- หน้าแรก
- ก็บ่มเพาะเซียนเหมือนกัน ข้าที่เป็นสายโอสถจะเก่งกว่านิดหน่อยแล้วจะทำไม
- บทที่ 41 ยอมรับความพ่ายแพ้
บทที่ 41 ยอมรับความพ่ายแพ้
บทที่ 41 ยอมรับความพ่ายแพ้
บทที่ 41 ยอมรับความพ่ายแพ้
ไป๋อู๋จิ่งที่ยืนดูอยู่ด้านล่างมาพักใหญ่ รู้แล้วว่าวัตถุดิบที่ถูกต้องในการหลอมโอสถถอนพิษคืออะไรบ้าง
เมื่อเห็นว่าครั้งที่สองนี้ฉู่กวนจิ้งเลือกวัตถุดิบได้ถูกต้องทุกอย่าง รอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปาก ท่าทีผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่สังเกตเห็น คนอื่นๆ ก็เริ่มซุบซิบกัน "ครั้งนี้ฉู่กวนจิ้งหยิบวัตถุดิบถูกแล้ว น่าจะหลอมโอสถถอนพิษสำเร็จแน่ๆ ผู้อาวุโสเสียนเฟิงจะแพ้จริงหรือนี่?"
ศิษย์สายโอสถคนหนึ่งได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้า "การหลอมโอสถไม่ได้อาศัยแค่วัตถุดิบที่ถูกต้องหรอกนะ ไม่อย่างนั้นใครๆ ก็คงหลอมโอสถได้กันหมดแล้ว"
"การเลือกวัตถุดิบถูก เป็นแค่ขั้นตอนพื้นฐานที่สุดของการหลอมโอสถเท่านั้น"
คำพูดเหล่านั้นทำให้รอยยิ้มของไป๋อู๋จิ่งเลือนหายไป แววตากลับมาฉายแววกังวลขณะมองดูฉู่กวนจิ้ง
สวี่จื้อหยวนที่ถูกปิดปากพูดไม่ได้ ทำได้เพียงเดินวนไปวนมาด้วยความร้อนรน
เวลาผ่านไปทีละน้อย คนที่คอยจับตาดูฉู่กวนจิ้งเริ่มสังเกตเห็นว่า การหลอมโอสถครั้งที่สองของนางต่างจากครั้งแรกราวกับเป็นคนละคน
ครั้งแรกดูเหมือนทำส่งๆ ไปอย่างนั้น แต่ครั้งนี้กลับตั้งใจและแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา
"พวกเจ้าสังเกตไหม ไฟในเตาหลอมของนางลุกโชนกว่าคนอื่นเยอะเลยนะ?"
"แถมพลังปราณที่นางส่งเข้าไปก็เสถียรมาก ไม่เหมือนมือใหม่หัดหลอมเลยสักนิด"
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงลอบสังเกตความเคลื่อนไหวของฉู่กวนจิ้งอยู่เงียบๆ เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า หากปล่อยไว้แบบนี้ นางอาจจะหลอมโอสถถอนพิษที่ได้มาตรฐานออกมาได้จริงๆ
มือที่ไพล่หลังอยู่เผลอกำหมัดแน่นด้วยความเครียด แต่เมื่อเหลือบไปเห็นเวลาที่เหลืออยู่ เขาก็ค่อยๆ คลายหมัดออก
เวลาไม่พอแล้วล่ะ ด้วยเวลาที่เหลือแค่นี้ ฉู่กวนจิ้งไม่มีทางหลอมโอสถถอนพิษเสร็จทันแน่ๆ เดิมพันครั้งนี้เขาไม่มีทางแพ้เด็ดขาด
เพราะผลงานอันโดดเด่นในการหลอมโอสถครั้งที่สองของฉู่กวนจิ้ง ผู้คนที่มามุงดูจึงเริ่มหันมาจับจ้องที่นางเป็นตาเดียว
ตอนนี้เองที่พวกเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ไม่ว่าจะตอนที่เตาระเบิดในครั้งแรก หรือตอนที่เวลาใกล้จะหมดลง ฉู่กวนจิ้งก็ยังคงความสงบเยือกเย็นไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
ราวกับว่าสิ่งรอบตัวไม่อาจสั่นคลอนจิตใจนางได้เลย ความหนักแน่นนี้ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกนับถือ
อย่างไม่รู้ตัว ผู้คนที่มาดูเหตุการณ์หลายคนเริ่มเอนเอียงมาอยู่ข้างฉู่กวนจิ้ง พวกเขาลุ้นระทึกไปกับนาง หวังลึกๆ ให้นางชนะ เพื่อจะได้เห็นผู้อาวุโสเสียนเฟิงหน้าแตก
เหลือเวลาอีกเพียงสิบวินาทีสุดท้าย
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงเหงื่อแตกเต็มมือ
เขานับถอยหลังอยู่ในใจ
อีกนิดเดียว เขาก็จะชนะแล้ว...
