เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 เตรียมตัวเข้าตัวอำเภอ

ตอนที่ 11 เตรียมตัวเข้าตัวอำเภอ

ตอนที่ 11 เตรียมตัวเข้าตัวอำเภอ


ตอนที่ 11 เตรียมตัวเข้าตัวอำเภอ

เนื่องจากเมื่อเช้ามัวแต่ยุ่งอยู่กับการแอบฟังเรื่องการแยกบ้าน หลี่เหอจึงทำได้เพียงเริ่มออกกำลังกายตามกิจวัตรประจำวันในตอนบ่าย

หลังจากพักผ่อนและออกกำลังกายมาหลายวัน ร่างกายของหลี่เหอก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาสามารถวิ่งเล่นกระโดดโลดเต้นได้แล้ว สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดก็คือเขาสามารถกินข้าวธัญพืชหยาบเพิ่มได้อีกครึ่งชามในทุกๆ มื้อ

เมื่อหลี่เหอออกกำลังกายในลานบ้านเสร็จ เขาก็ไปช่วยพวกพี่สาวทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ แม้ว่าพี่ใหญ่จะพยายามห้ามปรามอย่างหนัก แต่ก็สู้ความดื้อดึงของหลี่เหอไม่ได้ นางจึงทำได้เพียงปล่อยให้เขาช่วยงานเบาๆ อย่างการเด็ดผัก

หลี่เหอทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ อย่างไรเสีย ในชาติก่อนเขาเคยเป็นผู้หญิงมาก่อน แม้ชาตินี้จะเกิดใหม่เป็นเด็กผู้ชาย แต่เขาก็ยังคงมีความละเอียดลออและประณีตมากกว่าเด็กผู้ชายทั่วไป

กระทั่งหลี่เหอช่วยงานจนเสร็จและเริ่มรู้สึกเบื่อ จึงหันไปนั่งเล่นกับพวกไก่ในลานบ้าน ในที่สุดบรรดาผู้ใหญ่ที่ออกไปทำงานในไร่นาก็กลับมา

ผู้เป็นแม่เริ่มยกอาหารมาจัดเรียงบนโต๊ะร่วมกับพวกเด็กหญิง หลี่เหออยากจะเข้าไปช่วยบ้างแต่กลับถูกไล่ให้ไปอยู่ห่างๆ เพราะผู้ใหญ่เกรงว่าเด็กตัวเล็กๆ อย่างเขาจะมือไม้อ่อนทำข้าวของตกแตก หลี่เหอจึงวิ่งไปนั่งหงอยอยู่ใต้ชายคาเรือน

พวกผู้ใหญ่ในลานบ้านกำลังตักน้ำล้างเนื้อล้างตัว ชาวบ้านชนบทไม่ได้มีกฎเกณฑ์พิธีรีตองอะไรมากมายนัก แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังต้องล้างคราบดินโคลนออกจากตัวหลังจากกลับมาจากไร่นา

ในบรรดาคนทั้งหมด หลี่เอ้อร์ดูจะมอมแมมมากเป็นพิเศษ คนอื่นเพียงแค่เหงื่อออกมากหน่อยและมีฝุ่นเกาะประปราย ทว่าชายเสื้อของหลี่เอ้อร์กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนก้อนใหญ่

หลี่เหอนั่งลอบสังเกตพวกผู้ใหญ่เงียบๆ พลางครุ่นคิดหาวิธีที่จะได้ตามไปตัวอำเภอกับพวกเขาในวันพรุ่งนี้

ทว่ายังไม่ทันจะคิดแผนการออก หวังซื่อก็เดินเข้ามากอดเขาและพาเข้าไปกินข้าวในห้องโถงหลักเสียก่อน หลี่เหอรู้ดีว่าเขาคงต้องรอให้กินมื้อเย็นเสร็จก่อนถึงจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดได้

หลังมื้ออาหาร ผู้เฒ่าหลี่ก็ไม่รอช้า เขาจัดการแจกจ่ายเงินตำลึงที่แบ่งเตรียมไว้ให้กับแต่ละครอบครัวทันที เพราะเมื่อจัดการเรื่องเอกสารการแยกบ้านที่ที่ว่าการอำเภอในวันพรุ่งนี้เสร็จสิ้น พวกเขาก็จะได้แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของใครของมันอย่างแท้จริง

คืนนั้น หลังจากส่งพวกลูกสาวเข้านอนแล้ว หวังซื่อย้อมจุดตะเกียงน้ำมันอย่างฟุ่มเฟือยเป็นครั้งแรก นางนั่งนับเงินตำลึงภายใต้แสงไฟสีเหลืองนวล ครอบครัวของพวกเขาส่วนแบ่งมาสิบสามตำลึงห้าเฉียน สิ่งที่วางกองอยู่บนโต๊ะคือเศษเงินตำลึงและเหรียญทองแดงกระจัดกระจาย ซึ่งทั้งหมดล้วนผ่านการชั่งน้ำหนักมาแล้วอย่างดี ถึงกระนั้น หวังซื่อก็ยังหยิบเงินแต่ละก้อนขึ้นมาเดาะในมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลี่ซานนั่งดูภรรยานับเงินอยู่ข้างๆ โดยไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด มีเพียงรอยยิ้มซื่อบื้อประดับอยู่บนใบหน้า หลี่เหอมองดูท่าทางซื่อบื้อของบิดาแล้ว ก็ได้แต่สรุปในใจว่าความร่ำรวยกะทันหันมักจะทำให้คนสติหลุดลอยได้จริงๆ

