- หน้าแรก
- วิถีบัณฑิต ลิขิตจอหงวน
- ตอนที่ 25 แววพรสวรรค์แรกเริ่ม
ตอนที่ 25 แววพรสวรรค์แรกเริ่ม
ตอนที่ 25 แววพรสวรรค์แรกเริ่ม
ตอนที่ 25 แววพรสวรรค์แรกเริ่ม
เนื่องจากได้พักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำเมื่อวาน หลี่เหอจึงตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
หลังจากเตรียมตัวเสร็จสรรพ หลี่เหอก็สะพายย่ามผ้าที่นางหวังเย็บให้ แล้วเดินตามต้าหยาไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน
เมื่อมาถึงหน้าประตู หลี่เหอก็เดินเข้าไปข้างในคนเดียว และเป็นจังหวะเดียวกับที่หัวหน้าหมู่บ้านกำลังสุ่มตรวจการบ้านพอดี คนที่กำลังถูกตรวจก็คือเซี่ยเมา เจ้าอ้วนน้อยนั่นเอง
เห็นได้ชัดว่าเจ้าอ้วนน้อยกลับไปทบทวนบทเรียนที่บ้านมาเมื่อวาน แม้จะท่องตะกุกตะกักไปบ้าง แต่เขาก็สามารถท่องจำเนื้อหาที่เรียนไปเมื่อวานได้ทั้งหมด
หลี่เหอรอจนหัวหน้าหมู่บ้านสุ่มตรวจเสร็จ จึงเดินเข้าไปในห้อง โค้งคำนับและประสานมือคารวะหัวหน้าหมู่บ้าน "อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านอาจารย์!"
หัวหน้าหมู่บ้านเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นก็บอกให้หลี่เหอไปนั่งที่
หลี่เหอสังเกตเห็นว่าวันนี้ความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ถูกปรับลดลงมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อวานเขายังต้องให้คนช่วยอุ้มขึ้นไปนั่งอยู่เลย แต่วันนี้เขาสามารถปีนขึ้นไปนั่งเองได้สบายๆ โดยออกแรงเพียงเล็กน้อย
หลี่เหอเงยหน้ามองหัวหน้าหมู่บ้าน เห็นได้ชัดว่าหัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนสั่งให้ทำแบบนี้ เมื่อนึกถึงท่าทีเย็นชาและดูเข้าถึงยากของหัวหน้าหมู่บ้านมาตลอด ดูเหมือนว่าแท้จริงแล้วเขาเองก็คอยดูแลเอาใจใส่นักเรียนอยู่ไม่น้อย เมื่อคิดถึงแผนการของตัวเองในวันนี้ มันก็น่าจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ในคาบเรียนแรก หัวหน้าหมู่บ้านยังคงสอนตำราเรียนรู้เบื้องต้นให้กับเด็กเล็กก่อน ส่วนหลี่เหอก็ยังคงถูกแยกสอนต่างหาก หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มจากการสุ่มตรวจประโยคสี่ประโยคที่สอนไปเมื่อวาน และรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่พบว่าหลี่เหอจำตัวอักษรได้ทั้งหมด จากนั้นเขาจึงสอนเพิ่มอีกสองประโยคให้หลี่เหอ ก่อนจะหันไปสอนเซี่ยเมาและเด็กคนอื่นๆ ต่อ
หลี่เหอลอบเปรียบเทียบและทบทวนเนื้อหาที่หัวหน้าหมู่บ้านกำลังสอนเซี่ยเมาและคนอื่นๆ อยู่ในใจ และพบว่าเขาไม่ได้ลืมเนื้อหาที่จำได้เมื่อวานเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก สวรรค์ช่างไม่ยอมให้เขาเป็นคนธรรมดาจริงๆ ถึงได้มอบสูตรโกงที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาให้
