เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ยอมรับความพ่ายแพ้

บทที่ 41 ยอมรับความพ่ายแพ้

บทที่ 41 ยอมรับความพ่ายแพ้


บทที่ 41 ยอมรับความพ่ายแพ้

ไป๋อู๋จิ่งที่ยืนดูอยู่ด้านล่างมาพักใหญ่ รู้แล้วว่าวัตถุดิบที่ถูกต้องในการหลอมโอสถถอนพิษคืออะไรบ้าง

เมื่อเห็นว่าครั้งที่สองนี้ฉู่กวนจิ้งเลือกวัตถุดิบได้ถูกต้องทุกอย่าง รอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปาก ท่าทีผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่สังเกตเห็น คนอื่นๆ ก็เริ่มซุบซิบกัน "ครั้งนี้ฉู่กวนจิ้งหยิบวัตถุดิบถูกแล้ว น่าจะหลอมโอสถถอนพิษสำเร็จแน่ๆ ผู้อาวุโสเสียนเฟิงจะแพ้จริงหรือนี่?"

ศิษย์สายโอสถคนหนึ่งได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้า "การหลอมโอสถไม่ได้อาศัยแค่วัตถุดิบที่ถูกต้องหรอกนะ ไม่อย่างนั้นใครๆ ก็คงหลอมโอสถได้กันหมดแล้ว"

"การเลือกวัตถุดิบถูก เป็นแค่ขั้นตอนพื้นฐานที่สุดของการหลอมโอสถเท่านั้น"

คำพูดเหล่านั้นทำให้รอยยิ้มของไป๋อู๋จิ่งเลือนหายไป แววตากลับมาฉายแววกังวลขณะมองดูฉู่กวนจิ้ง

สวี่จื้อหยวนที่ถูกปิดปากพูดไม่ได้ ทำได้เพียงเดินวนไปวนมาด้วยความร้อนรน

เวลาผ่านไปทีละน้อย คนที่คอยจับตาดูฉู่กวนจิ้งเริ่มสังเกตเห็นว่า การหลอมโอสถครั้งที่สองของนางต่างจากครั้งแรกราวกับเป็นคนละคน

ครั้งแรกดูเหมือนทำส่งๆ ไปอย่างนั้น แต่ครั้งนี้กลับตั้งใจและแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา

"พวกเจ้าสังเกตไหม ไฟในเตาหลอมของนางลุกโชนกว่าคนอื่นเยอะเลยนะ?"

"แถมพลังปราณที่นางส่งเข้าไปก็เสถียรมาก ไม่เหมือนมือใหม่หัดหลอมเลยสักนิด"

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงลอบสังเกตความเคลื่อนไหวของฉู่กวนจิ้งอยู่เงียบๆ เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า หากปล่อยไว้แบบนี้ นางอาจจะหลอมโอสถถอนพิษที่ได้มาตรฐานออกมาได้จริงๆ

มือที่ไพล่หลังอยู่เผลอกำหมัดแน่นด้วยความเครียด แต่เมื่อเหลือบไปเห็นเวลาที่เหลืออยู่ เขาก็ค่อยๆ คลายหมัดออก

เวลาไม่พอแล้วล่ะ ด้วยเวลาที่เหลือแค่นี้ ฉู่กวนจิ้งไม่มีทางหลอมโอสถถอนพิษเสร็จทันแน่ๆ เดิมพันครั้งนี้เขาไม่มีทางแพ้เด็ดขาด

เพราะผลงานอันโดดเด่นในการหลอมโอสถครั้งที่สองของฉู่กวนจิ้ง ผู้คนที่มามุงดูจึงเริ่มหันมาจับจ้องที่นางเป็นตาเดียว

ตอนนี้เองที่พวกเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ไม่ว่าจะตอนที่เตาระเบิดในครั้งแรก หรือตอนที่เวลาใกล้จะหมดลง ฉู่กวนจิ้งก็ยังคงความสงบเยือกเย็นไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

ราวกับว่าสิ่งรอบตัวไม่อาจสั่นคลอนจิตใจนางได้เลย ความหนักแน่นนี้ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกนับถือ

อย่างไม่รู้ตัว ผู้คนที่มาดูเหตุการณ์หลายคนเริ่มเอนเอียงมาอยู่ข้างฉู่กวนจิ้ง พวกเขาลุ้นระทึกไปกับนาง หวังลึกๆ ให้นางชนะ เพื่อจะได้เห็นผู้อาวุโสเสียนเฟิงหน้าแตก

เหลือเวลาอีกเพียงสิบวินาทีสุดท้าย

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงเหงื่อแตกเต็มมือ

เขานับถอยหลังอยู่ในใจ

อีกนิดเดียว เขาก็จะชนะแล้ว...