เมื่อเห็นว่าท่านพ่อและท่านแม่ไม่มีทีท่าว่าจะเริ่มพูดคุยกันเลย หลี่เหอจึงต้องเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาเสียเอง "ท่านพ่อ ตัวอำเภอที่ท่านปู่พูดถึงเมื่อเช้านี้อยู่ที่ไหนหรือขอรับ? ข้าอยากไปด้วยจัง"

พอได้ยินลูกชายพูด หลี่ซานก็อุ้มเขาขึ้นมากอดไว้ทันทีพลางหัวเราะร่วน "ตัวอำเภอหรือ? อยู่ไกลจากที่นี่มากเชียวล่ะ แค่เดินไปก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงแล้ว แถมยังต้องเสียค่าผ่านประตูเข้าเมืองตั้งห้าอีแปะต่อคน แพงมากเลยนะ! ทำไม เจ้าสามของพ่ออยากไปเที่ยวเล่นในตัวอำเภอหรือลูก? ไว้รอเจ้าโตกว่านี้อีกหน่อย พ่อจะพาไปซื้อขนมนะ"

เมื่อได้ยินเสียงหลี่เหอ หวังซื่อก็ชะงักมือจากการนับเงินเช่นกัน หลังจากหลี่ซานพูดจบ นางก็ลูบหัวหลี่เหอเบาๆ แล้วเอ่ยปลอบว่า "เป็นเด็กดีนะลูก ตอนนี้เจ้ายังเล็กเกินไป ไว้รอโตกว่านี้ แม่จะให้เจ้าไปเที่ยวเล่นในตัวอำเภอแน่นอน"

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หลี่เหอไม่สนใจหรอกว่าตัวเองจะต้องแสร้งทำตัวเป็นเด็กงอแงแค่ไหน เขาทำปากยื่นพลางพูดว่า "ไม่เอา! ข้าอยากไปพรุ่งนี้! ใครจะไปรู้ล่ะว่าต้องรอนานแค่ไหนกว่าข้าจะโต? ข้าอยากไปพรุ่งนี้!"

เมื่อเห็นว่าหลี่ซานและหวังซื่อไม่มีทีท่าว่าจะยอมตกลง หลี่เหอก็กะพริบตาปริบๆ บีบน้ำตาให้ไหลร่วงเผาะลงมาทันที เขาสะอื้นไห้ "ข้าไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นมาตั้งนานแล้ว! แงๆ ปกติพวกพี่สาวก็ไม่ยอมให้ข้าออกไปไหนเลย! แงๆ ข้าอยากออกไปเที่ยวเล่น! ข้าอยากไปตัวอำเภอ! แง..."

พอเห็นหลี่เหอร้องไห้จ้า หวังซื่อก็ร้อนใจขึ้นมาทันที นางรีบดึงตัวหลี่เหอเข้ามากอดปลอบโยนอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันขวับไปตวาดใส่หลี่ซาน "ลูกอยากไปก็พาเขาไปสิ! เจ้าสามก็ออกจะว่าง่ายและเป็นเด็กดี ให้พาไปด้วยแล้วมันจะทำไมกัน?" เมื่อตวาดสามีเสร็จ นางก็หันกลับมาโอ๋ลูกชายต่อ

หลี่ซาน: ...เมื่อกี้เจ้าก็คิดแบบเดียวกันไม่ใช่หรือไง?!

หลี่ซานเอ่ยอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ "เจ้าสามยังเล็กเกินไปไม่ใช่หรือ? แถมเพิ่งจะหายป่วย ข้าเกรงว่าการเดินทางไกลจะทำให้เขาเหนื่อยเปล่าๆ ข้าเองก็สงสารลูกเหมือนกัน แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ต้องเดินทางไปส่งเอกสารที่ตัวอำเภอกับพวกเราด้วย การพาเด็กเล็กไปด้วยมันคงดูไม่งามนัก"

หวังซื่อเองก็รู้สึกลำบากใจเมื่อได้ยินเหตุผลนั้น แต่พอเห็นดวงตาชุ่มน้ำตาของลูกชายที่มองมา แถมยังได้ยินเสียงเรียก "ท่านแม่" อย่างน่าเวทนา ต่อให้ใจแข็งดุจเหล็กกล้าก็ยังต้องอ่อนยวบลง นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปพูดกับหลี่ซาน "ท่านพี่ พรุ่งนี้พาเจ้าสามไปด้วยเถอะ ก็แค่บอกไปว่าท่านพาเขาไปหาหมอก็สิ้นเรื่อง ยังไงเสียเขาก็หัวแตกมา หมอหวงก็เป็นแค่หมอชาวบ้าน พาไปตรวจดูอาการที่ตัวอำเภอให้แน่ใจจะปลอดภัยกว่า แล้วตอนอยู่ที่นั่น ท่านก็แวะไปที่ร้านหนังสือด้วยล่ะ เจ้าสามก็อายุใกล้จะหกหนาวแล้ว ซื้อกระดาษกับพู่กันเตรียมไว้เสียหน่อยก็เป็นเรื่องดี"

หลี่ซานลองคิดตามก็เห็นว่าข้ออ้างนี้ฟังดูเข้าที หลังจากปรึกษาหารือรายละเอียดอื่นกับหวังซื่ออีกเล็กน้อย พวกเขาก็เป่าดับตะเกียงแล้วเข้านอน

ส่วนหลี่เหอนั้น เขาพ่ายแพ้ต่อความเหนื่อยล้าและผล็อยหลับไปตั้งแต่ตอนที่หวังซื่อตอบตกลงตามคำขอของเขาแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 11 เตรียมตัวเข้าตัวอำเภอ

คัดลอกลิงก์แล้ว