เมื่อคาบเรียนแรกจบลง นักเรียนมีเวลาพักผ่อนหนึ่งเค่อ (15 นาที) ซึ่งช่วงเวลานี้ก็เป็นเวลาพักของหัวหน้าหมู่บ้านเช่นกัน
ตรงข้ามกับประตูห้องเรียนคือห้องหนังสือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่หัวหน้าหมู่บ้านมักจะเข้าไปพักผ่อนและอ่านหนังสือ โดยทั่วไปแล้ว นักเรียนที่เริ่มเรียนตำราสี่เล่ม (ซื่อซู) จะเข้าไปถามไถ่หากมีข้อสงสัย แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ตลอดทั้งวันเมื่อวาน หลี่เหอเห็นเพียงหลิวเฟิง หลานชายของหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้นที่เข้าไป
แต่วันนี้ จะเป็นตาของเขาบ้างแล้ว
ในฐานะพี่ชายของหลี่เหอ หลี่หนานได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ในตระกูลให้คอยดูแลหลี่เหอเป็นพิเศษ แม้แต่ตอนที่เขากำลังปรึกษาเรื่องการบ้านกับเพื่อนร่วมโต๊ะในช่วงพัก เขาก็ยังคอยจับตาดูหลี่เหออยู่ตลอดเวลา
เมื่อเห็นหลี่เหอเดินถือหนังสือออกมา เขาก็รีบก้าวเข้าไปขวาง "เจ้าสาม เจ้าจะทำอะไรน่ะ? อย่าเอาหนังสือไปวางทิ้งเรี่ยราดนะ ถ้าท่านอาจารย์มาเห็นเข้า เจ้าโดนทำโทษแน่ ท่านอาจารย์รักหนังสือยิ่งกว่าอะไรดี"
เห็นได้ชัดว่าหลี่หนานคิดว่าหลี่เหอเอาหนังสือไปเล่น ท้ายที่สุดแล้ว เด็กๆ ก็เล่นซนได้ทุกอย่างนั่นแหละ
หลี่เหอถือหนังสือพลางมองหลี่หนานที่ยืนขวางทางอยู่ ก่อนจะตอบกลับไปว่า "พี่รอง ข้าจะไปขอคำชี้แนะเรื่องการบ้านจากท่านอาจารย์ขอรับ"
เมื่อได้ยินคำตอบที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวของหลี่เหอ หลี่หนานก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เด็กวัยสี่ห้าขวบเนี่ยนะจะไปถามเรื่องการบ้าน? เพิ่งจะเริ่มเรียนได้แค่วันเดียว จะเรียนรู้ไปได้สักแค่ไหนกันเชียวถึงจะไปขอคำชี้แนะได้? คงเห็นใครเข้าไปเมื่อวานแล้วอยากจะเลียนแบบล่ะสิ ช่างเป็นเด็กแก่แดดเสียจริง
เขารีบพูดห้าม "ถ้าเจ้าไม่เข้าใจตรงไหน ก็มาถามพี่รองนี่ ไม่เห็นต้องไปรบกวนท่านอาจารย์เลย ระวังเถอะ เข้าไปถามสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวจะโดนท่านอาจารย์ดุเอาหรอก"
หลี่เหอพูดอย่างมีเลศนัย "อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้นะ ข้ากลับคิดว่าท่านอาจารย์น่าจะดีใจเสียอีก"
พูดจบ เขาก็อาศัยจังหวะที่หลี่หนานเผลอ มุดหลบฉากออกมา หลี่เหอตัวเตี้ยและคล่องแคล่วว่องไว กว่าหลี่หนานจะตั้งสติได้ เขาก็ไปถึงหน้าประตูห้องอาจารย์และเคาะประตูพร้อมถือหนังสืออยู่ในมือเสียแล้ว
เสียงประตูดังเอี๊ยดอ๊าด ประตูห้องหนังสือถูกเปิดออกจจากด้านใน หัวหน้าหมู่บ้านก้มมองหลี่เหอแล้วถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "มีอะไร! ห้องหนังสือไม่ใช่ที่วิ่งเล่นนะ ถ้าไม่มีธุระปะปังอะไรก็กลับไปที่ห้องเรียนเดี๋ยวนี้ เห็นแก่ที่เจ้ายังเด็ก ครั้งนี้ข้าจะไม่ลงโทษ จะละเว้นให้สักครั้ง แต่คราวหน้าไม่อนุญาตให้ทำแบบนี้อีก"