ในวินาทีก่อนที่เวลาทดสอบจะสิ้นสุดลง ควันสีส้มอมเหลืองก็พวยพุ่งออกมาจากเตาหลอมของฉู่กวนจิ้ง

ศิษย์ที่ไม่สันทัดเรื่องการหลอมโอสถยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหันไปถามศิษย์สายโอสถข้างๆ "แบบนี้คือฉู่กวนจิ้งหลอมสำเร็จแล้วใช่ไหม?"

ทว่าศิษย์สายโอสถรอบข้างกลับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาดังลั่น

"เดี๋ยวๆๆ ควันสีส้มงั้นรึ?! ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า?!"

"ให้ตายเถอะ จริงดิ! ฉู่กวนจิ้งที่เป็นที่โหล่ของตำหนักหลิงตานเนี่ยนะ หลอมโอสถระดับสามออกมาได้???"

"ระดับสาม? เจ้าหมายถึงโอสถระดับสามงั้นรึ?" ศิษย์ตำหนักอื่นอาจจะไม่รู้เรื่องอื่น แต่ความล้ำค่าของโอสถระดับสามนั้นพวกเขารู้ดี

ต้องรู้ไว้ว่าในตำหนักหลิงตานตอนนี้ มีศิษย์ที่สามารถหลอมโอสถระดับสามได้เพียงสองคนเท่านั้น

และทั้งสองคนนั้นก็เคยเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสหลิงเช่อมาก่อน เพียงแต่ตอนนี้คนหนึ่งย้ายไปอยู่ใต้สังกัดผู้อาวุโสเสียนเฟิงแล้ว

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า คนที่สามที่สามารถหลอมโอสถระดับสามได้ จะเป็นฉู่กวนจิ้งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวไร้ประโยชน์ของตำหนักหลิงตาน

หากวันนี้ไม่ได้เห็นนางหลอมออกมากับตา ต่อให้เอาไปเล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อ

เมื่อเห็นฉู่กวนจิ้งหลอมโอสถระดับสามออกมาได้ อู๋อิ้งเสวี่ยที่รอเยาะเย้ยตอนนางแพ้ ก็ทำหน้าเหมือนกลืนแมลงวันเข้าไป

นางกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อและไม่ยินยอม

คนที่นางคิดว่าด้อยกว่านางทุกอย่าง กลับหลอมโอสถระดับสามที่นางไม่เคยทำได้มาก่อน ความภาคภูมิใจในใจอู๋อิ้งเสวี่ยพังทลายลงในพริบตา

เมื่อรู้ว่าฉู่กวนจิ้งชนะแล้ว ไป๋อู๋จิ่งและสวี่จื้อหยวนก็มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า

สวี่จื้อหยวนอยากจะตะโกนดีใจใจแทบขาด แต่เพราะติดยันต์ใบ้กินอยู่ เขาจึงทำได้เพียงปรบมือรัวๆ ให้นาง

ข้างล่างเวทีเสียงดังเซ็งแซ่ ส่วนผู้อาวุโสเสียนเฟิงบนเวทีนั้นหน้าซีดเผือด

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉู่กวนจิ้งไม่เพียงแต่หลอมโอสถถอนพิษที่ได้มาตรฐานออกมาได้ในเวลาอันสั้น แต่ระดับของโอสถยังพุ่งสูงถึงระดับสาม

เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งกลับเกิดขึ้นจริงเสียแล้ว

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกตอกตะปูตรึงไว้ ร่างกายเย็นเฉียบ ขาแข็งจนก้าวไม่ออก

ผู้อาวุโสหลิงเช่อที่คอยชี้แนะฉู่กวนจิ้งมาเกือบสองวัน แม้จะรู้ดีว่าวันนี้นางไม่มีทางแพ้ แต่การที่ได้เห็นนางหลอมโอสถระดับสามออกมาได้ ก็ทำให้นางแอบตกใจอยู่เล็กน้อย

นางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผม รอยยิ้มบนมุมปากกว้างจนปิดไม่มิด

คราวนี้ นางเก็บเพชรเม็ดงามมาได้จริงๆ เสียด้วย

ทันทีที่ควันสีส้มลอยขึ้นมา ก็แทบจะไม่ต้องไปตรวจดูโอสถในเตาของฉู่กวนจิ้งแล้ว

แต่เพื่อให้เดิมพันครั้งนี้จบลงอย่างสมบูรณ์ ผู้อาวุโสของตำหนักหลิงตานจึงเดินไปตรวจสอบโอสถในเตาของนาง

เมื่อชะโงกหน้าเข้าไปดู ผู้อาวุโสท่านนั้นก็ขมวดคิ้ว "นี่มันอะไรกัน?"

