- หน้าแรก
- ทะลุมิติเบิกวิถีเซียน ข้ามภพสยบมรรคา
- ตอนที่ 20 สิบก้าวสังหารหนึ่งคน
ตอนที่ 20 สิบก้าวสังหารหนึ่งคน
ตอนที่ 20 สิบก้าวสังหารหนึ่งคน
พรรคพยัคฆ์เพลิงในฐานะพรรคใหญ่ที่มีชื่อเสียงดุร้ายกระฉ่อนไปทั่วอาณาเขตเมืองหลีเฉิง ปกติมีเพียงพวกมันที่ควบม้าเหยียบย่ำหมู่บ้านและตำบลต่างๆ ผ่านมาเนิ่นนานแล้วที่ค่ายใหญ่แห่งนี้ไม่เคยถูกบุกโจมตี
ทว่าวันนี้
กลับมีคนบุกสังหารเข้ามาแล้ว!
ภายในลานกว้างแห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของค่ายใหญ่
สถานที่แห่งนี้มีสมาชิกพรรคมากกว่าสามร้อยคนล้อมกรอบลานกว้างไว้อย่างแน่นหนา อีกทั้งยังมีสมาชิกพรรคอีกจำนวนมากพากันหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศของค่ายใหญ่เพื่อบุกสังหาร
ด้วยความเป็นค่ายหลักผนวกกับการเพิ่งรวบรวมขุมกำลังกลับมา
ทั่วทั้งค่ายพรรคพยัคฆ์เพลิงจึงมีสมาชิกพรรครวมตัวกันมากกว่าเจ็ดร้อยคน ขุมกำลังโดยรวมนับว่าน่าหวาดผวายิ่งนัก
"คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเรือนคุมขังแห่งนั้นนอกจากองครักษ์ที่เปิดเผยแปดคนแล้ว ภายในเรือนจะยังมีองครักษ์ลับซ่อนอยู่อีกสองคน" อู๋หยวนทอดถอนใจอย่างเงียบงัน
ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับภูตผี หลบหลีกศรธนูหลายดอกที่พุ่งทะลวงเข้ามาอีกครั้ง ก่อนจะแทงทวนออกไปรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ
"ฉึก~" สมาชิกพรรคคนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาเป็นคนแรกปรากฏรูกลวงอาบเลือดที่กลางหน้าผาก กลายเป็นศพล้มตึงลงกับพื้น
มิอาจทนรับการโจมตีจากอู๋หยวนได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
"คนมากเกินไปแล้ว ยอดฝีมือคนแรกที่ข้าสังหารไปน่าจะเป็นยอดฝีมือชั้นต้น เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นหัวหน้าลำดับที่เท่าใด" อู๋หยวนครุ่นคิด
พรรคพยัคฆ์เพลิงมีหัวหน้าหกคน ล้วนเป็นยอดฝีมือเข้าทำเนียบทั้งสิ้น
ตามข้อมูลของหอฉวินซิงมีเพียงหัวหน้าใหญ่ที่เป็นยอดฝีมือชั้นสูง ส่วนคนที่เหลือล้วนเป็นยอดฝีมือชั้นต้น
อันที่จริงไม่ว่าอู๋หยวนจะลอบเร้นกายเข้ามาหรือจุดไฟเพื่อดึงดูดความสนใจจากสมาชิกพรรคจำนวนมาก ล้วนถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
กระทั่งผู้คุ้มกันทั้งแปดคนของเรือนคุมขังยังละทิ้งหน้าที่ไปดับไฟถึงสี่คน
มีดบินสี่เล่มซัดออกไป อู๋หยวนแสดงฝีมือเหนือระดับ สังหารผู้คุ้มกันสี่คนนั้นได้โดยตรง
ทว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือภายในลานกว้างที่อยู่นอกเหนือสายตา กลับยังมีองครักษ์ลับอยู่อีกสองคน
พลุสัญญาณขอความช่วยเหลือถูกจุดขึ้นในทันที
หมดหนทางเลี่ยง อู๋หยวนจึงเลือกที่จะบุกทะลวง!