หลี่หนานมองดูหลี่เหอกำลังกระตุกหนวดเสือด้วยความกลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ ใครๆ ก็รู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านนั้นเข้มงวดเป็นพิเศษ ในห้องนี้ นอกจากหลี่เหอที่เพิ่งเข้ามาใหม่แล้ว ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยโดนตีด้วยไม้เรียว แค่ว่าจะโดนมากโดนน้อยก็เท่านั้นเอง
เมื่อเห็นว่าหัวหน้าหมู่บ้านทำท่าจะปล่อยหลี่เหอไป หลี่หนานก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก โชคดีที่หัวหน้าหมู่บ้านยังไม่ถือสาหาความกับเด็กเล็ก ถ้าเป็นพวกเด็กโตอย่างพวกเขาคงโดนดีไปแล้ว แต่หลี่เหอยังเด็กเกินไป คงทนไม้เรียวแม้แต่ทีเดียวไม่ไหวแน่ๆ
น่าเสียดายที่หลี่เหอกำลังจะทำให้หลี่หนานต้องผิดหวัง เขาไม่เพียงแต่ไม่ทำตามที่หัวหน้าหมู่บ้านบอก แต่ยังยืนยันอย่างจริงจังว่าเขามีคำถามสำคัญเกี่ยวกับบทเรียนที่จะต้องถามให้ได้ ท้ายที่สุด ในการเผชิญหน้าระหว่างหลี่เหอและหัวหน้าหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็ยอมให้หลี่เหอเข้าไปในห้อง ในขณะที่หลี่หนานรู้สึกเหมือนตัวเองแทบจะหยุดหายใจ
เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของหลี่หนาน โจวหยวน เพื่อนของเขาก็ก้าวเข้ามาปลอบใจ "ไม่ต้องกังวลไปหรอก ท่านอาจารย์ไม่ถือโกรธเจ้าสามหรอก ท้ายที่สุดเขาก็ยังเด็กอยู่ จะทำตัวออกนอกลู่นอกทางไปบ้างก็เป็นเรื่องปกติ"
หลี่หนานถอนหายใจ "พวกเจ้าไม่เข้าใจหรอก ลูกพี่ลูกน้องของข้าร่างกายอ่อนแอมาก ท่านอาจารย์คงไม่ตีเขาหรอก แต่ท่านอาจารย์เข้มงวดมาก ข้ากลัวว่าเจ้าสามจะตกใจจนล้มป่วยเอาน่ะสิ แบบนั้นคงแย่แน่ๆ"
โจวหยวนพูดขึ้น "ไม่น่าจะขนาดนั้นมั้ง ข้าว่าน้องชายเจ้าก็ดูฉลาดเฉลียวดีนะ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใหญ่โตหรอก"
คนอื่นๆ ก็พากันเข้ามาปลอบใจ แต่หลี่หนานมีเรื่องทุกข์ใจที่บอกใครไม่ได้ ตอนที่หลี่เหอเกิดอุบัติเหตุ เขาเคยไปเยี่ยมมาแล้ว หลี่เหออ่อนแอจนแทบจะปลิวไปตามลมได้เลยทีเดียว ตั้งแต่ที่ผู้ใหญ่ในตระกูลรู้ว่าหลี่เหอจะมาเรียนก่อนวัย พวกเขาก็กำชับนักหนาให้คอยดูแลหลี่เหอให้ดี ยิ่งไปกว่านั้น หลี่อวิ๋น พ่อของหลี่หนาน ก็เป็นถึงผู้นำตระกูล เขาย่อมมีหน้าที่ดูแลคนในตระกูล ถ้าหลี่เหอเกิดตกใจจนเป็นอะไรไปในวันที่สองของการมาโรงเรียน เขาคงไม่รู้จะอธิบายกับที่บ้านยังไง นอกจกนี้ เขายังได้ยินผู้ใหญ่ในตระกูลคุยกันแว่วๆ ว่าการที่เจ้าสามจะได้มาเรียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นกรณีพิเศษ ถ้าเขาไปทำให้ท่านอาจารย์รำคาญใจจนไม่ยอมให้เรียนต่อ แล้วจะทำยังไงล่ะ?