เขาพบว่าโอสถถอนพิษทั้งสามเม็ดในเตา มีเพียงเม็ดเดียวที่เป็นระดับสาม ส่วนอีกสองเม็ดเป็นเพียงระดับหก

ผู้อาวุโสประกาศระดับโอสถทั้งสามเม็ดของฉู่กวนจิ้งให้ทุกคนทราบ

พอได้ยินว่ามีระดับสามแค่เม็ดเดียว คนที่เพิ่งจะอวยว่าฉู่กวนจิ้งเป็นอัจฉริยะด้านการหลอมโอสถก็เริ่มเปลี่ยนใจ

"มีระดับสามแค่เม็ดเดียวเอง สงสัยจะฟลุ๊ค โอสถกลายพันธุ์ล่ะมั้ง"

"ก็นึกว่าจะหลอมระดับสามได้ชัวร์ๆ ที่แท้ก็แค่บังเอิญหรอกหรือเนี่ย"

"ดูจากอีกสองเม็ดแล้ว ฝีมือนางก็คงอยู่แค่ระดับหกแหละ"

"แต่ถึงยังไง ครั้งนี้ฉู่กวนจิ้งก็ชนะอยู่ดี"

ผู้อาวุโสประกาศอย่างเป็นทางการว่าผู้ชนะในเดิมพันครั้งนี้คือฉู่กวนจิ้ง

ฉู่กวนจิ้งเดินเข้าไปหาผู้อาวุโสเสียนเฟิง เมินเฉยต่อสายตาอาฆาตแค้นที่แทบจะทิ่มแทงนางให้พรุน นางยื่นมือออกไปพลางเอ่ยเสียงเรียบ "ผู้อาวุโสเสียนเฟิง ถึงเวลาทำตามสัญญาแล้ว กรุณาคืนเตาหลอมหลิวหลีม่วงทองให้ข้าด้วย"

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงกัดฟันกรอด ถลึงตาใส่ฉู่กวนจิ้งอย่างเกรี้ยวกราด "เตาหลอมหลิวหลีม่วงทองของข้าไปเป็นของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่!"

"ก็เดี๋ยวนี้นี่แหละ อีกเดี๋ยวก็ใช่แล้ว"

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงรู้สึกหายใจติดขัด เขาชี้หน้านาง "เจ้า เจ้า เจ้า" อยู่นานสองนาน แต่ก็พูดเป็นประโยคออกมาไม่ได้

เมื่อเห็นเขาชักช้า ฉู่กวนจิ้งก็ขมวดคิ้ว "ผู้อาวุโสเสียนเฟิง ท่านคงไม่คิดจะเบี้ยวสัญญาต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้หรอกนะ?"

บรรดาศิษย์ที่มุงดูต่างก็ช่วยพูดกดดันผู้อาวุโสเสียนเฟิง

"ผู้อาวุโสเสียนเฟิงต้องรักษาสัญญาแน่ ไม่งั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

"กล้าเล่นก็ต้องกล้าเสีย ผู้อาวุโสเสียนเฟิงไม่ใช่คนหน้าไหว้หลังหลอกแบบนั้นหรอกน่า"

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงมือสั่นเทาขณะยื่นเตาหลอมสุดหวงแหนให้ฉู่กวนจิ้ง

ฉู่กวนจิ้งรับเตาหลอมมา แล้วพูดเยาะเย้ยใส่เตาหลอมในมือว่า "มาสิ มาบอกลาเจ้านายเก่าของเจ้าหน่อย"

หลังจากได้เตาหลอมมา ฉู่กวนจิ้งก็ตั้งใจจะเดินจากไป แต่จู่ๆ ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็ตะโกนเรียกนางไว้

"เจ้าชนะแล้วก็จริง ข้าจะไม่ไล่เจ้าออกจากสำนัก แต่ตำหนักหลิงตานก็ไม่ขอรับเจ้าไว้เช่นกัน!"

จบบทที่ บทที่ 41 ยอมรับความพ่ายแพ้

คัดลอกลิงก์แล้ว