ท้ายที่สุดจึงต้องตกอยู่ในวงล้อมอันแน่นหนา
"แต่การเสี่ยงอันตรายเช่นนี้นับว่าคุ้มค่า อย่างน้อยก็ยืนยันได้ว่าท่านผู้นำตระกูลยังมีชีวิตอยู่" อู๋หยวนสวมหน้ากากทองสัมฤทธิ์ หวนนึกถึงท่านผู้นำตระกูลที่เต็มไปด้วยบาดแผลตอนที่เห็นในเรือนคุมขัง
หากอู๋หยวนไม่เลือกบุกเข้าไปในเรือนคุมขังเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ แต่เลือกล่าถอยในทันที ด้วยความแข็งแกร่งของเขา อาศัยเพียงสมาชิกพรรคระดับนักรบยุทธ์และอาจารย์ยุทธ์เหล่านั้นมีหรือจะกักขังเขาไว้ได้?
ทว่า
อู๋หยวนเพียงแค่ยืนยันตำแหน่งและความเป็นตายของผู้นำตระกูล 'อู๋ฉี่หมิง' ไม่ได้พาตัวเขาออกจากเรือนคุมขัง แต่กลับล่าถอยออกมา
"หากพาผู้นำตระกูลไปด้วย การเคลื่อนไหวของข้าจะถูกขัดขวางอย่างหนัก ไม่มีทางหลบหนีไปได้"
"ต่อให้ข้ารอด ผู้นำตระกูลก็ต้องตายอย่างแน่นอน"
"ยามนี้ข้าลงมือเพียงลำพัง ต่อให้ท้ายที่สุดจะไม่สามารถสังหารกวาดล้างพรรคพยัคฆ์เพลิงได้ พวกมันก็อาจไม่รู้ว่าข้าบุกเข้ามาเพราะเรื่องของผู้นำตระกูล" อู๋หยวนตัดสินใจในเสี้ยววินาทีที่ยืนยันว่าผู้นำตระกูลยังไม่ตายและยากจะเคลื่อนย้าย นั่นคือการสังหารฝ่าวงล้อม!
อาศัยกำลังเพียงลำพัง กวาดล้างพรรคพยัคฆ์เพลิงทั้งพรรคให้สิ้นซาก
"พรรคพยัคฆ์เพลิงเป็นเพียงกลุ่มโจร ไม่มีทางที่ทั้งพรรคจะยอมสู้ตายโดยไม่ถอย" อู๋หยวนเยือกเย็นยิ่งนัก "ขอเพียงสังหารหัวหน้าของพวกมันและสังหารสมาชิกพรรคอีกสักกลุ่ม ภายใต้ความหวาดกลัวสมาชิกพรรคที่เหลือย่อมแตกพ่ายไปเอง"
กองทหารชั้นยอดหากล้มตายไปสามถึงสี่ส่วนยังต้องพังทลาย
นับประสาอะไรกับกลุ่มโจรที่หวังเพียงทรัพย์สิน?
"ฆ่ามัน!"
"เฒ่าสวี่ตายแล้ว อย่างน้อยเขาเป็นถึงยอดฝีมือชั้นสูง เหตุใดท่านประมุขพรรคยังไม่มาอีก?"
"รุมมัน! รีบยิงธนู!" สมาชิกพรรคจำนวนมากโหมโจมตีจากทุกทิศทาง ทว่าลานกว้างนั้นคับแคบ มีทั้งกำแพง อาคาร และต้นไม้ขวางกั้น แต่ละครั้งจึงมีสมาชิกพรรคโจมตีถึงตัวอู๋หยวนได้สูงสุดเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น
"ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!" ลูกศรแต่ละดอกแหวกอากาศพุ่งเข้ามา สมาชิกพรรคเหล่านี้อาจมีแรงเพียงหลายพันชั่ง ทว่าพลังที่แฝงมากับศรธนูนั้นกลับน่าหวาดผวาอย่างยิ่ง ทำเอาอู๋หยวนไม่กล้ารับไว้โดยตรง
แต่ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมปานใด ทั้งวิชาตัวเบายังบรรลุถึงขั้นสุดยอด!
ราวกับกำลังเดินเล่นในสวน
หลบหลีกศรธนูทีละดอกได้อย่างพลิ้วไหว
"ปัง!" "ปัง!" "ปัง!" ศรธนูที่แฝงด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว เมื่อพุ่งทะลวงเข้าใส่ต้นไม้ก็ทำเอาลำต้นระเบิดหักสะบั้น เมื่อพุ่งเข้าใส่กรอบประตูก็ทำเอาแผ่นไม้เกิดรอยแหว่งขนาดใหญ่
"ฉึก~"
"อ๊าก!" เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ศรธนูดอกหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าที่โคนขาของสมาชิกพรรคคนหนึ่งอย่างจัง เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด!