ในวินาทีก่อนที่เวลาทดสอบจะสิ้นสุดลง ควันสีส้มอมเหลืองก็พวยพุ่งออกมาจากเตาหลอมของฉู่กวนจิ้ง
ศิษย์ที่ไม่สันทัดเรื่องการหลอมโอสถยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหันไปถามศิษย์สายโอสถข้างๆ "แบบนี้คือฉู่กวนจิ้งหลอมสำเร็จแล้วใช่ไหม?"
ทว่าศิษย์สายโอสถรอบข้างกลับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาดังลั่น
"เดี๋ยวๆๆ ควันสีส้มงั้นรึ?! ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า?!"
"ให้ตายเถอะ จริงดิ! ฉู่กวนจิ้งที่เป็นที่โหล่ของตำหนักหลิงตานเนี่ยนะ หลอมโอสถระดับสามออกมาได้???"
"ระดับสาม? เจ้าหมายถึงโอสถระดับสามงั้นรึ?" ศิษย์ตำหนักอื่นอาจจะไม่รู้เรื่องอื่น แต่ความล้ำค่าของโอสถระดับสามนั้นพวกเขารู้ดี
ต้องรู้ไว้ว่าในตำหนักหลิงตานตอนนี้ มีศิษย์ที่สามารถหลอมโอสถระดับสามได้เพียงสองคนเท่านั้น
และทั้งสองคนนั้นก็เคยเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสหลิงเช่อมาก่อน เพียงแต่ตอนนี้คนหนึ่งย้ายไปอยู่ใต้สังกัดผู้อาวุโสเสียนเฟิงแล้ว
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า คนที่สามที่สามารถหลอมโอสถระดับสามได้ จะเป็นฉู่กวนจิ้งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวไร้ประโยชน์ของตำหนักหลิงตาน
หากวันนี้ไม่ได้เห็นนางหลอมออกมากับตา ต่อให้เอาไปเล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อ
เมื่อเห็นฉู่กวนจิ้งหลอมโอสถระดับสามออกมาได้ อู๋อิ้งเสวี่ยที่รอเยาะเย้ยตอนนางแพ้ ก็ทำหน้าเหมือนกลืนแมลงวันเข้าไป
นางกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อและไม่ยินยอม
คนที่นางคิดว่าด้อยกว่านางทุกอย่าง กลับหลอมโอสถระดับสามที่นางไม่เคยทำได้มาก่อน ความภาคภูมิใจในใจอู๋อิ้งเสวี่ยพังทลายลงในพริบตา
เมื่อรู้ว่าฉู่กวนจิ้งชนะแล้ว ไป๋อู๋จิ่งและสวี่จื้อหยวนก็มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
สวี่จื้อหยวนอยากจะตะโกนดีใจใจแทบขาด แต่เพราะติดยันต์ใบ้กินอยู่ เขาจึงทำได้เพียงปรบมือรัวๆ ให้นาง
ข้างล่างเวทีเสียงดังเซ็งแซ่ ส่วนผู้อาวุโสเสียนเฟิงบนเวทีนั้นหน้าซีดเผือด
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉู่กวนจิ้งไม่เพียงแต่หลอมโอสถถอนพิษที่ได้มาตรฐานออกมาได้ในเวลาอันสั้น แต่ระดับของโอสถยังพุ่งสูงถึงระดับสาม
เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งกลับเกิดขึ้นจริงเสียแล้ว
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกตอกตะปูตรึงไว้ ร่างกายเย็นเฉียบ ขาแข็งจนก้าวไม่ออก
ผู้อาวุโสหลิงเช่อที่คอยชี้แนะฉู่กวนจิ้งมาเกือบสองวัน แม้จะรู้ดีว่าวันนี้นางไม่มีทางแพ้ แต่การที่ได้เห็นนางหลอมโอสถระดับสามออกมาได้ ก็ทำให้นางแอบตกใจอยู่เล็กน้อย
นางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผม รอยยิ้มบนมุมปากกว้างจนปิดไม่มิด
คราวนี้ นางเก็บเพชรเม็ดงามมาได้จริงๆ เสียด้วย
ทันทีที่ควันสีส้มลอยขึ้นมา ก็แทบจะไม่ต้องไปตรวจดูโอสถในเตาของฉู่กวนจิ้งแล้ว
แต่เพื่อให้เดิมพันครั้งนี้จบลงอย่างสมบูรณ์ ผู้อาวุโสของตำหนักหลิงตานจึงเดินไปตรวจสอบโอสถในเตาของนาง
เมื่อชะโงกหน้าเข้าไปดู ผู้อาวุโสท่านนั้นก็ขมวดคิ้ว "นี่มันอะไรกัน?"