ในเวลานี้ หลี่เหอกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือ จ้องมองหัวหน้าหมู่บ้านตาแป๋ว
หลี่เหอตัวเตี้ย แม้จะนั่งบนเก้าอี้ หัวหน้าหมู่บ้านก็ยังมองเห็นแค่หัวของเขา เมื่อเห็นหัวหน้าหมู่บ้านนั่งนิ่งเงียบไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไร หลี่เหอจึงต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขาวางตำราสามอักษรลงตรงหน้าหัวหน้าหมู่บ้านแล้วพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉาน "ท่านอาจารย์ โปรดอธิบายความหมายของหนังสือเล่มนี้ให้ข้าฟังหน่อยขอรับ"
คิ้วของหัวหน้าหมู่บ้านขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขารู้สึกว่าพฤติกรรมของหลี่เหอมันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี เมื่อได้ยินว่าหลี่เหอต้องการจะถามอะไร เขาก็เริ่มรู้สึกเสียใจลึกๆ ขึ้นมา เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ตำหนิเสียงแข็ง "เหลวไหล! เจ้ายังอ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำ ตัวอักษรก็ยังจำได้ไม่หมด แล้วจะมาเรียนรู้ความหมายได้อย่างไร? เจ้า..." ยังไม่ทันพูดจบ เขาก็ถูกหลี่เหอพูดแทรกขึ้นมา "แต่ท่านอาจารย์ ข้าท่องจำได้หมดแล้วนะขอรับ"
หัวหน้าหมู่บ้านถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก ท่องจำได้หมดแล้วเนี่ยนะ?!
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ มันเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี เพิ่งจะมาเรียนได้แค่วันที่สองแท้ๆ แต่กลับอ้างว่าท่องจำได้หมดแล้ว? บนโลกใบนี้จะมีอัจฉริยะแบบนั้นอยู่ที่ไหนกัน? เมื่อคิดได้ดังนั้น ความโกรธก็ปะทุขึ้นมา ถ้าเขาแค่ขาดความกระตือรือร้นก็ยังพอทน แต่นี่กลับมาพูดจาโอ้อวดเกินจริง เขาไม่น่าเวทนาและรับเด็กคนนี้เข้าเรียนก่อนเกณฑ์เพียงเพราะหลี่ซานและคนอื่นๆ อ้อนวอนเลยจริงๆ ถ้าคนอื่นรู้ว่าเขาสอนลูกศิษย์ที่ทั้งหยิ่งยโสและอวดดีแบบนี้ ชื่อเสียงของเขาคงต้องป่นปี้หมดแน่
"อวดดีนัก!" หัวหน้าหมู่บ้านตบโต๊ะเสียงดังลั่น จนคนที่อยู่ข้างนอกยังได้ยิน หลี่หนานเดินงุ่นง่านไปมาด้วยความร้อนรน แย่แล้วสิ ทำไมท่านอาจารย์ถึงโกรธขนาดนั้น? เจ้าสามไปพูดอะไรเข้าล่ะเนี่ย!