สถานการณ์การต่อสู้สับสนวุ่นวาย พลธนูที่ยืนอยู่สี่ทิศของลานกว้างล้วนแทบไม่ทันระวังคนของฝ่ายเดียวกัน
"ไปตายซะให้หมด!"
'ทวนหิมะเงินประกายแสง' ในมือของอู๋หยวนพลิ้วไหวราวกับมังกรคะนองน้ำ ทวนวาดเป็นวงกลมสลายการโจมตีหลายสายที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน ก่อนจะหมุนวนตามแรงและตวัดสะท้อนกลับไป
"ฉึก~" "ฉึก~" "ฉึก~"
เลือดสาดกระเซ็น บาดแผลฉกรรจ์ปรากฏขึ้นบนลำคอของสมาชิกพรรคสามคน ชั่วพริบตาพวกเขาก็ล้มลงกองกับพื้น
นับตั้งแต่สังหารยอดฝีมือเข้าทำเนียบผู้นั้น ท่ามกลางการถูกรุมล้อมจากสมาชิกพรรคจำนวนมาก อู๋หยวนก็ทิ้งดาบและเปลี่ยนมาใช้ทวนสังหารศัตรู
ในสนามรบที่ตะลุมบอนกันเป็นกลุ่ม ทวนและขวานคือราชัน!
"สะใจ! สะใจยิ่งนัก!" นัยน์ตาของอู๋หยวนทอประกายเจิดจ้า จิตสังหารพลุ่งพล่านขึ้นถึงขีดสุด
ทุกครั้งที่สังหารสมาชิกพรรคพยัคฆ์เพลิงได้หนึ่งคน เขาจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น พละกำลังจำนวนมากที่สูญเสียไปจากการเดินทางและการต่อสู้ก่อนหน้านี้ กลับให้ความรู้สึกราวกับฟื้นฟูขึ้นมาอย่างเลือนราง
ยิ่งสู้ยิ่งห้าวหาญ!
"นี่มันเรื่องอันใดกัน?" อู๋หยวนเผยแววตาสงสัยวูบหนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงสภาวะร่างกายที่ผิดปกติ ทว่ากลับยากจะอธิบายสาเหตุให้ชัดเจน
รู้สึกเพียงว่าภายในใจยิ่งมายิ่งปลอดโปร่ง จิตสังหารที่พลุ่งพล่านขึ้นอย่างไร้รูปร่างก็ยิ่งมายิ่งหนักหน่วง
"ปัง~" "ปัง~" "ปัง~" มองเห็นสมาชิกพรรคแต่ละคนล้มลง ศพเริ่มกองทับถมกันจนพอกพูน
พวกเขาส่วนใหญ่ถูกแทงทะลวงเข้าที่กลางหน้าผากและลำคอ ทว่าก็มีบางส่วนที่ถูกแทงทะลวงเข้าที่ช่องอกและช่วงเอว แต่ก็ยังตกตายในทันที
หากกล่าวถึงพละกำลัง
พละกำลังทางร่างกายของอู๋หยวนเมื่อเทียบกับหลายวันก่อนก็นับว่ารุดหน้าขึ้นอีกขั้น บรรลุถึงระดับ 'สองหมื่นชั่ง' อย่างฉิวเฉียด นับว่าแตะเส้นขีดต่ำสุดของ 'ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้า' แล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับสมาชิกพรรคเหล่านี้ พละกำลังของเขาจึงเป็นการบดขยี้อย่างแท้จริง
ทว่าสิ่งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าคือทักษะการต่อสู้ของเขา เขาไม่นับว่าเชี่ยวชาญเพลงทวนมากนัก ทว่าเมื่อเจนจบหนึ่งศาสตราย่อมทะลุปรุโปร่งร้อยศัสตรา เมื่อเขาบรรลุถึง 'ขอบเขตแข็งอ่อนประสาน' แต่ละกระบวนท่าทวนจึงยังคงพลิ้วไหวราวกับสวรรค์สร้าง
ยามที่สัมผัสถูกสมาชิกพรรคธรรมดาเหล่านี้ หากไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส
นี่ยังเป็นเพราะอู๋หยวนต้องการสงวนพละกำลังจึงไม่ได้ใช้วิชา 'ทะลวงขีดจำกัดขั้นสาม' หากปลดปล่อยแรงปะทะหลายสายซ้อนทับกัน พละกำลังที่เหนือกว่าสมาชิกพรรคเหล่านี้สิบเท่า ย่อมกวาดล้างศัตรูได้โดยไม่ต้องอาศัยทักษะข่มขวัญเลยแม้แต่น้อย!