เขาพบว่าโอสถถอนพิษทั้งสามเม็ดในเตา มีเพียงเม็ดเดียวที่เป็นระดับสาม ส่วนอีกสองเม็ดเป็นเพียงระดับหก
ผู้อาวุโสประกาศระดับโอสถทั้งสามเม็ดของฉู่กวนจิ้งให้ทุกคนทราบ
พอได้ยินว่ามีระดับสามแค่เม็ดเดียว คนที่เพิ่งจะอวยว่าฉู่กวนจิ้งเป็นอัจฉริยะด้านการหลอมโอสถก็เริ่มเปลี่ยนใจ
"มีระดับสามแค่เม็ดเดียวเอง สงสัยจะฟลุ๊ค โอสถกลายพันธุ์ล่ะมั้ง"
"ก็นึกว่าจะหลอมระดับสามได้ชัวร์ๆ ที่แท้ก็แค่บังเอิญหรอกหรือเนี่ย"
"ดูจากอีกสองเม็ดแล้ว ฝีมือนางก็คงอยู่แค่ระดับหกแหละ"
"แต่ถึงยังไง ครั้งนี้ฉู่กวนจิ้งก็ชนะอยู่ดี"
ผู้อาวุโสประกาศอย่างเป็นทางการว่าผู้ชนะในเดิมพันครั้งนี้คือฉู่กวนจิ้ง
ฉู่กวนจิ้งเดินเข้าไปหาผู้อาวุโสเสียนเฟิง เมินเฉยต่อสายตาอาฆาตแค้นที่แทบจะทิ่มแทงนางให้พรุน นางยื่นมือออกไปพลางเอ่ยเสียงเรียบ "ผู้อาวุโสเสียนเฟิง ถึงเวลาทำตามสัญญาแล้ว กรุณาคืนเตาหลอมหลิวหลีม่วงทองให้ข้าด้วย"
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงกัดฟันกรอด ถลึงตาใส่ฉู่กวนจิ้งอย่างเกรี้ยวกราด "เตาหลอมหลิวหลีม่วงทองของข้าไปเป็นของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่!"
"ก็เดี๋ยวนี้นี่แหละ อีกเดี๋ยวก็ใช่แล้ว"
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงรู้สึกหายใจติดขัด เขาชี้หน้านาง "เจ้า เจ้า เจ้า" อยู่นานสองนาน แต่ก็พูดเป็นประโยคออกมาไม่ได้
เมื่อเห็นเขาชักช้า ฉู่กวนจิ้งก็ขมวดคิ้ว "ผู้อาวุโสเสียนเฟิง ท่านคงไม่คิดจะเบี้ยวสัญญาต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้หรอกนะ?"
บรรดาศิษย์ที่มุงดูต่างก็ช่วยพูดกดดันผู้อาวุโสเสียนเฟิง
"ผู้อาวุโสเสียนเฟิงต้องรักษาสัญญาแน่ ไม่งั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"
"กล้าเล่นก็ต้องกล้าเสีย ผู้อาวุโสเสียนเฟิงไม่ใช่คนหน้าไหว้หลังหลอกแบบนั้นหรอกน่า"
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงมือสั่นเทาขณะยื่นเตาหลอมสุดหวงแหนให้ฉู่กวนจิ้ง
ฉู่กวนจิ้งรับเตาหลอมมา แล้วพูดเยาะเย้ยใส่เตาหลอมในมือว่า "มาสิ มาบอกลาเจ้านายเก่าของเจ้าหน่อย"
หลังจากได้เตาหลอมมา ฉู่กวนจิ้งก็ตั้งใจจะเดินจากไป แต่จู่ๆ ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็ตะโกนเรียกนางไว้
"เจ้าชนะแล้วก็จริง ข้าจะไม่ไล่เจ้าออกจากสำนัก แต่ตำหนักหลิงตานก็ไม่ขอรับเจ้าไว้เช่นกัน!"