หลี่เหอเองก็ตกใจกับท่าทีเกรี้ยวกราดที่เกิดขึ้นกะทันหันของหัวหน้าหมู่บ้าน เมื่อเห็นหัวหน้าหมู่บ้านโกรธจัด เขาก็กลัวว่าแผนการจะพังไม่เป็นท่า จึงรีบท่องตำราออกมาในขณะที่หัวหน้าหมู่บ้านกำลังเดือดดาล "แรกเกิดมา นิสัยล้วนดีงาม นิสัยคล้ายกัน แต่ความเคยชินทำให้ต่างกัน หากไม่สั่งสอน นิสัยย่อมแปรเปลี่ยน..." ขณะที่หลี่เหอท่อง ความโกรธของหัวหน้าหมู่บ้านก็ค่อยๆ มลายหายไป แทนที่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อหลี่เหอท่องไปถึงท่อน "หากไม่สั่งสอน เป็นความผิดของบิดา หากสอนไม่เข้มงวด เป็นความเกียจคร้านของอาจารย์" ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า
เมื่อหลี่เหอท่องจบ หัวหน้าหมู่บ้านก็นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้เป็นเวลานานโดยไม่พูดอะไรเลย เอาแต่จ้องมองเขาเขม็ง
หลี่เหอทนสายตานั้นไม่ไหว เขารู้สึกว่าสายตาของหัวหน้าหมู่บ้านมันน่าขนลุก จึงรีบถามขึ้นว่า "ท่านอาจารย์ ทีนี้ท่านจะอธิบายความหมายให้ข้าฟังได้หรือยังขอรับ?"
ทีแรกหัวหน้าหมู่บ้านไม่พูดอะไร ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เจ้าไปเรียนมาจากไหน?"
"เมื่อวานตอนที่ท่านกำลังสอนเซี่ยเมา ข้าแอบฟังแล้วก็จำได้ขอรับ"
"เมื่อวานข้าสอนไปแค่สามรอบ เจ้าจำได้หมดเลยเรอะ?"
หลี่เหอมองดูสีหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วรู้สึกว่าโลกทัศน์ของอีกฝ่ายกำลังจะพังทลายลงเพราะเขา เขารีบตอบอย่างว่าง่าย "ขอรับ ข้าจำได้ตั้งแต่รอบที่สามแล้ว" พูดจบ เขาก็ก้มหน้าลง ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมาอีก
ให้ตายเถอะ เขาแค่อยากจะเรียกร้องความสนใจจากท่านอาจารย์เพื่อร่นระยะเวลาเรียนและประหยัดเงินค่าเทอม แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะเล่นใหญ่เกินไปหน่อยนะ?
หัวหน้าหมู่บ้านเอาแต่จ้องมองหลี่เหอ เขารู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมา เป็นไปได้ไหมว่าบนโลกใบนี้จะมีเด็กอัจฉริยะที่มีความจำระดับภาพถ่ายอยู่จริงๆ? เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาขึ้นมาตงิดๆ ทำไมเขาถึงไม่มีความสามารถแบบนี้บ้างล่ะ? ถ้าเขามี ป่านนี้เขาคงไม่ต้องมาทนลำบากสอบเป็นซิ่วไฉอยู่แบบนี้หรอก แต่พอมาคิดดูอีกที เด็กที่ฉลาดหลักแหลมขนาดนี้กำลังเรียนอยู่กับเขา และเขาเองก็เป็นคนสอนพื้นฐานให้กับเด็กคนนี้ เด็กคนนี้ช่างฉลาดและไม่ธรรมดาจริงๆ อนาคตจะต้องได้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรี เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และมีชื่อเสียงจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน ในฐานะอาจารย์คนแรกของเขา ตัวเขาเองก็ย่อมมีชื่อจารึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน
อันที่จริง หัวหน้าหมู่บ้านก็อยากจะรับเขาเป็นศิษย์สายตรง แต่พรสวรรค์ที่เด็กคนนี้แสดงออกมานั้นมันช่างน่าทึ่งเกินไป ถ้าเขาได้เป็นอาจารย์ของเด็กคนนี้จริงๆ เขาก็กลัวว่าหลังจากที่เด็กคนนี้มีชื่อเสียงโด่งดัง เขาจะถูกผู้คนครหาว่าไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้
หลี่เหอย่อมไม่รู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านได้วางแผนที่ทางของตัวเองในหน้าประวัติศาสตร์ไว้เรียบร้อยแล้ว เขารู้สึกเพียงว่าจู่ๆ หัวหน้าหมู่บ้านก็ดูเป็นมิตรขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เขาบอกให้หลี่เหอรออยู่ในห้องหนังสือก่อน จากนั้นก็เดินออกไปสั่งให้นักเรียนในห้องเรียนอ่านหนังสือกันเองหรือปรึกษาเรื่องการบ้านกันไปพลางๆ แล้วจึงกลับมาที่ห้องหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอนหลี่เหอเป็นการส่วนตัว
เมื่อเห็นหัวหน้าหมู่บ้านเป็นเช่นนี้ หลี่เหอก็รู้ว่าแผนการของเขาสำเร็จแล้ว แม้เขาจะไม่รู้ว่าคนอื่นใช้เวลาเรียนตำราสอบจอหงวนจนจบครบทุกเล่มนานแค่ไหน แต่การประหยัดเวลาไปได้หนึ่งปี ก็คือการประหยัดเวลาไปได้หนึ่งปี ท้ายที่สุดแล้ว แค่ค่าเล่าเรียนอย่างเดียวก็ตกปีละสองตำลึงเงินเข้าไปแล้ว ยังไม่รวมของขวัญตามเทศกาลต่างๆ อีก
หัวหน้าหมู่บ้านจัดการทุกอย่างข้างนอกเรียบร้อยแล้ว ก็ถือตำราสามอักษรเข้ามาพร้อมกับเอ่ยว่า "เมื่อครู่นี้ข้าฟังไม่ค่อยถนัด เจ้าสามช่วยท่องให้ข้าฟังอีกรอบจะได้หรือไม่?"
ตรวจการบ้านสินะ? เข้าใจแล้ว!
หลี่เหอท่องจำได้อย่างคล่องแคล่วอีกครั้ง หัวหน้าหมู่บ้านรีบถามต่อทันที "แล้วตัวอักษรล่ะ? เจ้าจำได้หมดทุกตัวหรือเปล่า?"
หลี่เหอคิดดูแล้วรู้สึกว่าการจำตัวอักษรได้ทั้งหมดมันจะดูเหนือมนุษย์เกินไป เขาจึงส่ายหน้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น
เมื่อเห็นหลี่เหอส่ายหน้า หัวหน้าหมู่บ้านก็ยิ้มและพูดว่า "ไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวอาจารย์จะสอนให้เจ้าจำตัวอักษรพวกนั้นเอง"
จากนั้น หัวหน้าหมู่บ้านก็เริ่มสอนทีละตัว และหลี่เหอก็จำได้ทีละตัว ทุกครั้งที่หัวหน้าหมู่บ้านสอนจบ เขาจะถามหลี่เหอว่าจำได้หรือไม่ เพื่อความปลอดภัย หลี่เหอจะบอกว่าจำได้ทั้งหมดหลังจากที่หัวหน้าหมู่บ้านสอนไปแล้วสามรอบ
เมื่อเห็นเช่นนั้น หัวหน้าหมู่บ้านก็รีบให้หลี่เหออ่านตัวอักษรในตำราสามอักษรให้เขาฟังทีละตัว หลังจากพบว่าไม่มีข้อผิดพลาดเลยแม้แต่จุดเดียว เขาก็ยิ้มกว้างจนหน้าบานเป็นจานกระด้ง
หัวหน้าหมู่บ้านรู้ดีแก่ใจว่าลูกชายของตนเองมีพรสวรรค์จำกัด และการสอบผ่านระดับจวี่เหริน (บัณฑิตระดับมณฑล) ก็คงเป็นขีดจำกัดสูงสุดสำหรับเขาแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขารับนักเรียนมาก็มากต่อมาก แต่ความถนัดของคนเหล่านั้นยังเทียบลูกชายของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ หลี่เหออาจจะเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวในชีวิตของเขาที่สามารถสอบผ่านระดับจิ้นซื่อ (บัณฑิตระดับประเทศ) ได้