และเป็นเพราะเพลงทวนที่น่าหวาดผวาเกินไปนี่เอง จึงทำให้สมาชิกพรรคกลุ่มนี้ปักใจเชื่อว่าเขาคือ 'ยอดฝีมือชั้นสูง'
"ปัง~" "ปัง~" "ปัง~" ทวนตวัดวาดเป็นวงกว้างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบอีกครั้ง พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ในด้ามทวนระเบิดออก กวาดร่างสมาชิกพรรคพยัคฆ์เพลิงหกคนปลิวละลิ่วออกไป
ทวนยาวสีเงินเร่งความเร็วขึ้นกะทันหัน หมุนตวัดปลายทวนพุ่งทะลวงเข้าใส่ศีรษะ!
"ไม่!" นัยน์ตาของสมาชิกพรรคคนหนึ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทว่าเมื่อลอยอยู่กลางอากาศไร้ซึ่งจุดยืมแรง เขาจึงทำได้เพียงเบิกตาดูอย่างสิ้นหวัง
"ฉึก!" "ฉึก~" "ฉึก!"
ในบรรดาสมาชิกพรรคทั้งหกคน สี่คนถูกแทงทะลวงกะโหลกศีรษะ สิ้นใจตายคาที่ ศพร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
ส่วนสมาชิกพรรคอีกสองคนที่เหลือถูกแทงทะลวงเข้าที่หัวไหล่และท่อนแขน เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด อย่างน้อยก็รอดพ้นจากความตายไปได้อย่างฉิวเฉียด
"น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!"
"เพลงทวนระดับนี้ ลึกลับสุดหยั่งคาด ไม่มีทางสังหารเขาได้หรอก"
"ภายในอาณาเขตเมืองหลีเฉิง มียอดฝีมือที่น่าหวาดผวาเช่นนี้โผล่มาตั้งแต่เมื่อใดกัน?" เหล่าสมาชิกพรรคที่บุกเข้ามาล้อมโจมตีล้วนหวาดผวา ฝีเท้าของพวกเขาชะลอลงโดยไม่รู้ตัว
หากมีความหวังที่จะชนะ พวกเขาย่อมกล้าเอาชีวิตเข้าแลก
ทว่าผู้ใดจะยอมรนหาที่ตายเปล่าๆ?
ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันมาจนถึงยามนี้ อู๋หยวนสังหารสมาชิกพรรคไปแล้วกว่าร้อยคน ซากศพปูลาดไปทั่วทั้งลานกว้าง ไม่ว่าผู้ใดมาเห็นมีหรือจะไม่หนาวสั่นด้วยความหวาดกลัว?
และทวนกระบวนท่านี้ก็ถูกประมุขพรรคหยางหลง หัวหน้าตึกหลี่เยี่ย และชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดหนังสัตว์ที่รีบเร่งรุดมาเห็นเข้าพอดี
"เพลงทวนร้ายกาจยิ่งนัก! เกรงว่าในหมู่ยอดฝีมือชั้นสูงก็คงหาดูได้ยาก" ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดหนังสัตว์เอ่ยปากชม "ทว่าพละกำลังของเขาดูเหมือนจะไม่แข็งแกร่งนัก เกรงว่าอาจจะยังไม่เทียบเท่ายอดฝีมือชั้นสูงเสียด้วยซ้ำ"
สายตาของเขาเฉียบแหลมยิ่งนัก สามารถประเมินได้ว่าพละกำลังของอู๋หยวนยังไม่แข็งแกร่งพอ
"ไอ้หนู มารับความตายซะ!" เสียงตวาดกร้าวระเบิดขึ้น
สมาชิกพรรคพยัคฆ์เพลิงหลายร้อยคนที่บุกเข้ามาล้อมโจมตีในลานกว้างแห่งนี้ล้วนได้ยิน พวกเขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง อู๋หยวนเองก็มองไปแต่ไกลเช่นกัน
มองเห็นชายฉกรรจ์ร่างกำยำผู้หนึ่ง ในมือถือดาบเบิกภูผาเล่มยักษ์ ความเร็วชวนให้ตื่นตะลึง เหยียบย่ำทะยานข้ามหลังคาอาคารมาหลายทอด
พุ่งบุกเข้ามาในลานกว้างโดยตรง
"ท่านประมุขพรรค!"
