใจเช่นนี้ สภาเอลฟ์ทั้งหมดก็ตกอยู่ในความโกลาหล
ผู้อาวุโสไคไพส์คือผู้อาวุโสที่ทรงเกียรติและอายุมากที่สุดในเผ่า แม้แต่ผู้อาวุโสควิโตอันก็ยังมีศักดิ์ต่ำกว่าเขา
พวกไฮเอลฟ์รุ่นเยาว์ที่ไม่พอใจคนนอกเช่นกันพากันลุกขึ้นยืน
"พวกเราจะปฏิบัติตามการชี้นำของผู้อาวุโสไคไพส์" พวกเขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพศรัทธา
คลื่นมวลชนนี้ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น และไฮเอลฟ์รุ่นเยาว์ก็ลุกขึ้นยืนสนับสนุนผู้อาวุโสกันมากขึ้นเรื่อยๆ
"พวกเจ้า..." ผู้อาวุโสซินโดนาร์กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกผู้อาวุโสควิโตอันห้ามไว้
"เปล่าประโยชน์น่า" ควิโตอันส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น
แต่ในเวลานี้ ลำแสงสีขาวเงินกลับมารวมตัวกันที่ผู้อาวุโสไคไพส์มากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้อาวุโสควิโตอันเข้าใจดี... เอลฟ์ในเผ่าที่สนับสนุนไคไพส์เริ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าคนนอกได้นำพาอะไรมาสู่อาเธอร์ โครว์บ้าง แต่พวกเขากลับเกลียดชังที่คนนอกเข้ามารุกรานบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองอย่างเรียบง่าย
วินาทีนี้ ตัวเลขสีขาวเงินก็ปรากฏขึ้นบนหัวของผู้อาวุโสไคไพส์
2,721
ตาของควิโตอันเบิกกว้าง เขาไม่เข้าใจว่าตัวเลขนั้นคืออะไร เขาหันไปมองผู้อาวุโสซินโดนาร์และพบว่าบนหัวของอีกฝ่ายก็มีตัวเลข 327 อยู่ ส่วนบนหัวของตัวเองมีตัวเลข 773
เสียงที่ตะโกนว่า 'ตามผู้อาวุโสไคไพส์ไป' ค่อยๆ เงียบลงในเวลานี้ และไฮเอลฟ์รุ่นเยาว์คนอื่นๆ ก็เห็นตัวเลขบนหัวของผู้อาวุโสไคไพส์เช่นกัน
ควิโตอันมองไปที่เอนยา บนหัวของนางคือ '393' แต่ตัวเลขนี้กำลังลดลงอย่างช้าๆ
แม้แต่ตัวเลขบนหัวของผู้อาวุโสควิโตอันเองก็กำลังค่อยๆ ลดลงเช่นกัน
ไฮเอลฟ์รุ่นเยาว์ด้านล่างหลายคนก็มีตัวเลขแบบนี้บนหัว แต่ส่วนใหญ่มีแค่หลักหน่วยกับหลักสิบเท่านั้น
ในเวลานี้ นกอินทรีขนาดยักษ์ก็บินร่อนลงมาเกาะบนยอดเสาหินของสภาเอลฟ์
ไฮเอลฟ์ทุกคนก้มหัวลงอย่างเคารพศรัทธา เพราะนกอินทรีสีขาวคือร่างจำแลงจิตสำนึกของเวิลด์ทรี นกอินทรีไม่ได้เอ่ยปากพูด แต่มันเพียงแค่ส่งกระแสจิตเข้าไปในหัวของไฮเอลฟ์ทุกคน
นั่นคือ 'ตัวเลขบนหัวเป็นตัวแทนของจำนวนผู้เลื่อมใสศรัทธาที่พวกเจ้ามี'
พลังแห่งศรัทธาคือสารอาหารของเวิลด์ทรี และพลังรวมถึงชีวิตของไฮเอลฟ์ก็มาจากเวิลด์ทรีเช่นกัน
และไฮเอลฟ์ก็สามารถมองเห็นพลังแห่งศรัทธาที่ล้อมรอบเหล่าผู้อาวุโสมาตั้งแต่เกิด การมีพลังแห่งศรัทธามากมายจึงเป็นเครื่องหมายแสดงสถานะในเผ่าของไฮเอลฟ์
เดิมที แสงสีขาวเหล่านี้ไม่สามารถนับจำนวนให้ชัดเจนได้ และบอกความแข็งแกร่งได้จากความหนาแน่นเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับมีตัวเลขที่แม่นยำปรากฏขึ้นมาแล้ว
ระดับความเคารพที่เอลฟ์ในเผ่ามีต่อผู้อาวุโสทุกคนในสภาผู้อาวุโสสามารถดูออกได้ในพริบตาเดียว
การปรากฏขึ้นของตัวเลขนี้ยิ่งส่งเสริมอิทธิพลให้กับฝ่ายของผู้อาวุโสไคไพส์ และจำนวนผู้เลื่อมใสศรัทธาบนหัวของเขาก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
ไฮเอลฟ์รุ่นเยาว์ด้านล่างถึงกับพูดคำว่า 'ผู้อาวุโสไคไพส์ควรเพิกเฉยต่อผู้อาวุโสคนอื่นๆ แล้วขับไล่พวกคนนอกนั่นออกไปซะ' ออกมาเลยทีเดียว
"ถ้าใช้แค่ตัวเลขนี้มาตัดสินสถานะในเผ่าได้ งั้นผู้อาวุโสทั้งห้าจะลงมาแล้วยกตำแหน่งให้ข้าได้ไหมล่ะ?"
จู่ๆ เสียงที่คมกริบราวกับใบมีดก็ฉีกกระชากเสียงตะโกนอันวุ่นวายของสภาเอลฟ์ทั้งหมด
ร่างหนึ่งค่อยๆ เดินตรงไปที่ใจกลางของสภาเอลฟ์ ตัวเลขบนหัวของนางคือ 12,720... ตัวเลขนี้มากพอที่จะทำให้ไฮเอลฟ์รุ่นเยาว์ทุกคนหุบปากสนิท
"ออเรเลียน เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ?" เอลฟ์อาวุโสคนหนึ่งเค้นถามนางภายใต้แรงกดดันมหาศาล
"อย่ามัวแต่หน้ามืดตามัวไปกับความรุ่งโรจน์ในอดีตเลย"
หลังจากได้ไปเยือนนอร์แลนด์ ออเรเลียนก็กลับมาเห็นการแสดงออกเช่นนี้ของคนในเผ่าตัวเอง นางรู้สึกอับอายและโกรธเคืองอย่างรุนแรง ภายใต้แรงกระตุ้นของอารมณ์ทั้งสองนี้เท่านั้น นางถึงได้พูดคำขบถออกมา
ไฮเอลฟ์เคยเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในอดีตก็จริง และเทคโนโลยีเวทมนตร์รวมถึงพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ของพวกเขาก็เหนือกว่ามนุษย์มาก แต่... ตอนนี้มันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
(จบตอน)