"ท่านประมุขพรรคมาแล้ว ต้องสังหารมันได้อย่างแน่นอน" สมาชิกพรรคพยัคฆ์เพลิงหลายร้อยคนล้วนตื่นเต้นเลือดลมเดือดพล่าน พวกเขาเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของประมุขพรรคตนเอง
"รอดูก่อน" ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดหนังสัตว์ทะยานร่างตามมา ทว่ากลับช้าไปครึ่งก้าว ไม่ได้รีบร้อนพุ่งเข้าไปสังหาร
วินาทีนี้
โดยมีลานกว้างเป็นศูนย์กลาง ทุกคนที่ร่วมรบล้วนจับจ้องไปที่ใจกลางลาน หวังจะมองให้ชัดถึงสถานการณ์ของทั้งสองคนที่กำลังปะทะกัน
มองเห็นร่างของ 'พยัคฆ์ร้าย' หยางหลงเคลื่อนไหวราวกับภาพมายา เหยียบย่างทะยานผ่านระยะสิบกว่าจั้งด้วยความเร็วที่ไม่ลดลงแม้แต่น้อย พุ่งเข้าบุกสังหารอู๋หยวนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างดุดัน
"ฟุ่บ!" ประกายดาบอันน่าสะพรึงกลัวสว่างวาบขึ้น!
หากดาบนี้ฟาดฟันลงไปเต็มแรง ย่อมต้องผ่าร่างของอู๋หยวนออกเป็นสองซีกในดาบเดียวอย่างแน่นอน
"ดาบเบิกภูผาของท่านประมุขพรรค" สมาชิกพรรคพยัคฆ์เพลิงล้วนเบิกตาจ้องมองด้วยความตื่นเต้น
หยางหลง อาศัยดาบเบิกภูผาเพียงเล่มเดียวสร้างชื่อเสียงสะท้านไปทั่วผู้คนนับล้านในเมืองหลีเฉิง
"ศิษย์น้องของข้าผู้นี้ พรสวรรค์ไม่สูงนัก ทว่าการฝึกฝนหลายสิบปี เพลงดาบก็ไม่นับว่าอ่อนด้อย" ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดหนังสัตว์คิดในใจเช่นนี้
"ฉึก!" เสียงปลายทวนกรีดผ่านผิวหนังและกล้ามเนื้อ
"ปัง!"
ร่างกำยำของหยางหลงพุ่งกระแทกบานประตูเบื้องหน้าจนแตกกระจาย เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วพื้น ร่างของเขาก็ล้มตึงลงมาอย่างแรง ไร้ซึ่งซุ่มเสียงใดๆ อีก
เลือดสดๆ ไหลรินจากกลางหน้าผากของเขา ค่อยๆ ย้อมผืนดินจนกลายเป็นสีแดงฉาน
ภาพเหตุการณ์นี้
ทำให้รอบลานกว้างที่เดิมทีวุ่นวายพลันเงียบสงัดลง ทุกคนล้วนจ้องมองภาพเหตุการณ์นี้ด้วยความตกตะลึง
ถึงกับเป็นประมุขพรรคพยัคฆ์เพลิงผู้ยิ่งใหญ่! ยอดฝีมือชั้นสูง!
ถูกสังหารด้วยทวนเพียงกระบวนท่าเดียวหรือ?
ส่วนอู๋หยวน ตั้งแต่ต้นจนจบกลับดูราวกับไม่เคยขยับเขยื้อน มีเพียงเลือดสดแทงตาที่หยาดหยดจากปลายทวนที่อธิบายทุกสิ่ง สายตาของเขากวาดมองไปตามกำแพงรอบลานกว้าง
"ยังมีผู้ใดอีก?"